ตอนที่ 25 สมเพช
“ยิ่ง่นี้อาการป่วยของปู่รุนแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก หากยังเป็อย่างนี้ต่อไป ฉันกลัวว่า…”
สีหน้าของหลินชิ่งจู๋หม่นหมอง นัยตาฉายแววโศกเศร้าออก
หลังจากนั้นไม่นาน เธอเงยหน้าขึ้นมองหลินเยี่ยด้วยแววตาอ้อนวอน “คุณมีวิธีรักษาโรคประหลาดของปู่ไหม…”
"ก็ไม่ยากอะไร" แม้ว่าหลินเยี่ยจะสูญเสียพลังเซียนไป แม้หลินเยี่ยจะสูญเสียพลังเซียนไปหมดสิ้นแล้ว แต่การรักษาโรคแค่นี้ไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไรนัก
"จริงเหรอ?" หลินชิ่งจู๋พลันตื่นเต้นจนยื่นมือไปกอดแขนหลินเยี่ยแน่น "คุณรักษาอาการป่วยของปู่ได้จริง ๆ เหรอ?”
“พาฉันไปหาปู่ของเธอก่อน” หลินเยี่ยกล่าวออกพร้อมก้มหน้าลงมองหญิงสาวที่กำลังกอดแขนเขาแน่น
อีกฝ่ายถึงกับตื่นตระหนกและรีบผละออกอย่างรวดเร็ว “งั้นเราไปพบท่านปู่ตอนนี้เลย!”
หลังจากรู้ว่าหลินเยี่ยมีวิธีรักษา เธอก็ยิ้มออกอย่างมีความสุข หญิงสาวรีบกระวีกระวาดนำทางไปทันที
ทั้งสองออกจากป่าไผ่และมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลของเมืองหยุนเฉิง ก่อนหน้านี้ปู่ของหลินชิ่งจู๋เป็อัมพาตและนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านมาโดยตลอด แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้อาการหนักจนอยู่ในขั้นวิกฤติ เลยถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดของเมืองหยุนเฉิง
ทั้งหมดเชิญผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมาตรวจดู แต่น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุอาการของท่านปู่พบ จึงไม่สามารถให้ยารักษาได้
ภายใต้การนําทางของหลินชิ่งจู๋ ทั้งสองมาถึงโรงพยาบาลเมืองและเข้าไปในห้องวีไอพีส่วนตัวในแผนกผู้ป่วยใน
ในวอร์ดมีชายชราผมขาวนอนอยู่ อายุมากกว่าเจ็ดสิบปี เหมือนว่าตอนนี้เขาจะหลับสนิทอยู่…
“นี่ปู่ของฉันเอง เขาหมดสติมาสองวันแล้ว…” หลินชิ่งจู๋กล่าวกับหลินเยี่ยหลังจากเดินเข้ามาในห้อง
“อืม ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันขอดูอาการก่อน” หลินเยี่ยเดินมาถึงเตียงผู้ป่วย เขาตรวจสอบชายชราที่หมดสติอย่างรอบคอบก่อนจะยื่นมือไปแตะชีพจรอีกฝ่ายอย่างแ่เบา
ทันทีที่ัักับข้อมือชายชรา เสียงะโเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากหน้าประตู “หยุดเดี๋ยวนี้!”
สามีภรรยาวัยกลางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินเยี่ยพร้อมกล่าวถามอย่างเกรี้ยวกราด “คุณเป็ใคร? มาทำอะไรตรงนี้!?”
“ป้าสาม… เขาคือคุณหลิน ฉันพาเขามารักษาปู่ค่ะ” หลินชิ่งจู๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบกล่าวอธิบายอย่างรวดเร็ว
“หืม? รักษาปู่เหรอ?” หลิวฉิงซึ่งถูกเรียกหาว่าป้าสามอุทานออก
อีกฝ่ายจับจ้องหลินเยี่ยอยู่นานก่อนจะพ่นคำเ็า “แล้วเขาเป็หมอจากโรงพยาบาลไหนล่ะ?”
"เขา..."
หลินชิ่งจู๋ถึงกับพูดไม่ออก เพราะเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหลินเยี่ยเลย
“เหลวไหล!” ชายวัยกลางคนที่ยืนข้าง ๆ ะโออก เขาคือหลินจงไห่มีศักดิ์เป็ลุงสามของหลินชิ่งจู๋ “ไม่รู้จักแล้วพาเขามาได้ยังไง?!”
"แต่หลินเยี่ยบอกว่ามีวิธีรักษาอาการป่วยของคุณปู่"
"คำพูดของคนนอก จะเชื่อง่าย ๆ ได้ยังไง?" หลินจงไห่ตําหนิอย่างโกรธ เขาเผยสีหน้าผิดหวังออกอย่างไม่ปิดบัง
หลินชิ่งจู๋ไม่ได้โต้แย้ง จึงพยายามกล่าวหว่านล้อม "ลุงสาม ป้าสาม หลินเยี่ยเก่งจริง ๆ นะคะ เราให้เขาลองดูหน่อย บางทีอาจจะสามารถรักษาคุณปู่ได้”
"เด็กท่าทางโง่เง่าอย่างนี้... จะทําอะไรได้?" หลิวฉิงกอดอกขณะกล่าวเย้ยหยัน เธอไม่เชื่อว่าชายตรงหน้านี้จะมีทําอะไรได้
หลินจงไห่ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไร แววตาเผยความสงสัยถึงทักษะทางการแพทย์ของหลินเยี่ย
"ลุงสามป้าสาม พวกเราให้หลินเยี่ยลองดูหน่อยนะ ต่อให้รักษาไม่ได้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย" หลินชิ่งจู๋กล่าวโน้มน้าวเพราะคิดอยากรักษาปู่ของตน อย่างไรแล้วเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าหลินเยี่ยจะรักษาคุณปู่ได้ ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้วและเธอไม่อยากพลาด
"โรคซับซ้อนขนาดนี้ หากพ่อไม่หายดี แต่กลับมีอาการรุนแรงขึ้นจะทํายังไง?"
"แต่..." หลินชิ่งจู๋พยายามโน้วน้าวป้าสาม แต่อีกฝ่ายกลับพูดแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน “หยุดได้แล้ว! เดี๋ยวฉันจะดูเองว่าเ้าหนุ่มนี่ทำอะไรได้บ้าง!”
พูดจบเธอก็เดินวนไปรอบๆ หลินเยี่ย และถามขึ้นว่า "คุณเป็หมอที่โรงพยาบาลไหน?"
"ผมไม่ใช่หมอ" หลินเยี่ยกล่าวอย่างเ็า
"ไม่ใช่หมอ... งั้นคุณเคยเรียนเกี่ยวกับการแพทย์มาก่อนเหรอ? จบแพทย์จากมหาวิทยาลัยไหน? ”
"ไม่เคยเรียน"
"อะไรนะ?" เมื่อได้ยินคําพูดเหล่านี้ สีหน้าของหลิวฉิงมืดครึ้มพร้อมกับเริ่มเย้ยหยัน "คุณไม่เคยเรียนแพทย์มาก่อน แล้วก็ไม่ใช่หมอ แล้วจะรักษาโรคอะไรได้?"
"ผมไม่เคยเรียน แต่วิธีการรักษาของผมดีกว่าหมอหลายร้อยเท่า" ถ้อยคำที่หลินเยี่ยกล่าวออกไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย
ชาติก่อนเขาเป็ถึงจักรพรรดิเซียน เขาเคยรักษาเหล่าเทพมาแล้วนับไม่ถ้วน และยังสามารถควบคุมิญญาของโลกเซียนได้อีกด้วย นับประสาอะไรกับโลกมนุษย์?
"ถุย!" หลิวฉิงถ่มน้ำลายลงบนพื้นอย่างแรง ก่อนจะกล่าวออกอย่างเ็า "แกเลิกโอ้อวดเกินจริงได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างแก รีบไสหัวไปซะ!"
"ป้าสาม..."
หลินชิ่งจู๋รีบร้องห้ามทันทีเมื่อเห็นว่าป้าสามกำลังไล่หลินเยี่ยออกไป “ป้าสามหยุดก่อน ลองให้เขารักษาปู่ก่อนได้ไหม? บางทีเขาอาจจะทำได้จริง ๆ!”
เพราะกว่าจะเชิญเขามาได้ไม่ง่ายเลย เธอจึงไม่อยากให้ป้าสามทำลายความพยายามทั้งหมดนี้ไป
“ชิ่งจู๋! เธอกำลังถูกเขาหลอก เขาไม่เคยเรียนวิชาการแพทย์ด้วยซ้ำ ต้องเป็นักต้มตุ๋นแน่ ๆ เธอยังเด็ก คงจะตามเล่ห์เหลี่ยมคนแบบนี้ไม่ทัน”
เมื่อหลิวฉิงพูดจบ หลินจงไห่จึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ใช่ เ้าเด็กนี่ไม่มีความสามารถอะไรเลย หลอกได้แค่เด็ก ๆ อย่างพวกเธอเท่านั้นแหละ”
"ลุงสาม ป้าสาม..."
ขณะที่หลิวชิ่งจู๋พยายามจะกล่าวคัดค้าน หลิวฉิงลากเธอไปหลบด้านหลังพร้อมกับจับจ้องหลินเยี่ยอย่างไม่พอใจ “แล้วแกจะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม? รีบไสหัวไปซะ!”
"น่าสมเพชสิ้นดี..." หลินเยี่ยกล่าวออกอย่างเ็าก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ที่เขายอมเดินทางมาวันนี้เพราะเห็นถึงความจริงใจของหลินชิ่งจู๋จึงยอมช่วยเหลือ แต่ในเมื่อคนตระกูลหลินไม่รับน้ำใจ เขาก็ี้เีจะตื้อ ชายหนุ่มจึงหันหลังเดินออกจากห้องผู้ป่วยวีไอพีไป
ไม่นานหลังจากเดินออกจากวอร์ด หลินชิ่งจู๋วิ่งเหยาะ ๆ ตามเขามา
"อาจารย์ ฉันต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ท่านลุงสามและป้าสามทำตัวเสียมารยาทไปมาก ฉันต้องขอโทษแทนพวกเขาด้วย” หลินชิ่งจู๋กล่าวออกพร้อมกับโค้งคำนับให้กับอีกฝ่ายอย่างร้อนรน
“ปู่ของเธอเหลือเวลาอีกสิบวัน ทำใจซะ”
“อะไรนะ?” หลังจากได้ยินคำพูดนั้น หัวใจของหญิงสาวพลันเต้นรัวพร้อมกล่าวคำอย่างทุลักทุเล “อาจารย์! ได้โปรดช่วยปู่ของฉันด้วย!”
"ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วย แต่ครอบครัวเธอไม่อยากให้ฉันช่วย" หลังจากพูดจบ เขาก็ก้าวขาออกเดินอีกครั้งอย่างไม่แยแส
หลินเยี่ยมุ่งหน้ากลับไปทีู่เาเทียนหูเพื่อฝึกฝนต่อ เพราะตอนนี้การฝึกตนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เขาไม่ควรจะเอาปัญหาเล็กน้อยมารบกวนความมุ่งมั่นนี้
ผลของการบำเพ็ญเพียรในวันนี้แย่กว่าเมื่อวานเล็กน้อย ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากเท่านั้น จึงทําได้เพียงค่อย ๆ พัฒนาไปอย่างเชื่องช้า
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขับรถกลับบ้าน
ยี่ยี่เล่นต่อไม้อยู่ในห้องอย่างสนุกสนาน ส่วนหลงซือหยิงนั่งดูโทรทัศน์ที่โซฟาอย่างเศร้าหมอง แววตาของเธอเหม่อลอยราวกับไร้ิญญา
บนหน้าจอทีวีเป็ฉากชายกับหญิงกำลังพรอดรักหวานซึ้ง ภาพความรักหอมหวานล้วนแต่ทําให้คนเขินอาย แต่ใบหน้าของเธอกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งอารมณ์ใด
"มีเื่ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า?" หลินเยี่ยเดินเข้าไปนั่งบนโซฟาพร้อมกับเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย