เสียงนาฬิกาโบราณที่โถงใหญ่ดังขึ้นเป็จังหวะยาวนาน ก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์ Holloway Hall ซึ่งทอดตัวอยู่กลางชนบทเขียวชอุ่มของ ออกซ์ฟอร์ดเชียร์ ในปี ค.ศ. 1815 ปีที่อังกฤษเพิ่งผ่านพ้นากับฝรั่งเศส ความวุ่นวายทางการเมืองและการค้ากระทบกระเทือนถึงทุกตระกูล ไม่เว้นแม้แต่ชนชั้นสูง
แม้ผ่านกาลเวลามายาวนาน แต่ความสง่างามของที่นี่กลับยังคงอยู่ ดั่งบทกวีที่มิอาจเลือนหายไปจากใจผู้ได้พบเห็น เสาหินอ่อนสีงาช้างเรียงรายรองรับเพดานสูงโปร่ง ประดับด้วยลวดลายแกะสลักอันอ่อนช้อย โคมระย้าแก้วคริสตัลเหนือศีรษะเปล่งประกายวิบวับ ราวกับหยาดน้ำค้างต้องแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ กระจกบานโค้งสะท้อนทุ่งหญ้าและสวนกุหลาบที่ยังคงหอมกรุ่น แม้เถาวัลย์จะเลื้อยพันแต่ดอกไม้บางดอกยังเบ่งบานอ่อนหวาน แทรกความงามละมุนไว้ในความโอ่อ่าของคฤหาสน์
ลอร์ด ฮอลโลเวย์ บิดาของตระกูล เคยมีชื่อเสียงในวงสังคม แต่การลงทุนผิดพลาดและการจัดการที่ดินอย่างไม่รอบคอบทำให้ฐานะครอบครัวตกต่ำลงเรื่อย ๆ ขณะที่ เลดี้ ฮอลโลเวย์ แม้ยังคงยึดมั่นในมารยาทของสตรีชั้นสูง แต่ความกังวลในแววตาก็ยากจะปิดบัง
ในบรรยากาศอึมครึมนั้น บุตรสาวคนโต โดโรธี ฮอลโลเวย์ วัยยี่สิบสามปี กลับโดดเด่นด้วยความดื้อรั้นและความรักในโลกหนังสือ เธอเป็หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนที่มักถูกรวบอย่างเรียบง่าย แววตาสีฟ้าเย็นใสราวกับน้ำค้างยามเช้า บ่งบอกถึงสติปัญญาและความแน่วแน่ยิ่งนัก โดโรธีใช้เวลาส่วนใหญ่หลบซ่อนในห้องสมุดของคฤหาสน์ อ่านตำราประวัติศาสตร์ บทกวีนิพนธ์ และบางคราวก็เขียนเื่เล็ก ๆ ลงในสมุดบันทึกด้วยปากกาขนนกเก่า ๆ ของบิดา เธอพอใจในความเงียบสงบของโลกตัวอักษรมากกว่าความอึกทึกในงานสังคม
“โดโรธีเ้าไม่คิดบ้างหรือว่าควรออกไปพบปะผู้คนบ้าง? โลกภายนอกยังคงรอเ้าอยู่ หาใช่เพียงหน้ากระดาษในห้องอันเงียบสงบนี้ไม่” เลดี้ ฮอลโลเวย์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกดดัน
โดโรธีตอบกลับมารดาขณะที่ยังคงก้มหน้าอยู่กับหนังสือและปากกา “สำหรับข้า…ตราบใดที่ยังมีหนังสือและปากกา ข้าก็มีโลกทั้งใบในมือแล้วค่ะ โลกที่มิอาจมีผู้ใดพรากไปได้”
เลดี้ฮอลโลเวย์หรี่ตาลง “เ้ามัวแต่เขียนถ้อยคำไร้ค่าในสมุดเก่า ๆ อยู่ร่ำไป เช่นนี้ใครเล่าจะมองว่าเ้ายังคู่ควรกับวงสังคม?”
โดโรธีเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็มารดา รอยยิ้มบางแต้มริมฝีปากคล้ายหยาดน้ำค้างยามเช้า หากแฝงด้วยความมุ่งมั่น “หากวงสังคมวัดค่าของสตรีเพียงรอยยิ้มในงานเต้นรำ ข้าก็ไม่แน่ใจนักว่าโลกเช่นนั้นคู่ควรกับข้า”
ตรงกันข้ามกับพี่สาว บุตรสาวคนเล็ก ไอวี่ ฮอลโลเวย์ วัยสิบแปดปี กลับอ่อนโยนและเรียบร้อยราวดอกไม้ในสวน เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มเป็ลอนอ่อน ดวงตาสีเฮเซลที่อบอุ่น และท่วงทำนองที่มักเต็มไปด้วยเสียงเปียโนที่เธอรักจะเล่นในห้องโถง ไอวี่ไม่ดื้อรั้นเหมือนโดโรธี แต่มีหัวใจที่ฝันใฝ่ถึงความรักอันอ่อนหวาน เธอปรารถนาให้ครอบครัวกลับมามีความสุขดังเดิม และหวังว่าอนาคตจะพาเธอไปพบชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความดีงาม
ในคืนอันเงียบสงบ โดโรธี ฮอลโลเวย์ ฝันถึงทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ท้องฟ้าเหนือศีรษะมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก เธอกำลังขี่ม้าด้วยความเร็วราวกับถูกบางสิ่งไล่ตาม ม้าของเธอพุ่งไปยังหน้าผาสูงชันอย่างควบคุมไม่อยู่ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบขาดใจ ร่างของเธอร่วงหล่นสู่เหวอันมืดมิด ทันใดนั้นร่างสูงสง่างามบนม้าขาวปรากฏขึ้นราวเงาในหมอก มือที่แข็งแกร่งของเขาคว้าเธอไว้ได้ทัน ดวงตาคู่คมของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น แต่ใบหน้ายังคงพร่าเลือน เธอจดจำเพียงความอบอุ่นจากััและเสียงหัวใจที่เต้นดัง แต่ก่อนที่โดโรธีจะได้เห็นใบหน้าเขาอย่างชัดเจน เธอก็ตื่นขึ้นมาในห้องนอนอันเย็นชื้นของคฤหาสน์
เธอนอนนิ่งหัวใจยังสั่นไหวราวกับฝันนั้นเป็ความจริง… หารู้ไม่ว่าในไม่ช้า ชายผู้นั้นจะเปลี่ยนชะตาของเธอไปตลอดกาล