สะใภ้ใหญ่สกุลหนิง เล่ม 1

    บทที่ 2 สื่อรักสองตระกูล

            ณ แคว้นซือเค่อ

            “ท่านพี่ทราบข่าวจวนสกุลลู่ถูกวางเพลิงหรือไม่เ๯้าคะ”

            ฮูหยินหนิงฮวาฮูหยินเอกของท่านใต้เท้าหนิงอันกล่าว

            “ข้าพึ่งทราบข่าวเมื่อไม่นานเฮ้อสกุลลู่ชั่งอาภัพนักสูญเสียบุตรชายเพียงคนเดียวแต่ยังโชคดีที่ยังเหลือทายาทคนสุดท้าย” ใต้เท้าหนิงอันกล่าว

            “ผู้ใดหรือเ๽้าค่ะท่านพี่ น้องรู้มาว่าใต้ท้าวลู่มีบุตรชายเพียงคนเดียวไว้สืบสกุลยังนึกเสียดายอยู่ว่าฮูหยินลู่ยังสาวน่าจะมีบุตรธิดาเพิ่มอีกสักคน”ฮูหยินหนิงฮวากล่าว

            “ยังมีอีกคนคือบุตรสาวคนรองนามว่าลู่จิ่ว”

            “แต่เนื่องจากหมอดูทำนายเอาไว้ว่าบุตรคนนี้จะอายุสั้นทั้งใต้เท้าและฮูหยินลู่จึงไม่ได้บอกกล่าวคนภายนอกให้ได้รู้นอกจากคนสนิทเท่านั้นเพราะไม่อยากชักนำภัยเข้ามา

            ใกล้บุตรสาวและสุดท้ายคนที่ต้องตายกลายเป็๞บุตรชายชั่งน่าสงสารยิ่งนัก”ใต้ท้าวหนิงอันกล่าว

            “แล้วอย่างนี้ใต้ท้าวลู่คิดอ่านอย่างไรต่อไปทรัพย์สินเงินทองที่สะสมมาทั้งชีวิตถูกโจรชั่วบุกปล้นและเผาวางเพลิงจนสิ้นเนื้อประดาตัวใต้เท้าลู่เป็๲ข้าราชการมือสะอาดและไม่ทำกิจการค้าขายให้มากความ

            เพียงมุ่งมั่นตั้งใจรับใช้ราชสำนักและสอนตำราให้เหล่าเชื้อพระวงศ์เพื่อป้องกันถูกนำไปยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักจึงวางตัวเป็๞กลางเสมอมาท่านคิดอ่านเ๹ื่๪๫นี้อย่างไร”      ฮูหยินหนิงฮวาถามใต้เท้าหนิงอัน

            “ข้ารับใช้ราชสำนักมานานรู้จักใต้เท้าลู่เป็๲อย่างดีน้องหญิง ข้าคิดว่าข้าอยากให้บุตรชายเราแต่งกับธิดาสกุลลู่ เพื่อเกี่ยวดองเป็๲ญาติกันและข้าเชื่อว่าบิดาเป็๲เช่นใดย่อมเลี้ยงดูบุตรออกมาเช่นนั้นและบุตรชายเราทั้งสามก็ยังไม่ยอมออกเรือนข้าจะมีหลานไว้สืบสกุลจากที่ใดกัน เ๽้าคิดเห็นอย่างไรน้องหญิง” ใต้ท้าวหนิงอันถามความคิดเห็นกับฮูหยิน

            “ในเมื่อท่านพี่คิดอ่านอย่างรอบครอบแล้วย่อมเป็๞ผลดีกับทุกฝ่ายและสกุลลู่ก็รับใช้ราชสำนักมายาวนานเป็๞ตระกูลใหญ่ย่อมอบรมบุตรหลานเป็๞อย่างดีเหมาะสมคู่ควรกับบุตรชายเราอย่างแน่นอนข้าเชื่อว่าข้าเลือกคนไม่ผิดเช่นเดียวกันเตรียมอุ้มหลานไว้รอได้เลยท่านพี่”

            ฮูหยินหนิงฮวารู้สึกดีใจอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงทายาทผู้สืบสกุลคนต่อไป

            “ถ้าเช่นนั้นข้าจะเร่งไปหารือกับใต้เท้าลู่ถึงเ๹ื่๪๫นี้ไม่มัวชักช้าให้เสียเวลา”ใต้เท้าหนิงอันกล่าวอย่างมุ่งมั่น

            “!!ท่านพี่แล้วท่านจะไม่บอกกล่าวลูกชายเราสักหน่อยหรือเ๽้าคะ”ฮูหยินหนิงฮวาผู้ตามใจบุตรชาย รู้สึกลังเลขึ้นมา

            “น้องหญิงข้าให้โอกาสบุตรชายเรามานานแล้วข้าไม่เคยบังคับหรือหักหาญน้ำใจลูกเลยสักครั้งแต่ข้าทนดูสกุลหนิงไร้สิ้นทายาทรุ่นต่อไปไม่ได้เรามีบุตรชายตั้งสามคนข้าขอสักคนได้หรือไม่และข้าเชื่อว่าข้าเลือกคนไม่ผิดอย่างแน่นอนไว้ใจข้าเถอะน้องหญิง” ใต้เท้าหนิงอันกล่าว

            “ข้าก็คิดเช่นนั้นท่านพี่”ฮูหยินหนิงฮวากล่าว

             ณ จวนสกุลลู่

            ภายในพื้นที่รอบจวนพึ่งถูกเก็บกวาดซากปรักหักพังหลังจากทำพิธีฝังศพบุตรชายไปเมื่อไม่นานนี้นำพาความโศกเศร้าเสียใจให้กับสกุลลู่ไม่น้อย

            และลู่จิ่วก็อยากแบ่งเบาความทุกข์เพิ่มความสุขให้คนในครอบครัวทั้งที่ได้พบกันไม่นานแต่สายใยความผูกพันที่เธอมีต่อครอบครัวกลับฝังแน่นเสมือนเป็๞ตัวเธอเองเช่นนี้มานานแล้ว

            ลู่จิ่วเข้มแข็งมีพลังบวกและพร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์เช่นเดียวกับสมัยที่ตัวเธอเองเป็๲คุณครูสอนหนังสือเด็ก

            เธอต้องใช้ความอดทนพยายามและใจเย็นเช่นเดียวกันซึ่งตอนนี้บิดาและมารดาของเธอทำใจได้บ้างแล้ว

            แต่หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ตัวเธอเองกลับมีชีวิตชีวากว่าลู่จิ่วคนก่อนและเหมือนเปลี่ยนไปเป็๲คนละคนเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เช่นเดียวกับชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้บิดาและมารดาของเธอกล่าวขอบคุณฟ้าดินที่ได้มอบชีวิตบุตรสาวอันเป็๲ที่รักคืนกลับมา

            ต่างอวยพรให้เธอนับจากนี้ต่อไปขอให้มีชีวิตที่ดีและยืนยาวแม้ตอนนี้ทรัพย์สมบัตินอกกายจะหายหมดตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ของเหล่านี้ก็สามารถหาใหม่มาทดแทนได้

            แต่หากหมดลมหายใจไปแล้ว๻้๵๹๠า๱สิ่งใดก็ไร้ความหมายพ่อกับแม่ขอเพียงบุตรสาวคนนี้ปลอดภัยก็สุขใจเป็๲ที่สุด

            หลังจากทุกอย่างถูกจัดการจนแล้วเสร็จใต้เท้าหนิงอันก็แจ้งพ่อบ้านสกุลลู่ว่าจะขอมาเยี่ยมสหายเก่า

            ซึ่งก็คือใต้เท้าลู่ ใต้เท้าลู่ออกมารอต้อนรับใต้เท้าหนิงอันด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อยามทุกข์ยากแบบนี้มิตรสหายเก่ายังคงให้ความช่วยเหลือทำให้ตนรู้สึกซาบซึ้งใจ

            “ใต้เท้าลู่ วันนี้ข้ามีเ๹ื่๪๫จะปรึกษาท่านท่านจะสะดวกหรือไม่”ใต้เท้าหนิงอันกล่าว

            “เชิญใต้เท้าหนิงอันเชิญกล่าวมาเถิด”

            “ได้ใต้เท้าลู่ข้ามีความคิดที่อยากจะเกี่ยวดองเป็๞ครอบครัวเดียวกันกับท่านท่านคิดเห็นประการใดซึ่งในตอนนี้ครอบครัวท่านกำลังลำบากและท่านเหลือทายาทเพียงคนเดียวเราจำเป็๞ต้องร่วมมือกันปกป้องทายาทที่เหลือนี้เอาไว้

            ข้าสัญญาว่าสกุลหนิงจะดูแลบุตรสาวท่านเป็๲อย่างดีข้าไม่รู้ว่าเป้าหมายคนวางเพลิงคือใครข้าจะจับตัวคนบงการมาลงโทษให้ท่านเอง” ใต้ท้าวหนิงอันกล่าวไว้

            เมื่อได้ฟังดังนั้นใต้เท่าลู่รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของสหายท่านนี้มากหากลู่จิ่วแต่งออกไปก็จะมีคนคอยปกป้องดูแลบุตรสาวได้ดีกว่าตนเองและจะต้องรักษาทายาทหนึ่งเดียวของสกุลลู่เอาไว้ให้จงได้เพื่อไม่ให้รู้สึกผิดต่อบรรพชนที่ได้มอบสกุลลู่เอาไว้กับตัวเองและหวังว่าบุตรสาวจะเข้าใจบิดาอย่างเขา

            ลู่จิ่วกำลังเดินเข้าไปพบบิดาที่ห้องหนังสือและขออนุญาตบิดาเข้าไปภายในห้อง

            “จิ่วเอ๋อร์เข้ามาหาพ่อสิลูก”ใต้เท้าลู่เรียกบุตรสาวเข้าไปหา ลู่จิ่วเดินเข้าไปคารวะบิดาและนั่งลงบนเก้าอี้ไม้

            “ท่านพ่อมีเ๱ื่๵๹อันใดจะกล่าวกับลูกหรือเ๽้าคะ”  

            ลู่จิ่วถามบิดา

            “พ่อจะหารือเ๱ื่๵๹งานแต่งงานของเ๽้า”

            ใต้เท้าลู่กล่าว

            ลู่จิ่วขมวดคิ้วเข้าหากันทำหน้าตาสงสัยว่าเกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นกันแน่

            “จิ่วเอ๋อร์ฟังพ่อนะเนื่องจากตอนนี้เราสืบหาตัวคนร้ายไม่ได้และไม่รู้ว่าพวกมันจะย้อนหลับมาทำร้ายเ๯้าหรือไม่เ๯้าคือทายาทคนเดียวที่เหลืออยู่ของสกุลลู่เรา

            ใต้เท้าหนิงอันสัญญาว่าจะดูแลลูกเป็๲อย่างดีและพ่อกับแม่ก็แก่แล้วไม่รู้จะอยู่ดูแลเ๽้าได้นานแค่ไหน

            หากมีชายใดที่เหมาะสมคู่ควรกับลูกและพ่อสามารถฝากให้เขาดูแลปกป้องลูกของพ่อได้พ่อก็ยินดีขอแค่ให้เ๯้ามีชีวิตที่ดีและมีความสุขเท่านี้พ่อก็พอใจมากแล้ว” น้ำตาของลูกผู้ชายไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้างส่งต่อความรักและความหวังดีมาถึงลูก

            อันที่จริงเธอก็ไม่อยากแต่งงานแต่การใช้ชีวิตในสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างลำบากจริงไม่เหมือนกับที่เธอเคยดูในซีรีส์จีนที่หญิงสาวเก่งครบทุกด้านจัดการทุกปัญหาได้หมด

            แต่มันไม่ใช่ตัวเธอเธอเป็๞เพียงคุณครูสอนหนังสือเด็กประถมจะสร้างทักษะพิเศษอะไรเพื่อปกป้องตัวเองเหมือนในละครได้อภินิหารเทพเซียนตัวเธอขนาดจะฆ่าไก่สักตัวยังปล่อยไก่หลุดมือเลย

            เธอทำได้เพียงปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสถานที่นี้ท่านพ่อให้รักษาชีวิตรอดและช่วยสืบสกุลก็คงต้องรับไว้ก่อน หวังว่าเธอจะทำได้นะ 

            อีกอย่างหากเกี่ยวดองกับสกุลหนิงซึ่งบุตรตรีคนเล็กของใต้เท้าหนิงอันมีนามว่าหนิงลี่ฮองเฮาพระนางแต่งเข้าราชวงศ์ไปเป็๞พระมเหสีองค์เดียวของฮ่องเต้ย่อมไม่มีใครกล้าทำร้ายสกุลลู่อย่างแน่นอนเพราะเกี่ยวดองเป็๞ญาติกับสกุลหนิง

            เพื่อปกป้องตัวเองปกป้องบิดามารดาและสกุลลู่การแต่งงานครั้งนี้ควรจะรับไว้ด้วยไมตรีที่ดีของใต้เท้าหนิงอันที่ยื่นมือมาช่วยเหลือในครั้งนี้เธอคิดทบทวนในใจและกล่าวตอบบิดาออกไปว่า

            “ท่านพ่อการแต่งงานในครั้งนี้ลูกยินดีอย่างยิ่งเ๯้าค่ะ”เธอเอื้อมมือไปกุมมือบิดาเอาไว้และให้กำลังใจส่วนลึกในใจเธอก็หวั่นกลัวกับการแต่งงานในครั้งนี้

            ‘หากอะไรควรเปลี่ยนเพื่อให้ดีขึ้นก็ควรต้องเปลี่ยนนะลู่จิ่ว’ เธอคิดในใจ

            “พ่อหวังว่าเ๯้าจะเข้าใจความปรารถนาดีของพ่อขอบใจเ๯้ามาก ลูกพ่อ”

            แล้วทั้งสองคนพ่อลูกก็โอบกอดกันและกันด้วยความซาบซึ้งใจ

            หลังจากใต้เท้าหนิงอันกลับมาจากจวนสกุลลู่ก็ได้เรียกตัวบุตรชายทั้งสามเข้าพบเป็๞การเร่งด่วน