เมื่อเดินผ่านบริเวณที่มีร้านขายของจำพวกผ้าตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ภามก็เดินมาหยุดอยู่หน้าร้านๆ หนึ่ง เขาไม่ได้สนใจเสื้อผ้าที่มีลวดลายหรือสีสันสวยงามเหล่านี้ เขาชอบเสื้อผ้าสีพื้นๆ ไม่ต้องมีลวดลายอะไร แต่ที่เขาหยุดอยู่หน้าร้านนี้นั้น... “ขอเสื้อผ้าให้เด็กสองคนนี้ คนละ 3 ชุดครับ” ภามเห็นสภาพชุดที่เด็กๆ สวมใส่อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ จึงตัดสินใจซื้อให้ใหม่“นายท่านต้องการเสื้อแบบใดดีเจ้าคะ” แม่ค้าเอ่ยถาม“เอ่อ... รบกวนคุณเลือกให้เลยครับ หรือให้พวกเขาเลือกเองก็ได้ ขอแค่ใส่ได้พอดีก็พอ” ภามไม่สันทัดเรื่องการแต่งตัวนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเลือกเสื้อให้คนอื่น เขาจึงให้แม่ค้าช่วยเลือก พร้อมกับเรียกเด็กๆ ให้เข้าไปลองชุดใหม่“ขอบพระคุณนายท่าน!!” เด็กทั้งสองดีใจที่จะได้เสื้อผ้าใหม่ กล่าวขอบคุณพร้อมโค้งคำนับจนหัวแทบติดพื้นดิน ภามยืนรออยู่หน้าร้าน ไม่นานนักเด็กๆ ก็ออกมาพร้อมกับถือเสื้อผ้าใหม่ไว้ในมือ โดยมีแม่ค้าเดินตามออกมา และแจ้งว่าทั้งหมดราคา 450 เหรียญทองแดง ภามจึงหยิบเงิน 4 เหรียญเงิน กับ 50 เหรียญทองแดงออกมาจ่ายให้กับแม่ค้า ก่อนจะเด็กนำเด็กๆ กลับที่พัก แต่เดินไปยังไม่ทันจะพ้นเขตจัตุรัสการค้า ภามก็รู้สึกว่าไม่มีเสียงฝีเท้าดังตามเขามาแล้ว ภามจึงรีบหันหลังกลับมา และพบว่าเด็กสองคนที่เดินตามเขามาตลอดหายไปแล้วจริงๆ!! ภามเดินกลับไปในทิศทางเดิมที่เขาเดินผ่านมาเมื่อครู่ ผู้คนที่เดินสวนกันไปมาอย่างขวักไขว่ ทำให้เขามองเด็กตัวเล็กๆ ยากขึ้นไปอีก เขาเริ่มเร่งฝีเท้า และสอดส่ายสายตามองหาเด็กทั้งสอง จนกระทั่งมาพบว่าทั้งสองคนจับมือกันยืนมองอาหารอยู่ที่หน้าร้านค้าร้านหนึ่ง “นี่!! พวกเธอนี่มันยังไงกัน จะหยุดเดินก็บอกกันหน่อยสิ ถ้าหลงกันแล้วถูกจับไปขายอีกจะทำยังไง!!” ภามดุทันทีที่ตามหาเด็กๆ จนเจอ“ขออภัยขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กทั้งสองตกใจ รีบกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่ลืมตัวหยุดดูอาหาร จนทำให้เจ้านายต้องลำบากออกมาตามหา“พวกเธอหิวหรอ” เมื่อเห็นเด็กๆ รู้สึกผิด ภามก็ได้ถือสาหาความอีก“ขอรับ พวกเราไม่ได้กินอะไรมาจะสองวันแล้ว” อามินยอมรับเสียงอ่อย“เฮ้อ ถ้าอย่างนั้นพวกเธออยากกินอะไรก็สั่งเถอะ”“ขอบพระคุณนายท่าน” เด็กๆ กล่าวขอบคุณอย่างดีใจ อามินกับแอนเน่เดินเข้าๆ ไปสั่งอาหารในร้านมากินอย่างเอร็ดอร่อย นานแล้วที่ทั้งสองไม่ได้กินอะไรจนอิ่มท้องแบบนี้ พวกเขารู้สึกซาบซึ้งใจ และรู้สึกโชคดีจริงๆ ที่ได้มีเจ้านายที่ใจดีแบบนี้ หลังจากเด็กสั่งอาหาร ภามก็จ่ายเงินไป 70 เหรียญทองแดง สำหรับค่าอาหารนั้น นั่งรอจนเด็กๆ กินอาหารจนหมด ก็กำชับให้เดินตามมาดีๆ อย่าให้หลงกันจนวุ่นวายอีก ซึ่งเด็กๆ ก็รับปากกันอย่างแข็งขัน ภามจึงเริ่มออกเดิน พาเด็กๆ กลับที่พักต่อ “กลับมาช้าจริงๆ ข้ารอเจ้าอยู่นาน จนจะตัดสินใจกลับบ้านอยู่แล้ว” เสียงฮาคิมลอยออกมาจากที่พักทันทีที่ภามก้าวเข้ามาในอาคาร“แล้วนั่นอะไรน่ะ” ฮาคิมถามต่อ พลางมองไปทางด้านหลังของภาม“อ้อ เด็กๆ พวกนี้ผมซื้อมาจากร้านค้าทาสน่ะครับ”“หืม ซื้อทาส? เจ้านี่ก็ร่ำรวยมิใช่น้อยเลยนี่ งั้นเปลี่ยนเป็นเจ้าเลี้ยงข้าวข้าแทนก็แล้วกัน”“...ป่ะ เด็กๆ งั้นเราขึ้นไปพักผ่อนกันเถอะ” ภามทำหน้านิ่ง พร้อมหันหลังกลับไปชวนเด็กๆ ขึ้นทีพักทันที โดยไม่สนใจฮาคิมอีก“เดี๋ยวว!! ข้าล้อเล่นนิดหน่อยไม่ได้เลยนะ นั่งลงก่อนๆ” ฮาคิมรีบลุกจากเก้าอี้ไปลากภามกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารด้วยกัน ด้านอามินกับแอนเน่ เมื่อเห็นเจ้านายถูกดึงตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะ ทั้งสองจึงเดินตามมายืนอยู่ข้างหลังเก้าอี้ที่ภามนั่ง โดยไม่กล้านั่งลงโดยพลการ ฮาคิมที่เห็นก็ไม่ได้กล่าวอะไร เนื่องจากเขาเห็นภาพแบบนี้จนชิน และคิดว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว “เอ้า!! เด็กๆ ยื่นอยู่ทำไม นั่งลงสิ” เจ้านายมือใหม่สั่งอย่างไม่ถือตัว จนคนที่นั่งข้างๆ ประหลาดใจแทน“นี่เจ้า! มีเจ้านายที่ไหนเขาให้ทาสนั่งร่วมโต๊ะอาหารกัน”“ผมไม่ได้จะซื้อพวกเขามาให้เป็นทาสของผมนี่นา แต่ถ้าช่วยทำงานได้ก็ดีนะ เด็กๆ นั่งสิ” ภามอธิบายกับฮาคิม ก่อนจะหันไปสั่งให้เด็กๆ มานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง เด็กๆ ที่กลัวว่าเจ้านายจะโมโหหากต้องพูดซ้ำอีกครั้ง จึงนั่งลงอย่างเกร็งๆ โดยมีฮาคิมมองภาพตรงหน้า พลางส่ายหัวเบาๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยห้ามอะไรอีก “เอ้า งั้นก็สั่งอาหารกันเลยแล้วกัน” ฮาคิมตัดบท“คุณคิมสั่งเลยครับ ผมรู้จักอาหารไม่เยอะ ไม่รู้ว่าอะไรอร่อยบ้าง” ภามบอก ซึ่งจริงๆ เขาอยากจะบอกว่าเขาไม่รู้จักอาหารในโลกนี้ว่าอะไรอร่อยมากกว่า“เดี๋ยวนะ ข้าชื่อฮาคิม เจ้ามาตัดชื่อผู้อื่นมั่วซั่วได้อย่างไร!”“ชื่อยาวมันจำยากนี่ครับ เรียกคุณคิม สั้นๆ จำง่ายดีออกครับ” ภามตอบพร้อมตีหน้ามึนต่อไป โดยมีเด็กๆ พยายามกลั้นหัวเราะอยู่ข้างๆ ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าชื่อฮาคิมมันจำยากขนาดนั้น แต่เขาแค่อยากจะแกล้งคนขี้เก๊กตรงหน้าสักหน่อย ซึ่งดูว่าจะได้ผล เพราะฮาคิมทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็พูดไม่ออก ก่อนจะทำหน้าปลง แล้วเลิกสนใจเขา หันกลับไปสั่งอาหารแทน “อ้าว ภาม เจ้าค้างที่นี่ต่ออีกคืนหรอกรึ อ้าว ท่านฮาคิม ไปรู้จักกันได้ยังไงเนี่ย” ไซมอนที่กลับมาจากการทำงานเอ่ยทักทายภาม และเมื่อเห็นฮาคิมนั่งอยู่ข้างๆ จึงถามอย่างประหลาดใจ“ผมเอาผักไปขาย แล้วได้เจอกับคุณคิมน่ะครับ คุณไซมอนรู้จักคุณคิมด้วยหรอครับ” ภามอธิบายโดยมีฮาคิมมองมาอย่างไม่พอใจที่ภามยังเรียกชื่อเขาไม่ถูกต้อง“อ้อ ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงท่านฮาคิมมาบ้างน่ะ” ไซม่อนบอก พร้อมกับก้มลงกระซิบกับภามต่อ “คนเขาลือกันว่าท่านฮาคิมเป็นพ่อค้าหน้าเลือด เจ้าก็ระวังไว้บ้างนะ”“อะแฮ่ม!! เข้าได้ยินนะ!”“ขออภัยขอรับ ว่าแต่เด็กสองคนนี่ใครกัน” ไซมอนกล่าวพร้อมก้มหัวน้อยๆ เป็นการขอโทษ ก่อนจะรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ไปถามถึงเรื่องคู่ชายหญิงตรงหน้าแทน
ภามที่เห็นว่าไซมอนสงสัย รวมถึงฮาคิมเองก็ยังไม่หายสงสัย จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่จัตุรัสการค้าให้ทั้งสองฟังอีกครั้ง ไซมอนที่ตอนแรกยืนอยู่ ก็ไปลากเก้าอี้มาเพิ่ม และนั่งฟังอย่างตั้งใจ “เจ้านี่ช่างใจดีจริงๆ เลยนะภาม พวกเจ้าเอง ได้เจ้านายใจดีขนาดนี้ก็อย่าดื้ออย่าซนนักล่ะ” ฟังจบไซมอนก็เอ่ยชมภามยกใหญ่ พร้อมกับเอามือไปลูบหัวเด็กๆ อย่างเอ็นดู พลางกำชับให้เป็นเด็กดี“ขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กตอบพร้อมกับพยักหน้า