ตอนที่28 ทีมัขาว
เสิ่นลี่อิงตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้นยินดีทันทีเธอลองเขย่ากล่องพัสดุเพื่อตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ด้านในอย่างคาดหวัง เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่หนักทึบซึ่งเธอคาดเดาว่าน่าจะเป็เอกสารหรือหนังสือจากอาจารย์ัดำจึงปราดเข้าห้องครัวไปคว้ามีดมาเปิดกล่องพัสดุอย่างกระตือรือร้น
สวีเหยียนยืนรอดูสิ่งของภายในพัสดุกับลูกสาวเธออยากรู้เช่นกันว่าใครใจดีส่งอะไรมาให้ลูกสาวอีก
เมื่อเสิ่นลี่อิงใช้มีดกรีดเทปกาวปิดกล่องพัสดุแล้วเปิดออกดูสิ่งของภายใน เธอพบว่าเป็สมุดโน้ตสิบเล่มที่มีลายมือคุ้นตาสวยงามสะอาดตาพลันยิ้มกว้างอย่างยินดีและบอกแม่อย่างมีความหวังว่า
“เป็โน้ตย่อความรู้ทั่วไปค่ะแม่สงสัยอาจารย์ของครูหลีคงอยากให้หนูมีความรู้ติดตัวมากมายละมั้งหนูขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะคะ”
คราวนี้เสิ่นลี่อิงไม่คิดที่จะถ่ายรูปแสดงความขอบคุณัดำอีกแต่เธอตั้งใจที่จะแข่งขันให้ชนะเลิศครั้งเดียวแล้วค่อยขอบคุณเขาอย่างเป็ทางการเนื่องจากเอกสารที่เขาส่งมาให้นั้นเป็ความรู้หลากหลายแขนงวิชาที่ไม่ใช่สำหรับการสอบเกาเข่าแต่อย่างใด
เสิ่นลี่อิงหอบกล่องพัสดุกลับเข้าห้องนอนไปอย่างมีความสุขเธอจัดวางสมุดโน้ตบนโต๊ะเขียนหนังสืออย่างยินดี
“อาจารย์ัดำน่ารักจังเลยเขาจะต้องรู้แน่ ๆ ว่าฉันกำลังแข่งขันรายการนี้อยู่ไม่งั้นจะส่งโน้ตพวกนี้มาให้ทำไม?มาได้
เหมาะเหม็งทีเดียว ฉันกำลังอ่านความรู้สะเปะสะปะอยู่พอดีหากมีแนวทางชัดเจนแบบนี้ ฉันค่อยมีความหวังที่จะชนะขึ้นมาหน่อย”
เสิ่นลี่อิงหยิบสมุดโน้ตทั้งหลายขึ้นมากอดแนบอกอย่างมีความสุขพลางเอ่ยชื่อัดำด้วยความสำนึกในบุญคุณที่อีกฝ่ายเมตตาตนเอง
“แสดงว่าอาจารย์ของครูหลีเคยเข้าร่วมแข่งขันด้วยใช่ไหม?” เสิ่นลี่อิงถามอากาศขึ้นมาลอย ๆ
เธอคาดเดาว่าอาจารย์ชราของครูหลีอี้เฉินอาจเคยเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้มาก่อนจึงทำให้รับรู้เนื้อหาวิชาที่ใช้ในการแข่งขันรวมทั้งสามารถรวบรวมข้อคำถามและคำตอบได้มากมายฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลอื่นที่จะอธิบายเื่โน้ตย่อเหล่านี้ได้เลย
เสิ่นลี่อิงอ่านโน้ตที่หยางจุ้นเคยบันทึกเป็สถิติไว้เมื่อคราวที่เขาเคยเข้าร่วมแข่งขันแล้วได้รับรางวัลชนะเลิศมาก่อนซึ่งครั้งนั้นเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ในนาม “เดฟเวิล” ไปได้อย่างขาดลอยเพราะเดฟเวิลไม่ผ่านเข้ารอบที่ห้าซึ่งเป็รอบสุดท้ายไปได้
เมื่อหยางจุ้นพบว่าเด็กสาวที่ตนมีความรู้สึกอ่อนโยนให้สามารถผ่านเข้ารอบสี่ไปได้อย่างเกินความคาดหมายทำให้เขาอยากสนับสนุนเด็กเก่งที่มีแววจะฝึกฝนได้ของกองกำลังพิเศษให้ได้มีโอกาสรับรางวัลชนะเลิศจึงเป็ที่มาของการส่งโน้ตบันทึกคำถามคำตอบย้อนหลังไปสิบปีของรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์
“ว้าว! เป็คำถามที่เจ๋งมากเลยมีย้อนหลังไปตั้งสิบปีแน่ะ หากฉันจดจำได้หมดฉันก็มีโอกาสคว้ารางวัลชนะเลิศได้นั่นซี เยี่ยมจริง ๆ”
เสิ่นลี่อิงอุทานอย่างมีความสุขเธอลองเปิดอ่านสมุดโน้ตแต่ละเล่มในจำนวนทั้งสิบเล่ม ทำให้รู้ว่าเป็การรวบรวมคำถามและคำตอบของการแข่งขันแต่ละปีไว้ซึ่งพบว่ามีคำถามย้อนหลังไปไกลถึงสิบปี
จากนั้นเธออ่านสมุดโน้ตของหยางจุ้นทุกวันเพื่อให้ทันเวลาในการแข่งขันรอบที่สี่และห้าโดยปล่อยวางเื่หาทางพิสูจน์สมมติฐานของรีมานน์ไปก่อน
..........
เย็นวันอาทิตย์หยางจุ้นช่วยประสานนัดประชุมทีมัดำและทีมัขาวเพื่อมอบหมายภารกิจสำคัญเกี่ยวกับลัทธิปีศาจ
โดยมีผู้บัญชาการใหญ่จากทางกองทัพทำหน้าที่เป็ประธานในที่ประชุม
อนึ่งทีมัดำต่างปลดประการไปแล้วทั้งเจ็ดคนแตกต่างจากทีมัขาวที่เป็น้องใหม่ดาวรุ่งพุ่งแรงและยังคงปฏิบัติงานให้กองทัพอยู่ในเวลานี้
“เอาละ.....ทีมัขาวเป็หลักในการออกปฏิบัติงานภาคสนามส่วนทีมัดำจะคอยสืบหาข้อมูลสนับสนุนทีมัขาวพวกเรามอบหมายหน้าที่กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีใครจะซักถามอะไรไหม? หากไม่มีจะได้ปิดประชุม”
ชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรีมทำหน้าที่เป็ประธานในที่ประชุม เขากวาดสายตามองผู้คนในห้องประชุมเกือบสามสิบคนด้วยความภาคภูมิใจ
“ไม่มีครับ!”เสียงตอบกลับจากทุกคนในห้องประชุมตอบประธานอย่างพร้อมเพรียง
จากนั้นประธานออกจากห้องประชุมไปโดยปล่อยให้ภารกิจที่เหลือเป็ของทีมัดำและทีมัขาวพูดคุยตกลงในรายละเอียดปลีกย่อยกันเอง
“เป็ไงบ้างเสี่ยวจุ้น? ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
หยวนหนิงหลงเดินเข้าไปทักทายหยางจุ้นอย่างเป็กันเอง ถึงแม้เขาและอีกฝ่ายจะมีอายุเท่ากันทว่าพวกเขาเคยชินใน
การเรียกขานอย่างสนิทสนมในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องจากมหาวิทยาลัยชิงหวา
อย่างไรก็ตามหยางจุ้นเป็เด็กอัจฉริยะที่เก่งแทบทุกด้านและเรียนจบจากมหาวิทยาลัยขิงหวาก่อนหยวนหนิงหลงหลายปีทั้งสองคนจึงไม่มีโอกาสพบเห็นกันเนื่องจากหยางจุ้นเรียนจบชั้นปริญญาตรีั้แ่อายุได้เพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น มีเพียงบันทึกของมหาวิทยาลัยที่กล่าวถึงเด็กอัจฉริยะคนหนึ่งไว้เป็เกียรติประวัติเท่านั้น
“นั่นสิ.....หากไม่มีเื่ของลัทธิปีศาจพวกเราคงไม่ได้เจอกัน”
หยางจุ้นยิ้มน้อยๆ อย่างยินดีที่ได้พบเพื่อนเก่า เขากล่าวตอบเพื่อนตามความเป็จริง
“ฉันไม่อยากนึกภาพตัวเอง.....ที่จะต้องไปเป็อาจารย์ในมหาลัยปักกิ่งเลย”
หยวนหนิงเหอเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ยินดีเพราะเขาไม่ชื่นชอบการทำหน้าที่เป็ครูหรืออาจารย์สอนให้ความรู้กับนักศึกษาเนื่องด้วยบุคลิกของเขาไม่ค่อยชื่นชอบสาวสวย ซึ่งเป็บุคลิกเหมือนกับหยางจุ้น
เขาชื่นชอบที่จะขลุกอยู่ในกองทัพและออกร่วมาระหว่างประเทศมากกว่าโดยยินที่ที่จะทำงานเสี่ยงอันตรายและสกปรกมอมแมมมากกว่าการใส่ชุดสูทและวางท่าคงแก่เรียนต่อหน้านักศึกษาทั้งหลาย
“ไปเถอะน่านายน่าจะดีใจนะที่จะได้เห็นสาว ๆ สวย ๆ ในมหาลัยดัง”
หยางจุ้นเอ่ยหยอกล้อเพื่อนอย่างไม่จริงจังเขารู้สึกโล่งอกที่ทางผู้บัญชาการใหญ่ไม่ได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้กับเขา
ถึงอย่างนั้นเขาเคยมอบหมายให้หลีอี้เฉินเข้าไปทำหน้าที่เป็อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยชิงหวาแล้ว
ส่วนสมาชิกทีมัดำที่เหลือจะต้องเข้าไปทำหน้าที่สืบข่าวและหาทางกำจัดสมาชิกลัทธิปีศาจมีจำนวนห้าคน ได้แก่หลีอี้เฉิน หานหลาง เหลียงฟาหยาง ติงเจี๋ย และจ้าวลี่หง
โดยทั้งห้าคนจะต้องกระจายแฝงตัวไปทำหน้าที่เป็อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยดังห้าอันดับแรกของประเทศซึ่งมาจากคำแนะนำของหยางจุ้นต่อผู้บัญชาการใหญ่ โดยเขาส่งหลีอี้เฉินเข้าไปสอนที่มหาวิทยาลัยชิงหวาแล้ว
ส่วนการคัดเลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่สำคัญจำนวนเพียงห้ามหาวิทยาลัยเป็ผลมาจากการวิเคราะห์ของหยางจุ้นซึ่งเขาอาศัยสัญชาตญาณและความน่าจะเป็คำนวณออกมา
“ชิ! ทีนายล่ะ.....เห็นวิ่งหนีสาว ๆเหมือนกันนี่นา ไม่ต่างกันหรอกมั้งพวกเรา”
หยวนหนิงหลงเบ้ปากพลางกล่าวหยอกหยางจุ้นกลับคืนอย่างขบขัน
“วันนี้นายเป็อะไร? ฉันเห็นนายขมวดคิ้วบ่อย ๆเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
หยางจุ้นวกกลับเข้าเื่ที่เขาอยากรู้ความผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นกับเพื่อนทันทีเนื่องจากระหว่างการประชุมเขาพบว่าเพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมีท่าทางสงสัยหรือหนักใจในเื่บางอย่างจึงสอบถามด้วยความห่วงใย
“นายยังเก่งกาจเหมือนเดิมเลยนะ”หยวนหนิงหลงถอนหายใจยาวพลางเอ่ยชมเพื่อนอย่างจริงใจ
เขาไม่คาดคิดว่าหยางจุ้นจะสามารถตรวจสอบพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเขาได้เขารู้สึกสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับทางบ้านขึ้นมาเป็สัญชาตญาณที่รับรู้ได้แต่ไม่สามารถบอกกล่าวได้ว่ามันคืออะไรหรือจะสร้างอันตรายอะไรให้กับคนในครอบครัวบ้าง
“แล้วมีเื่อะไรเกิดขึ้น? อยากให้ฉันช่วยไหม?” หยางจุ้นรู้สึกสังหรณ์ใจเกี่ยวกับปัญหาของเพื่อน
เขาจึงเอ่ยปากอาสาที่จะช่วยแก้ไขให้อย่างมีน้ำใจโดยคาดเดาว่าอาจเป็ปัญหาส่วนตัวที่เพื่อนไม่เต็มใจเล่าให้ฟังเท่าใดนัก
หยวนหนิงหลงมองสบตาหยางจุ้นเพื่อความแน่ใจในเื่ที่ตนพบสิ่งผิดปกติมาก่อนที่จะเล่าเื่ราวความสงสัยที่เขาพบในครอบครัวให้เพื่อนฟังตามจริงว่า
“อันที่จริง...มันก็ไม่ใช่เื่ร้ายแรงอะไรหรอกแต่ฉันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้เมื่อวานฉันกลับบ้านแล้วน้องสาวขอให้ซื้อแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ให้แต่ฉันััได้ถึงบางอย่างภายในตัวน้อง มันบอกไม่ถูกน่ะเสี่ยวจุ้น”
หยางจุ้นพยักหน้าเข้าใจเขาเคยได้ยินเพื่อนเอ่ยถึงน้องสาวด้วยความภาคภูมิใจบ่อยครั้ง ทว่าเขาไม่เคยพบเจอเด็กสาวมาก่อนเพราะไม่ชื่นขอบการทำความรู้จักกับเพศหญิงเท่าใดนัก
เขาอาสาที่จะช่วยสืบข้อมูลของน้องสาวเพื่อนเพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจอย่างจริงจังว่า
“โอเค.....เข้าใจแล้วฉันจะลองสืบข้อมูลจากหลาย ๆ ทางมาให้ บางทีอาจมีอะไรไม่ชอบมาพากลนายจะได้หาทางป้องกันหรือแก้ไขได้ทัน”
หยางจุ้นเข้าใจเป็อย่างดีว่าความรู้สึกกังวลของเพื่อนต้องมีที่มาอย่างแน่นอนเหตุเพราะปกติเพื่อนจะไม่แสดงท่าทีเด่นชัดออกมาอย่างนี้ ทำให้เขาอยากรับรู้ความผิดปกตินั้นเพื่อช่วยเหลือเพื่อนต่อไป
จากนั้นสองหนุ่มต่างพูดคุยประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องกับภารกิจในการกำจัดลัทธิปีศาจให้หมดสิ้นไปจากประเทศ
ส่วนประเทศอื่นขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้นำประเทศเป็หลักว่าจะมองเห็นความสำคัญของปัญหาและคิดหาทางแก้ไขอย่างไรซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของประเทศอื่นในการเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด