ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูที่ดังราวกับเสียงกลองา ปลุกสติของจางอี้ให้หลุดออกจากวังวนแห่งความหึงหวงและความปรารถนาอันดิบเถื่อน เขากระชับร่างเปลือยเปล่าของเสี่ยวเหลียนเข้ามาในอ้อมแขนแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ แววตาที่เคยลุกโชนด้วยไฟราคะ บัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกและเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด
"บัดซบ!" เขาสบถออกมาเสียงลอดไรฟัน "ใครมันเล่นตลกบ้าๆ แบบนี้!"
อนาคตของเขา! ตำแหน่งองครักษ์หลวงที่เขาไต่เต้ามาด้วยความยากลำบากกำลังจะพังทลายลงในห้องเช่าซอมซ่อแห่งนี้! ภาพของตัวเองถูกลากออกไปในสภาพกึ่งเปลือยพร้อมกับหญิงสาวที่ไม่ใช่ภรรยา ฉายชัดขึ้นมาในหัว มันคือฝันร้ายที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องเผชิญ
"ข้าบอกให้เปิดประตู! ครั้งสุดท้าย!" เสียงจากข้างนอกตะคอกกร้าว ตามมาด้วยเสียงเตรียมพังประตู
เสี่ยวเหลียนตัวสั่นเทิ้มราวกับลูกนกในพายุ ร่างกายที่ยังคงร้อนผ่าวจากการร่วมรักเมื่อครู่นี้ บัดนี้กลับเย็นเฉียบด้วยความหวาดกลัว ผิวกายที่ยังคงเปียกชื้นด้วยเหงื่อไคลและน้ำรักของทั้งคู่ ทำให้ร่างของนางเปล่งประกายในแสงเทียนริบหรี่อย่างเย้ายวนใจ นางไม่ได้กลัวแค่ชะตากรรมของตัวเอง แต่กลัวว่าเื่นี้จะลุกลามไปถึงอาเฟย หากมีคนรู้ว่านางซึ่งเป็คนรักของอาเฟยมาอยู่กับชายอื่นในสภาพนี้ ชื่อเสียงของอาเฟยก็จะป่นปี้ไปด้วย เขาจะถูกมองว่าเป็ชายที่ถูกสวมเขา จะกลายเป็ตัวตลกให้คนทั้งเมืองหลวงหัวเราะเยาะ!
"ท่าน... ท่านต้องรีบหนีไป!" นางกระซิบเสียงสั่น พยายามผลักร่างกำยำของเขาออก ผิวกายที่ยังคงเปียกชื้นด้วยเหงื่อไคลและน้ำรักทำให้การัันั้นลื่นไหล เย้ายวนใจแม้ในสถานการณ์อันตราย
"หนี?" จางอี้มองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว "จะหนีไปทางไหน! มีแค่ประตูหน้ากับหน้าต่างบานเล็กๆ นั่น!"
หน้าต่างบานนั้นเล็กเกินกว่าที่บุรุษร่างใหญ่อย่างเขาจะลอดออกไปได้ทันเวลา และต่อให้ลอดออกไปได้ ก็จะไปโผล่ที่ตรอกแคบๆ ซึ่งอาจมีทหารยามดักรออยู่แล้ว มันคือทางตัน!
โครม!
เสียงประตูไม้เก่าๆ เริ่มปริออกจากการกระแทกครั้งแรก!
ในวินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง สัญชาตญาณของยอดฝีมือก็เข้าควบคุมร่างของจางอี้ เขาะโลงจากกองเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อผ้าของตัวเองมาสวมอย่างลวกๆ ขณะที่สมองทำงานด้วยความเร็วสูงสุด
"ฟังข้า!" เขากระซิบสั่งเสี่ยวเหลียนที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่ ร่างเปลือยของนางในแสงเทียนริบหรี่ยังคงงดงามน่าหลงใหลแม้ในสถานการณ์วิกฤต ผิวกายที่ยังคงเรืองแสงด้วยเหงื่อไคล เต้านมที่ยังคงแข็งตัวจากการถูกเล้าโลมเมื่อครู่นี้ และขาที่ยังคงสั่นเทิ้มจากความสุขที่เพิ่งผ่านมา "รีบใส่เสื้อผ้าซะ! แล้วทำตามที่ข้าบอกทุกอย่าง อย่าได้ถาม อย่าได้ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว! ชีวิตของเ้าและข้าขึ้นอยู่กับเื่นี้!"
คำสั่งที่เด็ดขาดและเต็มไปด้วยอำนาจนั้นกระตุ้นให้เสี่ยวเหลียนขยับตามทันที นางรีบคว้าเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของตัวเองขึ้นมาสวมอย่างทุลักทุเล มือไม้สั่นจนแทบจะผูกเชือกไม่ได้ ผ้าเสื้อที่เปียกชื้นติดแนบกับผิวกายที่ยังคงร้อนผ่าว เผยรูปทรงอันเย้ายวนของร่างกายที่เพิ่งผ่านการร่วมรักมา เต้านมที่ยังคงแข็งตัวโปนออกมาชัดเจนผ่านผ้าบางๆ ทำให้จางอี้ต้องกลืนน้ำลายลงคอ
จางอี้ไม่รอช้า เขาวิ่งไปที่มุมห้อง คว้าไหดองผักเก่าๆ ที่ว่างเปล่าขึ้นมา แล้ววิ่งกลับไปที่เตียงนอน เขาพลิกผ้าห่มขึ้น เผยให้เห็นพื้นไม้กระดานเก่าๆ เขาใช้สันมือเคาะไปตามพื้นสองสามครั้ง ก่อนจะพบจุดที่เสียงโปร่งกว่าจุดอื่น
"เจอแล้ว!"
เขาใช้กริชสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวสอดเข้าไปในร่องไม้ แล้วงัดมันขึ้นมาอย่างแรง!
แกร๊ก!
พื้นไม้กระดานแผ่นหนึ่งถูกงัดเปิดออก เผยให้เห็นโพรงมืดๆ ที่อยู่ใต้พื้นห้อง มันคือช่องว่างระหว่างพื้นห้องกับพื้นดินด้านล่าง มีขนาดพอให้คนหนึ่งคนคลานเข้าไปได้ แต่มันเต็มไปด้วยหยากไย่ ฝุ่น และกลิ่นอับชื้นที่น่าสะอิดสะเอียน
"เข้าไป!" เขาออกคำสั่งกับเสี่ยวเหลียน
นางมองโพรงมืดนั้นสลับกับมองไปที่ประตูที่กำลังจะพังลงมาด้วยความลังเล ร่างกายที่ยังคงอ่อนเปลี้ยจากการร่วมรักเมื่อครู่นี้ทำให้การเคลื่อนไหวของนางช้าลง ขาที่ยังคงสั่นเทิ้มจากความสุขที่เพิ่งผ่านมาแทบจะรองรับน้ำหนักตัวไม่ไหว
"เร็วเข้า!" จางอี้ตวาดเสียงกดต่ำ เขาไม่มีเวลามาอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น
เสี่ยวเหลียนตัดสินใจในเสี้ยววินาที นางรีบคลานเข้าไปในโพรงมืดนั้นทันที ความเย็นเฉียบของพื้นดินและกลิ่นอับพุ่งเข้าปะทะจมูกจนแทบสำลัก ผิวกายที่ยังคงอ่อนไหวจากการััของเขาเมื่อครู่นี้ ััได้ถึงความหยาบกร้านของพื้นดินเปียกชื้น ร่างกายที่ยังคงเปียกชื้นด้วยน้ำรักและเหงื่อไคลทำให้ผ้าเสื้อติดแนบกับผิวกายอย่างเซ็กซี่
จางอี้มองตามร่างของนางที่หายเข้าไปในความมืด ก่อนจะรีบวางแผ่นไม้กลับเข้าที่เดิมอย่างแเี เขาใช้เท้ากระทืบเบาๆ เพื่อให้มันเข้าที่ แล้วรีบเอาไหดองผักใบเดิมมาวางทับไว้ตรงจุดนั้นพอดี จากนั้นก็จัดผ้าห่มให้ตกลงมาคลุมปิดไหไว้อีกชั้นหนึ่ง ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบวินาที!
โครม! บึ้ม!
ในที่สุด บานประตูก็พังกระเด็นเข้ามา!
ทหารยามสองนายกรูกันเข้ามาในห้องพร้อมกับดาบที่ชักออกมาจากฝัก แววตาของพวกเขากวาดมองไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว และก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของจางอี้ในชุดองครักษ์ยืนกอดอกรออยู่กลางห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"องครักษ์จาง!" ทหารยามคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความใ พวกเขารู้จักจางอี้ดีในฐานะหนึ่งในองครักษ์ฝีมือดีที่ขึ้นตรงต่อแม่ทัพใหญ่
"มีอะไร" จางอี้ถามเสียงเย็น แววตาคมกริบจ้องมองทหารทั้งสองอย่างกดดัน "บุกเข้ามาในห้องพักของข้าโดยพลการเช่นนี้ พวกเ้าอยากจะไปนอนในคุกหลวงแทนรึไง"
ทหารทั้งสองหน้าเสียไปทันที "ขะ... ขออภัยท่านองครักษ์! แต่... แต่มีคนไปแจ้งว่าที่นี่มีการซ่องสุมทำเื่ผิดกฎหมาย... เป็ชายหญิง..."
"แล้วพวกเ้าเห็นหญิงที่ไหน?" จางอี้กวาดสายตาไปรอบห้องที่ว่างเปล่า "ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อนตามลำพัง เตรียมตัวเข้าเวรยามในคืนนี้ หรือว่าการพักผ่อนของข้ามันผิดกฎหมายข้อไหนของเมืองหลวง?"
"มะ... ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ!" ทหารอีกคนรีบแก้ตัว "แต่ผู้แจ้ง... เขายืนยันว่าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในห้องนี้กับชายอีกคน..."
"งั้นก็แสดงว่าผู้แจ้งของพวกเ้ามันตาฝาด หรือไม่ก็จงใจใส่ร้ายข้า!" จางอี้ตวาดเสียงกร้าว "ไปลากคอมันมาให้ข้า! ข้าจะซักฟอกมันเองว่ามันมีเจตนาอะไรกันแน่!"
ทหารทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาติดกับเข้าอย่างจัง การกล่าวหาองครักษ์หลวงโดยไม่มีหลักฐานคือความผิดร้ายแรง
"ไปสิ! หรือจะให้ข้าไปร้องเรียนเื่นี้กับท่านแม่ทัพเอง!"
"ขออภัยขอรับ! ขออภัยท่านองครักษ์!" ทหารทั้งสองรีบโค้งคำนับหัวแทบติดพื้น "พวกข้าน้อยผิดไปแล้ว! คงเป็การเข้าใจผิดจริงๆ ขอท่านองครักษ์โปรดเมตตาด้วย!"
พูดจบ พวกเขาก็รีบเผ่นออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย ทิ้งให้จางอี้อยู่ตามลำพังกับความเงียบอีกครั้ง
เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่สีหน้ายังคงเคร่งเครียด เขารู้ดีว่าเื่นี้ยังไม่จบ เขาเดินไปแง้มประตูดูจนแน่ใจว่าทหารยามไปแล้วจริงๆ และได้ยินเสียงพวกนั้นกำลังลากตัวชายคนหนึ่งที่ร้องโวยวายอยู่ไม่ไกลออกไป
"ข้าเห็นจริงๆนะ! ข้าเห็นนางเข้าไปในนั้น!"
เสียงนั้น... จางอี้ขมวดคิ้ว มันเป็เสียงที่เขาไม่คุ้นเคย แต่เจตนาของมันชัดเจน... คือการทำลายเสี่ยวเหลียน!
เขารีบกลับมาที่เตียงนอน งัดแผ่นไม้ขึ้นอีกครั้ง "ออกมาได้แล้ว"
เสี่ยวเหลียนค่อยๆ คลานออกมาจากความมืด เนื้อตัวของนางเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและน้ำตา นางยังคงตัวสั่นไม่หาย ผ้าเสื้อที่เปียกชื้นและเปรอะเปื้อนยิ่งทำให้รูปร่างของนางดูเซ็กซี่และน่าสงสารไปพร้อมกัน
จางอี้มองนางด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขายื่นมือไปช่วยดึงนางขึ้นมา "เ้าปลอดภัยแล้ว"
"ขะ... ขอบคุณท่าน" นางพูดเสียงแ่
"อย่าเพิ่งขอบคุณ" เขาพูดเสียงเรียบ "ตอนนี้ที่นี่ยังไม่ปลอดภัย ใครบางคนจ้องจะเล่นงานเ้าอยู่ เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้"
"ไป? ไปไหน?"
"ไปที่ของข้า" เขาตอบสั้นๆ "ที่นั่น... จะไม่มีใครกล้าเข้าไปวุ่นวาย"
เขาไม่รอให้นางปฏิเสธ เขาคว้าแขนนางแล้วพาเดินไปที่ประตูหลังห้อง "ไปทางนี้"
เขาพานางลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนและไร้ผู้คนด้วยความชำนาญอย่างยิ่ง ในฐานะองครักษ์ เขารู้จักทุกมุมมืดของเมืองหลวงเป็อย่างดี ไม่นานนัก เขาก็พานางมาถึงบ้านหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในเขตที่พักของเหล่าทหารและข้าราชการชั้นผู้น้อย
เขาพานางเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูลงกลอนอย่างแ่า
"ที่นี่คือบ้านพักของข้า" เขาพูด "พักอยู่ที่นี่สักพักจนกว่าเื่จะเงียบ"
เสี่ยวเหลียนมองไปรอบๆ บ้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ มันแตกต่างจากห้องเช่าซอมซ่อของนางราวฟ้ากับดิน
"ข้า... ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้" นางพูด "อาเฟย... เขาจะเป็ห่วง"
"ข้าจะไปบอกมันเองว่าเ้าต้องไปทำธุระที่บ้านญาติสักสองสามวัน" จางอี้ตอบอย่างใจเย็น "มันเชื่อข้า"
เขามองสภาพมอมแมมของนางแล้วถอนหายใจ "ไปอาบน้ำซะ ห้องน้ำอยู่ทางนั้น ในตู้มีเสื้อผ้าเก่าๆ ของน้องสาวข้าอยู่ น่าจะพอใส่ได้"
เสี่ยวเหลียนได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม นางไม่มีทางเลือกอื่น ในตอนนี้ นางเป็หนี้ชีวิตเขา และต้องพึ่งพาเขาเพื่อความอยู่รอด
ขณะที่นางเดินเข้าห้องน้ำไปนั้นเอง จางอี้ก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เขายกมือขึ้นกุมขมับ ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว ใครคือคนที่แจ้งเบาะแส? มัน้าอะไรกันแน่? และที่สำคัญที่สุด... เขาจะทำอย่างไรกับผู้หญิงที่อยู่ในห้องน้ำของเขาตอนนี้ดี?
เสียงน้ำไหลจากห้องน้ำดังขึ้น จางอี้รู้สึกได้ถึงความผูกพันที่ซับซ้อนและอันตรายที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเขากับนาง มันไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ทางกายเพื่อแลกเปลี่ยนพลังอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความรู้สึกของการปกป้อง... ความเป็เ้าของ... และความหึงหวงที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เขาลืมตาขึ้นมองไปที่ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท ภาพของร่างเปลือยของนางที่เปียกชื้นด้วยน้ำอาบผุดขึ้นมาในใจ ทำให้ร่างกายของเขาเริ่มตอบสนอง ท่อนเนื้อระหว่างขาเริ่มแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ
เขาพยายามระงับความรู้สึกนั้น แต่ยิ่งพยายามยิ่งทำให้ความปรารถนาลุกโชนขึ้นมาแรงกว่าเดิม ภาพของนางที่นอนใต้ร่างของเขาเมื่อครู่นี้ เสียงครางที่หวานหอมของนาง และความรู้สึกแน่นอุ่นของร่างกายนางที่โอบล้อมท่อนเนื้อของเขา... ทุกอย่างยังคงสดใสในความทรงจำ
เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลง จางอี้กลืนน้ำลายลงคอ เขารู้ว่านางกำลังเช็ดตัวอยู่ ภาพของผ้าขนหนูที่ลูบไล้ไปตามผิวกายเปียกชื้นของนางทำให้เขาต้องบีบมือเป็กำปั้นแน่น
ประตูห้องน้ำเปิดออก เสี่ยวเหลียนเดินออกมาในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ที่หลวมเกินไป ผมเปียกชื้นห้อยลงมาตามไหล่ ใบหน้าที่สะอาดแล้วเผยให้เห็นความงามที่บริสุทธิ์และน่าหลงใหล แต่สิ่งที่ทำให้จางอี้ต้องกลั้นหายใจคือรูปร่างของนางที่ยังคงเผยให้เห็นผ่านผ้าบางๆ เต้านมที่ยังคงแข็งตัวจากความเย็นของน้ำ และสะโพกที่โค้งอย่างเซ็กซี่
"ท่าน... ขอบคุณมากสำหรับเสื้อผ้า" นางพูดเสียงเบา
จางอี้ลุกขึ้นยืน ท่อนเนื้อของเขาแข็งตัวจนเ็ป เขาเดินเข้าไปใกล้นาง "เ้า... เ้าสวยมาก"
เสี่ยวเหลียนหน้าแดง "ท่าน... ข้า..."
"ข้ารู้ว่าเ้าเหนื่อย" เขาพูดเสียงแหบ "แต่ข้า... ข้าอดทนไม่ไหวแล้ว"
เขาเอื้อมมือไปััใบหน้าของนาง "การที่เ้าอยู่ที่นี่... ในบ้านของข้า... มันทำให้ข้าคิดถึงเื่ที่เราทำกันเมื่อครู่นี้"
"ท่าน... เราเพิ่งจะ..." นางพยายามถอยหลัง
"ใช่ เราเพิ่งจะทำกัน" เขาก้าวตามไป "แต่มันยังไม่พอ ข้า้าเ้าอีก"
เขาโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน ริมฝีปากของเขาจูบลงไปที่คอของนาง "เ้ารู้ไหมว่าเ้าทำให้ข้าเป็อย่างไร?"
เสี่ยวเหลียนสั่นเทิ้ม "ท่าน... ข้าเหนื่อย..."
"ข้ารู้" เขากระซิบ "แต่ครั้งนี้เ้าไม่ต้องทำอะไรมาก เพียงแค่ใช้ปากของเ้า..."
นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ "ปาก?"
จางอี้พานางไปนั่งลงบนเตียง เขายืนอยู่ข้างหน้านาง แล้วค่อยๆ แก้เชือกกางเกงของตัวเอง ท่อนเนื้อที่แข็งตัวเต็มที่โผล่ออกมา ใหญ่และน่าเกรงขาม
"ข้า้าให้เ้าอมมัน" เขาพูดเสียงแหบ
เสี่ยวเหลียนใ "ท่าน! ข้าทำไม่ได้!"
"ทำได้" เขาใช้มือลูบผมของนาง "เ้าเป็หนี้ชีวิตข้า จำได้ไหม? และนี่เป็เพียงแค่การตอบแทนเล็กน้อย"
เขาค่อยๆ กดหัวของนางให้เข้าใกล้ท่อนเนื้อของเขา "เปิดปากออก"
"ท่าน... ข้า..."
"เปิดปากออก" เขาสั่งเสียงเด็ดขาด
เสี่ยวเหลียนไม่มีทางเลือก นางค่อยๆ เปิดปากออก จางอี้ค่อยๆ สอดท่อนเนื้อของเขาเข้าไปในปากของนาง ความอุ่นและความชื้นของปากนางทำให้เขาต้องครางออกมาเสียงดัง
"อย่างนี้แหละ" เขากระซิบ "ใช้ลิ้นเลียมัน"
นางทำตามคำสั่ง ใช้ลิ้นเลียไปตามท่อนเนื้อของเขาอย่างเชื่องช้า รสชาติเค็มๆ และกลิ่นของเขาเข้มข้นในปากของนาง
"เก่งมาก" เขาลูบหัวนางอย่างอ่อนโยน "ตอนนี้ดูดมัน"
เสี่ยวเหลียนเริ่มดูดท่อนเนื้อของเขาอย่างเชื่องช้า ปากเล็กๆ ของนางแทบจะรองรับขนาดของเขาไม่ไหว แต่ความพยายามของนางทำให้เขาเสียวซ่านจนต้องกำมือแน่น
"ลึกกว่านี้" เขาสั่ง ใช้มือกดหัวนางให้ท่อนเนื้อของเขาเข้าไปลึกกว่าเดิม
นางสำลักเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำตามคำสั่งของเขา น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากมุมตา แต่เขาไม่ยอมหยุด
"ขยับหัวขึ้นลง" เขาสั่ง "เหมือนกับที่ข้าขยับเข้าออกจากร่างของเ้า"
เสี่ยวเหลียนเริ่มขยับหัวขึ้นลงตามจังหวะ ปากของนางโอบล้อมท่อนเนื้อของเขาอย่างแ่า ลิ้นเลียไปตามผิวที่แข็งตัว
จางอี้ครางเสียงดัง ความสุขที่ได้รับจากปากของนางทำให้เขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาเริ่มขยับสะโพกไปมา ดันท่อนเนื้อของเขาเข้าออกจากปากของนาง
"เ้าทำได้ดีมาก" เขากระซิบ "ปากของเ้า... มันวิเศษมาก"
นางมองขึ้นไปที่เขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ภาพของนางที่คุกเข่าอยู่ข้างหน้าเขา ปากเล็กๆ ที่กำลังรับใช้ท่อนเนื้อของเขา ทำให้เขารู้สึกเป็เ้าของนางอย่างสมบูรณ์
"ข้าใกล้จะเสร็จแล้ว" เขาเตือน "อย่าหยุด"
เสี่ยวเหลียนเร่งจังหวะ ใช้ปากและลิ้นรับใช้เขาอย่างเต็มที่ จนในที่สุด จางอี้ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
"อ๊าา!" เขาครางเสียงดังและปล่อยออกมาในปากของนาง
เสี่ยวเหลียนใกับปริมาณที่มากและรสชาติที่เข้มข้น แต่เขาไม่ยอมให้นางถอนออก
"กลืนมันลงไป" เขาสั่ง "ทั้งหมด"
นางไม่มีทางเลือก นางกลืนของเหลวของเขาลงไปทั้งหมด รสชาติเค็มๆ และเหนียวๆ ทำให้นางแทบจะสำลัก
เมื่อเขาปล่อยหัวของนางออก นางก็ล้มตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง หายใจหอบ น้ำตาไหลเต็มใบหน้า
จางอี้มองนางด้วยความพอใจ เขาโน้มตัวลงไปจูบหน้าผากของนาง "เก่งมาก เ้าทำได้ดีมาก"
"ตอนนี้เ้าพักผ่อนได้แล้ว" เขาพูดอย่างอ่อนโยน "พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปหาอาเฟยเอง บอกเขาว่าเ้าปลอดภัยดี"
เสี่ยวเหลียนพยักหน้าอย่างอ่อนแรง นางรู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น นางต้องยอมรับชะตากรรมที่ผูกพันกับชายคนนี้ ไม่ว่าจะนำไปสู่อะไรก็ตาม
จางอี้ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของนาง แล้วนอนลงข้างๆ เขามองไปที่ประตูที่ปิดสนิท... และตระหนักได้ว่า... การที่นางมาอยู่ที่นี่... ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา... มันอาจไม่ใช่การแก้ปัญหา...
แต่มันคือการเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม... ปัญหาที่อาจจะทำลายพวกเขาทั้งหมด