คะแนนสะสมจะพอคว้าที่หนึ่งได้ไหมลองคำนวณดูก็รู้
ครึ่งชั่วโมงต่อมาสองสาวก็พาไป๋ฉางเซิงกลับมายังอาคารศูนย์รับรองสูงสี่ชั้น
หวงเส้าเทียนที่ตอนแรกกำลังเพลิดเพลินกับการถูกผู้คนรายล้อมประจบสอพลอพอเห็นสองสาวเดินเข้ามา ก็รีบปลีกตัวจากฝูงชนแล้วตรงดิ่งเข้าหาทันที
“จืออวี๋ ฉันได้ตั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดคะแนนแน่ะ นอกจากฉันแล้วคนอื่นที่ได้สูงสุดแค่สี่สิบห้าคะแนนเอง เป็ไงล่ะ เก่งใช่ไหม?”
หวงเส้าเทียนพูดพลางฉายแววตาภาคภูมิใจและคาดหวัง
เห็นได้ชัดว่าเมื่อเทียบกับคำชมจากคนอื่นแล้ว สิ่งที่เขา้าจริงๆคือความตกตะลึงจากเจียงจืออวี๋
หากเจียงจืออวี๋มองเขาด้วยความเลื่อมใสแล้วอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจสักคำหวงเส้าเทียนคงจะตัวลอยไปถึง์เลยทีเดียว
ทว่าเห็นได้ชัดว่าเจียงจืออวี๋ไม่ได้สนใจเื่พวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียวเธอเพียงแค่แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินตัวเลขหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดจากนั้นก็แค่ตอบรับคำว่า “อ้อ” สั้นๆแล้วเดินไปส่งวิดีโอการต่อสู้ของตนเอง
กลับเป็หลินจิงเหยาที่มองค้อนใส่หวงเส้าเทียนไปทีหนึ่ง
“พึ่งบารมีพ่อซื้อสัตว์อสูรระดับสูงมาได้ แต่กลับทำคะแนนได้แค่นี้ยังมีหน้ามาโอ้อวดอีกนะ”
สิงโตขนเพลิงกลืนอัคคีที่มีความแข็งแกร่งถึงระดับทหารอสูรระดับหนึ่งเมื่อมาอยู่ในสนามฝึกซ้อมเสมือนจริงระดับต้นสำหรับนักเรียนแบบนี้
ถ้ายังทำคะแนนทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่นไม่ได้ก็พิสูจน์ได้แค่ว่าหวงเส้าเทียนนั้นมันสวะเกินเยียวยา
น่าเสียดายที่หมอนี่ดูเหมือนจะโดนคำอวยจนลืมดูสารรูปตัวเองพอได้ยินคำพูดของหลินจิงเหยาเข้าหน่อยก็ชักจะเริ่มฉุน
“ถึงฉันจะพึ่งพ่อจนได้คะแนนนี้มา แต่นี่ก็คือคะแนนสูงสุดของห้อง!”
“อย่างเธอ หลินจิงเหยา ต่อให้อยากได้แค่ไหนก็ไม่มีปัญญาทำได้หรอก”
“คะแนนสูงสุดของห้องเหรอ?” หลินจิงเหยาหัวเราะหึๆ“มีแต่นายแหละที่มั่นใจขนาดนี้”
“ในเมื่อคุณชายใหญ่หวงมั่นใจขนาดนี้ เรามาพนันกันหน่อยไหมล่ะ?”
“พนัน?” หวงเส้าเทียนถึงกับอึ้ง “พนันอะไร?”
“ก็พนันว่านายจะเป็คนที่ได้คะแนนสูงสุดของห้องในรอบนี้จริงหรือเปล่าไง”หลินจิงเหยาเอื้อมมือไปถอดกล้องแอ็กชันที่แขวนอยู่ตรงหน้าอกขึ้นมาชูแล้วพูดต่อว่า
“ถ้านายได้คะแนนสูงสุด ฉันยอมเสียยาพลังเืให้นายหนึ่งเม็ดแต่ถ้านายไม่ได้ นายต้องเสียยาพลังเืให้ฉันหนึ่งเม็ด”
หวงเส้าเทียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแต่พอเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของหลินจิงเหยา เขาก็หัวเราะร่าออกมา
“นักเรียนในห้องที่ยังไม่ได้ส่งวิดีโอก็เหลือแค่เธอกับจืออวี๋สองคนแล้ว”
“จืออวี๋น่ะเป็ไปไม่ได้แน่นอน ลำพังแค่งูเกล็ดขาวที่เธอทำพันธสัญญาด้วยไม่โดนสัตว์อสูรในป่าคาบไปกินก็บุญเท่าไหร่แล้วอย่าหวังว่าจะมาช่วยเธอล่าสัตว์อสูรเลย”
“ส่วนเธอ แม้ฝีมือจะนับว่าไม่เลว แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะฆ่าสัตว์อสูรได้สักกี่ตัว? คงไม่เก่งไปกว่าสิงโตขนเพลิงกลืนอัคคีของฉันหรอกมั้ง?”
“ตกลง! ฉันรับพนัน!”
“แต่ถ้าเธอแพ้ ฉันไม่เอายาพลังเืของเธอหรอก”
หวงเส้าเทียนยิ้มกริ่มพลางหันไปมองเจียงจืออวี๋ที่กำลังส่งวิดีโออยู่ไกลๆ
“เธอแค่ต้องเอาบัญชีวีแชทของจืออวี๋มาให้ฉันก็พอ”
เมื่อเห็นท่าทางหื่นกามของหวงเส้าเทียนหลินจิงเหยาก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่และน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็แฝงไปด้วยความรังเกียจ
“บัญชีวีแชทของจืออวี๋น่ะได้อยู่หรอก แต่ต้องเพิ่มเดิมพัน”
“นอกจากยาพลังเืเม็ดนั้นแล้วต้องเพิ่มยาประสานเืสำหรับสัตว์อสูรสองสามเม็ด”
ยาพลังเืกับยาประสานเืความจริงคือสิ่งเดียวกันเพียงแต่ยาประสานเืคุณภาพจะต่ำกว่าเล็กน้อยและมีสิ่งเจือปนค่อนข้างมากผู้ฝึกยุทธ์กินเข้าไปอาจทำให้การไหลเวียนของพลังเืติดขัดจนเกิดอาการาเ็ซ่อนเร้นได้แต่ถ้าให้สัตว์อสูรกินก็ไม่มีปัญหาอะไร
ยาพลังเืมีราคาตลาดอยู่ที่เม็ดละสองพันเหรียญพันธมิตรส่วนยาประสานเืราคาแค่ประมาณหนึ่งพันเหรียญเท่านั้น
“ตกลง!”
หวงเส้าเทียนทำท่าโอเคมุมปากปรากฏรอยยิ้มมั่นใจอีกครั้ง
ทว่าในวินาทีต่อมาเสียงของอาจารย์ประจำชั้นก็ดังแว่วมา
“เจียงจืออวี๋ สองร้อยสามสิบสี่คะแนน”
เท่าไหร่นะ?สองร้อยสามสิบสี่?
สิ้นเสียงนี้ทุกสายตาก็พุ่งไปที่อาจารย์ประจำชั้นทันที
หวงเส้าเทียนที่เดิมทีหยิ่งผยองถึงกับยิ้มค้าง
เป็หลินจิงเหยาที่หัวเราะหึๆออกมา ก่อนจะยื่นมือไปทางหวงเส้าเทียน
“คุณชายใหญ่หวง พนันกันแล้วก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้เมื่อกี้คุณชายใหญ่รับคำท้าต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะ คงไม่คิดจะกลับคำหรอกนะ?”
ใบหน้าของหวงเส้าเทียนค่อยๆแข็งทื่อ เขารู้สึกเหมือนมีสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องมาที่แผ่นหลัง
เขาเริ่มตาสว่างแล้ว
เมื่อกี้หลินจิงเหยาตั้งใจเอากล้องแอ็กชันมาล่อหลอกเขาเพื่อให้เขาเข้าใจผิดว่าคนที่พนันกับเขาก็คือหลินจิงเหยาแต่ความจริงแล้วคือเจียงจืออวี๋...
ไม่สิต่อให้เป็เจียงจืออวี๋ ทำไมเธอถึงได้คะแนนเยอะขนาดนี้?
หวงเส้าเทียนอยากจะะโถามด้วยความสงสัยตามสัญชาตญาณแต่พอหันกลับไปก็เจอสายตาของเพื่อนร่วมชั้นจ้องมองมา
“วางใจเถอะ แค่ยาไม่กี่เม็ดเองฉันไม่ถึงขั้นต้องเบี้ยวพนันที่ตัวเองรับคำท้าไว้หรอก”
สิ้นคำพูดหวงเส้าเทียนก็สะบัดมือ พลันมีขวดกระเบื้องเคลือบสองขวดปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
เขาเทยาออกจากขวดแต่ละใบแล้วโยนให้หลินจิงเหยา
“หายกันแล้วนะ”
“หึๆ สมแล้วที่เป็คุณชายใหญ่หวงผู้ใจกว้างยามูลค่าสี่พันเหรียญยกให้ได้สบายๆ”
หลินจิงเหยากำยาไว้ในมือและไม่ลืมที่จะจิกกัดหวงเส้าเทียนปิดท้ายไปทีหนึ่ง
แม้หวงเส้าเทียนจะรู้สึกไม่พอใจมากแค่ไหนเมื่อเผชิญกับการเยาะเย้ยของหลินจิงเหยาแต่เขาก็ทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้ ส่วนในใจจะด่าทออะไรบ้างนั้นก็สุดจะรู้ได้
“มีอะไรกันเหรอ?”
เจียงจืออวี๋เพิ่งส่งวิดีโอเสร็จแล้วเดินเข้ามาเห็นบรรยากาศแปลกๆ จึงเอ่ยถามขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอก แค่มีคนโง่คนหนึ่งบอกว่าจะยกยาให้เธอสองเม็ดน่ะ”
หลินจิงเหยายัดยาพลังเืใส่มือเจียงจืออวี๋แล้วรับกระเป๋าเป้มาจากหลังของเจียงจืออวี๋เพื่อรูดซิปออก
“เสี่ยวไป๋ ดูสิว่าพี่สาวหาอะไรมาให้นาย”
ไป๋ฉางเซิงมีความรู้สึกไวต่อกลิ่นอยู่แล้วทันทีที่ซิปกระเป๋าถูกรูดออก กลิ่นหอมสะอาดสะอ้านก็พุ่งเข้ามาปะทะจมูก
แรงดึงดูดขั้นสุดยอดทำให้ไป๋ฉางเซิงราวกับสูญเสียสติไปชั่วขณะ
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียวอ้าปากงับยาเม็ดสีแดงสดในมือหลินจิงเหยากลืนลงไปในคำเดียว
“เดี๋ยว เสี่ยวไป๋ค่าพลังเืยังต่ำเกินไป กินยาประสานเืไม่ได้นะ...”
เจียงจืออวี๋ยังพูดไม่ทันจบไป๋ฉางเซิงก็กลืนลงคอไปเรียบร้อยแล้ว วินาทีต่อมาความร้อนพลุ่งพล่านที่ยากจะอธิบายก็ถาโถมเข้ามาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นในจังหวะนั้น
[ยินดีด้วยโฮสต์กลืนกินยาประสานเื ได้รับค่าพลังเื 28 แต้ม ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 12 แต้ม]
ค่าพลังเืที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตาราวกับจะฉีกกระชากร่างกายของไป๋ฉางเซิงให้แตกออกจากกันความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่การอิ่มจนจุกธรรมดา
มันใกล้เคียงกับการพุ่งขึ้นมาจากใต้ทะเลลึกหลายร้อยเมตรสู่ผิวน้ำในทันที
เพียงพริบตาเดียวไป๋ฉางเซิงก็รู้ว่าถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่างร่างกายของเขาอาจจะะเิออกเพราะฤทธิ์ยาได้ทุกเมื่อ
[ใช้แต้มวิวัฒนาการ เพื่ออัปเกรดสาขาสายวิวัฒนาการต่อไป: เสริมพลังการย่อย]
[หักแต้มวิวัฒนาการ 5 แต้มระดับสาขาสายวิวัฒนาการเสริมพลังการย่อยเพิ่มขึ้น]
[สาขาสายวิวัฒนาการที่ปลดล็อกปัจจุบัน: เสริมพลังการย่อย Lv.3(0/20)]
เมื่อเสริมพลังการย่อยถูกยกระดับขึ้นเป็เลเวลสามฤทธิ์ยาที่ตอนแรกกำลังพุ่งพล่านกระแทกไปทั่วร่างก็ถูกยับยั้งไว้ทันควันและเมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกเหมือนร่างกายจะะเิก็ค่อยๆจางหายไปอย่างต่อเนื่อง
เกือบไปแล้ว...เกือบต้องมาตายเพราะเห็นแก่กินแท้ๆ