อัลมอนด์ยิ้มพลางกระซิบข้างหูขา เสียงกระซิบนั้นเบาจนแม้แต่สายลมยังไม่ได้ยิน
“บัตรแสดงตัวตนของเทพเ้าค่ะ”
นารุคามิช็อกไปครู่หนึ่ง
“แบบนั้นมันจะดีเหรอ ?”
“ดีแล้วล่ะค่ะ อันที่จริง ฉันค่อนข้างสนิทกับราชวงศ์ทำให้จะทำอะไรก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะเป็เทพเ้ายังไงล่ะ”
อัลมอนด์ส่งยิ้มอ่อน ๆ ก่อนที่นารุคามิจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เอาแล้วไง รุ่นน้องของฉัน เล่นใหญ่อีกแล้วนะ”
“เพื่อท่านพี่ ฉันยอมทำค่ะ”
เธอยิ้มอ่อนอ่อนก่อนที่จะมองตรงไปด้านหน้า ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนมากมายเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทางถนน บ้านเ่าั้ทำจากไม้ผสมคอนกรีตหลากสีสัน อีกทั้งยังมีต้นไม้และดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมระเบียงบ้าน
บนพื้นถนนนั้นทำจากคอนกรีตสีเหลืองอ่อน และใหญ่พอที่จะนำรถม้าสองคันเดินคู่กัน เมื่อมองไปยังถนนนั้นก็มีประชาชนจำนวนมากหลากหลายเผ่าพันธุ์ กำลังใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข บ้างก็กำลังจับจ่ายใช้สอย บ้างก็กำลังเดินเลือกซื้ออาหารและขนม
“เป็เมืองที่วิเศษจริง ๆ เนอะท่านพี่”
อัลมอนด์ส่งยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะเดินนำนารุคามิที่กำลังชมวิวรอบ ๆ ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
“ท่านพี่คะ เรามาเดทกันเถอะ”
คำพูดแปลก ๆ ที่ดังออกมาจากปากอันอ่อนนุ่มนั้นเข้าหูนารุคามิอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แต่เธอก็ทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เห้อ...ก็ได้ งั้นเราไปเดทกันเถอะ”
“ดีใจจัง อะฮิ ๆ ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ‘อะฮิ ๆ ‘ของอัลมอนด์ที่แฝงไปกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์นั้นทำให้นารุคามิรู้สึกไม่อยากได้เดทขึ้นมา
“แต่ก่อนจะไปเดท คงต้องหาที่ซุกหัวนอนก่อนล่ะมั้ง”
ในเมืองใหญ่แบบนี้คงจะมีโรงแรมไม่ก็ที่พักราคาดีล่ะนะ หากต้องเข้าโรงเรียนของขุนนางด้วย ก็คงต้องมีบ้านหลังหรู ๆ ไว้อวดเพื่อนสักหน่อย
“ท่านพี่ บางทีใกล้ ๆ กับโซนขุนนางก็อาจจะมีบ้านหรูหรือคฤหาสน์ก็ได้นะ”
โซนขุนนางนั้นเป็โซนที่ต่างกับบ้านเรือนที่ติดกันเป็แพเหมือนของประชาชนทั้วไป ในนั้นมีคฤหาสน์หลายหลังอีกทั้งยังมีสวนในตัว หากบ้านใครใหญ่กว่านั่นคือการบอกถานะด้วย
แต่การเข้าไปนั้น สามัญชนคนธรรมดาเข้าไปไม่ได้ ต้องมีบัตรแสดงตัวทุกครั้งที่เข้าไป สำหรับนารุคามิแล้วคงมีแค่อัลมอนด์เท่านั้นแหละที่มีบัตรสีทอง แถมเป็บัตรแสดงตัวตนของเทพเ้า
{---------------------------}
เมื่อทั้งสองและทารกอีกหนึ่งเดินเข้ามาเรื่อย ๆ ก็พบกับกำแพงสีขาวอันหนึ่งที่สูงราวสิบเมตร ปากทางเข้าก็มีด่านตรวจราวกับการตรวจคนเข้าเมือง
แต่นี่เป็โซนขุนนางทำให้การตรวจนั้นเข้มข้นมาก เหล่าทหารจึงต้องพบอาวุธปืนคาบศิลาทรงยาวไว้เสมอ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าไปยังเมืองที่เหล่าขุนนางพัก
หากเป็ขุนนางที่นั่งรถม้าคันงามก็คงผ่านเข้าไปได้สบาย ๆ แต่พวกนารุคามิเดินเท้าเข้าไป ทำให้ต้องตรวจบัตรก่อน เช่นนั้นทั้งสองและทารกอีกหนึ่งจึงเดินเข้าไปใกล้กับจุดตรวจ
“โอ้ อะไรกัน ท่านอัลมอนด์เองเหรอครับ”
ทหารยามนายหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะโค้งทำความเคารพ ทหารทุกนายที่ยืนประจำการอยู่ก็ทำความเคารพเช่นกัน
“ว่าไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
อัลมอนด์ยิ้มทักทายก่อนจะโบกมือ ก่อนที่เหล่าทหารจะจับจ้องไปที่นารุคามิและทารกในอ้อมแขน
“อ้อ ฉันขอแนะนำให้รู้จัก รุ่นพี่ของฉันเอง นารุคามิ และทารกคิราเอล”
“อย่างงี้นี่เอง เช่นนั้นท่านอัลมอนด์ขอบัตรแสดงตัวตนหน่อยครับ”
อัลมอนด์หยิบบัตรสีทองอร่ามออกมาก่อนที่ทหารยามจะตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบเสร็จก็คืนบัตรและสามารถเข้าสู่โซนขุนนางได้ทันที
“เชิญครับท่านอัลมอนด์และท่านรุ่นพี่ของท่านอัลมอนด์ ขอให้เป็วันที่ดีครับ”
เหล่าทหารโค้งคำนับอีกครั้งก่อนจะเชิญให้ทั้งสองและทารกอีกหนึ่งเข้าไป
เมื่อก้าวมาโซนขุนนางแล้ว บรรยากาศรอบ ๆ กลับเปลี่ยนไปราวกับอยู่คนละโลก ทั้งบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนพื้นหญ้าหลาย ๆ หลัง อีกทั้งยังมีถนนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาจรดปราสาทหลังหนึ่ง
บ้านแต่ละหลังมีรั้วกั้น ทำให้สามารถแยกพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะออกได้เป็สองฝั่ง
“ท่านพี่คะ ที่นี่คือโซนขุนนาง บ้านเรือนแม้จะหนาแน่นไม่มาก แต่ก็ดีกว่าบ้านนอกอีกนะ”
“บ้านนอกเหรอ ? ”
อัลมอนด์ยิ้มก่อนจะจูงมือนารุคามิเข้ามา ในโซนขุนนางนี้ค่อนข้างเงียบกว่าด้านนอก เพราะประชาชนมักจะอาศัยในเขตพื้นที่ของตนเอง มันเงียบจนได้ยินเสียงแมลงหรือนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้
“เธอคิดว่าจะมีบ้านให้เช่าหรือไงกัน ในที่แบบนี้เนี่ย !”
“มีสิ ก็บ้านฉันไง รุ่นพี่คะฉันก็มีบ้านของฉันนะคะ เป็บ้านพักตากอากาศในย่านขุนนาง ฉันไม่ได้พักนานแล้วก็ให้พวกคนใช้จัดการเอาเอง นี่แหละชีวิตแสนสุขค่ะ !”
อัลมอนด์หันมาตอบเชิงโอ้อวดในขณะที่นารุคามิเดินตามเธอไป
“ท่านพี่ก็อย่าไปอยู่ในแถบบ้านนอกแบบนั้นเลยนะคะ อยู่ไปเสียชื่อเทพหมด”
เธอพยายามเยาะเย้ยนารุคามิ แต่นารุคามิก็ไม่ได้คิดอะไร กลับกันเธอคิดว่า ‘ยัยรุ่นน้องคนนี้ต้องโดนสั่งสอนอะไรหน่อยแล้วล่ะ’
“ก็ฉันอยากใช้ชีวิตแบบชิล ๆ นี่นา ไม่เห็นจำเป็เลย”
“ท่านพี่คะ ! ใช้ความเป็เทพให้คุ้มค่าหน่อยสิคะ !!”
จู่ ๆ อัลมอนด์ก็พูดเสียงดังลั่น จนนารุคามิแทบจะเหนื่อยใจกับคำพูดที่ไม่รู้จักคิดนั่น
“เอาเถอะ แล้วแต่เธอเลย ขอให้ได้ใช้ชีวิตแบบชิล ๆ ก็พอ”
“เย้ ! เพราะฉะนั้น ท่านพี่ ต้อง ! มาอยู่คฤหาสน์ของฉันนะคะ”
นี่จะขู่รุ่นพี่ให้มาอยู่ด้วยที่คฤหาสน์ซะแล้ว แต่ก็เอาเถอะ เพื่อชีวิตที่ดีของคิราเอลตัวน้อย นารุคามิก็ยอมทำทุกอย่างอยู่แล้ว