“ท่านพ่อตอนนี้ข้าไม่ทราบว่าฮ่องเต้มีความสงสัยและความระแวดระวังต่อท่านหรือไม่แต่ถ้าพี่ใหญ่กลายเป็นราชบุตรเขยแล้วเช่นนั้นหากเหล่าขุนนางทูลเรื่องไม่ดีของท่านต่อหน้าฮ่องเต้ ฟ้องฎีกาขับไล่ท่านอาจจะมีเพียงครั้งหรือสองครั้งหรือไม่มีสักครั้ง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานแล้วไม่มีผู้ใดสามารถรับประกันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านเข้าใจใช่หรือไม่เจ้าคะ? ”
ฮวาเหยียนเอ่ย
มู่เอ้าเทียนไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาสักคำได้เป็นเวลานาน หลังจากที่ตกใจและหวาดกลัวอยู่ชั่วครู่ก็หันมองฮวาเหยียนด้วยสายตาแห่งความชื่นชมยินดีและให้เกียรติ
“ลูกรัก ในครอบครัวของเรา เจ้าฉลาดที่สุดตั้งแต่ยังเด็กตอนนี้เจ้าเติบโตขึ้นแล้ว พ่อภูมิใจในตัวเจ้ายิ่งนัก ความจริงแล้ว…”
มู่เอ้าเทียนหยุดพูดไปสักพัก เขาถอนหายใจด้วยความลังเลไม่รู้จะทำเช่นไรต่อ“คำพูดของจ้าที่กล่าวในวันนี้ พี่ชายใหญ่ของเจ้าก็เคยกล่าวกับพ่อเช่นกันพี่ชายใหญ่ของเจ้าบอกว่าความรุ่งโรจน์ของตระกูลมู่นั้นสูงมากเกินไปแล้วถ้าหากยังเพิ่มขึ้นไปอีก เช่นนั้นความรุ่งโรจน์ก็อาจเปลี่ยนเป็นภัยพิบัติแทนแม้พี่ชายคนที่สามของเจ้าจะไม่ได้เติบโตในราชสำนัก อีกทั้งยังไม่มีตำแหน่งทางการถนัดในเรื่องไก่ชนและแข่งม้าแต่แท้จริงแล้วพี่ชายคนที่สามของเจ้าก็มีความสามารถเช่นกัน ลูกๆทุกคนล้วนเป็นความภาคภูมิใจของพ่อ แต่พวกเจ้า... ลูกรักพวกเจ้าไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับฮ่องเต้ นั่นคือพี่น้องที่ไม่ต้องระแวงหลังต่อกันเป็นตายร่วมกัน ต่อให้ทุกคนในใต้หล้านี้ทรยศพระองค์ แต่พ่อจะไม่ทำ .."
มู่เอ้าเทียนลูบหัวฮวาเหยียน
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ข้าก็แค่บอกว่าอาจจะมีโอกาสแบบนั้นเกิดขึ้นท่านอย่าได้เอามาใส่ใจเลย”
ฮวาเหยียนยิ้มตอบ
บางคนมีความศรัทธา ความรักแว่นแคว้นเคารพฮ่องเต้ ปกป้องต้าโจว นั่นคือความศรัทธาของมู่เอ้าเทียน
ดังนั้นคำบางคำสามารถชี้แนะได้แต่ศรัทธาในหัวใจของมิอาจทำลายได้หากศรัทธาล่มสลาย ตัวคนก็จะถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน
“แต่ท่านพ่อเจ้าคะ สิ่งที่ข้ากล่าวกับท่านไป ท่านยังต้องจดจำเอาไว้ใส่ใจหากฮ่องเต้กล่าวถึงเรื่องการแต่งงานกับท่านไม่ว่าอย่างไรท่านก็ไม่สามารถตอบตกลงได้ ท่านต้องคิดเผื่อพี่ใหญ่นะเจ้าคะฉู่รั่วหลานไม่คู่ควรกับพี่ใหญ่จริงๆอีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างพี่ใหญ่และแม่นางมู่ก็ควรเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตที่เขาสองคนต้องตัดสินใจท่านไม่สามารถแยกพวกเขาออกจากกันได้”
ฮวาเหยียนเน้นย้ำอีกครั้ง นางกลัวว่ามู่เอ้าเทียนจะไม่เชื่อฮวาเหยียนดึงแม่กุญแจทองออกมา มันเป็นของขวัญการพบหน้าที่มู่เฉิงอินมอบให้นางก่อนหน้านี้แม่กุญแจทองอันเล็กมีราคาล้ำค่า ด้านบนยังสลักชื่อของมู่เฉิงอินเอาไว้ฮวาเหยียนยื่นมันมาตรงหน้าท่านพ่อของนาง "ท่านพ่อดูนี่เถิด นี่คือสิ่งที่แม่นางมู่วานให้ข้ามอบมันให้พี่ชายคนโต"
มู่เอ้าเทียน "...! "
บุตรสาวของเขาได้เจอกับแม่นางตระกูลมู่ตั้งแต่เมื่อใด?
ราวกับนางคาดเดาได้ถูกต้องว่ามู่เอ้าเทียนกำลังคิดอะไรอยู่ฮวาเหยียนจึงเปิดปากกล่าวต่อ"ข้าได้ยินมาว่าพี่ใหญ่และแม่นางมู่กำลังคุยกันเรื่องการแต่งงานข้าเลยอยากจะไปดูว่านางเป็นสตรีเช่นไรแต่คาดไม่ถึงว่าพวกเราเพียงได้พบกันครั้งแรกก็รู้สึกสนิทสนมราวกับเป็นสหายเก่าอีกทั้งข้ายังได้ถามความรู้สึกที่นางมีต่อพี่ใหญ่ แม่นางมู่ชอบพี่ใหญ่มากๆเลยนะเจ้าคะ”
ฮวาเหยียนโกหก แม้แต่ร่างต้นฉบับก็ยังไม่ได้เขียน
"เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด? "
มู่เอ้าเทียนเลิกคิ้วถามด้วยความตกใจ
ฮวาเหยียนปัดผมด้านหน้าของตนอย่างใจเย็น"เมื่อเช้าวันนี้เจ้าค่ะ..."
"ดี…ดียิ่ง…"
มู่เอ้าเทียนพยักหน้าอีกครั้งและอีกครั้ง
“ในเมื่อแม่นางน้อยตระกูลมู่พึงใจพี่ชายของเจ้าเช่นนั้นพ่อก็ทราบแล้วว่าต้องทำอย่างไรต่อ ลูกรัก เจ้าวางใจเถิด”
มู่เอ้าเทียนตอบ
ฮวาเหยียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เช่นนั้นก็กลับบ้านกันเถิดเจ้าค่ะท่านพ่อ”
ทั้งสามคนเดินกลับจวนจิตใจของมู่เอ้าเทียนมีความสุขและผ่อนคลายอย่างไม่รู้ว่าจะพรรณนาออกมาได้อย่างไรยิ่งเขามองดูบุตรสาวล้ำค่าของเขา ก็ยิ่งรู้สึกว่าเหตุใดนางถึงดีถึงเพียงนี้ไม่พูดไม่จาก็สามารถแก้ปัญหาใหญ่ให้ที่บ้านได้แล้ว
ไอ้หยา บุตรสาวที่แสนดี ไม่รู้ว่าผู้ใดจะโชคดีพอจะแต่งงานกับนางในอนาคตเมื่อคิดถึงฉากนั้น มู่เอ้าเทียนก็รู้สึกหัวใจเต้นอย่างรุนแรง
ทันทีที่ทั้งสามเข้าไปในจวน พ่อบ้านลุงหวังก็รีบพุ่งเข้ามาหา “ท่านอ๋องท่านออกไปแต่เช้าและไม่ได้กลับมาในตอนบ่ายทางวังส่งคนมาบอกว่าฮ่องเต้ต้องการให้ท่านเข้าวังขอรับ”
แย่แล้ว
เมื่อพูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา [1]
“ผู้ส่งสารอยู่ที่ใดแล้ว? ”
“หลังจากที่รอท่านกลับ แต่ไม่เห็นท่านกลับมาเสียทีจึงกลับไปรายงานแล้วขอรับ”
พ่อบ้านหวางตอบ
“เอาล่ะ เจ้าไปเถิด เจ้าถือโอกาสไปหานักบัญชีเพื่อปิดบัญชีด้วยที่ดินข้างนอกนั่นอีกทั้งยังมีเรื่องสมบัติในคลังเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องขายแล้ว ตอนนี้ขาดแค่เงินห้าแสนตำลึงก็ถือว่าเสร็จเรียบร้อยหลังจากทำจนเสร็จสิ้นแล้วก็ให้เหล่าอู่มารายงานตัวกับข้า"
“ขอรับ ทาสชราคนนี้จดจำเอาไว้แล้ว ท่านอ๋องมีคำสั่งอื่นอีกหรือไม่ขอรับ? ”
"ไม่มีแล้ว เจ้าไปเถิด"
มู่เอ้าเทียนโบกมือ
“ลูกรัก เจ้าว่าฮ่องเต้เรียกพ่อเข้าวังเพราะอยากจะคุยเรื่องแต่งงานใช่หรือไม่? ”
มู่เอ้าเทียนถาม
เพิ่งพูดคุยเรื่องนี้กับบุตรสาวของตนไป ตอนนี้ก็ถูกเรียกเข้าพบในวังไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะไม่คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
ฮวาเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งนางรู้ว่าพ่อของนางพาหยวนเป่าน้อยออกไปเดินเล่นตั้งแต่เช้าจึงไม่ได้เข้าไปที่ท้องพระโรงวันนี้อีกทั้งเวลาที่นางพบกับฉู่รั่วหลานก็เพิ่งผ่านไปไม่นาน หลังจากคำนวณวันเวลาแล้ว ยังกล่าวได้ไม่ชัดเจนว่าเป็นฉู่รั่วหลานถูกมู่เฉิงอินทำให้ขายหน้าจึงวิ่งเข้าไปที่วังเพื่อขอให้ฮ่องเต้พระราชทานราชโองการสมรสให้กับนาง
“ท่านพ่อเจ้าคะข้าประเมินว่าที่ฮ่องเต้เรียกให้ท่านให้เข้าวังอาจเนื่องมาจากสองสาเหตุหนึ่งคือเรื่องเมื่อวานนี้ที่ประตูเมือง ตอนที่ข้ากลับเข้าเมืองมาได้เกิดความขัดแย้งกับจวิ๋นจู่หลิวซวงและได้ทำร้ายคนจนได้รับบาดเจ็บและเรื่องที่สองอาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงาน"
ฮวาเหยียนวิเคราะห์
การกลับมาของนางรวมเข้ากับการต่อสู้ที่ประตูเมืองทำให้เกิดเรื่องที่ใหญ่ยิ่งแน่นอนว่ามันจะต้องถูกเล่าต่อกันจนรู้ถึงพระกรรณของฮ่องเต้แน่นอน
“อืม ไม่เป็นไร ในใจของพ่อมีแผนการ คนพวกนั้นกล้าตำหนิข้าต่อหน้าฮ่องเต้ฮึ่ม! ดูแล้ว บทลงโทษของข้าคงเบาเกินไป”
ทั้งร่างของมู่เอ้าเทียนเต็มไปด้วยไอเย็นชา
“เอาล่ะ ลูกรัก เจ้าไปพักผ่อนกับหยวนเป่าเถิดพ่อจะเตรียมตัวแล้วค่อยเข้าวัง”
มู่เอ้าเทียนวางหยวนเป่าลงแล้วเปิดปากกล่าว
“ท่านตารีบกลับมาเร็วๆ นะขอรับหยวนเป่าจะรอให้ท่านตาไปเจอเสี่ยวฮวาด้วยกัน”
เสี่ยวฮวาก็คือลาตัวนั้น
มู่เอ้าเทียนยิ้มและลูบหัวหยวนเป่าอย่างอ่อนโยน
...
หลังจากที่มู่เอ้าเทียนออกไป ฮวาเหยียนก็พาหยวนเป่าน้อยกลับห้องเมื่อฮวาหงและหลิ่วลวี่เห็นพวกเขาทั้งสองกลับมาแล้วก็ทำความเคารพก่อนที่นางหนึ่งจะนำอ่างน้ำเย็นเพื่อคลายความร้อนเข้ามาในห้องส่วนอีกนางหนึ่งก็ลงไปยกผลไม้แช่เย็นเข้ามา
ฮวาเหยียนและหยวนเป่าเข้ามาในห้องก็เปิดหน้าต่างก่อนเป็นอันดับแรกลมเย็นพัดเข้ามาช่วยบรรเทาความร้อนได้ดียิ่ง
สระบัวถูกขุดอยู่หลังหน้าต่าง สายน้ำใสแจ่ว มีปลาจิ่นหลี่ [2] ว่ายวนอยู่ ทิวทัศน์งดงามยิ่ง
“ท่านแม่ขอรับ เสี่ยวไป๋อยู่ที่ไหนหรือ? ท่านเห็นมันหรือยังขอรับข้าส่งมันมาที่จวนตั้งแต่เช้า เจ้าตัวเล็กคนนี้คงจะไม่ได้หลงทางไปแล้วนะขอรับ”
หยวนเป่าเดินวนไปรอบๆ ห้อง แต่เขากลับไม่พบเสี่ยวไป๋ จึงถามออกมาเสียงดัง
"หือ…"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ฮวาเหยียนตบเข้าที่ศีรษะของนางอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ทันที
นางส่งเสี่ยวไป๋ไปเพื่อขอความช่วยเหลือ
“แม่ได้ยินมาว่าท่านตาของเจ้าทะเลาะกับท่านแม่ทัพเจียงถิงแห่งตระกูลเจียงแม่กลัวว่าพวกเจ้าจะเสียผลประโยชน์จึงวานเสี่ยวไป๋ไปส่งจดหมายให้ลุงของเจ้าแม่เดาว่ามันใกล้จะกลับมาแล้วล่ะ”
ฮวาเหยียนตอบ
“อืม เข่นนั้นก็ไม่เป็นไร เสี่ยวไป๋ฉลาดยิ่งนัก มันจะกลับมาเร็วๆนี้แน่ขอรับ”
หยวนเป่ากล่าวอย่างไม่กังวลเลยสักนิด
ฮวาเหยียนเองก็พยักหน้ารับเช่นกัน ตอนนี้นางกังวลเพียงเรื่องอื่นพี่ใหญ่ต้องรีบไปที่จวนของท่านแม่ทัพเจียงถิงหลังจากที่ได้รับจดหมายของเสี่ยวไป๋แน่ และเขาควรจะกลับจวนเมื่อพบว่าไม่มีเรื่องอันใดทว่าเรื่องการแต่งงานระหว่างพี่ใหญ่และแม่นางมู่ที่นางปรึกษากับท่านพ่อนางจะบอกพี่ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?
ถ้าหากพี่ใหญ่ไม่ชอบแม่นางมู่ จะทำเยี่ยงไรดี?
ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าแม่กุญแจสีทองอันเล็กในมือนั้นหนักอึ้งกว่าเดิมนางควรทำเช่นไรดี...
เชิงอรรถ
[1] พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา 说曹操,曹操到 shuō Cáo Cāo Cáo Cāo dào เป็นสุภาษิตหมายถึง เรากำลังพูดถึงใครคนใดคนหนึ่งอยู่แล้วคนคนนั้นก็บังเอิญผ่านมาพอดี
[2] ปลาจิ่นหลี่ 锦鲤 Jǐn lǐ หมายถึง ปลาคาร์ฟ