เหงื่อเย็นไหลริ้วตามไรผมของฉัน เมื่อฉันจ้องไปที่สัตว์อสูรระดับกลางตัวนั้น เวลาที่หยุดไปชั่วครู่กลับมาสู่ปัจจุบัน ฉันเริ่มหายใจไม่ถูกจังหวะจนสุดท้ายก็ต้องหอบเพราะความตระหนก
ใจเย็นก่อนริริน พยายามควบคุมลมหายใจเอาไว้ก่อน ถ้ายิ่งใก็จะยิ่งไม่มีสติและทำให้เสียชีวิตได้ง่ายกว่าเดิมหลายเท่า! แต่ถึงจะบอกแบบนั้น กับแรบบิทฮอร์นเมื่อครู่ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว มาเจอทวินอีฟฮอร์นแบบนี้จะไหวไหมนะ...
ไม่ไหวก็ต้องไหว! ไม่ไหวก็ต้องตาย เพราะโลกใบนี้มีสัจธรรมคือผู้แข่งแกร่งย่อมกลืนกินผู้อ่อนแอ ต่อให้ผู้แข่งแกร่งนั้นจะเป็สัตว์เดรัจฉานก็ตาม!!!
ฉันปล่อยพลังมานาออกสู่อากาศ น้ำที่อยู่รอบๆเริ่มรวมตัวเป็เกล็ดน้ำแข็งและกระจายออกไปจนยาวเกือบเท่าความสูงของฉัน ที่ปลายทวนเกล็ดน้ำแข็งได้แผ่ออกเป็คมแหลมสองคม สามารถใช้แทงหรือปาดไปยังิัของสัตว์อสูรได้
ประกายความตื่นตระหนกเมื่อครู่หายไปจากสายตาของฉันจนหมดสิ้น ถ้าฉันไม่สู้ ฉันก็ตาย และฉันจะไม่ยอมตายอย่างเด็ดขาด!
เมื่อทวนน้ำแข็งปรากฏขึ้น ั์ตาของทวินอีฟฮอร์นก็จ้องมาทางฉันด้วยสายตาที่แข็งกร้าวมากกว่าเดิม มันร้องคำรามก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาทางฉัน
โฮกกกก
ขาหลังทั้งสองของทวินอีฟฮอร์นดันให้ร่างกายของมันพุ่งตรงมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มันอ้าปากเผยให้เห็นถึงเขี้ยวดาบที่น่าสะพรึงกลัว แค่มันพุ่งตัวมาก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกดดัน ราวกับว่าชีวิตของฉันสามารถดับลงได้ทุกเมื่อถ้าเพียงประมาทเล็กน้อย
ฉันกำทวนน้ำแข็งเอาไว้ในมือแน่น ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบไปหลังต้นไม้ที่อยู่ทางด้านซ้าย ในการต่อสู้กับแรบบิทฮอร์นเมื่อครู่ สอนให้ฉันได้รู้ถึงวิธีการที่ใช้ป้องกันตัวได้ดีมากกว่าเดิม
ถ้าแค่หลบเฉยๆ มีโอกาสที่เขาของมันจะทำให้ฉันาเ็ได้ถ้าหลบไม่พ้น ดังนั้นการหลบหลังต้นไม้อย่างน้อยก็พอจะช่วยฉันป้องกันร่างกายได้แม้เล็กน้อย
พลัก โฮกก
ร่างของสัตว์อสูรระดับกลางกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง เขาของมันทิ่มเข้าไปในเปลือกไม้ ในตอนนี้เองที่ฉันใช้โอกาสในการแทงทวนน้ำแข็งออกไป
หอกน้ำแข็งเฉือนเข้าไปที่เนื้อของทวินอีฟฮอร์นตรงหน้า มันส่งเสียงกรีดร้องที่แสนดังออกมาและพยายามขัดขืนดึงเขาออกจากเปลือกไม้
ฉันไม่พลาดโอกาสนี้ร่ายเวทย์ไฟเพื่อโจมตีเข้าที่ดวงตาของทวินอีฟฮอร์น เมื่อดวงไฟสีส้มปรากฏขึ้น มันก็พุ่งตรงไปแผดเผาสัตว์อสูรตรงหน้า
โฮกกกก
ทวินอีฟฮอร์นร้องออกมาเสียงดัง มันจ้องมองมาทางฉันอย่างโกรธแค้น ขาหลังของมันถีบตัวออกอย่างรุนแรง มันไม่กลัวว่าต้นไม้จะหักล้มลงหรือไม่ ในสายตาของมันเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
ทันใดนั้นสัตว์อสูรตรงหน้าก็เพิ่มความเร็วมากยิ่งกว่าเดิม คราวนี้มันไม่ได้ะโมาโจมตีตรงๆ แต่ะโไปทั่วจนไม่สามารถคาดเดาทิศทางได้
ร่างั์ขนขาวพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งภาพติดตาเอาไว้ให้เห็นเล็กน้อย เศษดินหินเล็กๆเริ่มลอยขึ้นตามแรงลมที่เ้าทวินอีฟฮอร์นเคลื่อนที่ เศษหินที่แหลมคมลอยขึ้นมาปาดเฉือนจนทำให้เืไหลซึมออกมา หินบางห้อนที่มีขนาดใหญ่ก็พุ่งตรงเข้ามาหมายจะกระแทกเข้าร่างของฉัน
ในตอนนั้นเองฉันหันทวนน้ำแข็งไปรับมันไว้บางส่วน แต่ก็ไม่สามารถกันเอาไว้ได้ทั้งหมด ราวกับฉันยืนอยู่ในตาของพายุ ไม่สามารถมองเห็นรอบๆ ทำได้เพียงแต่ตั้งรับเท่านั้น นี่คือหนึ่งในท่าโจมตีที่ทรงพลังของมัน วายุคลั่ง!!
ถึงแม้อาจารย์เอเฟรนด์จะไม่เคยอธิบายเกี่ยวกับลักษณะของสัตว์อสูรชนิดนี้ก็ตาม แต่ฉันพอจะรู้จักมันอยู่ จำได้ว่าเคยอ่านเจอในหนังสือสัตว์อสูรอันตรายเมื่อนานมาแล้ว มันนานมากเสียจนความทรงจำแทบจะลางเลือน แต่ในตอนนี้ถ้าฉันไม่รีบนึกให้ออก ฉันก็อาจจะาเ็หนักก็ได้
กี๊ซ!
ทันที่ที่ฉันกำลังคิด ร่างของทวินอีฟฮอร์นก็พุ่งตรงมาทางฉัน มันแยกเขี้ยวดาบคู่ของมันออก หมายมั่นจะกัดลงบนเนื้อของมนุษย์ ในตอนที่ฉันเห็นมัน ฉันเหวี่ยงทวนน้ำแข็งไปทางด้านหลัง แล้วส่งไปยังมือขวาของฉันเอง เมื่อทวนน้ำแข็งอยู่ในมือขวาของฉัน ฉันก็หักข้อมือขึ้นตรงไปด้านหน้า
ทวนน้ำแข็งในมือของฉันเหวี่ยงออกไปทางสัตว์อสูรระดับกลางตรงหน้าแต่ไม่สามารถแทงเข้าที่มันได้ ฉันจึงจับทวนเอาไว้แน่นแล้ววาดทวนไปทางด้านซ้ายอย่างเต็มแรง ราวกับว่ากำลังจะตีโฮมรันด้วยแรงทั้งหมดที่มี
แต่ว่า เรี่ยวแรงทั้งหมดของฉันกลับไม่มีมากเพียงพอที่จะปัดเหวี่ยงทวินอีฟฮอร์นออกไปได้ มันหนักและมีแรงส่งตัวพุ่งเข้ามาหาฉัน ฉันไม่มีทางเลือกมากนักจึงได้แต่กัดฟันแล้วปล่อยพลังมานาเข้าไปยังทวนน้ำแข็ง เพื่อเพิ่มแรงที่จะตบสัตว์อสูรตรงหน้าออกไป
ทวนน้ำแข็งกระแทกเข้าที่ร่างของทวินอีฟฮอร์นเต็มๆ ปลายของทวนนั้นแทงเข้าไปในเนื้อของมัน ทวินอีฟฮอร์นกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ร่างของมันจะลอยไปกระแทกต้นไม้อีกครั้งหนึ่ง
"แฮ่ก แฮ่ก" ฉันหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันรวดเร็วมาก และกินมานาของฉันไปจนเกือบจะทั้งหมด ร่างกายรู้สึกเจ็บชาตามรอยแผลที่โดนสะเก็ดหินบาด
กรรซ์!!!
ทวินอีฟฮอร์นตรงหน้าลุกขึ้นอย่างเก้ๆกังๆ เขี้ยวดาบข้างหนึ่งของมันหลุดออกไป มันยิ่งมองมาทางฉันราวกับว่า้าสังเวยชีวิตของฉันเพื่อเขี้ยวที่หายไปของมัน
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกำทวนน้ำแข็งในมือเอาไว้แน่น ในครั้งนี้ทวินอีฟฮอร์นจ้องมาทางฉันอย่างระแวดระวัง ไม่โจมตีเข้ามาก่อนเหมือนเคย ราวกับว่ารอจังหวะอะไรบางอย่าง ฉันไม่ปล่อยโอกาสให้มันเด็ดขาด
จากนั้นร่างกายของฉันก็พุ่งไปที่สัตว์อสูรตรงหน้า กำชับทวนน้ำแข็งในมือแน่น หมายจะแทงเข้าไปในหัวของทวินอีฟฮอร์น
"ย้า!" ฉันกู่ร้องออกมา อัดพลังมานาทั้งหมดที่เหลืออยู่เข้าไปในทวนน้ำแข็งในมือ
ไอควันเย็นลอยออกมารอบๆทวนน้ำแข็งในมือฉัน ราวกับว่ามีพลังออร่าบางอย่างห่อหุ้มเอาไว้อยู่ ไอควันที่เย็นเยือกนั้นไม่เป็อันตรายต่อผู้ใช้ แต่สามารถส่งความเย็นที่ราวกับแก่นน้ำแข็งออกไปได้
ทวินอีฟฮอร์นมองมาทางทวนน้ำแข็งในมือฉันอย่างหวาดกลัว มันทำท่าจะหนี ราวกับว่าไม่อยากจะโดนไอเย็นนั้น แต่ใครจะยอมให้หนีได้ง่ายๆกัน! ฉันวาดทวนออกไปรอบตัวเพื่อช่วยเพิ่มแรงในการแทงอย่างเต็มกำลัง กัดฟันสู้จนสุดแรง และจะไม่ยอมให้สัตว์อสูรตรงหน้าหนีออกไปเด็ดขาด
ปัก
ทวนน้ำแข็งในมือของฉันแทงเข้าไปในลำตัวของทวินอีฟฮอร์น มันกรีดร้องออกมาอย่างเ็ปที่ได้รู้สึกถึงความหนาวเย็นที่ไม่ธรรมดาไหลผ่านไปทั่วทั้งร่าง ในก่อนที่มันจะสิ้นใจนั้น มันจ้องมาทางฉันด้วยสายตาอาฆาตแค้น
มันขยับตัวด้วยแรงเฮือกสุดท้ายในการเหวี่ยงตัวฉันออกไปด้วยทวนน้ำแข็งที่เสียบอยู่บนร่างของมัน ร่างของฉันลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ถึงแม้จะแค่เล็กน้อยแต่มันก็ช่วยให้ร่างของทวินอีฟฮอร์นขยับได้ง่ายขึ้น! ทวนของฉันลอยออกจากตัวเล็กน้อยก่อนจะกระแทกเข้าที่ท้องของฉันอย่างแรง ทำให้ร่างพุ่งปลิวไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง
ผลัก อั่ก
ฉันกระอักโลหิตออกมา ที่หลังเ็ปมาก แต่หน้าท้องกลับเจ็บยิ่งกว่า เรี่ยวแรงทั้งหมดของฉันหายไป แม้แต่ขาก็ขยับไม่ออก อาการาเ็ในครั้งนี้รุนแรงมากกว่าที่โดนแรบบิทฮอร์นโจมตีหลายเท่า
ทวินอีฟฮอร์นกู่ร้องออกมาครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะล้มลงแน่นิ่งอยู่บนพื้นและไม่ขยับเขยื้อนอีก มันสิ้นชีวิตลงแล้ว ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งตรงหน้า
ในที่สุดก็สิ้นสุดลงเสียที ฉันถอนหายใจออกมา แต่ยังไม่ขยับตัวในทันที เพราะว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดของฉันหายไปเพราะทวนน้ำแข็งที่ปัดร่างของฉันออก ระหว่างนั้นฉันต้องรีบฟื้นมานาขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะเกิดอาการเวียนหัว
แต่ว่าก่อนที่ฉันจะได้นั่งฟื้นมานา ก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมาจากพุ่มไม้ตรงหน้า
ฟ่อ กรรซ์
เสียงคำรามนั้นคุ้นเคยเหลือเกิน เหมือนฉันเพิ่งเคยได้ยินมาเมื่อครู่ เสียงนั้นเหมือนกับ...
ไม่ทันที่ฉันจะได้คิดต่อ กระต่ายตัวั์ก็ปรากฏออกมาจากพุ่มไม้ ั์ตาสีแดงแข็งกร้าวจ้องมองมา มันส่งเสียงร้องราวกับว่าได้แสดงความเสียใจบางอย่างออกมา มันมองไปทางศพของเพื่อนมันที่นอนนิ่งอยู่และตวัดสายตาแข็งกร้าวมาทางฉัน
เฮือก
ทันทีที่มันมองมา ฉันก็รู้สึกหวาดวิตกอย่างรุนแรง ตอนนี้พลังมานาของฉันแทบทั้งหมดไม่มีเหลืออยู่เลยสักนิด เรี่ยวแรงก็ไม่พอที่จะทำให้หนีได้ อย่างมากถ้าออกแรงเต็มๆ ก็คงจะได้แค่เหยียดตัวลุกขึ้น
ทวินอีฟฮอร์นจ้องมาทางฉันด้วยสายตาอาฆาต ฉันได้แต่รู้สึกหวาดกลัวแต่ไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ฉันอ่อนแอเกินไป ฉันไม่ควรคิดจะมาล่าสัตว์อสูรเลยจริงๆ แต่ว่าพูดเื่นี้ในตอนนี้แล้วจะทำอะไรได้?
ร่างของสัตว์อสูรระดับกลางตรงหน้าะโมาทางฉันอย่างรวดเร็ว ฉันได้แต่กัดฟันและหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ฉันรู้ดีว่าคงไม่มีใครที่จะมาช่วยฉันได้ ฉันแอบออกมาล่าสัตว์อสูรโดยไม่ได้บอกท่านพี่หรือทหารยาม ในตอนนี้ท่านพี่คงจะอยู่ที่หอนาฬิกาตามที่นัดกับฉันเอาไว้ และเนื่องด้วยที่ตรงนี้เป็เขตล่าระดับปลอดภัย เป็ไปไม่ได้ที่จะมีทหารยามอยู่
ฉันหลับตาลงยอมรับความตายที่คืบคลานเข้ามา ถ้าหากว่าชาติหน้ามีจริง ฉันจะไม่ทำผิดพลาดแบบนี้ซ้ำสองอีกเด็ดขาด ไม่สิ ชาติภพมีจริงแต่ฉันก็ยังคงทำผิดพลาดอยู่ นี่คือความผิดของฉันเอง
อา... อุตส่าห์มีความทรงจำทั้งสามชาติแท้ๆ อุตส่าห์คิดหาวิธีทำลายธงหายนะได้แท้ๆ แต่กลายเป็ว่าฉันไม่ได้ตายด้วยธงหายนะ แต่ตายเพราะโดนสัตว์อสูรระดับกลางตบ น่าตลกสิ้นดี ฉันได้แต่หัวเราะเยาะในโชคชะตาและความประมาทของตัวเอง