ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 74 เยียนหอการค้าเงามายา

            บทที่74

            เยียนหอการค้าเงามายา

            บรรยายถึงภายในห้องโถงของกลุ่มกลีบบุปผา 

            “ตายหมดเลยงั้นหรือ...?”เสียงของหมิงเยว่หลานดังขึ้นเบา ๆ ทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดันแฝงเร้น

            นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หอมแกะสลักมือขวาของนางที่ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก หยุดค้างกลางอากาศดวงหน้างดงามประหนึ่งวาดขึ้นจากพู่กันเซียน คิ้วเรียวยาวประหนึ่งปีกหงส์กลับค่อย ๆขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

            บรรยากาศภายในห้องโถงไม้หอมสงบนิ่งในทันที

            ชายชราผู้หนึ่งซึ่งยืนเคียงอยู่ด้านข้างเป็นผู้คุ้มกันในชุดนักพรตสีเทาหม่น ศีรษะบางเบาเงยขึ้นอย่างระมัดระวังก่อนจะกล่าวเสียงเคร่งขรึม

            “...ใช่ขอรับ” เขากล่าวคำอย่างชัดถ้อย น้ำเสียงแม้สงบแต่แฝงความตื่นตระหนก “ชายหนุ่มผู้นั้น สังหารล้างตระกูลหลี่จนสิ้น มิได้เว้นแม้แต่คนเดียวเขาลงมือโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย”

            สายตาของเขาหลุบต่ำลงก่อนจะเอ่ยเสริม“...ความโหดเหี้ยมเยี่ยงนี้ เหนือความคาดหมายของข้ายิ่งนัก”

            หมิงเยว่หลานนิ่งไปชั่วครู่ คิ้วเรียวคลายออกเล็กน้อยราวกับกำลังไตร่ตรองแต่เพียงชั่วลมหายใจหนึ่ง นางก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

            “แล้วตอนนี้...เขาไปที่ใดแล้ว?”

            “ออกนอกเมืองไปแล้วหรือไม่?”

            ชายชราสะดุ้งเล็กน้อยจากคำถามนั้นก่อนจะรีบตอบกลับโดยไม่รอช้า

            “ไม่ขอรับ…” เขาหยุดสูดลมหายใจสั้น ๆ แล้วกล่าวต่อ

            “...เขามุ่งหน้าไปยัง หอการค้าเงามายาขอรับ”

            คำตอบนั้นพลันทำให้คิ้วของหมิงเยว่หลานซึ่งเพิ่งจะคลายออกกลับมาขมวดเข้าหากันอีกครั้งอย่างชัดเจนกว่าเดิมดวงตาที่เดิมสงบนิ่งกลับปรากฏแววเย็นเยียบเจือรำพึง

            นางเอียงศีรษะเล็กน้อย มองไปยังถ้วยชาในมือราวกับไม่มองชายชราก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่ว แต่แฝงด้วยความกดดัน

            “...ไปหอการค้าเงามายา?”

            “ไปทำสิ่งใดกัน?”

            น้ำเสียงของนางแม้ไม่สูงหากแต่บรรยากาศในห้องก็เย็นลงฉับพลัน

            ชายชราเม้มริมฝีปากแน่นสีหน้าเปลี่ยนแปรทันที ราวกับไม่กล้ากล่าวสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

            เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งดวงตาสั่นไหวก่อนจะหลบต่ำ

            “เรื่องนี้...ข้าเกรงว่า…”

            …. 

            หลังจากสังหารล้างตระกูลหลี่จนสิ้นหยุนโม่ก็ออกจากจวนของพวกมันอย่างสงบและมุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

            ไม่นานนักเขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูสูงของสถานที่หนึ่ง หอการค้าเงามายา

            อาคารขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางย่านการค้าของเมืองอวี้หยางหลังคาทรงสูงตกแต่งด้วยกระเบื้องสีดำแซมทองเสาไม้แกะลวดลายเมฆหมอกพลิ้วไหวเป็นชั้นซ้อนกันหลายระดับแผ่รัศมีสงบนิ่งแต่แฝงด้วยพลังลึกลับ

            ที่เบื้องหน้าประตูใหญ่ ร่างของชายหนุ่มในชุดเรียบง่ายผู้เคยไปพบหยุนโม่มาก่อนหน้านี้ยืนรออยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะมาถึง

            เมื่อเห็นหยุนโม่ก้าวเข้ามาใกล้ชายผู้นั้นก็โน้มตัวเล็กน้อยก่อนจะผายมือเชื้อเชิญ พร้อมกับเอ่ยเบา ๆด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

            “เชิญ”

            หยุนโม่เพียงพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้กล่าวคำใดเขาก้าวเท้าเดินเข้าไปโดยไม่ชะงักหรือแสดงท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อยท่ามกลางสายตาเงียบขรึมของชายที่ยืนรอ

            ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ด้านในหอการค้าบรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พลังปราณในอากาศหนาแน่นขึ้นอย่างชัดเจน แสงไฟอ่อนนวลจากโคมวิญญาณตามแนวผนังส่องสว่างพอเหมาะกลิ่นหอมบาง ๆ จากธูปปราณทำให้บรรยากาศดูสงบนิ่ง ลุ่มลึกแต่ไม่ถึงกับอึดอัด

            ชายผู้นั้นเดินนำหยุนโม่ไปตามเส้นทางเฉพาะของหอการค้าเส้นทางที่มิใช่เปิดไว้สำหรับแขกทั่วไป
     ตลอดทางที่เดินผ่านมีม่านพลังเลือนลางบางจุดกระจกสะท้อนพลังบางบาน และบันไดวิญญาณที่พาดขึ้นสู่เบื้องบนอย่างสง่างาม

            และไม่นานนักทั้งสองก็เดินขึ้นมาถึงบริเวณชั้นบนสุดของหอการค้าเงามาย

            ที่ปลายสุดของโถงยาวตรงหน้ามีห้องบานใหญ่ประดับด้วยกรอบทองและตราสัญลักษณ์ของหอการค้าอันลึกลับบานประตูสองข้างปิดสนิท รัศมีบางเบาของอาคมคุ้มกันลอยวนอยู่บริเวณรอบขอบประตู

            ชายหนุ่มผู้เป็นผู้นำทางหยุดยืนหน้าห้องกวาดตามองไปรอบหนึ่งอย่างระวัง ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือไปผลักประตูไม้เปิดออกอย่างช้าๆ

            เสียงบานพับไม้ครวญเบา ๆทว่าไม่มีสิ่งใดผิดแปลก

            หลังจากผลักเปิดแล้วเขาไม่ได้ก้าวเข้าไปด้านใน แต่เพียงหันกลับมามองหยุนโม่ สบตากันสั้น ๆแล้วจึงผายมือเป็นสัญญาณให้เข้าไปคนเดียว

            หยุนโม่ยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในโดยไม่กล่าวคำใด

            และทันทีที่เขาก้าวข้ามธรณีประตูร่างทั้งร่างก็หายลับเข้าไปในห้องที่กว้างใหญ่

            เสียงประตูไม้ด้านหลัง…

            ปิดลงอย่างเงียบงัน

            ภายในห้องแห่งนี้กว้างขวางโอ่อ่าเพดานสูงโปร่ง ผนังทั้งสี่ด้านประดับด้วยผืนผ้าไหมลวดลายหมอกเคลื่อนคล้อยเงาสะท้อนของอักขระพรางตาและม่านพลังบางเบาระยิบระยับอยู่เงียบ ๆ โดยไร้เสียง

            ใจกลางห้องมีโต๊ะชาไม้หอมตั้งอยู่บนโต๊ะจัดชุดน้ำชาอย่างประณีต ชุดกาน้ำชาทำจากหยกขาวขุ่นฝังลายมังกรน้ำเต้ากำลังแผ่ไอร้อนจาง ๆ เหนือผิวโต๊ะ กลิ่นชาหอมอ่อนลอยกรุ่นตลบไปทั่ว

            ที่โต๊ะนั้น…มีชายชราผู้นั่งอยู่ก่อนแล้วร่างของเขาไม่ใหญ่โตนัก แต่ท่านั่งหลังตรงมั่นคงดั่งภูผา เส้นผมยาวสีดอกเลาก็ยังถูกรวบอย่างเรียบเรียงดวงหน้าที่ประดับด้วยริ้วรอยตามวัยกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจเร้นลึกเปลือกตาหลับพริ้มราวกับกำลังดื่มด่ำกับรสชาตของชาหอม

            หยุนโม่ก้าวเข้ามาเพียงไม่กี่ก้าวก็มองเห็นภาพดังกล่าว

            เขาชะงักเล็กน้อยดวงตาหรี่ลงแคบทันที สายตาแน่วแน่จ้องไปยังชายชราผู้นั้นราวกับประเมินทุกการขยับเขยื้อน

            เพียงแค่ทอดสายตามองเขาก็เข้าใจได้ทันที... ชายผู้นี้ คือผู้ดูแลสูงสุดของหอการค้าเงามายาคือบุคคลที่ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวถึงก่อนหน้านี้

            หยุนโม่ยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เสียงเรียบเย็นเฉียบดังขึ้นภายใต้หน้ากากเหล็ก

            “ท่านเชิญข้ามาเช่นนี้...มีเรื่องอันใดหรือ?”

            ชายชรานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆลืมเปลือกตาขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่ลึกซึ้งดุจบ่อน้ำโบราณไม่อาจคาดเดาความคิดได้แม้แต่น้อย

            เขามองหยุนโม่อย่างตรงไปตรงมาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ได้ยินว่า...เจ้ามีอาวุธที่สามารถสังหารผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาได้... อย่างง่ายดาย”

            หยุนโม่ยักไหล่เล็กน้อยมือขวาเลื่อนเข้าสู่ภายในชุดคลุม แล้วหยิบวัตถุสีดำมันวาวขึ้นมา “อืม... หมายถึงเจ้านี่หรือ?”

            ปลายนิ้วของเขาหมุนกระบอกปืนเล็กน้อยกลางอากาศอย่างไม่แยแสแสงสะท้อนจากผิวโลหะสีดำของปืนพกวาววับภายใต้แสงไฟในห้อ

            ชายชราไม่ตอบในทันทีเขาจ้องวัตถุนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ ก่อนจะกล่าวอย่างนุ่มนวล ทว่าแฝงความหนักแน่น

            “ไม่ทราบว่า...เจ้าได้มันมาได้อย่างไร?”

            หยุนโม่เพียงยกยิ้มมุมปาก “ข้าสร้างมันขึ้นมาเอง... แล้วจะให้ได้มายังไงอีก?”

            คำตอบของเขาทำให้ชายชราหรี่ตาลงเล็กน้อยแววประหลาดใจแวบผ่านในดวงตาเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนที่เขาจะกล่าวต่อ

            “ข้าอยากให้เจ้า...ขายมันให้กับหอการค้าของเรา”

            หยุนโม่เลิกคิ้วขึ้นอย่างเชื่องช้าแววตาหลังหน้ากากทอแสงแปลกประหลาด

            “ขายมัน...? เจ้านี่หรือ?” เขาหมุนปืนในมือเล่นเบา ๆพร้อมถามกลับอย่างไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเข้าใจถูกหรือไม่ชายชราส่ายหน้าเบา ๆแล้วตอบเสียงราบเรียบ

            “หาใช่เพียงกระบอกนี้ไม่...ข้าหมายถึง วิธีสร้าง ของเจ้าต่างหาก”

            วินาทีนั้นเอง...ดวงตาของหยุนโม่กลับหรี่ลงอย่างช้า ๆ คล้ายรอยยิ้มใต้หน้ากากจะจางหายไปในพริบตา

            บรรยากาศภายในห้องสงบเงียบราวสายน้ำใต้ผืนน้ำแข็งแต่แรงกดดันบางอย่างเริ่มคลี่คลุมไปทั่วทุกอณู

            สายตาของทั้งสองสบประสานกันกลางห้องกว้าง 

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน