เมื่อถึงเวลาที่ต้องเคลื่อนขบวนไปทำพิธีแต่งที่จวนสกุลหยาง ลี่หยานั่งอยู่บนเกี้ยวสีแดงมงคลที่ประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงสดและดอกไม้หอมกรุ่น
ท่านขุนนางลี่และฮูหยินลี่บิดาและมารดาของลี่หยา นั่งขบวนเกี้ยวสมเกียรติล่วงหน้าไปก่อน
กลิ่นหอมของดอกไม้และเครื่องหอมลอยอบอวลในอากาศ ขณะที่เกี้ยวเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เสี่ยวลี่ สาวใช้คนสนิท เดินเคียงข้างเกี้ยวอย่างระมัดระวัง
ลี่หยามองออกไปจากเกี้ยว เห็นภาพสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลืองที่ติดอยู่ภายใน ร่างกายบอบบางของนางถูกห่อหุ้มด้วยชุดเ้าสาวสีแดงสดที่ประณีตและงดงาม
เส้นผมยาวสลวยถูกจัดแต่งอย่างประณีตด้วยปิ่นปักผมที่ประดับด้วยอัญมณีระยิบระยับ นางพยายามระงับความตื่นเต้นและกังวลใจที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
"เสี่ยวลี่ ข้ารู้สึกประหม่าเหลือเกิน" ลี่หยากล่าวเสียงเบากับสาวใช้เสี่ยวลี่ที่เดินเท้าเคี้ยงคู่อยู่ข้างเกี้ยว ขณะที่เกี้ยวเคลื่อนตัวไปตามเส้นทาง
"คุณหนูไม่ต้องกังวลไปหรอกเ้าค่ะ ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี" เสี่ยวลี่ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะเดินเคียงข้างเกี้ยวอย่างมั่นคง
ลี่หยาพยักหน้า แต่ในใจยังคงนึกถึงท่าทางต่าง ๆ ในนิยายนิยายประโลมโลกที่นางเคยอ่าน นางพยายามจินตนาการถึงภาพของเ้าสาวที่สง่างามและมั่นใจ แต่ความกังวลก็ยังคงเกาะกุมหัวใจ
พิธีการของงานแต่งผ่านไปเร็วนักจนลี่หยารู้สึกว่ามันช่างเป็ดั่งความฝัน
ความตื่นเต้นทำให้นางแทบไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เสียงซอและขลุ่ยแว่วเบาๆ เคล้ากับเสียงอวยพรจากแเื่รอบข้าง เมื่อหันมองอีกที พิธีก็ลุล่วงจนสิ้น นางถูกส่งตัวมาอยู่ในเรือนหอในจวนเรียบร้อยแล้ว
ลี่หยาถูกพามานั่งเดียวดายในห้องหอที่ตกแต่งด้วยผ้าม่านสีแดงชาดสลับทอง
ชุดเ้าสาวลายปักดอกโบตั๋นด้วยดิ้นทองระยับพราวคลุมเรือนร่างนางอย่างงดงาม ผ้าคลุมหน้าสีแดงสดขลิบทองปิดใบหน้านางไว้อย่างมิดชิด ภายใต้ผ้าคลุมนี้ ทุกสิ่งดูพร่าเลือน มีเพียงแสงเทียนที่ส่องทะลุให้เห็นเป็แสงสลัวๆ
นางได้ยินเสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้เดินอยู่ด้านนอก ลมหายใจตนเองที่ติดขัดบอกความตื่นเต้น ใจของนางเต้นรัวเร็วจนแทบหลุดออกจากอก รอคอยเ้าบ่าวผู้ไม่เคยพบหน้ามาก่อน บรรยากาศในห้องหอช่างเงียบสงัด จนลี่หยารู้สึกราวกับว่าเสียงหัวใจของนางดังก้องไปทั่วห้อง
ไม่นานนัก หวังหยางก็เดินเข้ามาในห้องหอด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอึดอัด ราวกับอากาศในห้องนั้นหนาหนักขึ้นทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้ามา ความเงียบงันที่ปกคลุมห้องหอทำให้เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในใจของลี่หยา นางรู้สึกได้ถึงความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ราวกับคลื่นที่ซัดเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
หวังหยางเดินเข้ามาใกล้ด้วยกิริยาที่สง่างามแต่เยือกเย็น เขาหยิบไม้ที่แม่สื่อเตรียมไว้เพื่อเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวของลี่หยา การเคลื่อนไหวของเขาช่างนุ่มนวลและมั่นคง แต่กลับแฝงไปด้วยความเ็าที่ทำให้ลี่หยารู้สึกหนาวเหน็บในใจ
เมื่อผ้าคลุมถูกเปิดออก ลี่หยาก็ได้เห็นใบหน้าของหวังหยางเต็มตาแบบที่ไม่อยู่ในสถานะการณ์วุ่นวายเป็ครั้งแรก ภาพราวกับเทพบุตรในฝันของนางมายืนอยู่ตรงหน้า
ใบหน้าของหวังหยางหล่อเหลาราวกับภาพวาดที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นด้วยฝีมือของศิลปินเอก
ดวงตาคมกริบของเขาเปรียบเสมือนดาบที่สามารถทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจของผู้ที่สบตา จมูกโด่งเป็สันและริมฝีปากบางที่ดูสงบนิ่ง ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้
แต่ทว่า สายตาที่เ็าของเขาทำให้ลี่หยาชะงักเล็กน้อย สัญชาตญาณของสตรีทำให้นางรับรู้ถึงความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้า แม้ใบหน้าของเขาจะเป็บุรุษรูปงามจนที่สุดที่ลี่หยาเคยพบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ปิดไม่มิด ราวกับว่าเขากำลังมองผ่านนางไปยังสิ่งอื่นที่อยู่ไกลออกไป
ลี่หยารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งในที่นั่งของตน หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความกังวลและความไม่มั่นใจ นางพยายามหายใจลึก ๆ เพื่อระงับความตื่นเต้น แต่ความเยือกเย็นในสายตาของหวังหยางทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ในขณะที่นางพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อ กล่าวอะไรบางอย่าง ความคิดของนางก็พลุ่งพล่านไปด้วยคำถามและความสงสัย ทำไมเขาถึงดูไม่พอใจเช่นนี้? เขาคิดอย่างไรกับการแต่งงานครั้งนี้?
หวังหยางไม่เคยคิดจะแต่งงานกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น เขามองลี่หยาด้วยสายตาที่เยือกเย็น ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์
"เ้ากลัวรึ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ราวกับคำ กล่าวนั้นเป็เพียงลมที่พัดผ่าน "หากเ้าหวาดหวั่น ข้าก็พร้อมจะยุติพันธะนี้"
คำ กล่าวที่เยือกเย็นของหวังหยางทำให้ลี่หยารู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งทิ่มแทง นางต้องตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกแปลก ๆ "ไม่ เ้าค่ะ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น"
คำตอบของลี่หยาดังแค่ได้ยินสองคน แต่สำหรับนางมันเหมือนดังไปทั่วเมือง นางรู้สึกถึงความกดดันและความคาดหวังที่ถาโถมเข้ามา หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความกังวลและความไม่มั่นใจในตัวเอง