2
จากกันครั้งนี้ เมื่อไหร่จะได้พบหน้า
ดึกสงัดคืนนั้นเหลยเหลยนั่งมองดวงจันทร์ที่ริมหน้าต่าง สายลมเย็นสบายพัดผ่านผิวกายใน่กลางดึกทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น
ร่างบอบบางนั่งคิดเื่ที่ได้ฟังมาั้แ่เย็นคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าควรตัดสินใจอย่างไร เรือนผมสีดำสนิทปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง เสียงประตูไม้ถูกเปิดออกทำให้เ้าของห้องหันมองอย่างประหลาดใจ
“ท่านแม่” ยามอยู่กันสองคนเหลยเหลยจะเรียกเถ้าแก่เนี้ยแบบนี้เสมอ
“ยังไม่นอนหรือ แม่เห็นไฟในห้องของเ้าสว่างอยู่เลยเข้ามาดู”
“ข้ามีเื่ที่ต้องคิดเ้าค่ะ” เหลยเหลยเล่าเื่และข้อเสนอที่ได้รับจากซ่งจินเหลียงให้เจียวเจียวฟัง เถ้าแก่เนี้ยสาวตบเบาๆ ที่หลังมือของนางริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยน
“เหลยเหลย เ้าเป็ผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่ข้ารับเข้ามาอยู่ในหอบุปผาและข้าก็รักเ้าที่สุด เ้าเปรียบเหมือนลูกสาวของข้า ทำไมข้าจะไม่อยากให้เ้าได้ดีเล่า สิ่งที่ของนายท่านผู้นั้นหยิบยื่นให้มันดีมากสำหรับอนาคตของเ้า ใยเ้ายังลังเลอีก” รับเป็ลูกบุญธรรมแถมยังให้แต่งเข้า
สกุลใหญ่โตถือเป็วาสนาของนางแล้ว
“แต่ข้าเป็ห่วงท่านแม่”
“อย่าเป็ห่วงแม่เลยเหลยเหลย ความจริงหลายปีมานี้แม่เองก็คิดเื่นี้ไม่ตกเช่นกัน ถ้าวันหนึ่งข้าไม่อยู่แล้วเ้าจะอยู่อย่างไร ข้าไม่้าให้เ้ายึดอาชีพคณิกาไปจนตายแบบข้าแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แม่หวังดีกับเ้ามาตลอดจนถึงตอนนี้ เชื่อแม่เถอะนะ ตอบตกลงนายท่านไปเถอะ”
เจียวเจียวพบเจอผู้คนหลายประเภทมาตลอดชีวิต นายท่านผู้นั้นมีดวงตาเที่ยงธรรมน่าเลื่อมใส การที่เหลยเหลยมีวาสนาถึงเพียงนี้ถือเป็โชคดีที่สรรค์ประทานให้นางแล้ว
“ถ้าข้าไม่อยู่แล้วท่านแม่จะอยู่กับใครเล่า”
“โธ่...ข้ายังมีพี่สาวเ้าอีกหลายคน เ้าเถิดออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว
แม่ต้องเป็ห่วงเ้ามากแน่ๆ” เจียวเจียวหมายถึงนางคณิกาทั้งหลายในหอบุปผาแห่งนี้ที่นางล้วนดูแลพวกนางราวกับบุตรสาวก็ไม่ปาน
ถึงวันนัดหมายชายสกุลซ่งรุดมาที่หอบุปผาด้วยความร้อนใจ เขาจะปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว หากสกุลหลี่ทวงคำตอบขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะหาทางออกได้อย่างไรแล้ว
“ข้าได้ยินมาว่า ท่านอยากไถ่ตัวเหลยเหลยหรือเ้าคะ” เถ้าแก่เนี้ยถามพลางรินน้ำชาให้ซ่งจินเหลียงอย่างใจเย็น
“ใช่ ข้าถูกใจนางยิ่งนัก”
“ท่านอยากแต่งนางเป็อนุ”
“ไม่ปิดบังเ้า บุตรสาวของข้าถูกทาบทามสู่ขอจากตระกูลหนึ่งแต่นางมีคนรักอยู่แล้ว ไม่ว่าข้าจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรนางก็ไม่เปลี่ยนใจ
ข้าจึงอยากรับนางเป็ลูกบุญธรรมเพื่อแต่งเข้าสกุลนั้นแทนอันหนิงบุตรสาวของข้า ข้าให้สัญญาว่าจะเลี้ยงดูนางให้เหมือนกับบุตรของข้าเอง”
“เหลยเหลยได้พบนายท่านถือเป็วาสนาแล้ว แต่หอบุปผาของข้าไม่มีการบีบบังคับใจใคร ขอให้ข้าได้ไต่ถามนางก่อนเถิด ถ้านางยินดี ข้าก็มิห้ามปราม”
“ไปตามเหลยเหลยมาพบข้า” เจียวเจียวหันไปสั่งสาวใช้ประจำกายเพียงไม่นานร่างของโฉมสะครวญก็ก้าวเข้ามาในห้อง เหลยเหลย
ทำความเคารพซ่งจินเหลียงด้วยท่าทีนอบน้อม
“เหลยเหลย ที่ข้าเรียกเ้ามาเพราะมีเื่อยากถามสักหน่อย นายท่านผู้นี้บอกข้าว่าอยากไถ่ตัวเ้าไปเป็บุตรบุญธรรม เ้าจะว่าอย่างไร” โฉมสะครวญผินหน้ามาสบตากับซ่งจินเหลียงชั่วครู่ราวกับครุ่นคิดไตร่ตรอง
“ข้ายินดีเ้าค่ะ”
“ถ้าเหลยเหลยยินดี ข้าก็มิขัดข้องเ้าค่ะ บุตรสาวของข้าผู้นี้ยังเยาว์นัก หวังว่านายท่านจะเมตตานาง” เจียวเจียวฝากฝังเหลยเหลย อนาคตข้างหน้าของนางขึ้นอยู่กับบุรุษผู้นี้แล้ว
“วางใจเถิด ข้าซ่งจินเหลียงพูดคำไหนคำนั้น ข้าจะให้การดูแลเลี้ยงดูนางเหมือนกับนางเป็บุตรสาวแท้ๆ ของข้าแน่นอน เถ้าแก่เนี้ยเชิญบอกค่าไถ่ตัวของนางมาเถิด”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอเท่าที่ซื้อนางมาจากบิดาก็แล้วกัน” เจียวเจียวบอกจำนวนเงิน เมื่อจัดการเื่ทุกอย่างเสร็จสรรพ ซ่งจินเหลียงก็หันไปบอกลูกสาวคนใหม่ว่า
“อีกสามวันข้าจะส่งคนมารับเ้านะ เ้าก็เก็บของใช้จำเป็ให้เรียบร้อยก็แล้วกัน” เหลยเหลยค้อมศีรษะน้อมรับคำนั้น
“เ้าค่ะนายท่าน”
“เรียกท่านพ่อสิ ฝึกให้ชินเข้าไว้”
“เ้าค่ะท่านพ่อ”
เถ้าแก่เนี้ยและพี่น้องในหอบุปผายืนส่งเหลยเหลยขึ้นรถม้าด้วยสีหน้าอาวรณ์ พวกนางอยู่ด้วยกันมานานปีพอมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากไปก็ชวนให้ใจหาย
“จากกันครั้งนี้เมื่อไหร่จะได้พบหน้า ถนอมรักษาตัวเองให้มาก เ้าต้องออกไปอยู่ข้างนอกแล้วนี่เป็เงินเล็กๆ น้อยๆ แม่ขอมอบให้เ้าไว้ใช้สอยติดตัวนะ” เจียวเจียวนางล้วงถุงผ้าใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อยัดใส่มือบุตรสาวก่อนจะกุมมือนุ่มเหมือนเต้าหู้ของเหลยเหลยไว้แน่น ดวงตาคู่สวยคลอเบ้าไปด้วยหยดน้ำสีใสแวววาว สำหรับนางแล้วการปล่อยเหลยเหลยไปก็เหมือนพรากหัวใจนางไปทั้งดวงทีเดียวแต่เพื่อความสุขสบายในภายภาคหน้าของผู้ที่นางรักดุจบุตรในอุทรณ์ ทำให้นางต้องหักใจ
“ท่านแม่” ร่างบางโผเข้ากอดเถ้าแก่เนี้ยหอบุปผาสะอื้นตัวโยน
“ในถุงนั่นคือเงินค่าไถ่ตัวของเ้าทั้งหมด แม่ให้เ้าไว้ติดตัวออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวแบบนี้ เ้าต้องมีเงินติดไว้บ้างจะได้ไม่ลำบาก”
เจียวเจียวกระซิบกระซาบกำชับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งทำให้ร่างเล็กในอ้อมแขนร้องไห้หนักขึ้น
“เด็กโง่ เ้าจะร้องไห้ทำไม”
“ข้าต้องคิดถึงท่านมากแน่ๆ”
“"หากมีวาสนาแม้ห่างกันพันลี้ยังได้พบหน้า หากไร้วาสนาแม้อยู่ตรงข้ามก็ไม่พบเจอ ถึงเวลาแล้วเ้าออกเดินทางเถอะ”
***************************************************
น้องเหลยเหลยของเรากำลังจะออกไปท่องโลกกว้างแล้วนะคะ
อย่าลืมเป็กำลังใจให้น้องกันด้วยน้า