ราชันย์วิญญาณซ่อนเร้น

    ตอนที่ 17 คำขอร้อง

    ตอนที่ 17 คำขอร้อง ป้ายรถประจำทางที่มีหลอดไฟสลัวๆประดับอยู่คีย์ได้เดินตรงกลับมาพร้อมกับมีวิญญาณเด็กที่เขาพบเจอเมื่อตอนกลางวันเดินตามหลังมาด้วย ป้ายรถประจำทางในวันนี้เองก็ยังไร้ซึ่งผู้คนเหมือนกับทุกวันที่เขาเดินทางกลับบ้านเมื่อเดินทางมาถึงป้ายรถประจำทางคีย์ได้หย่อนก้นของตนเองนั่งลงที่เก้าอี้ พร้อมกับปรายสายตาไปมองที่วิญญาณเด็กคนนั้นที่เดินติดตามเขามาด้วย วิญญาณเด็กตนนั้นยังคงยืนอยู่พร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองมาหาคีย์ ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองที่สะท้อนออกมาจากกระจกตา กระนั้นเขาก็ยังคงแสดงใบหน้าที่ราบเรียบแล้วมองตรงไปที่อีกฝ่าย“ นายมีเรื่องอะไรกันแน่.. ” คีย์เปิดปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยใบหน้าที่ก้มลงเล็กน้อยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองที่คีย์ “ พี่มองเห็นผมจริงๆด้วยสินะครับ ” เสียงอันแผ่วเบาดังขึ้นมา “ นายมีเรื่องอะไรถึงไม่ยืนรอฉันตั้งแต่ในตอนกลางวัน ” ใบหน้าเริ่มจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆในขณะที่มองวิญญาณเด็กตนนั้น เขามายืนรอตั้งแต่ตอนที่ก้าวลงมาจากรถประจำทางจนกระทั่งทำงานเสร็จก็ยังคงไปยืนรออยู่ด้านหน้า“ ผมมีเรื่องอยากให้พี่ช่วยหน่อย.. ” วิญญาณเด็กตนนั้นแสดงท่าทางกล้าๆกลัวๆคีย์ได้ยกมือของตนเองขึ้นมาเพื่อห้ามปากของอีกฝ่ายที่กำลังจะเปิดปากแล้วพูดจุดประสงค์ของตนเอง “ นายรู้ได้ไงว่าฉันมองเห็นวิญญาณ? ”เป็นเรื่องที่เขากำลังสงสัยอยู่โดยปกติแล้วเมื่อเห็นวิญญาณตนใดเขาก็จะพยายามทำเป็นมองไม่เห็นแล้วก็มองผ่านมันไปเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาได้ แล้วทำไมวิญญาณเด็กตนนี้ถึงกับรู้ได้ว่าเขาสามารถมองเห็นมัน“ คือว่า...ผมสังเกตุพี่มาสักพักแล้ว ”“ ตอนที่พี่เดินผ่านพวกวิญญาณพี่จะละสายตาไปมองแล้วทำเป็นไม่สนใจใช่ไหมล่ะ ผมเห็นนะแม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีแต่พี่มองวิญญาณพวกนั้น ผมก็เลยคิดว่าพี่น่าจะมองเห็นวิญญาณ ” เมื่อได้ฟังเหตุผลของวิญญาณเด็กตนนั้นมันก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ ตอนที่เขาเดินผ่านวิญญาณมันจะมีเศษเสี้ยววินาทีที่เขาละสายตาไปมองพวกมัน “ เข้าใจแล้ว..แล้วตามฉันมามีเหตุผลอะไร ” คีย์ถามออกไป “ ผมมีเรื่องอยากให้พี่ช่วยผมหน่อย!! ” เมื่อบทสนทนาเริ่มเป็นไปอย่างต่อเนื่องวิญญาณเด็กตนนั้นเริ่มแสดงท่าทางที่กล้าจะพูดออกมามากขึ้น“ ขอปฏิเสธ!! ” คีย์ตอบกลับไปอย่างไม่มีเยื่อใย“ ฉันไม่ได้มีเวลามาช่วยวิญญาณอย่างพวกนายหรอกนะ ชีวิตของฉันในตอนนี้ก็ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย ” ใบหน้าที่แสนจะราบเรียบสะบัดไปอีกทางหนึ่งมันทำให้วิญญาณเด็กตนนั้นถึงกับแสดงดวงตาที่เศร้าหมองออกมาเช่นเดิมทั้งหัวไหล่และคอก็ตกลงอย่างหมดหวัง จนสุดท้ายมีบางอย่างภายในใจของเด็กน้อยที่มันลุกไม่ขึ้นมาแล้วทำให้เขาค่อยๆคุกเข่าลงไปกับพื้นศีรษะน้อยๆก้มต่ำลงไปกระแทกอย่างรุนแรง ตรึง!! เสียงที่ดังขึ้นทำให้คีย์ที่สะบัดหน้าหนีไปอีกทางได้หันกลับมามอง สิ่งที่พบเห็นคือร่างของวิญญาณเด็กตนนั้นได้ก้มลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นและก็เอาหัวกระแทกลงไปที่พื้นแล้วค้างอยู่เช่นนั้น“ ทำอะไรน่ะ? ”“ ขอร้องแหละพี่ช่วยผมหน่อยนะครับ!! ”ใบหน้าของคีย์ยังคงราบเรียบเช่นเดิมแต่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเริ่มหรี่เล็กลงเพื่อจ้องมองวิญญาณเด็กตนนั้น ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัดภายในใจนั้นกำลังครุ่นคิดถึงบางอย่าง แต่สุดท้ายปากที่กำลังปิดอยู่อย่างสนิทก็ค่อยๆเปิดออกมา “ จะให้ฉันช่วยอะไร.. ”นี่เป็นอีกนิสัยหนึ่งที่คีย์รู้ตัวเองดีว่าเขามีอยู่มันเป็นนิสัยลึกๆที่ซ่อนอยู่ภายในท่าทางที่เย็นชาและราบเรียบภายนอก แม้แต่เพื่อนเขาที่อยู่รอบกายก็รู้เป็นอย่างดีว่าเขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับหลายๆอย่างเป็นอย่างมากแม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกมาอย่างตรงๆก็ตามวิญญาณเด็กตนนั้นก็ค่อยลุกขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนที่จะเริ่มเปิดปาก “ พี่ช่วยตามหาแม่ของผมหน่อยได้หรือเปล่าครับ!! ”ในขณะที่พูดออกมาใบหน้าของวิญญาณเด็กตนนั้นก็เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง“ แม่นายไม่ตายอย่างงั้นเหรอ? แล้วอาศัยอยู่ที่ไหนล่ะแล้วชื่ออะไร?  ”สิ่งที่ได้ตอบกลับมาก็คือวิญญาณเด็กตนนั้นได้ส่ายหน้าไปมา“ ไม่ครับ!! แม่ผมตายไปแล้วแล้วก็เป็นวิญญาณเหมือนกับผมแต่ตอนนี้ท่านหายไปเพราะว่าไปตามหาพ่อ ”“ พ่อนายก็ตายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ? ”“ ครับ!!! ”“ ครอบครัวผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วก็ตายทั้งหมด พวกผมก็เป็นวิญญาณร่อนเร่ไปเรื่อยๆแต่เมื่อประมาณ1 อาทิตย์ก่อน พ่อผมมีท่าทางที่แปลกไปอยู่ดีๆเขาก็มีไอสีดำออกมาจากร่างกายแล้วก็หายไป เมื่อประมาณ 3 วันก่อนคุณแม่ก็เลยออกไปตามหา ตอนนี้ก็หายไปแล้วก็ยังไม่กลับเลย ”‘ วิญญาณแค้นงั้นเหรอ ’ คีย์ได้ฟังคำอธิบายของวิญญาณเด็กตนนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าไอสีดำที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างกายมันก็คงจะเป็นวิญญาณแค้น แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับวิญญาณแค้นมากนักแต่ว่า จากที่เขาได้ฟังอธิบายเรื่องราวมาทั้งหมดตอนแรกวิญญาณแค้นมันก็เป็นวิญญาณธรรมดาแต่ว่าสิ่งที่ทำให้พวกมันกลายเป็นวิญญาณแค้นก็คือจิตใจที่บิดเบี้ยวไปจากเดิม‘ เข้าใจแล้วบางทีพ่อของเจ้าหนูคนนี้อาจจะกลายเป็นวิญญาณแค้นไปแล้วสินะ ’“ แล้วจะให้ฉันช่วยตามหาอย่างงั้นเหรอ? ”“ ครับ!! ” คีย์เมื่อได้ฟังคำขอร้องจากปากของเด็กคนนั้นเขาก็ได้กลับมาอยู่ในท่าทางราบเรียบเช่นเดิม ใบหน้าเรียบเฉยแต่ว่าภายในหัวกลับพยายามคิดบางอย่าง ในขณะที่กำลังคิดบางอย่างอยู่ภายในหัวดวงตาแห่งความเศร้าหมองก็จ้องมองเขาราวกับว่าเป็นความหวังสุดท้ายของชีวิต“ เข้าใจแล้ว... ”“ ถ้างั้นรอฉันอยู่ตรงนี้แหละอีกสักพักเดี๋ยวกลับมา ” แม้ว่าถ้าทางภายนอกจะแสนเย็นชาแต่ว่าสุดท้ายก็ยอมตอบปากรับคำช่วยอยู่ดีเมื่อได้ยินว่าพี่ชายด้านหน้าตอบปากรับคำจะช่วยเหลือตนเองใบหน้าของวิญญาณเด็กตนนั้นก็ได้เปล่งประกายแห่งความหวังขึ้นมาในทันที หลังจากที่บทสนทนาได้จบลงรถประจำทางเที่ยวสุดท้ายก็วิ่งมาจอดอยู่บริเวณหน้าป้ายทันที คีย์ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเองแล้วเดินขึ้นไปบนรถก่อนที่จะมุ่งตรงกับไปที่บ้าน มุ่งตรงกับไปที่บ้านของตนเองก็กินเวลาไปประมาณหนึ่งจนเกือบจะถึงเวลาประมาณ 23:00 น.เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบเห็นกับฮาเดสที่กำลังนั่งรอเขาอยู่ คีย์ก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านก็ได้กล่าวทักทายกันไปตามมารยาท ‘ สวัสดีครับ!! ’ฮาเดสที่นั่งอยู่ก็ได้ลุกขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้ามาประชิดร่างกายของคีย์อย่างรวดเร็ว เขาได้นำแผ่นยันต์วิญญาณออกมาจากภายใต้ผ้าคลุมของตนเอง แล้วทำการยื่นมันให้กับคีย์อย่างรวดเร็ว ‘ นี่!! ’คีย์ได้ยื่นมือของตนเองไปรับมันเอาไว้ เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือแผ่นยันต์ที่ได้มาหลังจากการที่เขานำลูกแก้ววิญญาณระดับหนึ่งไปแลกและซื้อมันมาจากโลกวิญญาณซ่อนเร้น‘ ขอบคุณครับ.. ’‘ เจ้าหนู!! ’ ใบหน้าของฮาเดสแสดงความจริงจังออกมาจนทำให้คีย์รู้สึกประหลาดใจ ‘ ?? ’‘ วันนี้เจ้าออกไปล่าพวกวิญญาณแค้นคนเดียวได้ใช่หรือไม่ถ้ามีเรื่องที่จะต้องไปกระทำ ’คีย์ได้ตอบกลับโดยการที่เขาพยักหน้าตอบกลับไป การจัดการกับวิญญาณแค้นระดับหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากอันใดอยู่แล้ว อย่างไรเขาก็สามารถจัดการมันได้จากการลองต่อสู้มาก่อนหน้านี้  ‘ ดี!!! งั้นวันนี้เจ้าออกไปล่าวิญญาณแค้นคนเดียว ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำ ระวังไว้ด้วยล่ะถ้าสู้ไม่ไหวก็รีบหนีซะชีวิตสำคัญที่สุด ’ ฮาเดสกล่าวย้ำเตือนถึงเรื่องนั้น เขาบอกกับคีย์มาตั้งแต่แรกก่อนที่จะเริ่มออกล่าวิญญาณแค้นแล้วว่าถ้าสู้ไม่ไหวก็ให้หนีซะอย่างไรชีวิตของตัวเองก็สำคัญที่สุด‘ เข้าใจแล้วครับ~ ’ คีย์สังเกตเห็นได้อย่างหนึ่งนั่นก็คือท่าทางของฮาเดสที่ดูจริงจังผิดหูผิดตาและดูเหมือนว่าจะมีเรื่องร้อนรนอะไรบางอย่างที่ต้องกระทำ ‘ ถ้ามาเพื่อเอายันต์วิญญาณมาให้เจ้าเท่านั้น ข้าต้องรีบไปแล้วเดี๋ยววันพรุ่งนี้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่ ’ หลังจากพูดจบคีย์ได้ทำการกระพริบตา 1 ครั้งร่างของฮาเดสที่อยู่ด้านหน้าก็ได้หายไปทันที มันหายตัวไปครั้งนี้มันสร้างความประหลาดใจให้กับเขาได้ไม่ต่างจากก่อนหน้านี้เลยสักนิด หลังจากที่ฮาเดสได้จากไปคีย์ได้เตรียมตัวเล็กน้อยก่อนที่เขาจะปิดทุกอย่างภายในบ้านให้มิดชิดแล้วเข้าไปภายในห้องของตนเอง นี่น่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดดีกว่าไปนั่งใจกลางบ้านถ้าไม่มีคนเฝ้าหลังจากเข้ามาถึงด้านในก็หย่อนก้นของตนเองนั่งลง เขาเอาแผ่นยันต์วิญญาณสามอันได้วางล้อมรอบร่างกายของตนเองต่อไป สิ่งที่ทำก็คือการใช้นิ้วชี้ของตัวเองปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาแล้วขีดเชื่อมโยงยันต์วิญญาณที่ล้อมรอบอยู่รอบกายของตนเองเอาไว้ทั้งหมด พวกมันถูกเชื่อมต่อเข้าหากันจนเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วคีย์ได้เริ่มปลดปล่อยพลังวิญญาณและท่องคาถาที่เคยได้เรียนมาก่อนหน้านี้มันก่อกำเนิดกลายเป็นอักขระไร้ทิศที่ปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้เพื่อป้องกันวิญญาณร้ายหลังจากได้เห็นว่าตนเองสามารถกระทำมันได้สำเร็จ คีย์ก็เริ่มทำการถอดร่างวิญญาณของตนเองออกไปจากร่างกายทันที ครั้งนี้เขาเริ่มทำมันได้อย่างชำนาญมากขึ้นเพียงแค่ครู่เดียวก็สามารถถอดร่างวิญญาณมันออกได้แล้ว คีย์ขยับเขยื้อนร่างกายของตนเองอีกครั้งก่อนที่เขาจะออกแรงวิ่งไปด้านนอกแล้วมุ่งตรงไปยังสถานที่นัดหมายกับวิญญาณเด็กคนนั้น ร่างวิญญาณของคีย์ออกแรงวิ่งอย่างเต็มแรงเพื่อมุ่งตรงกลับมาที่บริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางก่อนหน้านี้อีกครั้ง  14 พฤษภาคม 202100:00 น.คีย์ได้เดินทางกลับมาถึงแล้วเขาก็พบเจอเข้ากับวิญญาณเด็กผู้ชายก่อนหน้านี้ที่ยังคงนั่งรอเขาอยู่ที่ใต้รถโดยสาร ขาเล็กๆแกว่งไปแกว่งมาขณะที่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองกำลังก้มมองต่ำลงที่พื้น“ ฉันมาแล้ว ” คีย์ส่งเสียงขึ้นมาหลังจากที่เขาเดินทางมาถึง เมื่อได้ยินเสียงของพี่ชายก่อนหน้านี้วิญญาณเด็กตนนั้นก็ได้ดีดตัวขึ้นมาทันที “ พี่ชาย!!! ” เขาแทบจะไม่รู้เลยว่าพี่ชายคนนั้นจะเดินทางมาตามที่สัญญาไว้หรือเปล่าแต่เมื่อพบเห็นว่าพี่ชายคนนั้นเดินทางมาตามคำขอร้องจริงๆใบหน้าของเด็กน้อยก็เปล่งประกายด้วยความหวังจบตอน