“เอนกายเหนือเมฆาเก้าชั้นฟ้า อาสนะหยั่งรู้สัจธรรม นอกขอบเขตปฐีฟ้าดิน ข้าคือประมุขผู้ปกครอง ผานกู่ให้กำเนิดไท่จี๋ หยินหยางสี่ลักษณ์หมุนวน ข้าคือหงจวิน วันนี้บรรลุเป็ปราชญ์ ได้สร้างวังจื่อเซียวขึ้นในห้วงโกลาหล เพื่อถ่ายทอดมหาเต๋าแก่สรรพชีวิต ผู้มีวาสนาล้วนสามารถมาฟังได้!”
สุรเสียงอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรแผ่ซ่านไปทั่วทั้งพิภพหงฮวง
ณ เขาคุนหลุน วังอวี้ซวี
เหนือหน้าผากิเลน สวีทงพลันลืมตาโพลงขึ้น!
“อะไรกันเนี่ย? หงจวิน? วังจื่อเซียว?”
สวีทงที่กำลังมึนงงตกอยู่ในภวังค์ ทันใดนั้น เศษเสี้ยวความทรงจำนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลักเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำหลาก!
ผ่านไปครู่ใหญ่ เศษเสี้ยวความทรงจำเ่าั้ก็ค่อย ๆ หลอมรวมกัน ดวงตาของสวีทงเริ่มปรากฏแววแห่งความกระจ่างแจ้ง
นี่เรา... ข้ามมิติมายังโลกหงฮวง แถมยังกลายเป็ ‘ทงเทียน’ หนึ่งในสามวิสุทธิ์ที่ยังไม่ได้พิสูจน์มรรคาบรรลุเป็ปราชญ์งั้นเหรอ!
แววตาของสวีทงฉายความยินดีออกมาวูบหนึ่ง ก่อนข้ามมิติเขาเคยอ่านนิยายแนวหงฮวง*[1]มาไม่น้อย ย่อมต้องคุ้นเคยกับหกปราชญ์แห่งฟ้าดินในโลกหงฮวงเป็อย่างดี
ให้ตายสิ! นี่คือทงเทียนเจี้ยวจู่เชียวนะ! หนึ่งในปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต มีอายุขัยยืนยาวเท่าฟ้าดิน ทั้งยังเป็ผู้ก่อตั้งนิกายเจี๋ยที่มีเหล่าเซียนนับหมื่นมาคารวะ เป็ที่เคารพรักของสรรพสัตว์... เดี๋ยวก่อนนะ นิกายเจี๋ย? สถาปนาเทพ! เวรแล้วไง!
เดิมทีสวีทงยังตื่นเต้นที่ได้เป็ทงเทียน แต่ไม่นานนักเขาก็เริ่มดีใจไม่ออก
เพราะเขานึกขึ้นได้ว่า การเป็ทงเทียนที่เป็ว่าที่ปราชญ์ในอนาคตนั้นมันก็ฟังดูดีอยู่หรอก แต่ชะตากรรมของทงเทียนในภายหน้านั้นมันช่างน่าเวทนายิ่งนัก!
ต้องไปฟังการบรรยายเต๋าที่วังจื่อเซียว กราบหงจวินเป็อาจารย์ ถูกประทานปราณม่วงหงเิให้!
จากนั้นก็ก่อตั้งนิกายเจี๋ย ใช้บุญบารมีของนิกายและปราณม่วงหงเิพิสูจน์มรรคา จนกลายเป็ปราชญ์แห่งวิถี์!
ฟังดูเหมือนจะรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด แต่ทั้งหมดนั่นคือแผนการคำนวณของวิถี์และหงจวินทั้งสิ้น!
นิกายเจี๋ยที่มีเซียนนับหมื่นมาคารวะดูเหมือนจะรุ่งโรจน์ไร้เทียมทาน แต่ในมหาภัยพิบัติสถาปนาเทพนั้น นิกายเจี๋ยกลับต้องพินาศย่อยยับ แม้แต่ทงเทียนที่เป็เ้านิกายเองก็ยังถูกกักขังไว้ในวังจื่อเซียว ถูกหงจวินบังคับให้กลืนโอสถสยบปราชญ์ และต้องถูกจองจำอยู่ในวังจื่อเซียวไปตลอดกาล!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สวีทงก็ยิ้มไม่ออกอีกต่อไป
แต่ชะตากรรมอันน่าเศร้าของทงเทียนในนิยายดูเหมือนจะเริ่มขึ้นจากการก่อตั้งนิกายเจี๋ย งั้นถ้าไม่ตั้งนิกายเจี๋ยล่ะ?
สวีทงลูบคางครุ่นคิดอย่างละเอียด แต่แล้วเขาก็ปฏิเสธแผนการนี้ไปทันที
เพราะตามฟันเฟืองของวิถี์ การที่เขาเดินทางไปยังวังจื่อเซียวเพื่อฟังการบรรยายเต๋า คือจุดเริ่มต้นของกับดักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเงื่อนไขพื้นฐานของการเป็ปราชญ์ก็คือปราณม่วงหงเิและบุญบารมีจากการก่อตั้งนิกายเจี๋ย!
หากมีสองสิ่งนี้ ถึงจะสามารถพิสูจน์มรรคาได้!
นั่นหมายความว่า หากสวีทง้าพิสูจน์มรรคาบรรลุปราชญ์ เขาจำเป็ต้องตั้งนิกายเจี๋ยขึ้นมา!
ยิ่งไปกว่านั้น ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกเดินทางไปยังวังจื่อเซียว เขาก็จะตกอยู่ในการคำนวณของวิถี์ทันที!
ถ้าจำไม่ผิด วิธีการพิสูจน์มรรคาบรรลุปราชญ์ในโลกหงฮวงมีอย่างน้อยสามทาง คือ พิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลัง พิสูจน์มรรคาด้วยการตัดสามกิเลส และพิสูจน์มรรคาด้วยบุญบารมี!
ความคิดในสมองของสวีทงหมุนวนอย่างรวดเร็ว
ในหมู่พวกเขานั้น ดูเหมือนมหาเทพผานกู่จะพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลัง และในบรรดาสามวิธีนี้ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถหลุดพ้นจากฟ้าดินและอยู่เหนือการควบคุมของวิถี์ได้อย่างแท้จริง!
ในเมื่อผานกู่ยังสามารถพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลังเพื่อบรรลุเป็ปราชญ์ได้ แล้วทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะ?
แววตาของสวีทงทอประกายเด็ดเดี่ยว ในเมื่อได้ข้ามมิติมาทั้งที มีเหตุผลอันใดที่เขาจะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเื่วุ่นวายในวังจื่อเซียวให้ต้องแบกรับบ่วงกรรมเล่า!
ไม่ว่าวิถี์หรือหงจวินจะวางแผนยังไง ฉันก็จะขออยู่เฉย ๆ ไม่ทำตัวเด่นและไม่ขอรับไม้ต่อ ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกเขาจะพยากรณ์เพื่อหาทางทำร้ายฉันได้ยังไง!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จิตใจของสวีทงก็ปลอดโปร่งและรู้สึกเบาสบายยิ่งนัก!
การไปฟังการบรรยายเต๋าที่วังจื่อเซียว ใครอยากไปก็ไปเถอะ!
ปราณม่วงหงเิ ใครอยากได้ก็เอาไปเลย!
แม้แต่นิกายเจี๋ยนั่น ใครอยากตั้งก็ตั้งไป!
ดังคำกล่าวที่ว่า หากข้าไม่ลงนรก ใครอยากลงก็เชิญ!
สรุปสั้น ๆ คือ เื่ราวใด ๆ ในหงฮวง รวมถึงนิกายเจี๋ยในอนาคต เขาไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป
อยู่อย่างซุ่มซ่อน เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบเชียบไม่ดีกว่าหรือ?
เขาไม่เชื่อหรอกว่า ถ้าเขาไม่ไปยุ่งเื่ของโลกหงฮวง แล้วคนอื่นจะยังบีบบังคับให้เขาไปได้อีก?
[ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางจิตใจของโฮสต์ ระบบทางเลือกระดับสูงสุดเปิดใช้งาน]
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าหงจวินเต้าหยินพิสูจน์มรรคาบรรลุปราชญ์ และกำลังจะเริ่มบรรยายเต๋า ณ วังจื่อเซียว โปรดเลือกทางเลือกของท่าน]
[ทางเลือกที่ 1: เดินทางไปยังวังจื่อเซียวเพื่อฟังการบรรยายเต๋าตามวิถีเดิมของหงฮวง รางวัล: ปราณม่วงหงเิหนึ่งสาย, ตำแหน่งปราชญ์ 1 ตำแหน่ง]
[ทางเลือกที่ 2: เดินทางไปยังวังจื่อเซียวเพื่อฟังการบรรยายเต๋า แต่ปฏิเสธการนั่งบนอาสนะและปฏิเสธตำแหน่งปราชญ์ รางวัล: แต้มบุญหนึ่งพันล้านแต้ม]
[ทางเลือกที่ 3: ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเขาคุนหลุนไม่ไปไหน รางวัล: วิชาต้นกำเนิดฟ้าดิน]
เสียงที่ดังขึ้นในหัวทำให้สวีทงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็ความยินดีอย่างยิ่งยวด
ข้ามมิติมาพร้อมระบบ นิยายไม่ได้หลอกฉันจริง ๆ ฉันก็มีนิ้วทองคำเหมือนกัน!
หลังจากดีใจเสร็จ เมื่อมองไปยังตัวเลือกทั้งสาม สวีทงก็แทบไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาเลือกทันที!
ไอ้ระบบบ้านี่ สองตัวเลือกแรกดูเหมือนจะง่ายที่สุด โดยเฉพาะตัวเลือกแรกที่ได้เป็ปราชญ์ทันที แต่นั่นย่อมต้องถูกวิถี์กักขังไว้แน่ อย่าหวังจะมาล่อลวงฉันเลย! เลือกข้อสาม!
ล้อเล่นน่ะสิ เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ไปยุ่งเื่ในหงฮวง ย่อมไม่มีทางไปฟังการบรรยายเต๋าที่วังจื่อเซียวแน่นอน!
เพราะเมื่อไปถึงวังจื่อเซียวแล้ว การจะเลือกนั่งหรือไม่นั่งบนอาสนะนั้น เกรงว่าจะมิได้ขึ้นอยู่กับความ้าของเขาเพียงฝ่ายเดียวแล้ว!
ที่นั่นน่ะ... มันถิ่นของหงจวินนะ!
ยิ่งไปกว่านั้น รางวัลของทั้งสามตัวเลือกนี้ยังมีความหมายแฝงที่ต่างกันมาก
ตัวเลือกแรกให้ปราณม่วงหงเิและตำแหน่งปราชญ์ ซึ่งมันไม่มีความจำเป็เลย! เพราะถ้าเขาเลือกไปฟังการบรรยายเต๋า ต่อให้ไม่มีระบบให้รางวัล เขาก็จะได้เป็ปราชญ์ตามวิถีเดิมของหงฮวงอยู่ดี
ส่วนรางวัลของตัวเลือกที่สอง แต้มบุญหนึ่งพันล้านแต้มนั้นเพียงพอที่จะทำให้เขาพิสูจน์มรรคาด้วยบุญบารมีได้! แต่วิธีนี้เป็วิธีที่อ่อนแอที่สุดและไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของวิถี์ได้
สิ่งที่สวีทง้า ไม่ใช่แค่ตำแหน่งปราชญ์ธรรมดา ๆ ทั่วไป!
สำหรับรางวัลของตัวเลือกที่สาม เขาััได้ถึงความลึกลับบางอย่าง ซึ่งนั่นคือวิชาที่มหาเทพผานกู่ทิ้งเอาไว้นั่นเอง!
วิชาต้นกำเนิดฟ้าดิน... หลอมรวมจิติญญาแห่งฟ้าดิน เปิดประตูแห่งความลี้ลับ พิสูจน์มหาเต๋าเบิกฟ้า!
กล่าวได้ว่า นี่คือวิชาสำหรับการพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลังเพื่อบรรลุปราชญ์ด้วยร่างกาย!
สวีทงเพิ่งตัดสินใจจะอยู่อย่างซุ่มซ่อนและพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลัง ระบบก็ส่งตัวเลือกนี้มาให้ ช่างเหมือนกับส่งหมอนมาให้คนกำลังง่วงนอนแท้ ๆ !
“น้องสาม ตอนนี้ท่านปราชญ์กำลังจะเริ่มบรรยายมหาเต๋าแล้ว พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ!”
ในตอนนั้นเอง ประตูถ้ำพำนักก็เปิดออก ร่างสองร่างทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่นคืออีกสองท่านในสามวิสุทธิ์ที่ร่วมบำเพ็ญเพียรอยู่บนเขาคุนหลุนกับทงเทียน... เล่าจื๊อและหยวนสื่อ
สำหรับพวกเขา การได้ไปฟังการบรรยายเต๋าที่วังจื่อเซียวถือเป็วาสนาอันสูงสุด!
เมื่อมองดูคนทั้งสอง สวีทงก็ได้แต่แค่นเสียงหึในใจ
ตอนนี้เ้าสองคนนี้อาจจะยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาอยู่ แต่วันหน้าจะสร้างปัญหาตามมามากมาย โดยเฉพาะหยวนสื่อ หลังจากบรรลุปราชญ์แล้วก็มีข้อพิพาทกับเขาไม่หยุดหย่อนจนทำให้พี่น้องต้องแตกคอกัน!
และในสถาปนาเทพ ทั้งสองคนนี้ยังร่วมมือกับปราชญ์จากทิศประจิมเพื่อลงมือลอบกัดเขาลับหลังอีกด้วย!
ถ้าไม่ได้ข้ามมิติมาก็ว่าไปอย่าง แต่ในเมื่อเขาข้ามมิติมาแล้ว เขาจะยอมเดินบนเส้นทางเดิมได้อย่างไร?
“ครานี้ข้าเข้าฌานแล้วมีสิ่งหยั่งรู้ ตอนนี้อยู่ใน่เวลาสำคัญของการทะลวงคอขวด การฟังบรรยายเต๋าครั้งนี้ข้าคงไปไม่ได้แล้ว พวกท่านทั้งสองไปกันเถิด”
สวีทงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย คำพูดนี้ทำให้เล่าจื๊อและหยวนสื่อถึงกับตะลึงไป
“น้องสาม ั้แ่กำเนิดหงฮวง มหันตภัยสัตว์ร้ายและมหันตภัยหลงฮั่น*[2]ได้สิ้นสุดลง วิชาฝึกฝนในใต้หล้าขาดสะบั้น พวกเราบำเพ็ญมานานนับกัลป์ก็ยังอยู่แค่ขอบเขตเซียนทองต้าหลัว บัดนี้ยากนักที่จะมีปราชญ์มาบรรยายเต๋า หากพลาดไปไม่น่าเสียดายแย่หรือ?”
หยวนสื่อเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี ทว่าเล่าจื๊อก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางส่งสัญญาณให้หยวนสื่อไม่ต้องพูดต่อ “น้องรอง น้องสามมีวาสนาในสัจธรรมจนสามารถทะลวงขั้นได้ก็นับเป็โอกาสดี การบรรยายเต๋าครั้งนี้ให้น้องสามรั้งอยู่ปิดด่านเถิด พวกเราสองคนไปดูให้รู้แจ้งว่า ขอบเขตแห่งปราชญ์นั้นเป็เช่นไร!”
เล่าจื๊อในฐานะพี่ใหญ่ย่อมมีคำพูดที่หนักแน่น หยวนสื่อจึงพยักหน้าและกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น น้องสามจงตั้งใจปิดด่านเถิด รอพวกเรากลับมา”
สวีทงพยักหน้า ประสานมือคารวะ “เช่นนั้นข้าขอกล่าวอวยพรล่วงหน้า ให้พวกท่านได้สดับฟังมหาเต๋าจนตบะแก่กล้ายิ่งขึ้นไปอีกขั้น”
[1] นิยายแนวหงหวง คือนิยายแนวแฟนตาซี - เทพเซียนที่อิงจากตำนานโบราณ
[2] มหันตภัยหลงฮั่น เป็าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่ระหว่างสามเผ่าเทพ คือ เผ่าั เผ่าหงส์ และเผ่ากิเลน