พอถูกหลินหยุนซีจูงออกมาจากร้านเครื่องประดับ หลินอี้เหมยก็รีบเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ “ไฉนเ้าจึงไปมีเื่กับเ้าของร้านเช่นนั้นเล่า ข้าบอกเ้าแล้วว่าร้านขายเครื่องประดับในอำเภอมีเพียงร้านเดียว หากขายให้ที่นี่ไม่ได้ก็ไม่มีทางเลือกแล้วนะ เราจะทำอย่างไรกันดี”
หลินหยุนซีแตะไปที่ไหล่สองข้างของหลินอี้เหมยแล้วเอ่ยปลอบใจว่า “ใช่ว่าข้าอยากทำแบบนั้น เ้าก็เห็นเหรอว่าเ้าของร้านสุ่ยซุนดูแคลนพวกเราขนาดไหน ยังไม่ทันจะดูของก็เอ่ยปากไล่แล้ว อืม..ถึงที่อำเภอจะมีร้านเครื่องประดับเพียงแห่งเดียวแต่ในเมืองคงมีอีกใช่หรือไม่? ขนาดผ้าปักของเ้าเมื่อนำไปขายในตัวเมืองยังได้ราคาดีกว่าในอำเภอเลย ข้าว่าเครื่องประดับก็เช่นกัน ในเมืองใหญ่โตกว่าในอำเภอคนก็น่าจะมากกว่า หากข้าเดาไม่ผิดร้านขายเครื่องประดับในตัวเมืองคงไม่ได้มีร้านเดียวแบบนี้หรอก”
“ที่เ้าพูดมาก็ถูก แต่หากจะไปในเมืองก็ต้องเดินไปอีกหนึ่งชั่วยาม”
“พวกเกวียนรับจ้างไม่มีหรือ?” แม้หลินหยุนซีจะยังเดินไหวแต่เมื่อคิดว่าต้องเดินไกลเพียงนั้นก็อดถอนหายใจไม่ได้
“ก็มีอยู่ แต่พวกเราไม่มีเงินสักอีแปะคงขึ้นเกวียนไม่ได้หรอก” หลินอี้เหมยยักไหล่แล้วแบมือเป็สัญลักษณ์ให้รู้ว่าไม่มีเงินจริงๆ
พอได้ยินดังนั้นหลินหยุนซีก็ได้แต่อดทนเอาไว้พลางคิดในใจว่า
‘คอยดูเถอะ หากข้าได้เงินจากการขายกำไลลูกปัดนางจะนั่งเกวียนกลับให้สบายใจเฉิบไปเลย ฮึ่ม!’
“เฮ้อ ถ้างั้นก็เดินกันเถิด ไว้ข้าได้เงินเมื่อใดข้าจะพาเ้านั่งเกวียนกลับหมู่บ้านอย่าสง่างามเองอี้เหมย ข้าสัญญา!!” หลินหยุนซีตบอกแล้วเดินนำไป
“เ้าจะไปที่ใด ทางนั้นมันทางกลับหมู่บ้าน ตัวเมืองไปทางนี้” หลินอี้เหมยพยักพเยิดไปอีกทางจนหลินหยุนซีหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย เลยได้ตัวหัวเราะแหะๆ แก้เก้อ
“ข้าแกล้งให้เ้าอารมณ์ดีเฉยๆ คนอย่างข้ามีหรือจะจำสับสนกับทางไปหมู่บ้าน ไม่มีซะหรอก ชิ!”
หลินอี้เหมยไม่ได้ว่าอะไรเมื่อเห็นหลินหยุนซีเขินอาย ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันไปเรื่อยๆ จนถึงตัวเมือง ตลอดทางหลินหยุนซีก็ส่งกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่ผสมน้ำแร่ในทะเลสาบเซียนให้หลินอี้เหมยจิบเป็ระยะ พอดื่มแล้วช่วยคลายความเหนื่อยได้ดีนักแล อีกทั้งยังกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย
เป็ไปดังคาดร้านขายเครื่องประดับในตัวอำเภอมีอยู่ถึงสามสี่ร้าน
“เอาไปขายที่ร้านเล็กๆ นั่นดีหรือไม่?” หลินอี้เหมยเอ่ยออกมาด้วยความกังวลใจ เหตุการณ์ที่ร้านสุ่ยซุนยังคงติดตรึงในหัวใจอยู่ นางเลยค่อนข้างกลัวร้านใหญ่ๆ จะดูถูกพวกนางและเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม หลินอี้เหมยคิดว่าร้านใหญ่แบบนี้คงไม่ง้อชาวไร่ชาวนาตัวเล็กๆ แบบพวกนางหรอก
หลินหยุนซีปฏิเสธทันควัน “ได้อย่างไรกัน มาถึงตัวเมืองทั้งทีก็ต้องเลือกร้านที่ใหญ่ที่สุดก่อนสิ ร้านใหญ่พวกนี้เงินคงไม่ขาดมือ แต่เอาเถอะหากร้านใหญ่ให้ราคาไม่เป็ที่พอใจหรือไล่พวกเราอีก เราค่อยเอาไปขายที่ร้านที่เหลือ”
ในเมื่อหลินหยุนซีตัดสินใจไปแล้ว หลินอี้เหมยก็ทำอะไรไม่ได้ นางจึงได้แต่เดินตามหลินหยุนซีไปต้อยๆ
ณ ร้านขายเครื่องประดับ “ฝูเจี้ยนเกา”
ร้านนี้แตกต่างกับสุ่ยซุนในอำเภออย่างชัดเจน ภายในร้านมีพนักงานอยู่สองคนและยังมีผู้จัดการร้านนั่งอยู่ แต่ถึงจะร้านจะใหญ่โตกว่าและมีแบบให้เลือกมากกว่า แต่รูปแบบก็ยังคงจำเจไม่ได้แปลกใหม่สักเท่าไร หลินหยุนซีจึงค่อนข้างคาดหวังว่ากำไลลูกปัดของนางตีตลาดได้
เมื่อเห็นสายตาของหญิงสาวผู้มาใหม่มองไปรอบๆ ร้าน เ้าของร้านจึงเอ่ยถามอย่างเป็มิตรว่า “น้องสาวเ้ากำลังมองหาสิ่งใดอยู่”
หลินหยุนซีหัวเราะน้อยๆ เมื่อถูกจับได้ว่าทำกิริยาไม่เหมาะสม นางจึงกระแอมแล้วกล่าวเข้าเื่อย่างไม่อ้อมค้อม เ้าของร้านนี้ดูเป็มิตรฉะนั้นน่าจะคุยกันง่ายหน่อย
“ขออภัยที่เสียมารยาทเ้าค่ะ ข้าเพิ่งเคยมาร้านนี้เป็ครั้งแรกก็เลยตื่นเต้นไปหน่อย คือข้ามีเครื่องประดับมาเสนอขายเ้าค่ะ ไม่รู้ว่าที่ร้านนี้จะสนใจหรือไม่?”
แม้จะสงสัยระคนแปลกใจที่ผู้มาใหม่มิใช่ลูกค้าแต่เป็ผู้ที่จะเสนอขายสินค้าให้ แต่เ้าของร้านก็ไม่ได้ปฏิเสธไปเลยซะทีเดียว ถึงในใจจะคิดประเมินไว้แล้วว่าหญิงสาวสองคนตรงหน้าคงมาเสนอขายพวกปิ่นปักผม เพราะในหมู่ชาวบ้านก็มีช่างไม้ฝีมือดีที่มักจะมาขายของให้ร้านนางอยู่เป็ประจำ
“โอ้ว แล้วไหนของล่ะ ข้าขอดูก่อนได้หรือไม่ หากของของเ้ามันควรค่าแก่การค้าขายข้าก็จะรับซื้อ”
หลินหยุนซีหยิบห่อผ้าออกมาแล้วกางให้เ้าของร้านดู จากนั้นก็เอ่ยอย่างโอ้อวด “พี่สาว ท่านว่าของของข้าควรค่าและแปลกใหม่หรือไม่เล่า?”
ทันทีที่เห็นของด้านในแม้แค่แวบเดียวเ้าของร้านก็ตาเป็ประกายแล้วรีบเอ่ยเสียงขรึม
“อะแฮ่มน้องสาวทั้งสองเราเข้าไปคุยในร้านเถิด ตรงนี้ไม่สะดวกนัก”
จากนั้นเ้าของร้านก็หันไปพูดกับพนักงานที่อยากรู้อยากเห็นว่าของอะไรที่ทำให้เ้าของร้านมีท่าทีเช่นนั้นได้
“อาจิ้งเ้าไปชงชาในกล่องเหล็กมาสองที่ เอาขนมมาด้วย”
“เ้าค่ะท่านเ้าของร้าน” พนักงานที่ชื่ออาจิ้งรีบทำตามคำสั่งอย่างไม่รีรอ ส่วนหลินหยุนซีกับหลินอี้เหมยก็เดินตามเ้าของร้านฝูเจี้ยนเกาไปนั่งที่ห้องด้านใน
“น้องสาวทั้งสองพวกเ้ามาจากที่ใดกัน” เ้าของร้านเอ่ยปากสนทนาด้วยความเป็กันเอง
“ข้าแซ่หลิน มาจากหมู่บ้านถังเจีย เป็หมู่บ้านเล็กๆ ในอำเภออู่ถานเ้าค่ะ ข้าชื่อหลินหยุนซี ส่วนนี่หลินอี้เหมย”
“หมู่บ้านถังเจียที่ติดทะเลสาบนั่นเอง ของพวกนี้พวกน้องสาวทำกันเองหรือ?”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ว่าแต่ท่านเ้าของร้านจะให้ข้าเรียกท่านว่าอะไรดี”
ฝูเถาเ้าของร้านฝูเจี้ยนเกาตบหน้าฝากตัวหนึ่งทีก่อนจะเอ่ยขึ้น “อ่า ข้านี่แย่จริงๆ เลยมัวแต่สนใจกำไลพวกนี้จนเพลินจนลืมแนะนำตัวเลย พวกเ้าเรียกข้าว่าพี่สาวฝูก็ได้ไม่ต้องเรียกว่าเ้าของร้านหรอก”
“เ้าค่ะพี่สาวฝู ว่าแต่พี่สาวคิดเห็นอย่างไรกับกำไลลูกปัดที่ข้านำมาหรือเ้าคะ?” หลินหยุนซีเข้าเื่ทันที แม้นางอยากจะขายมันเต็มแก่ แต่ก็ยังทำทีเป็สงบนิ่ง
“สิ่งนี้เรียกว่าลูกปัด อืม..แปลกตาและงดงาม น่าสนใจมาก แต่มันไม่ใช่อัญมณีไม่ใช่หยกคงเป็หินสีกระมัง ของพวกนี้ราคาคงไม่แพงสักเท่าไร” ฝูเถาแสร้งเอ่ย
“ฮ่าๆ พี่สาวฝู ขนาดท่านที่เห็นเครื่องประดับงดงามมาตั้งมากมายท่านยังเอ่ยว่ามันแปลกตาและน่าสนใจเลย ข้าว่าคนอื่นก็คงคิดเช่นนั้น ข้าบอกตามตรงว่าลูกปัดมิได้มีเพียงแค่แบบนี้ยังมีอีกหลากหลายแบบ และข้ารับรองว่าท่านไม่สามารถหาร้านขายลูกปัดได้หรอกเ้าค่ะ หากร้านของท่านวางขายกำไลลูกปัดของข้าร้านของท่านจะเป็หนึ่งไม่มีสองในอำเภอนี้แน่นอน ไม่แน่ว่าอาจได้ขยับขยายกิจการไปต่างเมืองด้วยนะเ้าคะ”
ฝูเถาได้ยินดังนั้นก็แปลกใจว่าหลินหยุนซีไปหาลูกปัดมาจากไหน แต่จะถามออกไปก็เสียมารยาทนางเลยลองเลียบๆ เคียงๆ ดู
“น้องสาวหลิน เ้าพูดเหมือนกับว่าลูกปัดที่เ้านำมานั้น เ้าของร้านจะไม่ขายให้คนอื่นอีกนอกจากเ้า”
หลินหยุนซียิ้มน้อยก่อนจะพยักหน้า แม่นางฝูเถาผู้นี้แม้จะพูดคุยง่ายแต่รับมือไม่ง่ายเลย
“มิผิด เป็เช่นนั้นจริงๆ อย่างที่ท่านทราบหมู่บ้านข้าอยู่ติดทะเลสาบและยังมีตลาดท่าเรือตรงนั้นมีตลาดตะวันตก ข้าบังเอิญไปเจอลูกปัดพวกนี้เข้าและก็ได้ตกลงกับพ่อค้าผู้นั้นว่าจะขายให้ข้าผู้เดียว หากมีการนำสินค้าเข้ามาอีกก็ไม่สามารถขายให้ผู้อื่นได้ อีกทั้งการร้อยลูกปัดพวกนี้แม้จะไม่ยุ่งยากแต่ส่วนประกอบมิได้มีเพียงลูกปัด ทักษะและความคิดสร้างสรรค์ก็สำคัญ หากพี่สาวฝูไม่เชื่อคำพูดข้าจะไปลองตามหาลูกปัดพวกนี้ก็ได้เ้าค่ะ แต่ข้าไม่รับประกันว่าระหว่างที่พี่สาวตามข้าจะไม่นำกำไลลูกปัดไปขายให้ร้านอื่นก่อน”