พักนี้ขอเป็นเทพสายชิล

    บทที่ 16 อัลมอนด์กับการอวดรวย

    อัลมอนด์ยิ้มพลางกระซิบข้างหูขา เสียงกระซิบนั้นเบาจนแม้แต่สายลมยังไม่ได้ยิน

    “บัตรแสดงตัวตนของเทพเ๯้าค่ะ”

    นารุคามิช็อกไปครู่หนึ่ง

    “แบบนั้นมันจะดีเหรอ ?”

    “ดีแล้วล่ะค่ะ อันที่จริง ฉันค่อนข้างสนิทกับราชวงศ์ทำให้จะทำอะไรก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะเป็๲เทพเ๽้ายังไงล่ะ”

    อัลมอนด์ส่งยิ้มอ่อน ๆ ก่อนที่นารุคามิจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

    “เอาแล้วไง รุ่นน้องของฉัน เล่นใหญ่อีกแล้วนะ”

    “เพื่อท่านพี่ ฉันยอมทำค่ะ”

    เธอยิ้มอ่อนอ่อนก่อนที่จะมองตรงไปด้านหน้า ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนมากมายเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทางถนน บ้านเ๮๣่า๲ั้๲ทำจากไม้ผสมคอนกรีตหลากสีสัน อีกทั้งยังมีต้นไม้และดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมระเบียงบ้าน

    บนพื้นถนนนั้นทำจากคอนกรีตสีเหลืองอ่อน และใหญ่พอที่จะนำรถม้าสองคันเดินคู่กัน เมื่อมองไปยังถนนนั้นก็มีประชาชนจำนวนมากหลากหลายเผ่าพันธุ์ กำลังใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข บ้างก็กำลังจับจ่ายใช้สอย บ้างก็กำลังเดินเลือกซื้ออาหารและขนม

    “เป็๲เมืองที่วิเศษจริง ๆ เนอะท่านพี่”

    อัลมอนด์ส่งยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะเดินนำนารุคามิที่กำลังชมวิวรอบ ๆ ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

    “ท่านพี่คะ เรามาเดทกันเถอะ”

    คำพูดแปลก ๆ ที่ดังออกมาจากปากอันอ่อนนุ่มนั้นเข้าหูนารุคามิอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แต่เธอก็ทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่

    “เห้อ...ก็ได้ งั้นเราไปเดทกันเถอะ”

    “ดีใจจัง อะฮิ ๆ ”

    เสียงหัวเราะเบา ๆ ‘อะฮิ ๆ ‘ของอัลมอนด์ที่แฝงไปกับรอยยิ้มเ๽้าเล่ห์นั้นทำให้นารุคามิรู้สึกไม่อยากได้เดทขึ้นมา

    “แต่ก่อนจะไปเดท คงต้องหาที่ซุกหัวนอนก่อนล่ะมั้ง”

    ในเมืองใหญ่แบบนี้คงจะมีโรงแรมไม่ก็ที่พักราคาดีล่ะนะ หากต้องเข้าโรงเรียนของขุนนางด้วย ก็คงต้องมีบ้านหลังหรู ๆ ไว้อวดเพื่อนสักหน่อย

    “ท่านพี่ บางทีใกล้ ๆ กับโซนขุนนางก็อาจจะมีบ้านหรูหรือคฤหาสน์ก็ได้นะ”

    โซนขุนนางนั้นเป็๲โซนที่ต่างกับบ้านเรือนที่ติดกันเป็๲แพเหมือนของประชาชนทั้วไป ในนั้นมีคฤหาสน์หลายหลังอีกทั้งยังมีสวนในตัว หากบ้านใครใหญ่กว่านั่นคือการบอกถานะด้วย

    แต่การเข้าไปนั้น สามัญชนคนธรรมดาเข้าไปไม่ได้ ต้องมีบัตรแสดงตัวทุกครั้งที่เข้าไป สำหรับนารุคามิแล้วคงมีแค่อัลมอนด์เท่านั้นแหละที่มีบัตรสีทอง แถมเป็๞บัตรแสดงตัวตนของเทพเ๯้า

    {---------------------------}

    เมื่อทั้งสองและทารกอีกหนึ่งเดินเข้ามาเรื่อย ๆ ก็พบกับกำแพงสีขาวอันหนึ่งที่สูงราวสิบเมตร ปากทางเข้าก็มีด่านตรวจราวกับการตรวจคนเข้าเมือง 
    แต่นี่เป็๞โซนขุนนางทำให้การตรวจนั้นเข้มข้นมาก เหล่าทหารจึงต้องพบอาวุธปืนคาบศิลาทรงยาวไว้เสมอ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าไปยังเมืองที่เหล่าขุนนางพัก

    หากเป็๲ขุนนางที่นั่งรถม้าคันงามก็คงผ่านเข้าไปได้สบาย ๆ แต่พวกนารุคามิเดินเท้าเข้าไป ทำให้ต้องตรวจบัตรก่อน เช่นนั้นทั้งสองและทารกอีกหนึ่งจึงเดินเข้าไปใกล้กับจุดตรวจ

    “โอ้ อะไรกัน ท่านอัลมอนด์เองเหรอครับ”

    ทหารยามนายหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะโค้งทำความเคารพ ทหารทุกนายที่ยืนประจำการอยู่ก็ทำความเคารพเช่นกัน

    “ว่าไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

    อัลมอนด์ยิ้มทักทายก่อนจะโบกมือ ก่อนที่เหล่าทหารจะจับจ้องไปที่นารุคามิและทารกในอ้อมแขน

    “อ้อ ฉันขอแนะนำให้รู้จัก รุ่นพี่ของฉันเอง นารุคามิ และทารกคิราเอล”

    “อย่างงี้นี่เอง เช่นนั้นท่านอัลมอนด์ขอบัตรแสดงตัวตนหน่อยครับ”

    อัลมอนด์หยิบบัตรสีทองอร่ามออกมาก่อนที่ทหารยามจะตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบเสร็จก็คืนบัตรและสามารถเข้าสู่โซนขุนนางได้ทันที

    “เชิญครับท่านอัลมอนด์และท่านรุ่นพี่ของท่านอัลมอนด์ ขอให้เป็๲วันที่ดีครับ”

    เหล่าทหารโค้งคำนับอีกครั้งก่อนจะเชิญให้ทั้งสองและทารกอีกหนึ่งเข้าไป

    เมื่อก้าวมาโซนขุนนางแล้ว บรรยากาศรอบ ๆ กลับเปลี่ยนไปราวกับอยู่คนละโลก ทั้งบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนพื้นหญ้าหลาย ๆ หลัง อีกทั้งยังมีถนนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาจรดปราสาทหลังหนึ่ง

    บ้านแต่ละหลังมีรั้วกั้น ทำให้สามารถแยกพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะออกได้เป็๞สองฝั่ง

    “ท่านพี่คะ ที่นี่คือโซนขุนนาง บ้านเรือนแม้จะหนาแน่นไม่มาก แต่ก็ดีกว่าบ้านนอกอีกนะ”

    “บ้านนอกเหรอ ? ”

    อัลมอนด์ยิ้มก่อนจะจูงมือนารุคามิเข้ามา ในโซนขุนนางนี้ค่อนข้างเงียบกว่าด้านนอก เพราะประชาชนมักจะอาศัยในเขตพื้นที่ของตนเอง มันเงียบจนได้ยินเสียงแมลงหรือนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้

    “เธอคิดว่าจะมีบ้านให้เช่าหรือไงกัน ในที่แบบนี้เนี่ย !”

    “มีสิ ก็บ้านฉันไง รุ่นพี่คะฉันก็มีบ้านของฉันนะคะ เป็๲บ้านพักตากอากาศในย่านขุนนาง ฉันไม่ได้พักนานแล้วก็ให้พวกคนใช้จัดการเอาเอง นี่แหละชีวิตแสนสุขค่ะ !”

    อัลมอนด์หันมาตอบเชิงโอ้อวดในขณะที่นารุคามิเดินตามเธอไป 

    “ท่านพี่ก็อย่าไปอยู่ในแถบบ้านนอกแบบนั้นเลยนะคะ อยู่ไปเสียชื่อเทพหมด”

    เธอพยายามเยาะเย้ยนารุคามิ แต่นารุคามิก็ไม่ได้คิดอะไร กลับกันเธอคิดว่า ‘ยัยรุ่นน้องคนนี้ต้องโดนสั่งสอนอะไรหน่อยแล้วล่ะ’

    “ก็ฉันอยากใช้ชีวิตแบบชิล ๆ นี่นา ไม่เห็นจำเป็๲เลย”

    “ท่านพี่คะ ! ใช้ความเป็๞เทพให้คุ้มค่าหน่อยสิคะ !!”

    จู่ ๆ อัลมอนด์ก็พูดเสียงดังลั่น จนนารุคามิแทบจะเหนื่อยใจกับคำพูดที่ไม่รู้จักคิดนั่น

    “เอาเถอะ แล้วแต่เธอเลย ขอให้ได้ใช้ชีวิตแบบชิล ๆ ก็พอ”

    “เย้ ! เพราะฉะนั้น ท่านพี่ ต้อง ! มาอยู่คฤหาสน์ของฉันนะคะ”

    นี่จะขู่รุ่นพี่ให้มาอยู่ด้วยที่คฤหาสน์ซะแล้ว แต่ก็เอาเถอะ เพื่อชีวิตที่ดีของคิราเอลตัวน้อย นารุคามิก็ยอมทำทุกอย่างอยู่แล้ว