ณ เมืองฉงอัน เมืองหลวงของอาณาจักรจงฉาง ซึ่งมีประชากรมากกว่าห้าล้านคน ด้วยอาณาจักรจงฉางมีความอุดมสมบูรณ์ และอยู่ติดกับแม่น้ำสายสำคัญทำให้ระบบเศรษฐกิจของที่นี่มีความเจริญรุ่งเรืองเป็อย่างมาก ร้านค้ามากมายต่างค้าขายกันอย่างคึกคัก
“คุณหนูจาง ข้าว่าปิ่นปักผมรูปดอกโบตั๋นชิ้นนี้เหมาะกับเ้ายิ่ง”แม่ทัพจื่อมู่หยางหยิบปิ่นปักผมรูปดอกโบตั๋นให้กับจางหลินหลาง
“ท่านว่าเหมาะกับข้าจริงๆหรือเ้าคะ”นางยิ้มให้แม่ทัพจื่อ
เขายิ้มพร้อมกับนำปิ่นปักผมไปปักผมให้กับนางก่อนจะยื่นเงินให้กับแม่ค้า
“สำหรับเ้าแล้วไม่ว่าสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่สวยงามเหมาะกับเ้าทั้งนั้นไม่เพียงแต่ปิ่นชิ้นนี้”
นางยิ้มอย่างเขินอาย
“เ้าอยากจะเดินชมอะไรต่อหรือไม่”เขาถามนางอย่างใส่ใจ
“ข้าไม่อยากเดินชมอะไรหรอกเ้าค่ะ ข้าแค่อยากอยู่กับท่าน”นางตอบพร้อมกับหน้าแดงเรื่อราวกับลูกอิงเถา
แม่ทัพจื่อ ยิ้มให้กับนางด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก
“งั้นข้าจะพาเ้าไปดูที่ๆสวยงาม”
จางหลินหลางทำหน้าฉงน"ที่ไหนหรือเ้าคะ"
เขาจับมือของนางก่อนจะพานางเดินไปที่ม้าของเขา ร่างใหญ่ค่อยๆอุ้มนางขึ้นไปบนหลังม้าก่อนที่เขาจะะโขึ้นหลังม้าและกอดคร่อมตัวนางไว้
“เมื่อเ้าไปถึงเ้าจะรู้เอง”แม่ทัพจื่อบอกกับจางหลินหลางก่อนจะควบม้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงูเาสูงชันที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ทั่วเมืองฉงอัน สายน้ำตกที่ไหลมาจากยอดเขากระทบกับหินจนเป็ละอองเมื่อสะท้อนกับแสงแดดทำให้เกิดเป็รุ้งกินน้ำสวยงาม
ใบหน้าอันงดงามค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นทิวทัศน์อันงดงามที่อยู่ตรงหน้า
“ที่นี่ช่างสวยงามยิ่งนัก ท่านรู้ได้เช่นไรเ้าคะว่ามีที่ที่สวยงามเช่นนี้อยู่”จางหลินหลางถามแม่ทัพจื่อพร้อมกับหันมายิ้มด้วยใบหน้าที่มีความสุข
“ข้าแม่ทัพจื่อมู่หยาง มีที่ใดที่ข้าจะไม่รู้จักด้วยงั้นหรือ”
"นั่นสินะเ้าคะ แล้วไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพเคยพาหญิงอื่นมาที่นี่บ้างแล้วหรือยัง"นางแสร้งพูดขึ้น
“ที่แห่งนี้จะมีเพียงเ้าคนแรกที่ข้าพามา และจะเป็คนเดียวเท่านั้น"แม่ทัพจื่อมองหน้าจางหลินหลางพร้อมกับยิ้มให้กับนาง
นางยิ้มอย่างพอใจก่อนค่อยๆเอียงศีรษะอิงไปที่ไหล่ของแม่ทัพจื่อ เขาค่อยๆเอาแขนใหญ่มาโอบกอดที่ไหล่นางของอย่างอบอุ่น
…….กล่าวถึงครอบครัวหลินจงหยางคหบดีแห่งเมืองฉงอัน…..
หลินจงหยางเป็พ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองฉงอัน เขาเป็พ่อค้าที่ทำการค้าด้วยความสุจริตและมีน้ำใจกับคนอื่นๆจึงไม่แปลกนักที่เขาจะเป็ที่รักใคร่และนับหน้าถือตาของผู้คนทั่วไปรวมทั้งเหล่าขุนนางต่างๆ เนื่องจากหลินจงหยางถือเป็หนึ่งบุคคลที่ฮ่องเต้ทรงโปรดเนื่องจากเขามักจะนำของล้ำค่าใหม่ๆที่นำเข้ามาในเมืองฉงอันส่งไปเป็เครื่องบรรณาการให้กับฮ่องเต้อยู่เสมอ
“ท่านพี่ ข้าได้ให้คนนำโสมที่ท่านนำมาจากต้าลี่ส่งไปให้กับองค์ฮ่องเต้แล้วเ้าค่ะ”หลินฮูหยินบอกกับสามี
หลินจงหยางที่วุ่นอยู่กับการคัดเลือกข้าวอยู่เขาหันมามองหน้าฮูหยินพร้อมยิ้มให้นาง
“ขอบใจเ้ามาก หลินฮูหยินที่เป็ธุระแทนข้า”
หลินฮูหยินยิ้มให้กับผู้เป็สามี
"แล้วท่านพี่มัวทำอะไรอยู่เ้าคะ ให้ข้าช่วยมั๊ย
“อ่อ! ไม่เป็ไรข้าทำเสร็จพอดี ข้าวพวกนี้เม็ดไม่ค่อยสวยข้าไม่อยากขายเอาเปรียบคนอื่นข้าเลยจะแยกไว้ให้หลินเซียงเซียงเอาไปแจกให้ชาวบ้านที่ไม่มีกินน่ะ”หลินจงหยางบอกกับภรรยาพร้อมกับยิ้มอย่างใจดี
หลินเซียงเซียงที่เดินเข้ามาในห้องเก็บข้าวสาร
“ท่านพ่อเรียกลูกมามีอะไรหรือเ้าคะ”หลินเซียงเซียงเอ่ยถามผู้เป็บิดาด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“มาแล้วเช่นนั้นหรือเ้าช่วยนำข้าวพวกนี้ไปแจกให้กับชาวบ้านที่ยากจนให้พ่อทีพวกเขาจะได้มีข้าวไว้กินกัน”หลินจงหยางบอกกับบุตรสาว
นางยิ้มให้กับบิดาอย่างอ่อนน้อม"เดี๋ยวลูกจะไปเดี่ยวนี้เ้าค่ะ"
หลินจงหยางสั่งคนงานให้มายกกระสอบข้าวสารออกไปไว้หน้าร้านพร้อมกับป่าวประกาศให้ชาวบ้านออกมารับข้าวแจก
เมื่อป่าวประกาศไม่นานก็มีผู้คนต่างแห่แหนมาต่อแถวรอรับข้าวสารแจกจนเต็มหน้าร้าน
หลินเซียงเซียงตักข้าวให้คนเ่าั้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ท่านป้าอยู่กันกี่คนหรือเ้าคะ”หลินเซียงเซียงถามหญิงแก่ที่มารอรับข้าวแจก
“อยู่กันสี่คนเ้าค่ะคุณหนู”
นางยิ้มให้หญิงชราพร้อมกับตักข้าวสารให้ทั้งหมดสี่ถังซึ่งถังหนึ่งหากกินกันสี่คนก็กินได้เกือบหนึ่งอาทิตย์หากสี่ถังก็สามารถกินได้เกือบหนึ่งเดือน
“ขอบคุณมากเ้าค่ะคุณหนู คุณหนูท่านนี้นอกจากรูปร่างหน้าตางดงามแล้วจิตใจของคุณหนูก็งดงามไม่แพ้หน้าตาของท่าน แม้แต่ขอทานจนๆเช่นข้าท่านก็ยังไม่รังเกียจ ข้าต้องขออภัยที่ไม่มีอะไรจะมาทดแทนคุณหนูได้นอกจากคำขอบคุณ"
หลินเซียงเซียงยิ้มให้หญิงชราอย่างอ่อนโยน ก่อนจะประคองนางออกจากฝูงชนที่แออัดจากการมารอรับข้าวแจก
“ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะท่านป้า ขอให้ท่านและครอบครัวกินอิ่มข้าก็ดีใจแล้ว”
เมื่อหลินเซียงเซียงแจกข้าวสารจนเสร็จนางก็เดินเข้าไปหาบิดาและมารดา
“ท่านพ่อท่านแม่วันนี้ลูกแจกข้าวให้กับคนที่มารอรับข้าวสารจนหมดแล้วเ้าค่ะ”
นางเดินมารายงานผู้เป็บิดาและมารดาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
“ดีแล้ว บ้านเรามีเหลือกินเหลือใช้เราต้องรู้จักแบ่งปันให้กับผู้อื่นบ้าง”หลินจงหยางบอกกับบุตรสาว หลินเซียงเซียงยิ้มและพยักหน้าให้กับผู้เป็บิดา