ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องส่วนตัว ชั้นบนของหอการค้าเมฆาครามชั่วขณะ มีเพียงเสียงเคาะค้อนประมูลและเสียงะโแย่งชิงโอสถเหลวที่ดังก้องแว่วมาจากลานประมูลด้านล่าง ราคาของโอสถเหลวชุดที่สองพุ่งทะลุเกินหนึ่งร้อยห้าสิบศิลาิญญาระดับต่ำไปแล้ว แต่ภายในห้องนี้ บรรยากาศกลับตึงเครียดด้วยการหยั่งเชิงระหว่างเด็กหนุ่มใต้หน้ากากเหล็กและอัจฉริยะสาวลึกลับ
หลินเฟิงสบตาเื้ัหน้ากากกับมู่หรงชิงอย่างนิ่งสงบ จิตใจของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับประกายไฟในเตาหลอม
*‘เ้าหนู... นางพูดความจริง’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องในโสตประสาท *‘กายทิพย์เทพวารีของนางบริสุทธิ์มาก พลังของ์สายวารีย่อมไวต่อกลิ่นอายละอองทิพย์วารี์ที่ข้าดึงลงมาสกัดยา แต่เ้านไม่ต้องตื่นตระหนก นางแผ่เจตนาดีออกมา ไม่มีไอสังหารแม้แต่น้อย ลองฟังเงื่อนไขของนางดู สตรีที่มีเื้ัระดับนี้ หากได้เป็พันธมิตร ย่อมเป็เกราะคุ้มกันตระกูลหลินในยามที่เ้ายังไม่เติบโตได้ดีเยี่ยม’*
เมื่อได้รับคำยืนยันจากิญญาโบราณ หลินเฟิงก็ยกมือขึ้น ค่อยๆ ถอดหน้ากากเหล็กออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงมีความเยาว์วัย ทว่าดวงตากลับนิ่งสงบและเต็มไปด้วยภูมิปัญญาที่เกินอายุ
"แม่นางมู่หรงชิง สายตาเฉียบคมและผัสสะยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้ายอมรับว่าโอสถเหลวเ่าั้เป็ข้าที่จัดการสกัดมันขึ้นมาเอง" หลินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ปิดบังอีกต่อไป "แต่ข้าประหลาดใจนัก ตัวตนระดับอัจฉริยะจากเมืองหลวงที่มีกายทิพย์เทพวารีเช่นท่าน เหตุใดจึงมาสนใจผู้ใช้ิญญาขั้นที่หนึ่งในเมืองชายแดนเล็ก ๆ แห่งนี้? และท่าน้าสิ่งใดจากโอสถเหลวคืนพลังิญญาระดับต่ำเหล่านี้กันแน่?"
มู่หรงชิงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงที่ไม่อาจซ่อนเร้น นางมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง *‘เขา... เขารู้จักกายทิพย์เทพวารีของข้า?! แถมยังมองออกถึงระดับพลังและที่มาของข้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทั้งที่ข้าใช้สมบัติิญญาระดับสูงปิดกั้นกลิ่นอายเอาไว้แท้ๆ! เื้ัของหลินเฟิงคนนี้... ต้องมีตัวตนระดับะขั้นสูงคอยหนุนหลังอยู่เป็แน่!’* ความเข้าใจผิดนี้ทำให้นางยิ่งทวีความยำเกรงในตัวหลินเฟิงมากขึ้น
หญิงสาวจัดแจงท่าทางให้สำรวมขึ้น รอยยิ้มขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็ความจริงใจ "ในเมื่อสหายหลินเปิดเผยตรงไปตรงมา ข้าก็จะไม่ปิดบัง... ที่ข้าเดินทางมายังเมืองชิงหยางอันห่างไกลนี้ เพราะ้าตามหา 'สมุนไพรทิพย์วารี์' เพื่อรักษาอาการาเ็ในทะเลิญญาของท่านปู่ของข้า ทว่าเมื่อครู่ ข้าได้ััโอสถเหลวของท่าน มันไม่ใช่แค่มีความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม แต่ในนั้นกลับมีกลิ่นอายของ 'พลังทิพย์วารีระดับ์' ที่บริสุทธิ์อย่างเหลือเชื่อผสมผสานอยู่ด้วย!"
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกล่าวต่อ "แม้โอสถเหลวนี้จะเป็เพียงยาระดับต่ำที่ฟื้นฟูพลังิญญา แต่มวลพลังงานวารี์ที่เจือปนอยู่ สามารถช่วยบรรเทาอาการคุ้มคลั่งในทะเลิญญาของท่านปู่ได้ดีกว่ายาระดับสูงที่เมืองหลวงเสียอีก ข้าจึงอยากจะขอซื้อโอสถเหลวสิบส่วนเต็มจากท่านหลินเฟิงเดือนละห้าสิบขวด โดยข้าจะให้ราคาขวดละห้าสิบศิลาิญญาระดับต่ำโดยตรง ไม่ต้องผ่านการประมูล!"
ห้าสิบขวด ขวดละห้าสิบก้อน... นั่นเท่ากับ **สองพันห้าร้อยศิลาิญญาระดับต่ำต่อเดือน!**
เงินจำนวนนี้สามารถปลดหนี้ของตระกูลหลินได้ภายในเวลาเพียงสองเดือนเท่านั้น! นี่คือพลังของระบบเศรษฐกิจระดับบนที่คนธรรมดาหรือแม้แต่ตระกูลจ้าวก็ไม่อาจเอื้อมถึง
หลินเฟิงยิ้มจางๆ "ข้อเสนอเื่ราคาช่างน่าดึงดูดยิ่งนัก แล้วเื่ที่ท่านบอกว่าจะช่วยข้าจัดการกับตระกูลจ้าวเล่า? ท่านจะทำอย่างไร?"
มู่หรงชิงหัวเราะเบาๆ ดวงตาทอประกายเ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกสาว "ตระกูลจ้าวเพิ่งจะมอบศิลาิญญาระดับกลางสิบก้อนให้ผู้เฒ่ากู่เพื่อหวังผูกขาดการค้า 'โอสถรวบรวมิญญา' ใช่หรือไม่? ข้าลืมบอกท่านไป... หอโอสถร้อยสมุนไพรทั่วทั้งอาณาจักรต้าเซี่ย เป็ทรัพย์สินของสมาคมนักหลอมโอสถ ซึ่งตระกูลมู่หรงของข้าคือหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ที่คุมสมาคมนี้อยู่! แค่ข้าส่งสารฉบับเดียว สิทธิ์การผูกขาดของตระกูลจ้าวจะกลายเป็เศษกระดาษทันที และข้าสามารถเปลี่ยนสิทธิ์นั้นมาให้ตระกูลหลินของท่านแทนได้ด้วยซ้ำ!"
การเมืองคือเื่ของผลประโยชน์ แต่หลินเฟิงรู้ดีว่า หากเขารับสิทธิ์ผูกขาดโอสถรวบรวมิญญามาในตอนนี้ ตระกูลหลินจะกลายเป็เป้าโจมตีของทุกตระกูลในเมืองทันที ตระกูลที่ไร้กำลังทหารปกครอง แต่กลับถือครองบ่อเงินบ่อทอง ย่อมมีจุดจบที่ไม่สวยงาม
"ขอบคุณในความหวังดีของแม่นางมู่หรงชิง" หลินเฟิงกล่าวพลางยกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น "แต่ตระกูลหลินในยามนี้ยังไม่พร้อมจะรับสิทธิ์ผูกขาดโอสถรวบรวมิญญา ข้า้าให้ท่าน 'ระงับ' สิทธิ์ของตระกูลจ้าวไว้ และเปิดให้เป็ตลาดเสรี ให้ทุกตระกูลรวมถึงตระกูลเฉินและตระกูลมู่สามารถซื้อขายได้อย่างเท่าเทียม"
มู่หรงชิงนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตาประหลาดใจ แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม *'ลึกล้ำยิ่งนัก! เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ถูกความโลภบังตา เขารู้จักปล่อยเสือเข้าป่าเพื่อให้พวกมันฟัดกันเอง การเปิดตลาดเสรีจะทำให้ตระกูลเฉินและตระกูลมู่หันไปแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกับตระกูลจ้าวอย่างดุเดือด แรงกดดันทางการเมืองทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ตระกูลจ้าว ส่วนตระกูลหลินก็สามารถพัฒนาตัวเองอยู่วงนอกได้อย่างปลอดภัย!'*
"ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก สหายหลิน" มู่หรงชิงพยักหน้ารับอย่างเลื่อมใส "ตกลงตามนี้ ข้าจะจัดการตามที่ท่าน้า ส่วนเื่โอสถเหลวคืนพลังิญญา อีกสามวันข้าจะมารับสินค้าชุดแรกยี่สิบห้าขวดที่นี่"
หลังจากทำสัญญาลับร่วมกัน มู่หรงชิงก็ขอตัวลาจากไป ทิ้งให้หลินเฟิงนั่งอยู่ในห้องเพียงลำพัง ไม่นานนัก ผู้จัดการหลี่กวนก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มจนแก้มแทบปริ ในมือถือถุงมิติมอบให้หลินเฟิง
"ใต้เท้า! การประมูลเสร็จสิ้นแล้ว โอสถเหลวยี่สิบขวดของท่านทำเงินได้ทั้งหมด **สอง千สี่ร้อยศิลาิญญาระดับต่ำ** หลังจากหักค่านายหน้าของหอการค้าห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือสุทธิสองพันสองร้อยแปดสิบศิลาิญญาระดับต่ำครับ!"
หลินเฟิงรับถุงมิติมา พลังจิตของเขาสำรวจเข้าไปด้านใน เห็นศิลาิญญาสีฟ้าส่องประกายกองเป็ูเาขนาดเล็ก หัวใจของเด็กหนุ่มพองโต ความกดดันเื่การเงินที่เคยหนักอึ้งบัดนี้เบาบางลงไปกว่าครึ่ง
"ดีมาก ผู้จัดการหลี่ ข้า้าซื้อศิลาิญญาระดับกลางสิบก้อน และสมุนไพรสกัดโอสถชุดเดิมอีกห้าสิบชุด ส่วนที่เหลือให้เก็บไว้ในบัญชีของข้า"
"น้อมรับคำสั่งครับใต้เท้า!" หลี่กวนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
เมื่อหลินเฟิงลอบกลับมาถึงห้องนอนในคฤหาสน์ตระกูลหลิน เขาไม่รอช้ารีบนำศิลาิญญาระดับกลางทั้งสิบก้อนออกมาวางรอบตัว ศิลาิญญาระดับกลางแผ่กลิ่นอายพลังงานที่หนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าระดับต่ำหลายเท่า
*‘เ้าหนู... ถึงเวลาของเ้าแล้ว’* ิญญามรรคาภพปรากฏตัวขึ้นกลางทะเลิญญา *‘หนี้สินและการเมืองภายนอกมีคนช่วยยันไว้ชั่วคราว แต่ตัวเ้าเองต้องมีพลังที่แท้จริง วันนี้ข้าจะสอนวิชาบ่มเพาะระนาบฟ้าดินที่แท้จริงให้เ้า... "มรรคาจักรพรรดิสามภพ" วิชาลับนี้จะใช้ทะเลิญญาร้อยส่วนของเ้าเป็แกนกลาง ดูดซับพลังงานเพื่อทะลวงผ่านพันธนาการ!’*
หลินเฟิงปิดตาลง เริ่มโคจรพลังตามทักษะที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง ทันใดนั้น ศิลาิญญาระดับกลางรอบกายก็เริ่มสั่นสะท้าน ละอองพลังงานสีฟ้าเข้มพุ่งทะลักเข้าสู่ร่างกายของหลินเฟิงราวกับหนอนไหมที่กำลังดูดซับรัง
*วูบ... วูบ...*
ในจุดตันเถียน ทะเลิญญาสีทองที่ถูกบีบอัดไว้แผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว พลังงานหลอมรวมกันจนเกิดเสียงะเิในจิตใจ
*ปัง!* ผู้ใชิญญาระดับมนุษย์ ขั้นที่ 1 ระดับก่อตั้ง!
*ปัง!* ระดับหลอมรวม!
พลังของเขาทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทว่ารากฐานกลับแ่าไร้ซึ่งความสั่นคลอน พลังิญญาสีทองบริสุทธิ์หมุนเวียนไปทั่วเส้นชีพจร ทะลวงจุดอุดตันทั้งหมด จนกระทั่งพลังงานจากศิลาิญญาระดับกลางทั้งสิบก้อนสลายกลายเป็ผงหินสีขาว ร่างของหลินเฟิงก็สั่นสะท้านอีกครั้ง แผ่กลิ่นอายพลังที่หนักแน่นกดดันออกมา
**"ขั้นที่ 1 ระดับหลอมรวมขั้นสูงสุด!"**
ภายในคืนเดียว หลินเฟิงข้ามผ่านระดับย่อยถึงสองระดับ! หากเื่นี้แพร่ออกไป สำนักใหญ่ในเมืองหลวงคงต้องส่งยอดฝีมือมาแย่งชิงตัวเขาอย่างแน่นอน ด้วยพลังในยามนี้ หากเขาต้องเผชิญหน้ากับชายรอยแผลเป็เมื่อวานอีกครั้ง แค่สะบัดนิ้ว พลังิญญาของเขาก็สามารถบดขยี้มันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแรงกดดันทางชนชั้นิญญาเลยด้วยซ้ำ
หลินเฟิงลืมตาขึ้น สูดลมหายใจยาว ความรู้สึกเหนื่อยล้าหายไปสิ้น มีเพียงความปลอดโปร่งและพละกำลังที่สามารถล้มวัวป่าได้ทั้งตัว
เช้าวันต่อมา ณ หอศึกษาิญญาคราม บรรยากาศในห้องเรียนวันนี้แปลกประหลาดกว่าทุกวัน จ้าวคังเดินเข้าห้องมาด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งดั่งก้นหม้อ แววตาแฝงไปด้วยความหงุดหงิดและกังวล ผิดกับท่าทางผยองในวันก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง
"นี่... พวกเ้ารู้ข่าวหรือยัง?" เสียงซุบซิบจากนักเรียนกลุ่มหนึ่งดังขึ้น "เมื่อคืนนี้ หอโอสถร้อยสมุนไพรออกคำสั่งด่วน ยกเลิกการเจรจาสิทธิ์ผูกขาดโอสถรวบรวมิญญากับตระกูลจ้าวทั้งหมด แถมยังประกาศเปิดตลาดเสรี ให้ทุกตระกูลสามารถเข้าถึงยารวมถึงนำยาสูตรตัวเองมาวางขายได้ด้วย!"
"จริงหรือ?! แย่แล้วสิ ตระกูลจ้าวจ่ายเงินมัดจำให้ผู้เฒ่ากู่ไปตั้งเยอะไม่ใช่หรือนั่น? แบบนี้เงินไม่สูญเปล่ารึ?"
"ไม่ใช่แค่เงินสูญเปล่า แต่ตระกูลเฉินกับตระกูลมู่พอรู้ข่าว ยามเช้าวันนี้ก็รีบส่งกองคาราวานไปแย่งซื้อวัตถุดิบตัดหน้าตระกูลจ้าวแล้ว! ตอนนี้ตระกูลจ้าวกำลังเผชิญศึกหนักทางการค้าเลยล่ะ!"
หลินเฟิงนั่งฟังอยู่ที่โต๊ะหลังห้องพลางยิ้มเย็นในใจ แผนการของมู่หรงชิงช่างรวดเร็วและเฉียบขาดสะใจยิ่งนัก ตระกูลจ้าวในยามนี้เหมือนถูกตัดแขนตัดขา ลำพังแค่การรับมือกับตระกูลเฉินและตระกูลมู่ทางการเมืองและการเงิน ก็คงไม่มีเวลาว่างมาสร้างความเดือดร้อนให้ตระกูลหลินไปอีกพักใหญ่
"หลินเฟิง!" เสียงตวาดแหลมสูงดังขึ้น จ้าวคังเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะของเขา ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น "เป็ฝีมือของเ้าใช่ไหม?! เ้าพูดจาอวดดีเมื่อวานที่หอโอสถ จากนั้นเื่นี้ก็เกิดขึ้น! เ้าใช้เล่ห์กลอะไร?!"
หลินเฟิงเงยหน้ามองจ้าวคังอย่างเฉยเมย "นายน้อยจ้าว... ท่านกำลังกล่าวหาข้าข้ามรุ่นเกินไปหรือไม่? ข้าเป็เพียงขยะพร์นภาที่สี่ของตระกูลตกอับ จะมีปัญญาอะไรไปเปลี่ยนแปลงคำสั่งของหอโอสถร้อยสมุนไพรระดับทวีปได้? ตระกูลจ้าวของท่านบริหารงานผิดพลาดจนโดนเบื้องบนสั่งสอนเอง แล้วเหตุใดต้องมาพาลใส่ข้า?"
"เ้า...!" จ้าวคังเงื้อมหมัดขึ้นเตรียมจะชกหน้าหลินเฟิงด้วยความโมโหสุดขีด พลังกายทิพย์เต่าศิลาเริ่มแผ่ออกมา
"จ้าวคัง! หยุดมือเดี๋ยวนี้!" เสียงเฉียบขาดของอาจารย์มู่หยงดังขึ้นที่หน้าประตู ทำให้จ้าวคังต้องชะงักหมัดไว้กลางอากาศอย่างขัดใจ
อาจารย์มู่หยงเดินเข้ามาในห้อง แววตาของเขาเคร่งขรึม "หอศึกษาคือสถานที่ฝึกฝน ไม่ใช่ลานประลองส่วนตัวของตระกูลใด! หากใครกล้าก่อเื่ ข้าจะคัดชื่อออกจากหอศึกษาทันที!" เขากวาดสายตามองจ้าวคังดั่งใบมีด จนจ้าวคังต้องยอมลดหมัดลงและเดินกลับไปที่นั่งด้วยความอัปยศ
ทว่าก่อนจะเริ่มเรียน อาจารย์มู่หยงได้ประกาศข่าวสำคัญอีกเื่หนึ่ง "ทุกคนฟังให้ดี... อีกสองสัปดาห์ข้างหน้า จะมี 'การแข่งขันล่าสัตว์ิญญาประจำฤดูใบไม้ร่วง' จัดขึ้นที่บริเวณชายป่าหมอกทมิฬ การแข่งขันนี้เ้าเมืองและผู้นำทุกตระกูลจะมาร่วมชม ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งนอกจากจะได้รับศิลาิญญาระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อนแล้ว... ยังจะได้รับสิทธิ์เข้าศึกษาต่อที่ 'สำนักิญญาศักดิ์สิทธิ์' ในเมืองหลวงอีกด้วย! ข้าหวังว่าพวกเ้าทุกคนจะตั้งใจฝึกฝน"
เมื่อสิ้นเสียงประกาศ ทั้งห้องเรียนก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง สำนักิญญาศักดิ์สิทธิ์คือนามในฝันของผู้ใช้ิญญาทุกคนในอาณาจักรต้าเซี่ย! มันคือสถานที่รวมตัวของอัจฉริยะยอดฝีมือ และเป็บันไดสู่อำนาจระดับราชวงศ์
จ้าวคังหันมามองหลินเฟิงพลางเลียริมฝีปากด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม *'หลินเฟิง... ในหอศึกษาข้าลงมือกับเ้าไม่ได้ แต่ในการแข่งขันล่าสัตว์ิญญาที่ป่าหมอกทมิฬ ที่นั่นไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีอาจารย์คอยคุ้มครอง... ข้าจะฝังเ้าไว้ที่ป่าแห่งนั้น ให้เป็ปุ๋ยของพวกสัตว์ิญญาซะ!'*
หลินเฟิงสบตากลับไปอย่างไม่เกรงกลัว แววตาของเด็กหนุ่มประกายลึกล้ำ มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีใครเข้าใจ *'ล่าสัตว์ิญญาในป่าหมอกทมิฬงั้นหรือ? ช่างเป็สถานที่ที่เหมาะกับข้าจริงๆ... จ้าวคัง เ้าไม่มีวันรู้หรอกว่า ใครกันแน่ที่เป็ผู้ล่า และใครที่เป็เหยื่อในป่าแห่งนั้น!'*
กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเริ่มพัดโบก เมืองชิงหยางที่เคยสงบนิ่งบัดนี้กำลังจะกลายเป็เวทีแห่งการห้ำหั่นที่เดิ
มพันด้วยชีวิตและอนาคตของคนรุ่นใหม่!