ตอนที่73 สองพี่น้องผู้แข็งแกร่ง
ประการสำคัญในตำราโบราณเล่มนั้นมีทักษะต่อสู้เพียงสิบเก้าท่าเท่านั้นแตกต่างจากการแสดงของเด็กสาวที่มีหลากหลายมากกว่านั้นจึงอยากรู้ที่มาของการฝึกฝนทักษะต่อสู้หย่งเหิงจากเธอเป็นอย่างยิ่ง
“เห็นทีคงได้พูดคุยสอบถามเธอสะหน่อยไปเรียนรู้ทักษะต่อสู้พวกนี้มาจากที่ไหน?”
หยางจุ้นพึมพำขึ้นมาอย่างหมายมั่นเขาต้องการรับรู้ความจริงจากเด็กสาวในหลายเรื่องหนึ่งในนั้นคือทักษะต่อสู้หย่งเหิงที่เคยพบเห็นในตำราโบราณมาก่อน
เวลานี้หยวนหนิงหลงและเสิ่นลี่อิงยืนจังก้าประจันหน้ากันต่างมีเหงื่อชุ่มตัวแต่มีแววตาประกายเจิดจ้าคล้ายกับได้พบคู่ต่อสู้ทัดเทียมกัน
“เก่งมากสาวน้อยใส่มาให้เต็มที่เลย ฉันอยากรู้ว่าเธอจะเก่งกาจแค่ไหน?”
หยวนหนิงหลงเอ่ยท้าทายเด็กสาวอย่างจริงจังเขาพบว่าเธอยังไม่ได้ทุ่มเทพลังเข้าต่อกรกับเขาอย่างเต็มที่จึงอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะได้
“ได้สิ!.....งั้นเตรียมตัวรับซะ”
เสิ่นลี่อิงยิ้มมุมปากอย่างสบายใจเธอพยักหน้าตอบตกลงอย่างมั่นใจเพราะต้องการจบศึกครั้งนี้เสียทีแล้วรวบรวมพลังพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มทันที
ปัง ! ปัง ! ปัง! ปัง ! ผัวะ !
จังหวะหนึ่งเสิ่นลี่อิงมีความเร็วเหนือกว่าหยวนหนิงหลงเพียงเล็กน้อยแต่เธอมองเห็นโอกาสจึงกำหมัดเข้าชกที่ช่องท้องของเขาในทันทีในขณะที่เขากำหมัดชกเธอแต่ชกได้แต่อากาศเท่านั้นเพราะเธอย่อตัวลงชกเขาก่อน
วืด ! ตุบ !
หยวนหนิงหลงคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับมีใบหน้าเขียวคล้ำจากอาการจุกท้องขึ้นมาทันทีทันใดเขาพยายามสะกดกลั้นอาการจุกและเจ็บปวดเพื่อยืนขึ้นอย่างสง่างาม เนื่องจากไม่สามารถแสดงความอ่อนแอต่อหน้าลูกน้องทั้งหลายได้
พลันเกิดเสียงฮือฮาดังยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะหลายคนไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วหยวนหนิงหลงเสมอหรือพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวเหตุเพราะการต่อสู้ของทั้งคู่รวดเร็วจนหลายคนมองตามไม่ทันทุกคนมองเห็นเพียงชายหนุ่มคุกเข่าแล้วลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับเด็กสาวเหมือนเดิมในทันที
“อ๊ะ! ตกลงหัวหน้าแพ้ไหม? หรือเสมอกัน?”
“โอ้! หัวหน้าลื่นหกล้มหรือยังไง?”
“เอ๊ะ! ตกลงเป็นยังไง?!สรุปผลการทดสอบเป็นยังไง?!”
หยางจุ้นไม่อยากให้เพื่อนต้องรู้สึกเสียหน้าต่อธารกำนัลเขาลุกขึ้นยืนประกาศผลอย่างกำกวมเพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีให้เพื่อนว่า
“เอาละด่านแรกเสิ่นลี่อิงผ่านแล้วไปเข้ารับการทดสอบด่านที่สองได้เลย เจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมด้วยส่วนเสิ่นลี่หยางเตรียมตัวทดสอบในด่านแรก”
หยวนหนิงหลงเงยหน้ามองเพื่อนบนที่นั่งชั้นสองอย่างรู้สึกขอบคุณเขากำลังคิดหาทางออกสำหรับตัวเองอยู่พอดีเพราะไม่อยากทำให้เด็กสาวรู้สึกเสียใจในผลทดสอบที่จะออกมา
“เก่งมากสาวน้อยขอให้ผ่านด่านที่สอง แต่ผ่านด่านนี้ได้...ก็เป็นสมาชิกแล้วละนะ”
เขาเอ่ยชื่นชมเด็กสาวอย่างรู้สึกดีโดยกล่าวอวยพรให้เธอประสบความสำเร็จในด่านที่สองซึ่งเขาอยากรู้เช่นกันว่าเด็กสาวที่รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกจะสามารถผ่านด่านได้มากน้อยเพียงใด
“ขอบคุณมากค่ะ”เสิ่นลี่อิงกล่าวพร้อมโค้งคำนับเป็นการขอบคุณเขา
เธอรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนมีจิตใจดีซึ่งแตกต่างจากอดีตเพื่อนชั่วร้ายของตนโดยคิดว่าจำเป็นต้องแยกแยะเพราะอุปนิสัยแต่ละคนอาจแตกต่างกันได้ถึงแม้จะเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกันก็ตาม
คำประกาศของหยางจุ้นเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกคนรับรู้ในทันทีทำให้เสียงฮือฮาแสดงความสงสัยเหล่านั้นพลันจางหายไปทันที
อนึ่งทุกคนรับรู้ได้ถึงลักษณะนิสัยของหยางจุ้นที่เป็นคนพูดน้อยต่อยหนักได้หากเขาเอ่ยคำใดออกมาแล้ว ไม่ควรมีการโต้แย้งเพราะผลลัพธ์มักจะจบไม่สวยงามเสมอจึงเป็นที่มาของความหวาดกลัวที่ลูกน้องมีต่อเขา
……….
ด่านที่สองเสิ่นลี่อิงจะต้องพบกับการทดสอบสมรรถภาพทางกายเธอเข้าไปในห้องกระจกห้องแรกที่มีเจ้าหน้าที่ชายสองคนยืนรออยู่โดยมีการทดสอบเตรียมไว้ทั้งหมดห้ารายการ
รายการแรกเธอจะต้องโหนบาร์ภายในเวลาหนึ่งนาทีเพื่อจัดระดับความแข็งแกร่งว่าได้จำนวนครั้งมากน้อยเพียงใด
รายการที่สองเป็นการทดสอบพละกำลังในส่วนขาสองข้างโดยการใช้เท้ายกตุ้มน้ำหนักขึ้นจนขาตึงทั้งสองข้างทั้งนี้จะมีการเพิ่มน้ำหนักจนถึงขนาดน้ำหนักสูงสุดที่ทำได้
รายการที่สามเป็นการทดสอบสมรรถภาพพื้นฐานโดยการวิดพื้นในเวลาหนึ่งนาที
รายการที่สี่เป็นการทดสอบความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อในร่างกายด้วยการเคลื่อนตัวผ่านท่อขนาดเล็กกว้างเพียงห้าสิบเซนติเมตรโดยเจ้าหน้าที่เลือกขนาดท่อตามขนาดตัวของเด็กสาว
รายการที่ห้าเป็นการทดสอบพละกำลังกล้ามเนื้อส่วนแขนและข้อนิ้วมือด้วยการทดสอบแรงบีบ
อย่างไรก็ตามเสิ่นลี่อิงสามารถผ่านการทดสอบทั้งห้ารายการได้อย่างง่ายดายโดยไม่ฝืนร่างกายให้ได้จำนวนครั้งเกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำเพราะเธอถือว่าการทดสอบทักษะต่อสู้ในด่านแรกสามารถจบลงด้วยชัยชนะอย่างงดงาม
ถึงแม้จะไม่มีคำตัดสินออกมาอย่างเป็นทางการก็ตาม
“ผ่าน.....ด่านที่สองผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำทุกรายการ”
เจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งขานผลลัพธ์การทดสอบในด่านที่สองของเธอให้ผู้ชมทั้งหลายรับรู้เขารู้สึกแปลกใจที่เด็กสาวทดสอบแต่ละรายการคล้ายกับกำลังออกกำลังกายปกติไม่ใช่การแสดงความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง
“ขอบคุณค่ะ”เสิ่นลี่อิงกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนอย่างมีมารยาท
หยางจุ้นเหลือบมองเห็นการกระทำตั้งแต่ต้นจนจบของเด็กสาวในการทดสอบด่านที่สองเขายิ้มมุมปากอย่างรู้สึกขบขันในตัวเธอพลางรู้สึกว่ายิ่งมองการกระทำของเธอยิ่งรู้สึกสบายตาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
หยวนหนิงหลงกลับมานั่งสังเกตการณ์ทดสอบเสิ่นลี่อิงต่ออยู่ข้างหยางจุ้นเขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ดีรอบตัวเพื่อนสนิท อีกทั้งยังแอบเห็นรอยยิ้มในมุมปากจึงเอ่ยหยอกล้ออย่างไม่จริงจังว่า
“เอ๋! นายตั้งใจดูการทดสอบสะจริงนะทำไมไม่ลงไปทดสอบเองละ?”
เขาอยากรู้ว่าหยางจุ้นจะสามารถเอาชนะเด็กสาวได้หรือไม่จึงพูดแหย่ให้เพื่อนเกิดความกระตือรือร้นขึ้นมา
“ไม่ละ.....ขอเป็นคนดูเฉยๆ ก็พอ ฉันสนใจด่านที่ห้ามากกว่า อยากรู้ว่าเธอจะเป็นคนพิเศษได้ไหม?”
หยางจุ้นต้องการประเมินผลการฝึกฝนพลังจิตที่ผ่านมาของเด็กสาวถึงแม้เธอเพิ่งจะฝึกฝนได้ไม่นานก็ตามเนื่องจากต้องการหาทางช่วยเหลือผู้นำตระกูลเฟอนันโดไม่ให้ถูกคนร้ายควบคุมจิตใจได้เพราะอาจเกิดภัยพิบัติร้ายแรงที่ส่งผลกระ
ทบไปทั่วโลก
เวลานี้เสิ่นลี่หยางผ่านด่านแรกอย่างง่ายดายโดยเขาสามารถโค่นล้มชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่กว่าเขาได้มากถึงหกคนในคราวเดียว เกิดเสียงฮือฮาแสดงความประหลาดใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก
“ไม่เลวเลยแฮะสองพี่น้องแข็งแกร่งทีเดียว นายไปค้นพบพวกเขาได้ยังไง?”
หยวนหนิงหลงมองเห็นผลการทดสอบประสบชัยชนะของเสิ่นลี่หยางเขาสอบถามเพื่อนด้วยความสงสัยใคร่รู้
“พบโดยบังเอิญ.....คงเป็นโชคชะตาละมั้ง”หยางจุ้นตอบเพื่อนอย่างขอไปทีเพื่อกันไม่ให้สอบถามเขาอีก
หยวนหนิงหลงกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายเพื่อนผู้ไม่ชอบสนทนากับผู้คนเขาคันปากอยากสอบถามเรื่องราวว่าที่คู่หมั้นของเพื่อน
ทั้งนี้เขาเคยได้ยินผู้บัญชาการใหญ่ซึ่งเป็นพ่อของเพื่อนเอ่ยให้ฟังทว่าพอเห็นท่าทีนิ่งเฉยของชายหนุ่มแล้วเขาได้แต่นิ่งเงียบแล้วให้ความสนใจการทดสอบเด็กสาวต่อไป
……….
เสิ่นลี่อิงเข้ารับการทดสอบในด่านที่สามเป็นด่านทดสอบความแม่นยำในการใช้อาวุธปืนเธอจำเป็นต้องเรียนรู้เฉพาะหน้าเพราะไม่เคยจับอาวุธปืนมาก่อน
ชายวัยกลางคนสองคนเป็นผู้รับผิดชอบการทดสอบในด่านนี้พวกเขาต่างแนะนำการใช้อาวุธปืนให้กับเธออย่างใจเย็น โดยมีอาวุธปืนให้ทดสอบเพียงสองแบบเพื่อความสะดวกในการทดสอบ
ประกอบด้วยปืนเล็กยาวทาโวร์แบบทาร์ยี่สิบเอ็ด มีความจุกระสุนสามสิบนัด สามารถยิงได้แบบทีละนัดและเป็นชุดยังมีปืนพกขนาดสิบเอ็ดมิลลิเมตรอีกหนึ่งกระบอก
เด็กสาวพยายามทำความเข้าใจและจดจำวิธีใช้ปืนพร้อมการเล็งเป้าหมายให้อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีค่าคะแนนสูงที่สุด
“เข้าใจไหมสาวน้อย? ลองยิงเท่าที่ทำได้ก็พอ”เจ้าหน้าที่ชายอธิบายวิธีใช้อาวุธปืนอย่างย่อเสร็จเรียบร้อย
เขาสอบถามความเข้าใจของเด็กสาวด้วยความเห็นใจพลางกล่าวให้กำลังใจโดยตรง เนื่องจากเด็กสาวสามารถผ่านการทดสอบตั้งแต่ด่านแรกแล้วเขารู้สึกทึ่งและอึ้งในความแข็งแกร่งของเธอที่สามารถต่อกรกับกัปตันทีมมังกรขาวได้อย่างสูสี
อย่างไรก็ตามเขาพบว่าเด็กสาวไม่มีความรู้เรื่องอาวุธปืนมาก่อนจึงพยายามสอนอย่างเชื่องช้าและไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์ในการทดสอบด่านนี้จากเธอเท่าใดนัก
“พอเข้าใจอยู่ค่ะจะลองยิงดูก่อนนะคะ” เสิ่นลี่อิงพยักหน้าแสดงความเข้าใจ
คราวนี้เธอต้องการทดสอบความแม่นยำของตนเองอย่างเต็มที่ไม่ใช่การทำเหยาะแหยะแบบที่ผ่านมาในด่านที่สอง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เธอได้จับอาวุธปืนของทางการซึ่งเป็นอาวุธที่มีอานุภาพในการสังหารรุนแรง