บันทึกรักขันทีวังบูรพา

    บทที่ 2 หน้าที่ขันทีตัวน้อย (2)


    จิ้นเหอเดินไปเตรียมข้าวของในห้องครัวขนาดเล็กที่มีภายในตำหนักและเริ่มทำความสะอาดบางส่วนอย่างรวดเร็วเพราะห้องนี้ไม่ได้ใช้งานเป็๞เวลานาน จึงทำให้มีฝุ่นเกาะติดภายในห้องไม่ได้รับการดูแลเหมือนรอบ ๆ ตำหนัก ผ่านไปหนึ่งเค่ออวิ้นหลางก็กลับมาพร้อมผักสดและเนื้อบางส่วน
                “ขอบคุณท่านองครักษ์ขอรับ”
                จิ้นเหอกล่าวขอบคุณตามมารยาทก่อนจะรับของมาลงมืออย่างรวดเร็ว สองมือหยิบจับนู่นนี่อย่างคล่องแคล่วเพราะอยู่หุบเขามรณะกับอาจารย์ก็ทำให้ท่านกินบ่อยครั้งและอาจารย์เป็๞คนเลือกกินจนบางครั้งเขาคิดว่าอาจารย์เป็๞จักรพรรดิเองหรือกระไร ถึงเลือกกินจนเขาเบื่อหน่าย
                แต่วันนี้เขาเลือกทำอาหารง่ายๆ ก่อนเพราะไม่อยากให้องค์ชายสามรอนานเกินไป ผ่านไปสามเค่อ[1]ก็ได้อาหารสามอย่างและข้าวสวยหนึ่งหม้อทุกอย่างอยู่ในสายตาขององครักษ์หนุ่มที่กอดอกมองอยู่หน้าประตูเหมือนจับผิด
                ทว่าสิ่งที่เห็นคือการใส่ใจในอาหารที่ตัวเองทำโดยยังไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ นอกจากการใช้มีดที่รวดเร็วและจังหวะการลงมีดที่สม่ำเสมอจึงทำให้อวิ้นหลางรู้สึกอดที่จะแวงไม่ได้
                จิ้นเหอถอนหายใจโล่งอกยกชายเสื้อซับเหงื่อตัวเองในที่สุดก็ทำเสร็จเสียที แม้เขาจะสูงเพียงหกฉื่อแปดชุ่น[2] แต่ก็ถือว่าสูงสมกับวัยเท่านี้หากเขาได้กินอาหารบำรุงดี ๆ เสียหน่อยคงเติบโตได้กว่านี้บ้าง และนั่นจะทำให้เขาสามารถทำงานได้คล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น
                จิ้นเหอยกจานอาหารใส่ถาดใบใหญ่อย่างคล่องแคล่วแล้วออกจากห้องครัวก็ยังเห็นองครักษ์อยู่ที่เดิมก่อนจะหลบกายให้เขาเดินออกไปเขาเลิกสนใจก่อนจะรีบเดินนำอาหารไปยังห้องโถงใหญ่

            
    โดยมีอวิ้นหลางเดินตามมองร่างเล็กที่คล่องแคล่วผิดกับท่าทางนอบน้อมตื่นกลัวก่อนหน้านี้ไปอย่างเงียบงัน
                “ฝ่า๢า๡เครื่องเสวยมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
                จิ้นเหอร้องบอกพร้อมนำอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะตัวเดิมซึ่งองค์ชายยังนั่งอยู่ที่เดิมและท่าเดิมไม่เปลี่ยน
    จนเขาสงสัยว่าพระองค์ไม่เมื่อยหรืออย่างไร
                หยางจินมองอาหารง่าย
    ๆ ตรงหน้ามีเจียนต้าน[3]เฉ่าชิงไช่[4] ซุปเห็ดหอมอีกอย่างหนึ่ง เขาลงมือทานเงียบๆ โดยไม่ได้เอ่ยถามอะไร มุมปากยกยิ้มพอใจแม้จะเรียบง่ายแต่อาหารถูกปากไม่น้อยเจียนต้านที่ทำออกมาง่าย ๆ แต่กลับไร้ซึ่งพิษสง นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ทานอาหารที่แสนธรรมดาแต่รู้สึกดีเช่นนี้
                “ฝ่า๢า๡ข้าบาทมาจากห้องยามาส่งยาให้องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”
                เสียงขันทีจากโรงหมอดังขึ้นที่หน้าประตูทำให้หยางจินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะลงมือทานต่อเงียบ ๆ อวิ้นหลางจึงรับหน้าที่ไปรับยามาแทน
                “ยานี้ต้องทานร้อนๆ เพื่อให้องค์ชายกลับมาแข็งแรงเร็วขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
                เสียงแหบแห้งที่ได้ยินมาจากด้านหน้าประตูทำให้จิ้นเหอเหลือบไปมองอย่างกังวล ขนาดอาหารมีคนวางยาพิษแล้วยาที่ต้องดื่มกินประจำจะไม่มีส่วนผสมอื่นมาบ้างหรอกหรือ
                อวิ้นหลางเดินเข้ามาพร้อมถ้วยยาในมือดวงตาคมกริบมององค์ชายอย่าง๻้๪๫๷า๹คำตอบเพราะสามปีมานี้องค์ชายไม่ได้ดื่มยาจริง ๆร่างกายจึงดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าเมื่อฤดูเหมนต์มาเยือนร่างกายจึงไม่ได้ดีนัก พวกเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ก็พยายามป้องกันไม่ให้โดนพิษไปมากกว่านี้เท่านั้น
                “จิ้นเหอเ๯้าดูยาให้เปิ่นหวาง[5]ทีว่ามันมีส่วนผสมใดบ้าง”
                จิ้นเหอเงยหน้าขึ้นมององค์ชายสามอย่างไม่เชื่อสายตาว่าพระองค์จะไว้ใจเขาได้รวดเร็วเช่นนี้ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับอย่างร้อนรนเพราะกลัวว่าจะโดนลองใจ
                “ข้าบาทมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะความรู้ข้าบาทมีเพียงเล็กน้อยขอองค์ชายทรงไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
                “ความสามารถของเ๯้าอย่าได้ปกปิดเปิ่นหวางหากเปิ่นหวางตายเ๯้าก็ต้องตายเช่นกันจงเลือกเอาเถิด”
                จิ้นเหอมีท่าทีลังเลเหลือบมององค์ชายสามซึ่งมองมาที่ตนนิ่งๆ เช่นกัน เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถอนใจยาว ก่อนจะรับถ้วยยาในมือองครักษ์หนุ่มอย่างไม่มีทางเลือกใครให้เขาโชคร้ายเจอองค์ชายที่มีแต่คนคิดสังหารเช่นนี้เล่า 
                จิ้นเหอดมกลิ่นยาในถ้วยอย่างจริงจังและใช้ลิ้นจิบเล็กน้อยดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นหันไปมององค์ชายสามด้วยความไม่แน่ใจ
                “ฝ่า๢า๡พระองค์เสวยยาพวกนี้มานานแค่ไหนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
                หยางจินวางตะเกียบในมือก่อนจะยกน้ำมาดื่มช้า ๆ จากนั้นจึงได้เงยหน้ามองขันทีน้อยผู้ไม่ธรรมดาอย่างจริงจัง
                “หกปี”
                คำตอบที่ได้รับทำให้จิ้นเหอสั่นสะท้านเป็๞เช่นนี้ใช่ไหมถึงทำให้องค์ชายสามได้นั่งนิ่ง ๆเป็๞เวลานานโดยไร้ความรู้สึกภายในใจ
                “เ๯้าพบสิ่งใด”
                อวิ้นหลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนดวงตาคมกริบมองขันทีน้อยอย่างกดดัน จิ้นเหอก้มหน้าต่ำร่างกายสั่นเล็กน้อยแม้จะมีวรยุทธ์ทว่ายังห่างชั้นกับอวิ้นหลางมากนัก ที่สำคัญเขายังปกปิดวรยุทธ์ของตนเอง หากไม่แสร้งหวาดกลัวเขาต้องถูกค้นพบความลับอีกแน่ๆ
                “ในยาตัวนี้มีส่วนผสมของโสมร้อยปีดอกหญ้าไร้ใจ กลีบกุหลาบเหมันต์ เห็ดหลินจื่อ ดอกแก้วเก้าชั้น ยาทุกตัวเป็๞ยาบำรุงและยาเย็นเมื่อมาผสมกันจึงเป็๞ยาพิษดี ๆ นี่เองพ่ะย่ะค่ะและสิ่งสำคัญมันมีผลให้เกิดเป็๞ยาไร้ใจพ่ะย่ะค่ะ”
                จิ้นเหอหดคอก้มหน้าต่ำจนคางชิดกับอกเมื่อดวงตาคู่หงส์ภายใต้หน้ากากมองมา มันเย็นเยียบจนน่าหวาดหวั่นไม่คิดว่าคนที่มีอายุสิบเจ็ดปีจะมีดวงตาที่น่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
                “ขอบใจเ๯้ามากไปพักเถอะ”
                 จิ้นเหอมองคนที่บรรยากาศกลับมาเงียบสงบเหมือนเดิมอย่างกังวลใจก่อนจะค้อมกายเอ่ยร่ำลาเป็๞พิธีแล้วถอยกลับไป
                “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะข้าบาททูลลา”

    [1]1 เค่อ เป็๲คำระบุเวลา จะเท่ากับ 15 นาที สามเค่อ จึงเท่ากับเวลาประมาณ45นาที

    [2]หกฉื่อแปดชุ่น ประมาณ156ซม.

    [3]เจียนต้าน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไข่ดาว

    [4]เฉ่าชิงไช่ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ผัดผักใบเขียว

    [5]เปิ่นหวาง คือคำที่เชื้อพระวงค์(ชาย)ใช้เรียกตัวเอง