ประตูห้องเก็บเอกสารเก่าของสำนักงานเขตถูกล็อกจากด้านใน พอตำรวจงัดมันออก กลิ่นที่ไหลออกมาไม่ใช่กระดาษเก่าหรือเชื้อรา แต่เป็กลิ่นดอกไม้หวานจัด เหมือนมีใครเอาสวนต้องห้ามทั้งสวนมาบดแล้วโปรยไว้บนศพ
ร.ต.อ.ธามเรียกพฤกษ์มาดูศพตอนเก้าโมงกว่า "วิเชียร พรหมเกษ อดีตเ้าหน้าที่ทะเบียนทรัพย์สิน" เขาบอก "กล้องจับได้ว่าเขาอยู่ในอาคารตลอดคืน ไม่เคยไปใกล้ตรอกวรพฤกษ์ ไม่มีใครเข้าห้องหลังสองทุ่ม และประตูก็ล็อกจากด้านใน แต่บนตัวเขามีเกสร"
ศพนั่งพิงตู้เหล็กท้ายห้อง มือขวากำแฟ้มไว้แน่น ใบหน้าซีด ริมฝีปากเทาอมเขียวเหมือนกิตติภพ พฤกษ์ก้มดูหลังมือเหยื่อ ผงสีทองเทาเกาะอยู่บาง ๆ แต่ไม่สด ไม่วาวเหมือนเกสรในสวน มันแห้ง หม่น เหมือนถูกเก็บไว้นาน ใต้กลิ่นหวานยังมีกลิ่นหมึกจาง ๆ
ที่ผิวใต้ขากรรไกรมีลายวงกลมสามชั้นจางจนเกือบมองไม่เห็น เส้นไม่ปิดสนิทและบิดเบี้ยวเหมือนคนวาดผิดมือ รอยนั้นไม่ได้อยู่บนผิวอย่างหมึก แต่นูนขึ้นจากใต้เนื้อเป็่ ๆ คล้ายรากเล็ก ๆ เคยพยายามลากสัญลักษณ์จากข้างในร่างแล้วหมดแรงก่อนครบวง
"ให้เขาดูแฟ้ม" เสียงอคิราห์ดังจากหน้าประตู
พฤกษ์ถามอคิราห์ทันที "คุณมาได้ไง"
อคิราห์ตอบ "ผมถูกเรียกมาก่อนคุณ"
"แล้วทำไมไม่บอกว่ามีศพที่สอง" พฤกษ์ถามต่อ
"ตอนนั้นยังยืนยันไม่ได้ว่าเกี่ยวกับสวน" อคิราห์ตอบ
บนสันแฟ้มมีคำว่า ทะเบียนแปลงที่ดิน เขตเก่า: วรพฤกษ์ และตรงมุมแฟ้มมีสัญลักษณ์วงกลมซ้อนสามชั้น ก้านใบแทงขึ้นกลางวง คล้ายแผ่นโลหะใกล้ศพกิตติภพ แต่เส้นหมึกสั่นและไม่สมดุล
"นี่ไม่ใช่ของเดิม" พฤกษ์พูดกับธาม "เหมือนคนเลียนแบบ"
"จัดฉาก?" ธามถาม
"หรือมีคนรู้ว่าสัญลักษณ์นี้ทำอะไรได้ แต่ยังวาดไม่ถูก" พฤกษ์ตอบ
ถุงหลักฐานบนโต๊ะขยับเบา ๆ ข้างในมีเศษใบไม้กับดินจากรองเท้าเหยื่อ ใบไม้ที่ยังเขียวหันปลายเข้าหาแฟ้มเหมือนเข็มทิศ แล้วต่อหน้าทุกคน สีเขียวนั้นจางเป็เหลืองซีด ใบม้วนเข้าหากันเหมือนถูกดูดชีวิตออก
อคิราห์วางกล่องโลหะทับถุงทันที "ย้ายตัวอย่างพืชออกจากห้องนี้ เก็บแยกจากเอกสาร ใช้กล่องทึบ"
พฤกษ์มองอคิราห์ "คุณรู้ได้ยังไง"
"ขั้นตอนป้องกันการปนเปื้อน" อคิราห์ตอบสั้น ๆ
"ไม่มีขั้นตอนไหนบอกว่าพืชเหี่ยวเพราะอยู่ใกล้หมึกบนแฟ้ม" พฤกษ์ย้อน
พฤกษ์ชี้สัญลักษณ์ให้ธามดู "พืชไม่ได้ตอบสนองต่อศพ มันตอบสนองต่อสัญลักษณ์ที่วาดใหม่"
อคิราห์นิ่งไปครู่หนึ่ง "ครั้งนี้คุณพูดถูก"
คำว่า ครั้งนี้ ทำให้พฤกษ์เย็นวาบ เขาหันไปถามอคิราห์ "คุณเคยเห็นมาก่อน เมื่อสิบปีก่อนใช่ไหม"
ธาม้าคำอธิบายที่เขียนรายงานได้ พฤกษ์จึงบอกว่าเกสรบนศพไม่สด เหมือนถูกเก็บไว้ก่อนหน้า ส่วนอคิราห์เสริมว่าผลตรวจเบื้องต้นไม่เหมือนรายแรก กิตติภพมีสารตั้งต้นชนิดหนึ่งในร่างกาย รายนี้มีอีกชนิด แต่ปลายทางเหมือนกัน คือระบบหายใจล้มเหลว เส้นเืฝอยแตก และลิ้นมีรสขมก่อนตาย
มือถือธามสั่น เขารับสายแล้วสีหน้าเปลี่ยน "ไอทีดึงประวัติคอมพิวเตอร์วิเชียรได้ เมื่อคืนเขาเปิดแฟ้มโครงการพัฒนาเขตเก่า มีชื่อภาคิน อัศวเมธาซ้ำหลายครั้ง"
ภาคินเป็คนกลางบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยากเปิดพื้นที่รอบตรอกวรพฤกษ์ เขาติดต่อกิตติภพก่อนตาย และติดต่อวิเชียรเมื่อสามวันก่อน ถ้าเอกสารกรรมสิทธิ์บางส่วนหาย บริษัทจะได้ประโยชน์
"ชัดเกินไป" พฤกษ์แย้งธาม "ศพในห้องล็อก เกสรแห้ง สัญลักษณ์เลียนแบบ และชื่อคนกลางที่ถูกทิ้งไว้ในคอม เหมือนมีคนอยากให้เรามองไปทางนั้น"
"หรือเขารู้ว่าคุณจะคิดแบบนี้" ธามสวนกลับ
เสียงแห้ง ๆ ดังจากแฟ้มในมือศพ
มันคือภาพย้อนหลังจากคืนที่วิเชียรตาย ภาพที่แฟ้มกับสัญลักษณ์บังคับให้เขาเห็น
วิเชียรนั่งอยู่ในห้องนี้คนเดียว ฝนตีหน้าต่าง มีเสียงเคาะจากในตู้เอกสารสามครั้ง เขาเปิดแฟ้มทะเบียนแปลงที่ดิน มือสั่นจนรูปถ่ายเก่าหล่นลงพื้น ในรูปคือประตูสวนวรพฤกษ์เมื่อสิบปีก่อน ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้กล้อง ไหล่กว้าง เสื้อเชิ้ตพับแขน
ภาพเปลี่ยน วิเชียรหยิบโทรศัพท์ ค้นคำว่า "วรากุล ผู้ดูแลสวนเดิม" แล้วโทรหาเบอร์หนึ่ง "ผมเจอชื่อคุณในแฟ้มแล้ว" เขาพูด "คุณบอกว่าจะไม่มีใครตายอีก"
ปลายสายตอบบางอย่าง วิเชียรหน้าซีด "ไม่ ผมไม่เปิดประตูให้ใครทั้งนั้น"
ประตูตู้ค่อย ๆ แง้มออกจากด้านใน มือที่ยื่นออกมาไม่มีแหวน แต่ปลายนิ้วเปื้อนหมึกดำ
พฤกษ์สะดุ้งกลับมาเมื่ออคิราห์คว้าต้นแขนเขาไว้ "หายใจ"
"เกิดอะไรขึ้น" ธามถามพฤกษ์
"ตู้เอกสาร ช่องซ้ายที่สามจากท้ายห้อง" พฤกษ์ตอบธาม
ธามสั่งเปิดตู้ ช่องนั้นมีแฟ้มเรียงแน่น และมีดอกไม้แห้งหนึ่งดอกวางอยู่บนชั้นกลาง กลีบซีดจนเกือบขาว ตรงกลางมีผงทองเทาเกาะอยู่ เมื่อแสงไฟส่องผ่าน กลีบแห้งขยับน้อย ๆ เหมือนยังไม่ตาย
"เก็บมัน" ธามสั่ง
"อย่าใช้ถุงพลาสติก" พฤกษ์กับอคิราห์พูดขึ้นพร้อมกัน
ในห้องประชุม ภาพจากกล้องหน้าห้องเก็บเอกสารถูกเปิดบนจอ เวลา 22:47 น. ทางเดินว่างเปล่า แต่เงาใต้ประตูขยับจากด้านใน แล้วหยุดตรงแนวกลอน หนึ่งนาทีต่อมาไฟดับ พอไฟติด เงาก็หายไป
ธามโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ "หน้าที่หายเกี่ยวกับชื่อผู้ดูแลสวนเดิม รายชื่อผู้ลงนามปิดพื้นที่ และบันทึกการเสียชีวิตเมื่อสิบปีก่อน"
"เมื่อสิบปีก่อนเกี่ยวกับพ่อผมใช่ไหม" พฤกษ์ถามธาม แต่สายตาเผลอเหลือบไปหาอคิราห์
เ้าหน้าที่ไอทีวางมือถือในถุงหลักฐานบนโต๊ะ ธามอ่านประวัติค้นหาออกเสียง "วรากุล ผู้ดูแลสวนเดิม... สวนวรพฤกษ์ คดีเสียชีวิตสิบปีก่อน... อาการขมหลังลิ้น..."
"มีเบอร์ที่ถูกลบก่อนเสียชีวิตประมาณสิบห้านาที เหลือสามหลักท้าย" เ้าหน้าที่บอก "เจ็ด หนึ่ง เก้า"
พฤกษ์ชาวาบ "เป็เบอร์บ้านเก่าผม เลิกใช้ไปนานแล้ว"
ใต้ข้อความมีรูปภาพเก่า ประตูสวนวรพฤกษ์เมื่อสิบปีก่อน ชายคนหนึ่งยืนหน้าประตู หันหน้ามาครึ่งหนึ่ง แสงแฟลชทำให้ภาพเบลอ แต่พฤกษ์จำแววตานั้นได้ทันที
และข้างหลังพ่อ ในเงาประตูที่แง้มอยู่ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนก้มหน้า มือขวาสวมแหวนสีดำ
ธามคว้าโทรศัพท์ทั้งถุงขึ้นมา แต่หน้าจอยังค้างอยู่ที่รูปเดิม ไม่มีสัญญาณ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีเวลาเข้าเครื่องตามปกติ เ้าหน้าที่ไอทีพูดซ้ำว่าเป็ไปไม่ได้ เสียงเขาเบาจนเหมือนขอโทษตัวเองมากกว่ารายงานคนอื่น
คนในรูปเด็กกว่า ผอมกว่า แววตายังไม่เย็นเท่าตอนนี้ แต่รอยกดแหวนที่นิ้วนางขวาของชายตรงหน้า ทำให้ภาพเก่ากับปัจจุบันซ้อนกันจนน่ากลัว
"คนที่รอดออกมา" พฤกษ์พูดช้า ๆ "คือคุณใช่ไหม"
อคิราห์มองรูปนั้นเหมือนกำลังมองประตูที่ปิดไม่สนิทมาสิบปี เขาอ้าปากเหมือนจะตอบ แต่เสียงจากโทรศัพท์ตัดขึ้นก่อน เป็เสียงเคาะสามครั้ง เบามาก แต่ทุกคนในห้องได้ยิน
ไฟในห้องประชุมกะพริบพร้อมกัน แฟ้มบนโต๊ะเปิดพรึ่บเอง หน้ากระดาษที่ควรว่างเปล่ามีรอยหมึกดำซึมขึ้นทีละเส้น วงกลมซ้อนสามชั้น ก้านใบแทงขึ้นกลางวง แบบเดียวกับที่อยู่บนแฟ้มของวิเชียร แต่คราวนี้เส้นนิ่งกว่า สวยกว่า และเย็นกว่า
ไม่ใช่กลิ่นแห้งบนศพวิเชียร แต่เป็กลิ่นของสวนเมื่อคืน กลิ่นที่มีความชื้น มีชีวิต และมีบางอย่างรออยู่หลังประตู
"อย่า" อคิราห์ห้าม
"คุณรู้ว่ามันจะทำอะไร" พฤกษ์ถาม
"ผมรู้ว่ามันอยากให้คุณตอบ" อคิราห์ตอบ
"ตอบอะไร" พฤกษ์ถามกลับ
อคิราห์มองมือของตัวเองที่ยังจับข้อมือพฤกษ์อยู่ แล้วค่อย ๆ ปล่อย เหมือนัันั้นเตือนเขาถึงสิ่งที่ไม่ควรทำต่อหน้าคนอื่น พฤกษ์ควรโล่งใจที่ได้อิสระ แต่กลับรู้สึกถึงความอุ่นที่หายไปชัดเกินควร
พฤกษ์ถามอคิราห์เสียงต่ำ "คุณปกป้องผม หรือปกป้องคดีจากผมกันแน่"
อคิราห์ตอบโดยไม่หลบตา "ตอนนี้ผมยังแยกสองอย่างนั้นไม่ได้"
คำตอบนั้นไม่ใช่คำหวาน และไม่ใช่คำขอโทษ แต่มันจริงจนพฤกษ์เถียงไม่ออก ความระแวงยังอยู่เต็มอก เพียงแต่มีอะไรบางอย่างงอกขึ้นข้าง ๆ มัน เงียบ ๆ และอันตรายพอ ๆ กัน
ธามกระแอมเหมือนดึงทั้งคู่กลับเข้าห้องสอบสวน "ถ้าจะมีใครอธิบายเื่เสียงเคาะกับโทรศัพท์ที่ส่งข้อความเองได้ ผมอยากฟังก่อนที่ศพที่สามจะกลายเป็ข่าวเที่ยง"
อคิราห์ไม่ทันพูด โทรศัพท์ในถุงหลักฐานสว่างขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็แผนที่ จุดสีแดงหนึ่งจุดกระพริบอยู่ไม่ไกลจากสำนักงานเขต ถนนเส้นเล็กข้างตรอกวรพฤกษ์ชื่อที่พฤกษ์ไม่เคยสนใจมาก่อนปรากฏบนหน้าจอ
ซอยเรือนเพาะเก่า
ธามสบถ ก่อนหันไปถามเ้าหน้าที่ไอที "ใครอยู่ตรงนั้น"
เ้าหน้าที่ไอทีรีบค้นข้อมูล กล้องวงจรปิดจากปากซอยขึ้นบนจอ ภาพแตกเป็เส้นเพราะฝนค้างเลนส์ แต่ยังเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินถือร่มสีดำเข้าไปในซอย เขาเดินช้ามาก เหมือนคนละเมอ มืออีกข้างถือซองเอกสารแนบอก
พฤกษ์ไม่รู้จักหน้า แต่เขารู้จักสิ่งที่ติดอยู่บนปกเสื้อชายคนนั้น
เกสรสีทองเทา
"ย้อนภาพก่อนหน้านี้" ธามสั่งเ้าหน้าที่ไอที
ภาพย้อนกลับไปสิบวินาที ยี่สิบวินาที สามสิบวินาที ชายคนนั้นยืนอยู่หน้าร้านถ่ายเอกสาร เขาก้มดูโทรศัพท์ ก่อนยกมือเคาะประตูเหล็กของร้านที่ปิดอยู่สามครั้ง ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ด้านใน
ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
แล้วเขาก็หันหน้าไปทางตรอก เหมือนได้ยินใครเรียกชื่อ
อคิราห์ปล่อยข้อมือพฤกษ์ทันที แต่ไม่ได้ถอย เขาหันไปหยิบกล่องโลหะของตัวเอง แล้วพูดกับพฤกษ์ด้วยน้ำเสียงต่ำและเร่ง "ถ้าคุณจะไป ต้องไม่แตะดอกไม้ ไม่ตอบเสียงเรียก และไม่เปิดอะไรที่เคาะกลับมา"
"คุณพูดเหมือนเคยทำผิดมาแล้ว" พฤกษ์ถาม
ดวงตาอคิราห์ไหวเพียงนิดเดียว
"ผมเคยตอบ" อคิราห์ตอบ
พฤกษ์อยากถามต่อ แต่โทรศัพท์ในถุงสั่นแรงจนถุงพลาสติกครูดกับโต๊ะ รอยหมึกบนแฟ้มค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ตัวอักษร พฤกษ์อ่านออกก่อนทุกคน และเืในตัวเขาเย็นลงในวินาทีนั้น
รายที่สามกำลังเดินไปเปิดประตูแล้ว