เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงบ้านหนิงฮวาและพี่สาวก็ได้นำผลไม้ทั้งสองชนิดออกมาจากตะกร้าและแยกชนิดกันไว้ พอเสร็จแล้วหนิงฮวาก็เดินกลับออกไปข้างนอกเพื่อจะไปถามมารดาว่าที่บ้านมีขวดโหลแก้วอยู่หรือไม่แต่ว่านางก็พอจะเดาออกว่าคงจะไม่มีเพราะที่บ้านก็แทบจะไม่มีอะไรเลย
“ท่านแม่เ้าคะ ที่บ้านเราพอจะมีขวดโหลแก้วบ้างหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่มีหรอกลูก เ้าจะเอาไปทำสิ่งใดหรือ”
“ข้าจะเอาไปใส่ของเ้าค่ะ แต่ไม่เป็ไว้พรุ่งนี้ข้าจะให้ท่านแม่พาเข้าไปในตัวเมืองเพื่อซื้อของได้หรือไม่เ้าคะ”
“อ้อ ได้สิเดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะพาเ้าไปนะลูก”
“ตกลงเ้าค่ะ เช่นนั้นข้ากับพี่ใหญ่ขอไปสำรวจที่ดินเพิ่มก่อนนะเ้าคะ
เอ่ยจบหนิงฮวาก็หมุนตัวกลับเดินเข้าบ้านไปหาพี่สาวเพื่อชวนกันออกไปอีกครั้ง”
“พี่ใหญ่เราไปกันเถิดเ้าค่ะ ไว้พรุ่งนี้ท่านแม่จะพาพวกเราไปเลือกซื้อของในตัวเมืองเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเราก็ไปกันเถิด”
แล้วทั้งสองก็พากันเดินไปยังเส้นทางเดิมที่เคยผ่านมา พอเดินผ่านต้นของหมางกั่วที่เก็บครั้งที่แล้วหนิงฮวาก็มองสำรวจไปเรื่อยๆแล้วนางก็เจอเข้ากับพืชล้มลุกอีกชนิดนึงเข้านั้นก็คือต้นมันเทศที่ขึ้นอยู่ประมาณหกเจ็ดต้นนางจึงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจว่าที่นี้รู้จักมันเทศหรือไม่
“พี่ใหญ่เ้าคะ ท่านรู้จักต้นนั้นหรือไม่เ้าคะ”
หนิงฮวาเอ่ยพร้อมกับชี้ไปที่ต้นมันเทศเพื่อให้พี่สาวของนางได้มองเห็น
“หืม มันคือต้นอะไรหรือพี่ไม่รู้จักหรอกน้องรอง”
“แล้วที่นี้เขาได้นำหัวมันไปทานบ้างหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่เคยเห็นนะ มันมีหัวด้วยอย่างนั้นรึ”
“ใช่เ้าค่ะ ต้นนี้มีชื่อว่าต้นมันเทศมีหัวอยู่ใต้ดินสามารถนำไปทำอาหารทานได้เ้าค่ะ พี่ใหญ่ไปช่วยข้าขุดหัวมันเทศกันเถอะเ้าค่ะ”
“อ้อ อืมได้สิ”
แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันขุดเอาหัวมันเทศที่มีอยู่จนหมดก่อนจะพากันเดินต่อไปอีกเพื่อดูว่ายังมีสิ่งใดให้นางได้เก็บกลับบ้านบ้างหรือไม่ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดน่าสนใจจนในที่สุดพวกนางก็เดินมาจนถึงสุดเขตของที่ดินสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของหนิงฮวานั้นทำให้นางถึงกับอ้งปากค้างดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความใ
ในตอนแรกแต่ต่อมากลับรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่นางได้เห็นเพราะตรงหน้าของนางตอนนี้นั้นมันคือต้นชาซึ่งมีห้าถึงหกพุ่มด้วยกันแถมตอนนี้ก็ยังมีผลแก่ให้เก็บไปไว้เพาะพันธุ์อยู่มากเลยทีเดียวนางจึงไม่รอช้ารีบเดินตรงเข้าไปเก็บเอาผลแก่ของต้นชาทันทีพร้อมกับเอ่ยกับพี่สาวตน
“พี่ใหญ่ท่านช่วยข้าเก็บยอดของชาพวกนี้นะเ้าคะ เอาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเก็บได้นะเ้าคะแต่อย่าทำให้กิ่งหรือต้นชาหักเด็ดขาดข้าจะให้ท่านพ่อมาย้ายไปปลูกไว้ที่บ้านเราเ้าค่ะ”
“ได้ พี่จะเก็บอย่างระมัดระวังที่สุดนะน้องรอง”
“เ้าค่ะ ”
เมื่อหนิงฮวาและหนิงเซียนเก็บชากันเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็พากันกลับบ้านทันที และในระหว่างทางกลับหนิงฮวาก็ได้พบกับขอนไม้ที่มีเห็ดหูหนูอยู่นางจึงเก็บเอาเห็ดหูหนูกลับไปด้วยเพื่อนำไปทำอาหารเย็นทาน และนางยังแวะดูต้นมะพร้าวข้างลำธารตามที่ท่านแม่ของนางได้บอกมาเมื่อวานนี้ซึ่งก็เป็มะพร้าวจริงๆมีอยู่ประมาณสามต้นแถมผลแก่ก็มีเยอะหล่นอยู่เต็มพื้นไปหมด นางจึงคิดว่าพนุ่งนี้ค่อยมาเก็บหลังจากกลับจากในเมืองก่อนให้นางได้สั่งทำที่ขูดมะพร้าว(ง้อง)ก่อนเถอะจะได้ทำอาหารหลายๆอย่างทาน
ไม่นานทั้งสองก็กลับมาถึงบ้านซึ่งก็เป็เวลายามเซิน(15.00-16.59น.)หนิงฮวาจึงเดินไปทำอาหารเย็นไม่กี่อย่างก็มีผัดเห็ดหูหนูใส่เนื้อหมูกับไข่เจียวแค่นั้นก่อนที่นางจะไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาทานข้าวเย็นกับทุกคนพอทานข้าวเสร็จก็พากันเข้านอนด้วยความอ่อนเพลียเพราะวันนี้ใช้พลังงานไปเยอะ
รุ่งเช้าของวันใหม่มาถึงหนิงฮวาก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะเข้าไปในตัวเมืองซื้อของพอนางผลัดเปลี่ยนชุดเสร็จก็ได้เดินไปหาท่านปู่ของนางเพื่อขอเงิน ที่จำนำไปใช้ในการซื้อของ
“ท่านปู่เ้าคะ วันนี้ท่านแม่กับข้าและพี่ใหญ่จะเข้าตัวเมืองไปซื้อของเพิ่มข้าจึงมาขอเงินกับท่านปู่เ้าค่ะ”
เอ่ยจบหนิงฮวาก็ส่งยิ้มออดอ้อมพร้อมกับเดินเข้าไปเกาะแขนท่านปู่ของนางเหมือนทุกครั้งเวลาที่นาง้าจะขอสิ่งใด หนิงเทียนได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูหลานสาวคนนี้ของตนยิ่งโตยิ่งทำตัวเหมือนเด็กแต่เขาก็เดินไปยังตู้ขนาดกลางๆที่อยู่ข้างที่นอนพร้อมกับเปิดตู้ออกก่อนจะหยิบเอากล่องขนาดกลางที่มีกุญแจล็อคเอาไว้เขาไขกุญแจออกก่อนจะหยิบตั๋วเงินออกมาให้หนิงฮวาห้าร้อยตำลึงเงินเสร็จแล้วก็เก็บเข้าที่เดิมทันทีแต่ก่อนที่ทั้งสองจะพุดคุยกันต่อนั้นก็ได้ยินเสียงของฟู่เหวินอยู่หน้าบ้าน
“ท่านลุงเหลียงอยู่หรือไม่ขอรับ”
“อ้าวอาฟู่มาแต่เช้าเชียวมีสิ่งใดติดขัดเกี่ยวกับงานหรือไม่”
“ไม่มีขอรับ วันนี้ข้าจะพาคนงานมาเตรียมพื้นที่สร้างบ้านพร้อมกับว่าจะเข้าไปซื้อวัสดุก่อสร้างในตัวเมืองด้วยจึงจะมาขอเบิกเงินไปก่อน นี้ขอรับรายการของที่ต้องซื้อกับค่าใช้จ่ายท่านตรวจดูก่อนว่ามีสิ่งใดขาดไปหรือไม่ แล้วก็นี้ขอรับหนังสือสัญญาที่จะสร้างกำแพงข้าได้สรุปงบประมาณมาให้แล้วท่านลุงลองอ่านดูก่อนนะ”
“อ่าได้ๆ ค่าสร้างกำแพงทั้งหมดเจ็ดร้อยตำลึงทองเช่นนั้นรึ”
“ใช่แล้วขอรับ ส่วนบ้านนั้นทั้งหมดก็หนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองขอรับ”
“ท่านลุงฟู่เ้าคะ ข้าอยากจะให้ท่านแบ่งคนงานนออกเป็สองส่วนสร้างไปพร้อมกันได้หรือไม่แต่ข้าอยากจะให้ท่านสร้างกำแพงให้แล้วเสร็จก่อนที่บ้านจะเสร็จเ้าค่ะ”
“ได้สิ ข้าจะสร้างทั้งสองอย่างพร้อมกันเลย”
“แล้วเ้าจะเบิกเงินซักเท่าไหร่ก่อนรึ”
“ข้าขอเบิกก่อนซักหนึ่งพันตำลึงทองก่อนขอรับส่วนอีกเก้าร้อยตำลึงทองค่อยเบิกทีหลัง”
“ได้ เ้ารอข้าซักครู่นะ”
เอ่ยจบหนิงเทียนก็เดินหายเข้าไปภายในบ้านก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับห่อผ้าที่ใส่ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทองเอาไว้
“เอ้านี้รับไป นี้เป็ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทอง ส่วนนี้ก็หนังสือสัญญาข้าลงนามให้แล้ว”
“ขอบคุณมากขอรับท่านลุงเหลียง ส่วนคนงานข้าได้มาทั้งหมดสามสิบคนขอรับวันนี้ข้าจะให้พวกเขาช่วยกันถางหญ้าตรงที่จะสร้างบ้านแล้วก็แนวที่จะสร้างกำแพงข้ารบกวนท่านลุงช่วยดูแลเื่นี้แทนข้าก่อนนะขอรับข้าจะรีบไปสั่งซื้อวัสดุแล้วจะรีบกลับมา”
“ได้ๆ ข้าจะดูให้เองไม่ต้องเป็กังวล”
หนิงเทียนเอ่ยรับคำก่อนที่ฟู่เหวินจะพาลูกน้องคนสนิทเดินกลับไปหาพวกคนงานเพื่อสั่งงานก่อนที่เขาจะเดินทางเข้าในเมืองเพื่อสั่งซื้อวัสดุในการสร้างบ้านและกำแพงทันที