หลังจากที่ออกัสได้ฟังสิ่งที่ลูกสาวของตนเองคิดแล้ว เขาก็ไม่รู้เลยว่าลูกสาวตัวน้อยของเขาเข้าสู่่ที่มีความคิดทำธุรกิจการค้ากับคนอื่นเขาแล้ว และแผนการธุรกิจดอกไม้ ผลไม้มาทำชาเองก็เป็แิที่ดี ทั้งยังเป็แิใหม่ เขาสามารถคาดการณ์ได้เลยว่ามันสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว..
“เฮ้ออ ข้าไม่ทันรู้ตัวเลยสักนิด.. ลูกสาวของข้านั้นโตกลายเป็ผู้ใหญ่แบบไปั้แ่เมื่อไหร่.. เ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไรบ้างกับเื่นี้..‘แจ๊คสัน’..” ออกัสกล่าวกับตัวเองก่อนจะหันไปถามกับพ่อบ้านใหญ่ประจำตระกูลที่มีชื่อว่า ‘แจ๊คสัน’
“ขออนุญาตขอรับนายท่าน.. จากที่กระผมได้รับฟังแผนการของคุณหนูแล้ว มีความเป็ไปได้สูงที่จะประสบผลสำเร็จขอรับ แม้ว่าในส่วนที่ยากที่สุดจะเป็การเจรจากับกลุ่มพ่อค้า ‘เซนทอรัส’ ก็ตาม.. แต่ถึงยังไงพวกเขาก็เป็พ่อค้า การมีสินค้าที่สามารถทำเงินได้มหาศาลเช่นนี้ลอยอยู่ตรงหน้า ข้าเชื่อว่าพวกเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมกับคุณหนูอย่างแน่นอนขอรับ” แจ๊คสันก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตามความคิดเห็นของตัวเอง
“นั่นสินะ! พ่อค้ายังไงก็ยังคงเป็พ่อค้า ที่ไหนมีกลิ่นเงิน พวกมันก็จะรวมตัวกันอยู่ที่นั่น.. แถมลูกสาวข้ายัง้ายื่นข้อเสนอให้แก่พวกมันอีก ถ้าพวกมันไม่รับก็คงต้องลาออกจากการเป็พ่อค้าไปเลยยังจะดีกว่า..” ออกัสกล่าวคิด แม้การร้องของลูกสาวจะมีบางอย่างที่ขัดใจเขาไม่น้อย แต่ถ้าเขายังคงขัด ไม่อนุญาต มันก็เหมือนเป็ความเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากให้ลูกเติบโต และเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เป็พ่อก็มีแต่ต้องสนับสนุนเท่านั้น
‘หึหึ ไม่แน่ว่าเมื่อลูกสาวตัวน้อยของเราประสบผลสำเร็จ นางอาจจะให้เราสวมกอดเป็รางวัลแห่งการช่วยเหลือก็เป็ไปได้ ฮุฮุฮุ..’ ออกัสเผลอคิดในหัวของตัวเอง และคาดหวังเอาไว้สูง พ่อบ้านแจ๊คสันที่เห็นสีหน้าของนายท่านตัวเองก็เดาได้ไม่ยากว่านายท่านนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ แน่นอนว่าเขานั้นชินไปแล้วกับเื่นี้
“ไม่ทราบว่านายท่านจะให้กระผมดำเนินการเช่นไรขอรับ..” แจ๊คสันกล่าวถาม
“่บ่ายของวันนี้เ้าก็พานางไปเลือกเอาสถานที่ประกอบธุรกิจของนางได้เลย.. ลูกสาวข้าชอบที่ไหนก็เอาที่นั่นอย่าได้ลังเล.. ส่วนเงินทุน 100 เหรียญทองตามที่นางขอ ข้าจะมอบให้นางเองใน่มื้อเย็น..” ออกัสกล่าว พ่อบ้านแจ๊คสันได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหัวให้กับนายท่านของตนทันที
“ทราบแล้วขอรับนายท่าน กระผมจะจัดการตามประสงค์ของท่านให้เรียบร้อยขอรับ..” แจ๊คสันกล่าว
“อื้มม จริงสิ! เ้าจัดทหารฝีมือดีของตระกูลคุ้มกันนางด้วย อีกอย่างให้เ้า ‘นาธาน’ ช่วยเหลือธุรกิจของนางก่อนใน่แรกนี้..” จู่ๆออกัสเขาก็นึกถึงเื่ความปลอดภัย และคนช่วยงานให้กับลูกสาวของตนเอง ‘นาธาน’ เป็หนึ่งในข้ารับใช้ของตระกูลที่ดูแลบริหารการเงิน และธุรกิจของตระกูลคาเพนเธียร์ เขาเชื่อว่านาธานจะสามารถช่วยลูกสาวเขาได้ดีอย่างแน่นอน ในเมื่อเขารับปากแล้วว่าจะช่วยก็อยากจะช่วยให้ได้มากที่สุด
“ขอรับนายท่าน..” แจ๊คสันกล่าวพร้อมกับไปจัดการตามประสงค์ของนายท่านทันที
“..ว่าแต่..ชานี่มันก็หอมจริงๆนั่นแหละ สงสัยข้าคงจะกลายเป็ลูกค้ารายใหญ่เสียเองแล้ว ฮ่าๆ” ออกัสกล่าวก่อนจะเลิกสนใจ และหันทำงานในฐานะผู้ครองดินแดนต่อด้วยรอยยิ้ม..
กลับมาที่ด้านคาเรน หลังจากที่ปรึกษาหารือกับท่านพ่อทุกอย่างก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี เท่านี้เธอก็โล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง เพราะถ้าการเจรจาเดิมพันกับท่านพ่อในครั้งนี้ล้มเหลว เธอจะไม่สามารถทำตามแผนการได้ทันกาล จะให้มานั่งขายของเริ่มจากเล็กๆน้อยๆเหมือนกับนิยายเื่อื่นๆ เธอก็คงโดนปะาก่อนกันพอดี การที่ท่านพ่อช่วยสนับสนุนนั้นถือว่าประหยัดเวลาได้ และทันก่อนเริ่มเนื้อเื่ของเกมพอดี..
“ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับโลกนี้ให้มากกว่าเดิมก่อน.. มีหลายสิ่งที่มันผิดแปลกไปจากความรู้ความเข้าใจของเรา..” คาเรนกล่าว ก่อนจะเริ่มด้วยเื่ของตำแหน่งขุนนางที่มีั้แ่ ‘บารอน’ ‘ไวเคานต์’ ‘ เคานต์/เอิร์ล’ ‘มาร์ควิส’ ‘ดยุค/ดุ๊ก’ และลำดับสูงที่สุดคือ ‘ราชวงศ์’ ซึ่งตำแหน่งขุนนางที่สามารถได้รับการแต่งตั้งสูงสุดคือมาร์ควิส ส่วนตระกูลดยุค และราชวงศ์นั้นมีวงวานมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน หรือก็คือตระกูลดยุคคือเครือพระญาติของราชวงค์นั่นเอง
ตำแหน่งทางขุนนางนั้นจะถูกแบ่งออกเป็อีก 2 ประเภท หนึ่งก็คือตำแหน่งขุนนางผู้ครองดินแดน กับสองขุนนางแต่งตั้งเพื่อช่วยงานราชการ ทั้งสองมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขุนนางประเภทผู้ครองดินแดนนั้นสามารถสืบทอดให้กับลูกหลานในสายเืได้ และได้ครองดินแดนนั้นต่อจากบิดาหรือมารดา ส่วนขุนนางฝ่ายบริหารนั้นเกิดขึ้นจากการคัดเลือกให้เข้ามาทำงานไม่สามารถส่งมอบตำแหน่งนี้ให้กับลูกหลานต่อไปได้
ซึ่งในกรณีนี้ก็นับรวมถึงองค์ชายรอง หรือเครือพระญาติของราชวงศ์ที่เกิดมาในยุคหลังแต่ไม่ได้ขึ้นครองราชบัลลังก์ พวกเขาเ่าั้จะได้รับตำแหน่งดยุคแต่ไม่มีดินแดนเป็ของตนเอง หากเป็ผู้หญิงหรือเ้าหญิงก็มักจะถูกแต่งเข้าตระกูลอื่นๆทางการเมืองตามยุคนั้นๆ
ต่อมาสิ่งที่คาเรนต้องทราบเป็เื่ถัดไปก็คือเื่ของเงินตรา แม้ว่าตอนเล่นเกมก็พอจะรู้ค่าเงินมาบ้าง แต่มันก็มีส่วนเพิ่มเติมที่ไม่เหมือนกับเกมอยู่เล็กน้อย จากเดิมเงินเหรียญทองแดงเล็ก 100 เหรียญ จะมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญเงินเล็ก และ 100 เหรียญเงินเล็กจะเท่ากับ 1 เหรียญทองเล็ก
ความแตกต่างความเป็จริงกับในเกมก็คือในโลกแห่งนี้มีเหรียญที่เรียกว่า เหรียญทองแดงใหญ่ ซึ่งมีค่า 10 เหรียญทองแดงเล็ก ต่อมาคือเหรียญเงินใหญ่ก็มีค่าเท่ากับ 10 เหรียญเงินเล็กเช่นกัน นอกจากนี้ยังทีสิ่งที่เรียกว่าเหรียญทองใหญ่ หรือก็คือมีค่าเทียบเท่ากับ 10 เหรียญทองเล็กนั่นเอง
ดังนั้นหากเทียบกับค่าเงินของโลกก่อนแล้วคาเรนสรุปได้ดังนั้นนี้ เหรียญทองแดงเล็กมีค่าเท่ากับ 1 บาท, เหรียญทองแดงใหญ่มีค่าเท่ากับ 10 บาท , เหรียญเงินเล็กมีค่าเท่ากับ 100 บาท , เหรียญเงินใหญ่มีค่าเท่ากับ 1,000 บาท , เหรียญทองเล็กมีค่าเท่ากับ 10,000 บาท สุดท้ายคือเหรียญทองใหญ่มีค่าเท่ากับ 100,000 บาท และเงินทุนที่คาเรนได้ขอมาจากท่านพ่อของเธอมันก็มีค่าตีเป็เงินไทย 1 ล้านบาทเลยทีเดียว
นอกจากนี้คาเรนก็ไม่เคยหลงลืมว่าโลกแห่งนี้เป็โลกเวทมนตร์ มีนักผจญภัย มีมอนสเตอร์ และอื่นๆที่เหนือมันสำนึกของเธออีก แน่นอนว่ามีอีกหลายสิ่งที่ไม่เข้าใจในตัวเกม ซึ่งเกม ‘เส้นทางสู่ราชินี’ นั้นเปิดตัวมาด้วยเนื้อเื่ในวัฒนธรรมยุคกลาง แต่ทว่าความเจริญบางอย่างไม่เคยได้เอะใจในตอนที่เล่นเกม แต่พอได้ลองมาใช้ชีวิตจริงๆมันกลับรู้สึกแปลกในหลายๆความหมาย
อาทิเช่น เครื่องแก้วที่เป็รูปแบบผลึกใสที่มันยังไม่ควรจะเกิดขึ้นในยุคนี้ อาหารการกินที่ไม่สมกับคนในยุคนี้เช่นไส้กรอกทอดน้ำมันเป็ต้น แต่ทว่าก็มีบางอย่างที่ควรจะมีแต่กลับไม่มีอาทิเช่น ขนมปังนุ่มๆ เค้กนิ่มๆ วิวัฒนาการอาหารเหล่านี้มันแปลกเกินไป
“โลกนี้มันยังไงกันแน่.. บางสิ่งที่ง่ายกว่ากลับไม่มี แต่บางสิ่งที่ยากมากดันมี เฮ้ออ หัวจะปวด” คาเรนกุมขมับอย่างกลุ้มๆ เพราะโลกใบนี้มันเหมือนกับเกมมากจนทำให้ขนลุก ทั้งๆที่เธอเข้าใจว่าผู้สร้างเกมใส่อะไรบางอย่างจากโลกจริงเข้าไปในตัวเกมก็เพื่อทำให้มันสะดวกต่อการเรียก และการใช้งาน แต่ทว่ามันก็เป็มุกขำๆของผู้สร้างเกมเช่นกันที่สร้างบางอย่างได้สมจริงกับยุคเกินไปอย่างเช่น ขนมปังแข็งๆโง่ๆ เป็ต้น
“ตอนสร้างเกมคงจะไม่ได้ศึกษาข้อมูลอะไรมาดีๆล่ะมั้ง.. ช่างเถอะ! เราก็แค่ต้องหาว่าอะไรที่มันยังขาดไป และพอทำให้เรามีทุนพอสำหรับเหตุการณ์ต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้น..” คาเรนกล่าว และพยายามจดรวบรวมสินค้าที่มีอยู่ในโลกเดิมของเธอแล้วพอจะเนรมิตมันขึ้นมาขายเป็สินค้า
“พวกอาหารก็จะเป็คุกกี้ เค้ก ขนมปังนิ่มๆ พวกแยมผลไม้กับซอสพริกเอย ซอสมายองเนส ซอสมะเขือเทศเองก็ไม่มี พวกนี้น่าจะทำได้ไม่ยาก ส่วนผสมก็มีในโลกนี้ครบถ้วน.. อื้มม ช็อกโกแลตก็มีในโลกนี้เช่นกันแต่ว่ามันถูกทำเป็เพียงแค่เครื่องดื่มขมๆเท่านั้น ไหนจะน้ำตาลอีก เกลือก็ยังไม่ต้องพูดถึง..”
คาเรนลิสรายการสินค้าหลายอย่างที่เธอคิดว่าขายได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีจำพวกสบู่ แชมพู น้ำหอมอะไรพวกนั้นอีก ที่โลกนี้มีแต่ถุงหอมเท่านั้น อย่างเครื่องสำอางอะไรพวกนั้นนับว่ายังไม่มี แต่เธอก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมตอนเล่นเกมจีบหนุ่ม ‘เส้นทางสู่ราชินี’ ตัวละครแต่ละตัวถึงได้ปากแดงราวกับทาลิปมา นอกจากนี้ยังมีบางตัวละครส่วนใหญ่จะเป็ตัวหลักๆที่ได้เพิ่มเอฟเฟคในการปัดแก้มเข้ามาด้วย..
“คุณหนูคาเรนขอรับ ได้เวลาเดินทางเข้ามาแล้วขอรับ..” เสียงของแจ๊คสันกล่าวหลังจากเคาะประตู
“ได้เวลาแล้วอย่างนั้นรึ.. ตายจริง! มัวแต่คิดอะไรเพลินๆ ไม่ทันได้ทานอะไรเลย” คาเรนกล่าวกับตัวเองพร้อมกับหันมองอาหารที่เมร่าสาวใช้ประจำตัวยกเข้ามาเสิร์ฟให้กับเธอเมื่อตอนเที่ยง และแน่นอนว่ามันเย็นจนไม่น่ารับประทานแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นขอเรียนเชิญคุณหนูที่ห้องอาหารขอรับ ข้าน้อยจะบอกให้พ่อครัวรีบเตรียมอาหารให้กับคุณหนูใหม่ขอรับ..” พ่อบ้านแจ๊คสันกล่าว
“ไม่เป็ไรหรอกลุงแจ๊คสัน.. เราเดินทางไปในเมืองกันเลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา ข้ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ และจัดการ..” คาเรนกล่าวพร้อมกับจัดแจงใบหน้า ทรงผม รวมถึงของใช้ที่จำเป็ และที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือสมุดจดบันทึก พ่อบ้านแจ๊คสันเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้กล่าวขัดอะไร เขาทำเพียงเทียบเชิญคุณหนูไปยังรถม้าที่จอดรออยู่แล้วหน้าคฤหาสน์ตามหน้าที่ของตน..
“สวัสดีขอรับคุณหนูคาเรน กระผมมีชื่อว่า ‘นาธาน’ ได้รับคำสั่งให้ติดตาม และดูแลกิจการใหม่ของคุณหนูขอรับ..” นาธานโค้งศีรษะก่อนจะกล่าวถึงหน้าที่ของตัวเอง คาเรนที่เห็นดังนั้นก็เข้าใจ และพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว.. ถ้าอย่างนั้นเรารีบเดินทางกันดีกว่า” คาเรนกล่าว