ณ แคว้นซือเค่อ
“ท่านพี่ทราบข่าวจวนสกุลลู่ถูกวางเพลิงหรือไม่เ้าคะ”
ฮูหยินหนิงฮวาฮูหยินเอกของท่านใต้เท้าหนิงอันกล่าว
“ข้าพึ่งทราบข่าวเมื่อไม่นานเฮ้อสกุลลู่ชั่งอาภัพนักสูญเสียบุตรชายเพียงคนเดียวแต่ยังโชคดีที่ยังเหลือทายาทคนสุดท้าย” ใต้เท้าหนิงอันกล่าว
“ผู้ใดหรือเ้าค่ะท่านพี่ น้องรู้มาว่าใต้ท้าวลู่มีบุตรชายเพียงคนเดียวไว้สืบสกุลยังนึกเสียดายอยู่ว่าฮูหยินลู่ยังสาวน่าจะมีบุตรธิดาเพิ่มอีกสักคน”ฮูหยินหนิงฮวากล่าว
“ยังมีอีกคนคือบุตรสาวคนรองนามว่าลู่จิ่ว”
“แต่เนื่องจากหมอดูทำนายเอาไว้ว่าบุตรคนนี้จะอายุสั้นทั้งใต้เท้าและฮูหยินลู่จึงไม่ได้บอกกล่าวคนภายนอกให้ได้รู้นอกจากคนสนิทเท่านั้นเพราะไม่อยากชักนำภัยเข้ามา
ใกล้บุตรสาวและสุดท้ายคนที่ต้องตายกลายเป็บุตรชายชั่งน่าสงสารยิ่งนัก”ใต้ท้าวหนิงอันกล่าว
“แล้วอย่างนี้ใต้ท้าวลู่คิดอ่านอย่างไรต่อไปทรัพย์สินเงินทองที่สะสมมาทั้งชีวิตถูกโจรชั่วบุกปล้นและเผาวางเพลิงจนสิ้นเนื้อประดาตัวใต้เท้าลู่เป็ข้าราชการมือสะอาดและไม่ทำกิจการค้าขายให้มากความ
เพียงมุ่งมั่นตั้งใจรับใช้ราชสำนักและสอนตำราให้เหล่าเชื้อพระวงศ์เพื่อป้องกันถูกนำไปยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักจึงวางตัวเป็กลางเสมอมาท่านคิดอ่านเื่นี้อย่างไร” ฮูหยินหนิงฮวาถามใต้เท้าหนิงอัน
“ข้ารับใช้ราชสำนักมานานรู้จักใต้เท้าลู่เป็อย่างดีน้องหญิง ข้าคิดว่าข้าอยากให้บุตรชายเราแต่งกับธิดาสกุลลู่ เพื่อเกี่ยวดองเป็ญาติกันและข้าเชื่อว่าบิดาเป็เช่นใดย่อมเลี้ยงดูบุตรออกมาเช่นนั้นและบุตรชายเราทั้งสามก็ยังไม่ยอมออกเรือนข้าจะมีหลานไว้สืบสกุลจากที่ใดกัน เ้าคิดเห็นอย่างไรน้องหญิง” ใต้ท้าวหนิงอันถามความคิดเห็นกับฮูหยิน
“ในเมื่อท่านพี่คิดอ่านอย่างรอบครอบแล้วย่อมเป็ผลดีกับทุกฝ่ายและสกุลลู่ก็รับใช้ราชสำนักมายาวนานเป็ตระกูลใหญ่ย่อมอบรมบุตรหลานเป็อย่างดีเหมาะสมคู่ควรกับบุตรชายเราอย่างแน่นอนข้าเชื่อว่าข้าเลือกคนไม่ผิดเช่นเดียวกันเตรียมอุ้มหลานไว้รอได้เลยท่านพี่”
ฮูหยินหนิงฮวารู้สึกดีใจอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงทายาทผู้สืบสกุลคนต่อไป
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะเร่งไปหารือกับใต้เท้าลู่ถึงเื่นี้ไม่มัวชักช้าให้เสียเวลา”ใต้เท้าหนิงอันกล่าวอย่างมุ่งมั่น
“!!ท่านพี่แล้วท่านจะไม่บอกกล่าวลูกชายเราสักหน่อยหรือเ้าคะ”ฮูหยินหนิงฮวาผู้ตามใจบุตรชาย รู้สึกลังเลขึ้นมา
“น้องหญิงข้าให้โอกาสบุตรชายเรามานานแล้วข้าไม่เคยบังคับหรือหักหาญน้ำใจลูกเลยสักครั้งแต่ข้าทนดูสกุลหนิงไร้สิ้นทายาทรุ่นต่อไปไม่ได้เรามีบุตรชายตั้งสามคนข้าขอสักคนได้หรือไม่และข้าเชื่อว่าข้าเลือกคนไม่ผิดอย่างแน่นอนไว้ใจข้าเถอะน้องหญิง” ใต้เท้าหนิงอันกล่าว
“ข้าก็คิดเช่นนั้นท่านพี่”ฮูหยินหนิงฮวากล่าว
ณ จวนสกุลลู่
ภายในพื้นที่รอบจวนพึ่งถูกเก็บกวาดซากปรักหักพังหลังจากทำพิธีฝังศพบุตรชายไปเมื่อไม่นานนี้นำพาความโศกเศร้าเสียใจให้กับสกุลลู่ไม่น้อย
และลู่จิ่วก็อยากแบ่งเบาความทุกข์เพิ่มความสุขให้คนในครอบครัวทั้งที่ได้พบกันไม่นานแต่สายใยความผูกพันที่เธอมีต่อครอบครัวกลับฝังแน่นเสมือนเป็ตัวเธอเองเช่นนี้มานานแล้ว
ลู่จิ่วเข้มแข็งมีพลังบวกและพร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์เช่นเดียวกับสมัยที่ตัวเธอเองเป็คุณครูสอนหนังสือเด็ก
เธอต้องใช้ความอดทนพยายามและใจเย็นเช่นเดียวกันซึ่งตอนนี้บิดาและมารดาของเธอทำใจได้บ้างแล้ว
แต่หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ตัวเธอเองกลับมีชีวิตชีวากว่าลู่จิ่วคนก่อนและเหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคนเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เช่นเดียวกับชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้บิดาและมารดาของเธอกล่าวขอบคุณฟ้าดินที่ได้มอบชีวิตบุตรสาวอันเป็ที่รักคืนกลับมา
ต่างอวยพรให้เธอนับจากนี้ต่อไปขอให้มีชีวิตที่ดีและยืนยาวแม้ตอนนี้ทรัพย์สมบัตินอกกายจะหายหมดตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ของเหล่านี้ก็สามารถหาใหม่มาทดแทนได้
แต่หากหมดลมหายใจไปแล้ว้าสิ่งใดก็ไร้ความหมายพ่อกับแม่ขอเพียงบุตรสาวคนนี้ปลอดภัยก็สุขใจเป็ที่สุด
หลังจากทุกอย่างถูกจัดการจนแล้วเสร็จใต้เท้าหนิงอันก็แจ้งพ่อบ้านสกุลลู่ว่าจะขอมาเยี่ยมสหายเก่า
ซึ่งก็คือใต้เท้าลู่ ใต้เท้าลู่ออกมารอต้อนรับใต้เท้าหนิงอันด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อยามทุกข์ยากแบบนี้มิตรสหายเก่ายังคงให้ความช่วยเหลือทำให้ตนรู้สึกซาบซึ้งใจ
“ใต้เท้าลู่ วันนี้ข้ามีเื่จะปรึกษาท่านท่านจะสะดวกหรือไม่”ใต้เท้าหนิงอันกล่าว
“เชิญใต้เท้าหนิงอันเชิญกล่าวมาเถิด”
“ได้ใต้เท้าลู่ข้ามีความคิดที่อยากจะเกี่ยวดองเป็ครอบครัวเดียวกันกับท่านท่านคิดเห็นประการใดซึ่งในตอนนี้ครอบครัวท่านกำลังลำบากและท่านเหลือทายาทเพียงคนเดียวเราจำเป็ต้องร่วมมือกันปกป้องทายาทที่เหลือนี้เอาไว้
ข้าสัญญาว่าสกุลหนิงจะดูแลบุตรสาวท่านเป็อย่างดีข้าไม่รู้ว่าเป้าหมายคนวางเพลิงคือใครข้าจะจับตัวคนบงการมาลงโทษให้ท่านเอง” ใต้ท้าวหนิงอันกล่าวไว้
เมื่อได้ฟังดังนั้นใต้เท่าลู่รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของสหายท่านนี้มากหากลู่จิ่วแต่งออกไปก็จะมีคนคอยปกป้องดูแลบุตรสาวได้ดีกว่าตนเองและจะต้องรักษาทายาทหนึ่งเดียวของสกุลลู่เอาไว้ให้จงได้เพื่อไม่ให้รู้สึกผิดต่อบรรพชนที่ได้มอบสกุลลู่เอาไว้กับตัวเองและหวังว่าบุตรสาวจะเข้าใจบิดาอย่างเขา
ลู่จิ่วกำลังเดินเข้าไปพบบิดาที่ห้องหนังสือและขออนุญาตบิดาเข้าไปภายในห้อง
“จิ่วเอ๋อร์เข้ามาหาพ่อสิลูก”ใต้เท้าลู่เรียกบุตรสาวเข้าไปหา ลู่จิ่วเดินเข้าไปคารวะบิดาและนั่งลงบนเก้าอี้ไม้
“ท่านพ่อมีเื่อันใดจะกล่าวกับลูกหรือเ้าคะ”
ลู่จิ่วถามบิดา
“พ่อจะหารือเื่งานแต่งงานของเ้า”
ใต้เท้าลู่กล่าว
ลู่จิ่วขมวดคิ้วเข้าหากันทำหน้าตาสงสัยว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
“จิ่วเอ๋อร์ฟังพ่อนะเนื่องจากตอนนี้เราสืบหาตัวคนร้ายไม่ได้และไม่รู้ว่าพวกมันจะย้อนหลับมาทำร้ายเ้าหรือไม่เ้าคือทายาทคนเดียวที่เหลืออยู่ของสกุลลู่เรา
ใต้เท้าหนิงอันสัญญาว่าจะดูแลลูกเป็อย่างดีและพ่อกับแม่ก็แก่แล้วไม่รู้จะอยู่ดูแลเ้าได้นานแค่ไหน
หากมีชายใดที่เหมาะสมคู่ควรกับลูกและพ่อสามารถฝากให้เขาดูแลปกป้องลูกของพ่อได้พ่อก็ยินดีขอแค่ให้เ้ามีชีวิตที่ดีและมีความสุขเท่านี้พ่อก็พอใจมากแล้ว” น้ำตาของลูกผู้ชายไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้างส่งต่อความรักและความหวังดีมาถึงลูก
อันที่จริงเธอก็ไม่อยากแต่งงานแต่การใช้ชีวิตในสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างลำบากจริงไม่เหมือนกับที่เธอเคยดูในซีรีส์จีนที่หญิงสาวเก่งครบทุกด้านจัดการทุกปัญหาได้หมด
แต่มันไม่ใช่ตัวเธอเธอเป็เพียงคุณครูสอนหนังสือเด็กประถมจะสร้างทักษะพิเศษอะไรเพื่อปกป้องตัวเองเหมือนในละครได้อภินิหารเทพเซียนตัวเธอขนาดจะฆ่าไก่สักตัวยังปล่อยไก่หลุดมือเลย
เธอทำได้เพียงปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสถานที่นี้ท่านพ่อให้รักษาชีวิตรอดและช่วยสืบสกุลก็คงต้องรับไว้ก่อน หวังว่าเธอจะทำได้นะ
อีกอย่างหากเกี่ยวดองกับสกุลหนิงซึ่งบุตรตรีคนเล็กของใต้เท้าหนิงอันมีนามว่าหนิงลี่ฮองเฮาพระนางแต่งเข้าราชวงศ์ไปเป็พระมเหสีองค์เดียวของฮ่องเต้ย่อมไม่มีใครกล้าทำร้ายสกุลลู่อย่างแน่นอนเพราะเกี่ยวดองเป็ญาติกับสกุลหนิง
เพื่อปกป้องตัวเองปกป้องบิดามารดาและสกุลลู่การแต่งงานครั้งนี้ควรจะรับไว้ด้วยไมตรีที่ดีของใต้เท้าหนิงอันที่ยื่นมือมาช่วยเหลือในครั้งนี้เธอคิดทบทวนในใจและกล่าวตอบบิดาออกไปว่า
“ท่านพ่อการแต่งงานในครั้งนี้ลูกยินดีอย่างยิ่งเ้าค่ะ”เธอเอื้อมมือไปกุมมือบิดาเอาไว้และให้กำลังใจส่วนลึกในใจเธอก็หวั่นกลัวกับการแต่งงานในครั้งนี้
‘หากอะไรควรเปลี่ยนเพื่อให้ดีขึ้นก็ควรต้องเปลี่ยนนะลู่จิ่ว’ เธอคิดในใจ
“พ่อหวังว่าเ้าจะเข้าใจความปรารถนาดีของพ่อขอบใจเ้ามาก ลูกพ่อ”
แล้วทั้งสองคนพ่อลูกก็โอบกอดกันและกันด้วยความซาบซึ้งใจ
หลังจากใต้เท้าหนิงอันกลับมาจากจวนสกุลลู่ก็ได้เรียกตัวบุตรชายทั้งสามเข้าพบเป็การเร่งด่วน