ย้อนเวลาสู่อดีต

    ตอนที่1 : ย้อนเวลาสู่อดีต

    ตอนที่1 : ย้อนเวลาสู่อดีต(บทนำ)_______________
    ตุบ!"บ้าเอ้ย..." ชายหนุ่มร่างสูงต่อยไปที่กำแพงห้องน้ำอย่างแรง เขามองนัยน์ตาสีน้ำผึ้งผ่านกระจกในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด
    เขาคือ วิลเลียม เทรซ์ พ่อของเขาคือ 'วิคเตอร์ เทรซ์' ลูกครึ่งชาวรัสเซีย - อเมริกา ส่วนแม่ของเขาชื่อ 'มะลิ' เป็นชาวไทยแท้ สรุปแล้วก็คือวิลเลียมเป็นลูกเสี้ยว
    วิลเลียมอายุ 19 ปี ตอนนี้อยู่ในช่วงการสอบเข้าในวิทยาลัย เพราะเขาต้องสืบทอดธุรกิจพันล้านของพ่อ ทั้งบริษัทเครือข่ายมือถือระหว่างประเทศ ทั้งมาเฟียที่ควบคุมคาสิโนอย่างถูกกฎหมาย
    วิลเลียมอาศัยอยู่ที่ไทยตั้งแต่ยังเด็กเนื่องจากพ่อของเขาต้องมาทำธุรกิจใหญ่ที่ประเทศแห่งนี้ร่วมกับครอบครัวของทางแม่
    ในตอนนี้เพื่อนๆของวิลเลียมอยู่ปี1 และกำลังจะขึ้นปี2 ในเร็วๆนี้ ขณะที่วิลเลียมยังไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย เพราะเขาเป็นคน 'ผัดวันประกันพรุ่ง'[ตามสำนักงานราชบัณฑิตยสภาคำว่า ผัด เขียน ผ ผึ้ง  ไม้หันอากาศ  ด เด็ก แปลว่า ขอเลื่อนเวลาออกไป เช่น ผัดวันประกันพรุ่ง.] มัวแต่คิดว่า 'พรุ่งนี้ค่อยอ่านแล้วกัน' เขาคิดทุกครั้งในตอนอ่านหนังสือ
    ถึงครอบครัวของเขาจะร่ำรวยเงินทองมากแค่ไหนก็ใช่ว่าจะสามารถซื้อ 'ความรู้' ได้แม้พ่อของเขาสามารถใช้อำนาจได้หลายๆอย่างแต่วิคเตอร์(พ่อ)ก็ปฏิเสธที่ใช้เส้นสายให้วิลเลียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
    'อำนาจใช้ได้กับคนทั่วไปก็จริง แต่อยู่ที่ว่าเราจะใช้อำนาจในสิ่งที่ถูกหรือผิด อีกอย่างความสำเร็จเกิดจากอัจฉริยะเพียงหนึ่งส่วน ที่เหลือเก้าส่วนล้วนเกิดจากหยาดเหงื่อ การกระทำและน้ำตาล้วนๆ' คำพูดของพ่อที่วิลเลียมเคยฟังผ่านๆแต่มาวันนี้เขากลับนึกถึงและตอกย้ำว่าทำไมเขาถึงไม่ตั้งใจฟังคำพูดเหล่านี้ตั้งแต่แรก?
    ในตอนนั้นเขาทำอะไรอยู่กันแน่!? ติดเกมส์ ติดเพื่อน พ่อแม่สั่งสอนไม่เคยฟัง เป็นนักเลงหาเรื่องชาวบ้านไปวันๆ พอมาวันนี้วันที่พ่อของเขาล้มป่วยเนื่องจากความเครียดและการโหมงาน วิลเลียมพึ่งมาสำนึกเอาตอนนี้มันก็สายไปแล้ว พ่อของเขาเข้าห้องICU โอกาศในการรอดน้อยมากความดันเลือดของวิคเตอร์(พ่อ)เกิดสูงขึ้นมาตั้งแต่สามวันก่อนหัวใจของท่านเริ่มอ่อนแรงลง
    วิลเลียมคิดย้อนกลับไปว่า หากเขาตั้งใจเรียน ไม่เป็นคนผัดวันประกันพรุ่งแล้วลงมือทำในทันที เขาคงพอช่วยงานพ่อได้บ้างสักเล็กน้อยก็คงดี ในตอนที่เขาเกเรพ่อแม่ไม่เคยทิ้งเขาไว้เพียงคนเดียวพวกท่านกล่าวตักเตือนเขาอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่วิลเลียมคิดว่าพ่อแม่ของตนน่ารำคาญ แต่เขาพึ่งได้รู้ว่าสิ่งที่พ่อและแม่พูดมามันถูกเสมอ
    "เฮ้อ..." วิลเลียมเดินออกมาจากห้องน้ำสายตาของเขาเหลือบไปเห็นเวลาที่นาฬิกามันจะเที่ยงคืนแล้ว เขาจึงเอนตัวลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซส์ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงเพียงไม่นานวิลเลียมก็ได้เข้าสู่ห่วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว
    23.58 น..23.59 น..24.00! น.[เคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น]..ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด [07.00 น.]
    เด็กหนุ่มผิวขาวนวลผู้มีเลือนผมสีดำกริบกำลังค่อยๆเผยดวงตาสีน้ำผึ้งออกมาสู้แดดยามเช้า เด็กหนุ่มขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาหมูสีชมพู
    "อ่ะเด๊ะ...เดี๋ยวนะเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ด้วยเหรอ!" เด็กหนุ่มกวาดสายตาไปยังบริเวณรอบๆห้อง
    "สติ๊กเกอร์อวกาศเรืองเเสง! เราแกะมันออกไปแล้วไม่ใช่หรอ!....แล้วนาฬิกาหมูมันพังไปแล้วนี่หน่า!" เด็กหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในห้องเปลี่ยนไป
    "เดี๋ยวนะทำไมตัวเราดูเล็กลงล่ะ!..หรือว่า?...ไม่จริง!!" เด็กหนุ่มวิ่งพรวดพราดไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เขาเปิดประตูออกมาเพื่อส่องกระจกหลังประตู สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ เด็กหนุ่มร่างผอมมีผิวสีขาวนวลใส ดวงตาสีน้ำผึ้งใสมันสะท้อนสิ่งที่เขาเห็นออกมา
    เด็กหนุ่มหันไปทางซ้ายเพื่อดูปฏิทินปี '2019'!! มันสี่ปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ เขามองอย่างไม่น่าเชื่อก่อนจะมานั่งสงบสติอารมณ์ที่โซฟาข้างๆเตียง
    "ฮ่าๆๆ....นี่มันยังกับอนิเมะย้อนเวลาเลยนี่หว่า" เขาพูดขึ้นก่อนจะนึกอะไรบางอย่าง 'มันจะมีพวกสเตตัสหรืออะไรด้วยไหมนะ' เด็กหนุ่มคิดขึ้น
    ติ๊ง!
    หน้าสเตตัสชื่อ : วิลเลียม เทรซ์อายุ : 15 ปีส่วนสูง : 165 น้ำหนัก : 56เลเวล : 0แต้ม : 0ของรางวัล : 1 (ใหม่)สติปัญญา : 0 (ในระบบ)ร่างกาย : 0 (ในระบบ)ทักษะอื่นๆ : 0 >ดูเพิ่มภารกิจทั่วไป : 99+ >ดูเพิ่มภารกิจหลัก : 0 >ดูเพิ่มวงล้อรูเล็ตร้านค้า
    "ฮะ...เฮ้ยๆ นี่เราแค่คิดเล่นๆนะเนี่ย ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ...สเตตัส!" วิลเลียมมองไปยังแผ่นสเตตัสสีฟ้าใสด้วยแววตาที่สั่นคลอน ในขณะเดียวกันวิลเลียมกลับคิดว่าเมื่อย้อนกลับมาได้แล้วเขาจะไม่ทำเหมือนอย่างเก่ามันต้องดีขึ้นมากกว่าเดิม เขาหวังว่าถ้าสเตตัสทำอะไรได้คงดีไม่น้อย
    วิลเลียมจึงเตรียมเสื้อผ้ารีบเข้าไปอาบน้ำเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์คงจะต้องลงไปกินข้าวกับครอบครัวเพราะไม่มีเรียน
    ถามว่าทำไมเขาถึงรู้ เนื่องจากวิลเลียมมีนิสัยที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่หายสักทีคือการชอบขีดปฏิทินวันที่ผ่านมาแล้วทิ้งไปเพื่อให้รู้ว่าวันนี้คือวันอะไร
    วิลเลียมเมื่ออาบน้ำเสร็จเขาได้เดินลงบันไดไปที่ชั้นหนึ่ง เขาตรงไปที่โต๊ะอาหารสุดหรูขนาดใหญ่ในทันที ภาพแรกที่เขาเห็นคือแผ่นหลังอันคุ้นเคยของผู้เป็นพ่อ วิลเลียมจึงหวนกลับมาคิดถึงคำที่พ่อสอนก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร
    'บ้างไม่กล้า บ้างอ้างว่าขี้เกียจ นับหนึ่งใหม่ แล้วเมื่อไหร่ จะไปได้ไกลกว่าเดิม'_______________ฝากติชมด้วยนะคะเราเป็นนักเขียนมือใหม่อาจผิดพลาดบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ????????One comment = Encouragement infinite❣[ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ]