แสงไฟสลัว ๆ ในความมืดของค่ำคืนที่แสนวุ่นวาย ชายหนุ่มสองคนบนต้นไม้สูงนอกเขตรั้วโรงเรียนพระราชากำลังนั่งมองความวุ่นวายข้างล่างด้วยความสนุก ในมือมีบรรดาของกินที่ได้จากการไปเดินเที่ยวในตลาดติดมือมา ดวงตาสีน้ำตาลอมดำและสีม่วงกวาดมองเหล่าหัวขโมยและนักฆ่าฝึกหัดทั้งหลายที่เข้าไปสร้างความวุ่นวายเพียงครู่เดียวก่อนจะโดนลงโทธให้ออกจากการซ้อม
“ไม่ไหว ๆ อุส่าบอกเคล็ดการเป็นหัวขโมยที่ดีไปแล้วเชียว” ปากหนาของหัวขโมยรุ่นพี่ตระกูลเดอเบอโรว์บ่นพึมพำอย่างสนุกสนาน
“ฮ่า ๆ ไม่ได้เรื่องจริง ๆ ด้วยว่ะ ดูไอหมอนั่นดิ ฮ่า ๆ” คิลชี้ชวนเพื่อนให้ดูชายหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังปีนรั้วโรงเรียนอย่างลำบาก “สงสัยต้องจับมาฝึกใหม่”
“ไม่เอาว่ะ ขืนเป็นโจรเป็นนักฆ่ากันหมดโรงเรียน จากโรงเรียนพระราชากลายเป็นซ่องโจรกันพอดี ไอบ้านี่นิ” มีอย่างที่ไหนเอาเหล่าลูกคุณหนูโรงเรียนพระราชา ผู้ที่จะกลายเป็นผู้ปกครองคนในปัจจุบันมาทำหน้าที่โจร หน้าที่นักฆ่า บ้ากันหมดแล้วรึไง
“มรึง เป็นคนบอกให้พวกมันจับพวกนี้มาซ้อมบุกไม่ใช่ไง ไอคุณหัวหน้าโจร” คิลแยกเขี้ยวใส่เจ้าคนยิ้มร่าข้างตัว
“จะขึ้นไปปกครองคนอื่นมันต้องรู้จักคนที่จะปกครองก่อนดิว่ะ ขืนไม่รู้ว่าโจรทำตัวยังไง ก็รับมือกับโจรไม่ได้กันพอดี” เฟรินว่าไปนั้น แต่ดวงตาของมันพราวระยับอย่างน่าถีบ เสียแต่ว่าขาต้องเกี่ยวกับต้นไม้ไม่งั้น ไอบ้านี่ ได้ลอยเข้าไปในโรงเรียนด้วยฝีมือของเขาเป็นแน่
พรึบ....
“ใช้ได้ว่ะ ไอบ้านั้น โอ้... เจอกับท่านผู้คุมกฎ โร เซวาเรสด้วยเว้ย” คิลบอกอย่างนึกสนุกเมื่อมีคนผ่านด่านริมรั้วไปที่ด้านหน้าปราสาทได้ แต่ใครจะไปนึกว่ามันจะดวงซวยขนาดนั้น เจอใครไม่เจอดันเจอไอผู้คุมกฎบ้ากฎนั่นได้
“มรึงก็ผู้คุมกฎไม่ใช่ไง ไอบ้า” เฟรินแหวเพื่อน ก่อนจะส่งแผนที่เตรียมไว้ให้กับเพื่อนข้างตัว
“มรึงก็เสนาซ้าย แล้วอีกอย่างนักฆ่าเขาไม่ทำงานเป็นทีมเว้ย” คิลว่าเข้าให้ เฟรินไหวไล่นิดหน่อยอย่างชวนให้น่าถีบที่สุด
พรึบ...
สัญญาณไฟสีแดงแปลก ๆ ถูกจุดจากมุม ๆ นึงเหมือนกับว่าผู้เข้าร่วมแผนการบุกครั้งนี้ ไม่ใครคนนึงก็เป็นคนทำผิดพลาดขึ้นแน่ ๆ
“โจรของแท้คงจะของขึ้นได้ที่แล้วว่ะ” เฟรินเอ่ยอย่างขี้เล่นกับเพื่อนข้างตัว คิลพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะโหนตัวขึ้นยืนบนกิ่งที่ท่าทางแข็งแรง
“พวกนั้นคงจะรู้ตัวกันแล้ว เอาไงต่อท่านเสนา” คิล กระเซ้าถามเจ้าคนมากแผนการข้างตัว
“นักฆ่าย่อมรู้จักกับนักฆ่า เช่นเดียวกับหัวขโมยย่อมรู้ทางของหัวขโมย”
“และนักฆ่าไม่ทำงานเป็นทีม หัวขโมยไม่ทำงานร่วมกับนักฆ่า เช่นเดียวกับที่ไม่ทำงานร่วมกับสายข่าว”
“งานนี้ คงไม่ได้พาไปดูเจ้าหญิงเรนอนคนงามซ้อมแน่เลยว่ะ” เฟรินสบถอย่างหัวเสีย
“เออ กรูไปก่อนแล้วเว้ย” คิลกระชากเสียงใส่อย่างหัวเสีย ทิ้งให้ชายหนุ่มหัวเราะเพียงลำพัง ดวงตาสีน้ำตาลอมดำมองภาพด้านล่างอย่างถูกใจ ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดไว้
เขายื่นข้อเสนอให้มีการวางแผนซ้อมการป้องกันจริง ๆ มีการวางเวรยามจริง ๆ มีการอารักษ์ขาเหล่าคิงทั้งหลายจริง ๆ เพราะต้องการให้การรักษาการป้องกันทั้งหมดตกอยู่ในการดูแลของป้อมอัศวินให้ถึงที่สุด นั้นหมายความว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่ามิจฉาชีพตัวจริงออกมาทำงานได้อย่างเต็มที่ หน้าที่จริง ๆ ของเขาคือแยกพวกนั้นจากทีมบุก ส่วนคาโลและโร คอยรับมือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
คทาประจำตัวชายหนุ่มถูกเรียกเข้ามือ บริบทที่แปลกหูค่อย ๆ หลั่งไหลออกจากริมฝีปากหนา เฉกเช่นเดียวกับเขตอาคมบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ปกคลุมรอบ ๆ บริเวณโรงเรียนส่งผลให้คนที่รู้จักไอมนต์ของเฟรินดีต้องขยับตัวรับรู้การเตือนภัยที่ชายหนุ่มร่ายออกมา
“ไง แค่นี้ถึงกับล้มเลยหรอว่ะ ไอเจ้าชาย” เสียงกระเซ้า พร้อมหัวล้านเลี่ยนของพ่อบุตรธรรม ทำให้เฟรินต้องหันไปแยกเขี้ยวใส่คนที่มาพยุงเขาได้ทันก่อนจะล่วงตกลงไปข้างล่าง “บ๊ะแค่พวกกระจอกแบบนี้ ให้ข้ามาให้เสียเวลาจริง ๆ พับผ่าสิ”
“อย่าบ่นนักน่าพ่อ ชอบงานปาร์ตี้แบบนี้ไม่ใช่ไง”
“บ๊ะ ไอนี่นิ งานปาร์ตี้ มันต้องมีโคโยตี้ มีเหล้า ไหนล่ะว่ะ เหล้า ไหนล่ะว่ะ โคโยตี้” เฟรินส่ายหัวให้กับผู้มาใหม่
“ไอเหล้าน่ะมี แต่โคโยตี้ ฉันติดไว้ก่อนได้ป่าวล่ะ” เฟรินเสนออย่างจนปัญญา
“เอาว่ะ ยังดีกว่ามาเสียเที่ยว นาน ๆ จะได้ทำงานกับแกอีก ทำไมข้าน้อยผู้ต่ำต้อยคนนี้จะไม่ทำตามพระประสงค์ขององค์ชายล่ะ พะย่ะค่ะ”
ตูม...
ชายฉกรรจ์สองคนบุกเข้ายังด้านหน้าปราสาทส่วนที่โร ขอทานเกรียติศักดิ์เฝ้ารออยู่ เขามองตรงไปยังคนทั้งคู่ด้านหน้าอย่างไม่ลังเล ทุกอย่างเป็นไปตามที่เฟรินคาดการณ์ไว้แล้วทุกอย่าง พลันสัมผัสจากเขตอาคมปริศนาที่ปนมากับไอเวทย์ของคนคุ้นเคยทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่า ภายใต้เขตอาคมนี้ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เตรียมรับมือผู้มาใหม่
“ท่านต้องการอะไร ในยามวิกาลเช่นนี้ไม่สามารถให้ท่านเข้าไปด้านในได้ กรุณากลับมาอีกทีในตอนรุ่งเช้า” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเป็นกันเองราวกับต้อนรับแขกเข้ามาในบ้าน
“หลีกทางไปคุณหนู ข้าต้องการเข้าไปเพียงครู่เดียว เดี๋ยวข้าก็กลับ” หนึ่งในผู้บุกรุกเอ่ยถ้อยคำเสนอ แต่หาไม่อาจทำให้คนตรงหน้าสนใจได้
“ด้านในมีการทดสอบการป้องกันกันอยู่ ในฐานะหนึ่งในสี่ผู้คุมกฎแห่งป้อมอัศวินคงปล่อยให้ท่านเข้าไปในยามวิกาลเช่นนี้ไม่ได้หรอกท่าน” โรแย้มยิ้ม
“งั้นพวกข้าคงต้องให้เจ้ายอมเปิดทางแทน” ชายอีกคนพูดก่อนจะพุ่งดาบเข้าหาชายหนุ่ม
เคล้ง...
“อย่างที่เพื่อนผมบอกแหละ เข้าไม่ได้” ชายหนุ่มขี้เล่นผู้มาใหม่รับดาบได้ทันก่อนจะดันมีดสั้นออกนิด ๆ แต่ดวงตาของคนตรงหน้าวาววับด้วยความโกรธ ทำให้เขายิ่งชอบใจมากยิ่งขึ้น
สองนักฆ่าฟาดฟันกันอย่างสนุกสนาน ทั้งรับทั้งรุกดุดัน เฉือดเฉือน โรมองการต่อสู้ตรงหน้าอย่างประมวลผลก่อนจะเรียกคทาประจำตัวออกมา เสียงการต่อสู้จากหลากหลายทิศทางทำให้รู้ว่าไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มตรงหน้าเท่านั้น ตอนนี้รอบโรงเรียนแห่งนี้ได้กลายเป็นสนามสงครามย่อม ๆ ที่ไม่ใช่แค่ทีมบุกอ่อนหัดอีกต่อไปแล้ว
มนต์บทนึง พุ่งเข้าใส่เขา ทำให้ต้องหลบก่อนจะส่งสายเวทย์สู้เช่นเดียวกัน การต่อสู้ยืดยื้ออยู่นาน
“เฮ้ย ไอโรเลิกเล่นดิว่ะ เหนื่อยแล้ว” คิลตะโกนมาจากอีกด้านก่อนจะสลัดทางดาบออกเพื่อดีดตัวเข้าหาชายหนุ่มแทน
“ก็เห็นนายกำลังสนุกนี่” โรบอกอย่างโยกโย้กวน ทำให้ คิลแทบจะวางมวยกับคนตรงหน้าแทนศัตรูเสียให้รู้แล้วรู้รอด
พรึบ...
รอบด้านกลับมามืดสนิทแทบจะไม่เห็นอะไรด้วยฤทธิ์เดชของพ่อมดขอทาน คิลที่จับสัมผัสได้ไวที่สุดพุ่งสวบเข้าไปหาศัตรูทั้งสองคนในความมืด การปะทะกันเกิดขึ้นสักพักก่อนจะเป็นทีของ คิลที่จับทั้งสองรวบติดกันไว้ได้
“เร็ว” คำสั่งสั้น ๆ ก่อนจะมีเชือดสีดำเส้นนึง พุ่งเข้ามาจับตัวผู้บุกรุกทั้งคู่ไว้
“บ๊ะ ลูกไอเวส ไอวิล ฝีมือดีนี่หว่าไอหนู” เสียงปรบมือของผู้มาใหม่ทำให้สองคนหันกลับไปตั้งรับ เมื่อเห็นผู้ที่มาด้วยก็คลายการตั้งรับลง
“น่าพ่อ พาพวกนี้ไปเลย” เฟรินเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ
“บ๊ะ พับผ่าสิ ไอลูกคนนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวสุดหวงของข้าล่ะก็ อย่าหวังว่าท่านมาคัส เดอเบอโรว์คนนี้จะออกโรงมาช่วยเด็ดขาด” เสียงเอ่ยอย่างวางภูมิของผู้ใหญ่ที่สุดทำให้สองคู่หูต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ
“จร้า ๆ ท่านผู้ยิ่งหย่ายยยยยย ช่วยข้าน้อยด้วยเถอะน่ะจ๊ะ” เฟรินเล่นลิ้นชวนน่าถีบ มาคัส จิ๊จ๊ะในลำคออยู่สักพักก่อนจะหิ้วผู้บุกรุกทั้งสองไปอีกด้าน
“เป็นไงบ้าง” โรถามเป็นการเป็นงาน เฟรินยักไหล่นิดหน่อย
“รวบได้สาม หนีไปได้สาม ตอนนี้มีเวรยามบาดเจ็บเล็กน้อยก่อนที่ฉันกับพ่อจะไปถึง” เฟรินรายงานสถานการณ์ คิลและโรพยักหน้ารับทราบ
“งั้นเอาไงต่อ” คิลถาม
“มรึงไปทางปราการปราญ์ ถึงแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้น้อย แต่ตอนนี้ที่นั้นมีแต่สาว ๆ ที่ซ้อมเต้นรำถวายและการป้องกันน้อยที่สุด อย่างน้อยก็ดีกว่ามีใครโดนจับเป็นตัวประกัน แล้วฆ่าใครได้ฆ่า” เฟรินพูดจริงจังก่อนจะเล่นนิดนึง ในตอนท้าย คิลพยักหน้ารับทราบควงปากกาสีที่ใช้ฆ่าคนในเกมส์บุกป้อมครั้งนี้เล่น ทำให้โรต้องทำหน้าระอา
“ส่วนโร ไปยอดหอคอย ตอนนี้มีพวกของเราคุ้มกันอยู่ พี่ลอเรนซ์ไปถึงที่นั้นแล้ว ไปสมทบที่นั้น เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปที่คาโล” โรพยักหน้าเข้าใจก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง
เฟรินที่ตอนนี้ยังสวมบทเป็นหัวขโมยอยู่จำเป็นต้องหลบเหล่าเวรยามด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทุกคนในปราสาทตอนนี้ไม่ได้รับรู้ถึงแผนการของพวกเขาแม้แต่น้อย การซ้อมบุกจึงดำเนินต่อไป ระหว่างทางเฟรินเข้าไปเก็บลูกแก้วที่ซ่อนอยู่ที่ต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ และเก็บผู้บุกรุกที่เจอกันระหว่างทางไปด้วยเช่นเดียวกัน
“หือ? เจ้าหนูเฟรี่เล่นอะไรเนี่ย” เสียงทุ้มของคนที่เขาจำได้ดีว่าเป็นใคร ทำให้ต้องออกไปยิ้มแหย ๆ ใส่ ซาตานหน้าเป็นที่ตอนนี้กำลังสนุกกับการเสกตะขาบ เหยี่ยว สารพัดสัตว์ออกมาใส่ผู้บุกรุกกลุ่มนึง ใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย ทำให้เขานึกโล่งใจ
“แค่เพิ่มความสนุกให้นิดหน่อยน่ะครับ เดี๋ยวเกมส์มันจะน่าเบื่อเกินไป” เฟรินกล่าวอย่างประจบ
“ก็น่าเบื่อเหมือนเดิมแหละ เฟรี่ ไม่เห็นจะสนุกเลย ไม่ลองมาเล่นด้วยกันหรอ” เฟรินหน้าเหยเก โบกไม้โบกมือขอผ่าน ก่อนจะขอตัวลาขึ้นไปทางป้อมอัศวินแทน
“เฟริน นายไม่คิดจะมาช่วยเลยรึไง” เสียงหวานทรงอำนาจที่เขาจำได้ดี ทำให้ต้องโผล่หน้าเข้าไปหาหญิงสาว เจ้าแม่แห่งป้อมที่กำลังต่อสู้กับผู้บุกรุกคนนึง อยู่ภายในห้องเลกเชอร์วิชาหนึ่ง เฟรินยิ้มเผล่ก่อนจะเข้าไปรวบผู้บุกรุกไว้
“ไปก่อนน่ะ แล้วก็ไม่ต้องเฝ้าแล้วล่ะ ขอล่ะ” ว่าเสร็จเจ้าตัวก็ชูลูกแก้วอีกลูกนึง ให้หญิงสาวดูก่อนจะแวบหายไป ทิ้งความหัวเสียให้หญิงสาวที่เฝ้าจับเจ้าตัวดีมาตั้งนานแต่ก็ต้องชวดไปเพราะไอผู้บุกรุกตรงหน้า ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเจ็บใจ
...................................