"แฮก แฮก แฮก~"
หลังจากแผ่นทองแดงาจมเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก หัวใจเทาเที่ยก็เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้โลหิตทั่วร่างไหลเวียนเร็วขึ้นจนเขารู้สึกราวกับร่างกายกำลังจะะเิออก
เฉินฉางอันกุมหน้าอกพลางโน้มตัวลง หอบหายใจหนักหน่วง ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นกะทันหันเกินไปจนเขาไม่ได้เตรียมใจไว้เลย
ครั้งล่าสุดที่หัวใจเทาเที่ยสั่นไหวรุนแรงเช่นนี้ คือยามที่เขาปลุกเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาขึ้นมา หรือว่าแผ่นทองแดงผุพังแผ่นเล็ก ๆ นี้ จะมีอานุภาพทัดเทียมกับเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาที่กลืนกินได้ทั้งฟ้าดิน?
ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือความหวาดกลัว นั่นคือแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเชียวนะ เหตุใดจึงบินเข้าไปในหัวของเขาได้? หากศีรษะถูกเจาะเป็รูใหญ่ขนาดนั้นถ้าไม่ตายก็คงต้องกลายเป็คนปัญญาอ่อนไปแล้ว
ณ ขณะที่เฉินฉางอันทั้งใและดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ในที่สุดหัวใจเทาเที่ยก็กลับมาสงบนิ่ง ความรู้สึกใจสั่นเ่าั้จึงมลายหายไป เขาพยายามลูบคลำไปทั่วศีรษะ อย่าว่าแต่แผ่นทองแดงาเลย แม้แต่รอยแผลเพียงนิดก็ไม่มีให้เห็น แผ่นทองแดงหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
"แปลกนัก ทำไมจึงไม่มี?" เฉินฉางอันขมวดคิ้วแน่น ในเมื่อมองไม่เห็นด้วยตาเขาก็จะใช้ใจัั เขาสูดลมหายใจเข้าลึกตัดสินใจหลับตาลงรวบรวมสมาธิให้สงบนิ่งแล้วเริ่มใช้ใจััห้วงความคิดของตนเอง
‘วึ่ง วึ่ง วึ่ง~’
เป็อย่างที่คิด ทันทีที่จิตใจสงบลงเฉินฉางอันก็ััได้ถึงแผ่นทองแดงาที่ลอยวนเวียนอยู่ในส่วนลึกของห้วงจิตสำนึก สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือทุกครั้งที่หัวใจเทาเที่ยเต้น โลหิตในหัวใจสีแดงฉานจะไหลไปตามเส้นชีพจรตรงเข้าสู่ห้วงจิตสำนึกเพื่อชำระล้างรอยสนิมบนแผ่นทองแดงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภายใต้การบำรุงจากโลหิตในหัวใจ แผ่นทองแดงาก็เปล่งรัศมีเทพออกมาทีละน้อยดูยิ่งใหญ่และลึกลับจนสั่นะเืถึงจิติญญา และคำว่า ‘ะ’ที่สลักอยู่บนแผ่นทองแดงก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แต่น่าเสียดายที่ตัวอักษรสองตัวสุดท้ายยังคงพร่าเลือน
"บนแผ่นทองแดงนี้เขียนว่าะอะไรกันแน่? มันสามารถเก็บเข้าสู่ร่างกาย ทั้งยังได้รับการบำรุงจากโลหิตในหัวใจ หรือว่า..."
เมื่อนึกถึงสมบัติวิเศษในตำนาน ดวงตาของเฉินฉางอันก็พลันสว่างวาบ ลมหายใจเริ่มหอบหนักขึ้น
ตระกูลจีมีหอตำรามากมาย เฉินฉางอันเคยอ่านเื่ราวของสมบัติวิเศษที่มีอิทธิฤทธิ์มหาศาลมาบ้าง และเขาก็ปรารถนาจะได้มันมาโดยตลอดสมบัติวิเศษสามารถช่วยให้ผู้บำเพ็ญเพียรเหาะเหินเดินอากาศ ขี่เมฆบังคับหมอกได้ สมบัติวิเศษสามารถเสกเปลวเพลิง เกลียวน้ำ หรือแม้แต่ลมปราณวายุที่คมกริบออกมาได้จากความว่างเปล่า หรือกระทั่งเพียงผู้บำเพ็ญเพียรขยับความคิดก็สามารถบังคับสมบัติวิเศษให้ไปปลิดศีรษะศัตรูได้จากระยะไกลนับร้อยลี้
คุณหนูใหญ่สามารถเหยียบย่างบนความว่างเปล่า และเสกัเพลิงออกมาได้ ไม่รู้ว่าเป็เพราะอาศัยพลังจากสมบัติวิเศษด้วยหรือไม่?
"หากแผ่นทองแดงนี้คือสมบัติวิเศษ เช่นนั้นข้าจะสามารถเรียกใช้งานมันได้หรือไม่นะ?"
เฉินฉางขยับความคิดพยายามใช้จิตควบคุมแผ่นทองแดงาในห้วงจิตสำนึกให้บินออกมาจากหัวของเขา
ฟึ่บ!
แผ่นทองแดงาสั่นไหวอยู่ในห้วงจิตสำนึกเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่มันจะบินออกมา ร่างกายของเฉินฉางอันกลับคล้ายถูกสูบพละกำลังออกไปจนหมดสิ้นในพริบตาเขารู้สึกอ่อนแรงอย่างถึงที่สุด
"แฮก แฮก แฮก~"
เฉินฉางอันหอบหายใจรัว ปวดศีรษะราวกับจะะเิออก เจ็บ... มันเจ็บเหลือเกิน เหนื่อยมากด้วย ไม่ใช่แค่เหนื่อยกายแต่เป็ความเหนื่อยล้าทางจิตใจราวกับดวงิญญาต้องแบกรับความเ็ปที่ไม่อาจทนทานได้
หากไม่ใช่เพราะเขาพละกำลังม้าพยศถึงสองร้อยตัว เกรงว่าเมื่อครู่ที่ถูกแผ่นทองแดงาสูบพลังไปเขาคงจะถูกสูบจนแห้งเหี่ยวตายไปแล้ว
"การจะควบคุมแผ่นทองแดงนี้ด้วยขอบเขตสามัญระดับห้า เห็นได้ชัดว่ายังฝืนตัวเกินไป"
หลังจากร่างกายเริ่มมีพละกำลังกลับมาบ้าง เฉินฉางอันก็ถอนหายใจยาวพลางยันมือกับขอบประตูเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น
"แต่ที่มั่นใจได้แน่นอนคือแผ่นทองแดงานี้ต้องเป็ของล้ำค่า และเหนือกว่าสมบัติวิเศษทั่วไปอย่างแน่นอน"
ความรู้สึกที่เหมือนมีสายโลหิตเชื่อมโยงกับแผ่นทองแดงาดุจการสั่งการร่างกายของตนเอง ทำให้เฉินฉางอันดื่มด่ำกับมันอย่างลึกซึ้งพลัง ท้ายที่สุดแล้วเป็เพราะระดับพลังยังต่ำเกินไป พละกำลังยังอ่อนแอเกินไป หากเขามีระดับพลังและความแข็งแกร่งทัดเทียมกับคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนเกรงว่าคงสามารถหลอมรวมแผ่นทองแดงานี้ได้ในพริบตา
เขาข่มใจต่อความเหนื่อยล้า เฉินฉางอันหยิบาาโสมพันปีออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวโดยไม่ลังเล
หัวใจเทาเที่ยเริ่มเต้นเร็วขึ้นทันที เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาทำงานด้วยตนเอง เริ่มสูบกลืนและดูดซับพลังชีวิตและพลังงานอันมหาศาลจากาาโสมพันปี หลังจากดูดซับาาโสมพันปีไปทั้งต้น ในที่สุดเขาก็ฟื้นพละกำลังกลับมาได้เจ็ดแปดส่วน
"การที่ได้แผ่นทองแดงมาในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็การแย่งวาสนาจากโม่เซิ่งและสวี่เฟยทางอ้อม"
แผ่นทองแดงานี้ถูกพบตอนที่สวี่เฟยไปยึดทรัพย์บ้านโม่เซิ่ง หากไม่ใช่เพราะสวี่เฟยละเอียดรอบคอบ แผ่นทองแดงผุพังแบบนี้ต่อให้วางอยู่ตรงหน้าคนส่วนใหญ่ก็คงเลือกที่จะเตะมันทิ้งไป
หากไม่มีหัวใจเทาเที่ยคอยชี้แนะ แม้แต่เฉินฉางอันเองก็คงไม่มีทางพบความมหัศจรรย์ของมัน
ถึงจะไม่รู้ว่าโม่เซิ่งไปได้แผ่นทองแดงนี้มาได้อย่างไร? ทว่าต่อให้มันจะกอดแผ่นทองแดงนี้นอนไปทั้งชาติมันก็ย่อมไม่มีทางล่วงรู้ถึงความลับของมันได้ สวี่เฟยเองก็เช่นกัน
บางทีเขาอาจจะค้นพบหรือกระทั่งได้แผ่นทองแดงนี้ แต่หากคุณธรรมไม่คู่ควรตำแหน่ง พละกำลังและวาสนาของตนเองไม่เพียงพอ ต่อให้กอดูเาทองเอาไว้ก็ย่อมไม่มีวันค้นพบคุณค่าของมันได้อยู่ดี นี่คือสิ่งที่เรียกว่าวาสนาอันเลือนลาง
เล่ากันว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่มีวาสนาอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่เดินออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกก็อาจจะได้พบกับถ้ำพำนักของเซียนในอดีต และได้รับสมบัติวิเศษหรือวาสนาอย่างมหาศาล
ทั่วทั้งเทือกเขาเฟิ่งหวงผู้ที่มีวาสนาเช่นนี้นอกจากเฉินฉางอันแล้ว เกรงว่าจะมีเพียงคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนเท่านั้น
"แต่ว่าสวี่เฟยก็เป็เพราะข้าเลื่อนตำแหน่งให้ และทำตามคำสั่งข้าจึงไปยึดทรัพย์สิน สรุปแล้ว… วาสนานี้ก็ยังคงตกอยู่ที่หัวของข้าอยู่ดี"
หากไม่มีเฉินฉางอันคอยสนับสนุน สวี่เฟยอย่าว่าแต่เื่ยึดทรัพย์สินเลย เกรงว่าไม่ช้าก็เร็วคงถูกโม่เซิ่งจัดการจนตายไปแล้ว
"อีกอย่าง ข้าได้มอบเงินแท่งและสมบัติร่วมสิบหีบให้เขาไปแล้ว ก็นับว่าเป็การชดใช้เหตุและผลให้แก่เขาแล้ว"
หลังจากทะลวงเข้าสู่ระดับห้าภายใต้อิทธิพลของหัวใจเทาเที่ย เฉินฉางอันก็สามารถััได้ถึงวาสนากับเหตุและผลที่เลือนลางเ่าั้
แน่นอนว่าเฉินฉางอันจะไม่มอบสมบัติสิบกว่าหีบนั้นให้สวี่เฟยก็ได้ และมันก็ย่อมไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเขา แต่เมื่อมอบสมบัติเ่าั้ออกไป เขากลับรู้สึกว่าจิตใจปลอดโปร่งกลิ่นอายในกายพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าราวกับว่าในความมืดมิดนั้น มีเส้นใยเส้นหนึ่งถูกตัดขาดไป
อีกประการหนึ่ง สมบัติสิบกว่าหีบนั้นแม้จะมีมูลค่ามหาศาล แต่สำหรับเฉินฉางอันที่มีชีวิตเหลืออยู่เพียงห้าวันมันก็ย่อมไม่ได้มีความหมายอะไรนัก
สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ นอกจากจะทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มพละกำลังแล้วคือการหาวิธีประสานฤทธิ์โอสถของบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์ให้พบ เพียงแต่วิธีประสานฤทธิ์โอสถนี้แท้จริงแล้วคือสิ่งใด?
การนั่งครุ่นคิดเฉย ๆ ย่อมไม่มีทางได้คำตอบ ต้องลองลงมือทำดูบางทีเขาอาจจะโชคดีจนพบวิธีเข้าก็ได้
ในเมื่อขนาดแผ่นทองแดงายังได้มา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็ผู้ที่มีวาสนาอันยิ่งใหญ่ตามตำนานก็ได้
เฉินฉางอันที่เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นผลักประตูเดินออกมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจจะเดินสำรวจทุ่งิญญานับร้อยหมู่ที่ตนเองดูแลอยู่เพื่อค้นหาบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์มาลองหลอมด้วยมือตนเองดูสักหน่อย
"ผู้ดูแล... ผู้ดูแลสาม เื่นี้... เื่นี้มัน..."
ทันทีที่เดินออกมาจากลานจวน ก็เห็นสวี่เฟยทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเสียงดังปึกแล้วชี้ไปยังหีบเงินและสมบัติสิบกว่าใบที่อยู่ข้างหลังด้วยความหวาดผวา
"ข้าน้อยรู้ความผิดแล้ว ขอผู้ดูแลสามโปรดอย่าขับไล่สวี่เฟยไปเลยนะขอรับ ฮือ ๆ "
"......"
เฉินฉางอันเอามือกุมหน้าผารู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
"สวี่เฟย อย่าคิดมากไปเลย"
เมื่อเห็นสวี่เฟยที่ซื่อสัตย์ถึงเพียงนี้ เขาก็ใจอ่อนเกินกว่าจะตำหนิจึงก้าวเข้าไปตบบ่าอีกฝ่ายเบา ๆ
"เ้ามีความความดีความชอบครั้งใหญ่และช่วยข้าไว้มาก ข้าจึงมอบสมบัติเหล่านี้ให้เ้า วางใจเถอะ ขอเพียงเ้าตั้งใจติดตามข้า ในวันหน้าย่อมมีวันที่เ้าจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแน่นอน"
เมื่อเห็นเฉินฉางอันแสดงท่าทางจริงใจ ในที่สุดสวี่เฟยก็คลายกังวลหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
"เช่นนั้นผู้ดูแลสาม ข้าน้อยสามารถนำเงินและสมบัติเหล่านี้ไปแบ่งให้ทุกคนได้หรือไม่ขอรับ?"
เฉินฉางอันชะงักไป เขาเหลือบมองสวี่เฟยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ในเมื่อมันเป็ของเ้าแล้วจะจัดการอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับความ้าของเ้า"
สิ้นคำพูดเฉินฉางอันก็เดินมุ่งหน้าออกไปนอกลาน เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงสวี่เฟยะโกึกก้องจากด้านหลัง
"ทุกคนไม่ต้องทำงานแล้ว! ผู้ดูแลสามแจกเงินให้ทุกคน รีบมารับรางวัลเร็วเข้า!"
ช่างเป็คนที่เฉลียวฉลาดรู้จักเอาใจคนเสียจริง!