ปฐมบทแห่งมังกร

    29 พันธะที่ถูกปลุกให้ตื่น

    ท่ามกลางมิติลี้ลับอันเป็นดินแดนโบราณของเผ่าพันธุ์มังกร...


    ​บนยอดเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยไอหมอกหนาทึบ ร่างมหึมาอันน่าเกรงขามของมังกรไฟสีน้ำเงินเพลิงกำลังนอนนิ่งอยู่ในห้วงจำศีลอันยาวนาน 


    ทว่าในวินาทีเดียวกับที่พลังเวทต้นกำเนิดในโลกมนุษย์เริ่มตื่นขึ้น เปลือกตาอันหนักอึ้งของมันก็เบิกโพลงขึ้นทันควัน ดวงตาสีน้ำเงินเรืองรองส่องสว่างวาบขจัดความมืดมิด มังกรยักษ์ผงกหัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณสายเลือดในอกเดือดพล่านจนมันต้องพึมพำออกไปด้วยสุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ


    ​"...ถึงเวลาแล้วสินะ"


    ​สิ้นคำพึมพำนั้น ร่างมหึมาก็ขยับกายจนขุนเขาโดยรอบสั่นสะเทือน มันอ้าปากคำรามลั่นพร้อมกับปลดปล่อยมวลเพลิงสีฟ้าครามขนาดมหึมาพ่นทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง เปลวไฟสีฟ้าพวยพุ่งเจิดจ้าเผาไหม้กลืนกินความมืดมิดในมิติลี้ลับจนสว่างวาบไปทั่วบริเวณ อานุภาพความร้อนแรงของมันทรงพลังจนชั้นบรรยากาศบิดเบี้ยว


    ​ก่อนที่ภาพเปลวเพลิงสีฟ้าอันโชติช่วงนั้นจะค่อย ๆ เลือนดับและตัดสลับกลับมาสู่โลกมนุษย์...


    ​ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนอันดึกสงัด บนเส้นทางเปลี่ยวร้างอันห่างไกลลึกลับ มีบุรุษลึกลับคนหนึ่งกำลังก้าวเดินอย่างมั่นคงผ่านความมืด เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาดุดันดูทรงอำนาจ ทว่าแววตากลับราบเรียบ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือเส้นผมยาวสลวยสีน้ำเงินเข้มสนิทดุจท้องฟ้ายามราตรีที่ปล่อยยาวเคลียแผ่นหลัง


    ​ลักษณะการแต่งกายของเขาดูแปลกแยกไปจากผู้คนในแถบนี้อย่างสิ้นเชิง ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นรูปร่างแกร่งกร้าว โดยมีเครื่องประดับโบราณลวดลายอันซับซ้อนห้อยระย้าอยู่ตามร่างกาย สวมคู่กับกางเกงผ้าเนื้อแปลกตา


    ​ในมือถือห่อผ้าปริศนาติดตัวมาด้วย ภาพลักษณ์ทั้งหมดส่งให้เขาดูดึงดูดใจ ลึกลับ และน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง


    ​สิ่งที่นำทางเขาอยู่ ณ ตอนนี้ คือกระแสพลังงานความร้อนที่คุ้นเคยซึ่งกำลังสั่นสะเทือนสอดประสานกันข้ามมิติ ดวงตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มจ้องมองตรงไปยังทิศทางที่ตนเองจับสัมผัสบางอย่างได้ แม้ว่าในค่ำคืนนี้เขาจะยังเดินทางไปไม่ถึงได้โดยง่าย ทว่าเขาก็ยังคงก้าวเดินต่อไปเพื่อจุดมุ่งหมายบางสิ่ง 


    บุรุษลึกลับยังคงสาวเท้าเยื้องย่างมุ่งหน้าต่อไปในความมืดอย่างไม่ลดละ ทุกย่างก้าวเด็ดเดี่ยวและแม่นยำราวกับเขาล่วงรู้จุดหมายปลายทางในใจเด่นชัด ว่าตนเองจะต้องเดินทางไปปรากฏตัว ณ สถานที่แห่งใดในท้ายที่สุด


    ​กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเรย์ ในค่ำคืนดึกสงัดวันเดียวกันหลังจากนั้นไม่นาน...


    ​ภายในห้องนอนอันกว้างใหญ่ แสงไฟสลัวส่องให้เห็นภาพความตึงเครียดที่อบอวลไปทั่วบริเวณ ซาร่ากำลังเดินวนเวียนอยู่ข้างเตียงนอนด้วยความร้อนรนกระวนกระวายใจจนแทบอยู่ไม่เป็นสุข สายตาของคนเป็นแม่ทอดมองร่างของลูกสาวที่นอนสั่นเทาเพราะพิษไข้รุนแรงด้วยความห่วงใยและหวาดหวั่นอย่างที่สุด อาการที่แปลกประหลาดและรอยพลังงานบนตัวของเด็กสาวทำให้หัวใจของเธอหนักอึ้ง


    ​ในยามวิกาลที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤตเช่นนี้ ความลนลานยิ่งทวีคูณเมื่อเหลียวมองไปรอบกายแล้วพบว่าไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอเลยสักคน ทั้งอีริคและลูกชายทั้งสามคนต่างก็ออกไปทำภารกิจด้านนอกและไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ แม้กระทั่งฟรีด้าสาวรับใช้คนสนิทที่มักจะอยู่ข้างกายเสมอ


     ในเวลานี้ก็ไม่อยู่เช่นกัน เนื่องจากนางจำเป็นต้องเดินทางไกลกลับไปเยือนถิ่นฐานบ้านเกิดได้พักใหญ่แล้ว ความโดดเดี่ยวและกังวลใจทำให้เวลาในแต่ละนาทีผ่านไปเชื่องช้าเนิ่นนานราวกับไร้จุดจบ


    ​ซาร่าเฝ้าดูแลลูกสาวด้วยความตื่นตระหนกจนขอบตาร้อนผ่าว มือของเธอสั่นเทายามที่เอื้อมไปแตะผิวที่ร้อนจัดของเซเลส หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลซึมออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เสียงสั่นเครือเอ่ยพึมพำกับตัวเองในความมืดด้วยความสิ้นหวัง


    ​"เกิดอะไรขึ้น... ทำไมถึงเป็นอย่างนี้อีกแล้ว..."


    ​คำพูดนั้นฉุดดึงความคิดของเธอให้หวนนึกถึงฝันร้ายในอดีต นับตั้งแต่เซเลสลืมตาดูโลกจนถึงอายุสิบสี่ปี เด็กคนนี้มีร่างกายแข็งแรงและไม่เคยล้มป่วยเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทว่าจู่ ๆ ในตอนนั้นกลับเกิดอาการไข้ปริศนาร้ายแรงจนแทบเอาชีวิตไม่รอด


     ก่อนที่มันจะหายสนิทและไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยจนกระทั่งเติบโตมาถึงอายุสิบหกปีในคืนนี้ ซึ่งอาการในครั้งนี้มันดูรุนแรงและน่ากลัวกว่าเหตุการณ์ในวัยเด็กมากมายมหาศาล


    ​ความกังวลและอาการลนลานทำให้ซาร่าทำอะไรไม่ถูก เธอพยายามรวบรวมสติที่กระเจิงรีบไปหาอ่างน้ำและผ้าผืนหนามาชุบน้ำเพื่อหวังจะช่วยเช็ดตัวบรรเทาความร้อนให้ลูกสาว ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังใช้ผ้าเปียกลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของเซเลสอยู่นั้น สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น 


    บนผิวที่เคยเรียบเนียนของเด็กสาว ค่อย ๆ ปรากฏเส้นสายพลังงานสีฟ้าอมขาวผุดขยายขึ้นมาเด่นชัดเป็นระยะ มันแตกแขนงลากยาวเป็นริ้วรอยคล้ายกับรูปกิ่งไม้หรือรอยสายฟ้าฟาด ค่อย ๆ แล่นพล่านไปตามร่างกาย


     ซึ่งลวดลายปริศนานี้เป็นรอยเดียวกันกับที่มีอาเคยเห็นก่อนหน้านี้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เส้นสายสีฟ้าอมขาวที่พาดผ่านเหล่านั้นดูน่ากลัวราวกับว่าร่างกายของเซเลสกำลังจะแตกร้าวออกเป็นเสี่ยง ๆ


    ​รอยประหลาดที่เหมือนร่างจะแตกสลายนั้นทำให้ซาร่าเบิกตากว้างด้วยความช็อกและตกใจอย่างหนักจนหัวใจแทบหยุดเต้น 


    ยิ่งไปกว่านั้น อากาศรอบ ๆ ร่างกายเซเลสกลับเริ่มแผ่ไอความร้อนระอุพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ตอนแรกซาร่าคิดว่าร่างกายของลูกสาวร้อนหนักมากพอแล้ว 


    ทว่าพอลวดลายคล้ายรอยร้าวปริศนานั้นปรากฏขึ้นมา บรรยากาศโดยรอบกลับทวีความร้อนจัดจนน่ากลัวราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง 


    ความลึกลับเหนือธรรมชาติทำให้ซาร่ากังวลจนสติสัมปชัญญะแทบหลุดลอย 


    ความกลัวว่าจะต้องสูญเสียลูกสาวไปทำให้เธอยืนเบือนหน้าหนีด้วยความช็อก สติแตกจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างเตียงด้วยหัวใจที่แตกสลายและไร้ทางออก


    ​ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวังจนไม่อาจละสายตากลับมามองเตียงได้นั้น จู่ ๆ ซาร่าก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินสุ้มเสียงแผ่วเบาที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เซเลสที่กำลังนอนไม่ได้สติเริ่มขยับริมฝีปากพึมพำถ้อยคำบางอย่างออกมาอย่างต่อเนื่อง


     ทว่าประโยคเหล่านั้นกลับไม่ใช่ภาษาที่มนุษย์ทั่วไปใช้สื่อสารกัน มันเป็นสุ้มเสียงที่แปลกประหลาด ลึกลับ และฟังดูคล้ายกับภาษาโบราณอันเก่าแก่ที่ไม่มีใครล่วงรู้ความหมาย


    ​ซาร่าหันขวับกลับไปหาลูกสาวทันทีที่ได้ยิน เธอยืนอึ้งและเบิกตากว้างด้วยความงุนงงสับสนอย่างถึงที่สุด หัวใจของคนเป็นแม่เต้นระรัวยามที่พยายามตั้งใจฟังเสียงพึมพำนั้น


     แต่ไม่ว่าจะฟังอย่างไรเธอก็ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าลูกสาวของตนกำลังพูดอะไรออกมา และนั่นมันคือภาษาอะไรกันแน่... ทุกสิ่งรอบตัวเซเลสในเวลานี้มันแปลกประหลาดและลึกลับจนเกินกว่าที่เธอจะหาคำตอบได้ ซาร่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกกับถ้อยคำพิลึกพิลั่นที่หลุดออกมาจากปากลูกสาว 


    แต่ในความช็อกนั้น หัวใจคนเป็นแม่กลับไม่ได้นึกหวาดกลัวหรือระแวงในตัวลูกเลยแม้แต่นิดเดียว เธอคิดเพียงแค่ว่าพิษไข้คงจะเล่นงานลูกสาวของเธอหนักหนาสาหัสเกินไปจนทำให้เด็กน้อยเพ้อเจ้อไร้สติไปเช่นนี้ 


    ความเป็นห่วงที่ล้นอกและกลัวว่าจะต้องสูญเสียลูกสาวไป มันบดบังความเคลือบแคลงใจในภาษาประหลาดนั้นจนหมดสิ้น สิ่งเดียวที่เธอต้องการในตอนนี้คืออยากให้ลูกหายดีเท่านั้น ซาร่าเฝ้าดูแลและร้อนใจอยู่ข้างเตียงอย่างทำอะไรไม่ได้มากนัก...


    ​จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปราวชั่วโมงเศษ ความหวังก็ปรากฏขึ้นเมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นที่หน้าห้องนอนอันเป็นจุดหมาย ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรง มีอาและท่านหมอเลียมพุ่งพรวดเข้ามาด้านในด้วยท่าทางตื่นตระหนก


     ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวเดินไปถึงเตียงนอน ร่างกายก็ต้องหยุดชะงักลงเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับมวลอากาศในห้องที่ร้อนระอุขึ้นมาอย่างผิดปกติ ความร้อนที่แผ่ซ่านอยู่รอบบริเวณนั้นรุนแรงจนผิวหนังรับรู้ได้ถึงความอบอ้าวอันน่าประหลาด


    ​หมอเลียมสัมผัสได้ถึงความร้อนอันไม่ธรรมดา เขารีบก้าวเท้าเข้าไปหานายหญิงซาร่าทันที


    ​หมอเลียม "เกิดอะไรขึ้นครับท่านซาร่า!"


    ​เสียงเรียกของหมอเลียมช่วยดึงสติของซาร่าที่กำลังช็อกและจมดิ่งอยู่กับความกลัวให้กลับคืนมา น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลอาบแก้มยามเมื่อเห็นว่ามีความหวังมาอยู่ตรงหน้า


     ความอัดอั้นและระทึกขวัญทำให้เธอพยายามคุมเสียงที่สั่นเครือเพื่อตอบกลับไป ทว่าด้วยความห่วงลูกจนจับใจทำให้คำพูดของเธอฟังดูติดขัดและตะกุกตะกัก ซาร่าเอาแต่พูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ เพราะความลนลานจนคิดคำอื่นไม่ออก


    ​ซาร่า "เหมือนตอนนั้นเลยท่านหมอเลียม... มันเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด..."


    ​ภาพจำฝันร้ายในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัวจนเธอแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ ซาร่าสะอื้นไห้พลางรวบรวมเรี่ยวแรงเอ่ยประโยคถัดมาด้วยความสิ้นหวัง


    ​ซาร่า "แต่รอบนี้ทำไมมันดูหนักกว่า... ฮึก... แล้วลูกของข้าจะเป็นอะไรหรือเปล่าหมอเลียม! ช่วยเซเลสด้วย!"


    ​น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความทรมานของคนเป็นแม่ทำให้อากาศที่ร้อนระอุภายในห้องยิ่งดูอึดอัดทวีคูณ ซาร่าได้แต่จ้องมองท่านหมอเลียมด้วยความหวังทั้งหมดที่มีในชีวิต ในขณะที่เซเลสยังคงนอนสั่นเทาอยู่บนเตียงด้วยพิษไข้ที่ร้อนจัด


    ​หมอเลียมรีบก้าวเข้าไปที่ข้างเตียงแล้วลงมือตรวจดูอาการของเซเลสอย่างละเอียด ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่จับชีพจรและสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กสาว ก่อนจะหันกลับมาพูดกับซาร่าด้วยน้ำเสียงหนักใจ


    ​หมอเลียม "เหมือนกับที่ท่านพูดจริงๆ ท่านซาร่า อาการของนางเหมือนเมื่อตอนนั้นไม่มีผิด... แต่ทว่ารอบนี้มันดูรุนแรงยิ่งนัก เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่"


    ​ซาร่าที่กำลังลนลานและตื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความวิตกกังวลจนไม่อาจเรียบเรียงคำพูดอธิบายออกมาเป็นประโยคได้ ความเป็นห่วงลูกสาวจนล้นอกทำให้เธอเอาแต่พึมพำประโยคเดิมซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือระคนสะอื้นไห้


    ​มีอาเห็นท่าทางของท่านซาร่าที่กำลังตื่นตระหนกจนพูดไม่ออก จึงตัดสินใจก้าวเข้าไปหาหมอเลียมเพื่อเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงดึกที่ผ่านมาแทน...



    นิยายแนะนำ