ความมืดไม่ได้มืดสนิทเหมือนวันที่ฝนยังไม่ตก ฟ้าหนักอึ้งจนกดทับทุกลมหายใจบรรยากาศเช่นนั้นแผ่คลุมไปทั่วสนามฝึกหลักของตระกูลแม้แต่แสงยังลังเลที่จะส่องผ่านลงมา
ท่ามกลางความอึมครึมนั้นโจเวลยืนอยู่เพียงลำพัง ฉับพลันเกิดเสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นรอบตัว
“ไม่รู้จักเจียมตัว”
“ต่างกันคนละชั้น”
“น่าอับอายเสียจริง”
เขาหันไปมองตามต้นเสียง แต่ไม่พบใครทุกอย่างเลือนราง หมอกควันลอยฟุ้งกลางอากาศ พัดผ่านความเย็นกระทบหน้าก่อนจะนำพาไปสู่ภาพของเหตุการณ์ต่อไป เพียงมองก็รู้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่ความจริง
“ความฝัน” โจเวลพึมพำอย่างไม่แน่ใจนัก
แม้เข้าใจถึงทุกอย่างแล้วแต่ก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้อิสระเท่าที่ควรจะเป็ร่างบีบบังคับให้เขาล่องลอยไปตามเนื้อเื่
ในวัยเด็กของโจเวลไม่ได้อ่อนแอโดยกำเนิดเด็กน้อยเคยอยากลองฝึกแบบทุกคน
แต่ทุกครั้งที่เริ่มทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันดันถูกหยุดไว้โดยชื่อคนหนึ่ง เมกัส แบล็กธอร์น
ไม่ใช่แค่ชื่อแต่เป็มาตรฐานที่ใครต่างกล่อมหูไว้ว่าไม่มีวันไปถึง
การเปรียบเทียบเสมือนแผลเป็ที่ถูกแกะเกาอยู่ร่ำไปตามคำพูดของผู้คนไม่ดีอย่างนั้น ไม่ได้อย่างนี้ ไม่เหมาะสมกับตระกูลหรือไม่ได้ดีกว่าตัวต้นแบบในชุดความคิดของใครอื่น
วันนั้นโจเวลน้อยพยายามจับดาบไม้เป็ครั้งแรกในลานฝึกตั้งใจทำผ่านการพยายามรวบรวมความกล้า
ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มจริงจังเงาหนึ่งทอดลงมาทับร่างของเขา บุคคลที่ถูกยกย่องว่าเป็อัจฉริยะแห่งรุ่น
แค่น้องชายที่มีพร์โดดเด่นก็ทำให้วัยเด็กหนักหนาพอแล้ว ยิ่งต้องเผชิญกับสายเืรองที่เหนือชั้นกว่าทุกอย่างจึงถูกกลืนจนไม่เหลือที่ยืน
“พวกผู้ใหญ่ที่นี่มันอะไรกันน่าตบกระบาลสักทีสองที” โจเวลมองภาพทั้งหมดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
พบว่าเด็กชายที่ร่างกายสูงกว่ากำลังเดินเข้าไปหาโจเวลที่หวดดาบไม้เล็กเข้ากับหุ่นฟางที่ทรุดโทรม
เมกัสไม่ได้ทำร้าย สายตาของเขาไร้อารมณ์ซึ่งกำลังตัดสินอะไรที่ดูไร้ค่า
“เ้าอย่าเสียแรงเลยดีกว่า”
กล่าวจบยื่นมือจับดาบไม้ของโจเวลแล้วหักมันทิ้งต่อหน้า
เสียงไม้แตกในวันนั้นกลายเป็สิ่งที่ฝังอยู่ในหัวโจเวลมาตลอด
“ถึงว่า…ร่างกายชอบประท้วงตอนอยู่ต่อหน้าหมอนั่นแต่ก็ไม่แปลกละนะ” โจเวลเข้าใจได้ทันที
ความรู้สึกหนักอึ้งไม่ได้จางหายไปพร้อมกับความเข้าใจตรงกันข้ามความเจ็บใจยิ่งชัดเจนขึ้น มีบางอย่างจงใจย้ำให้จำจด
เสียงไม้แตกดังขึ้นซ้ำอีกครั้ง
เป๊าะ!
ภาพตรงหน้าสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนฉากโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ลานหินยังคงเดิมแต่คราวนี้จำนวนคนเพิ่มมากขึ้น
เด็กในชุดฝึกยืนล้อมเป็วงกว้างสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาหรือจะพูดให้ถูก มองไปที่เด็กคนนั้น
โจเวลในวัยเด็กกำลังยืนตัวแข็งอยู่กลางวงมือทั้งสองข้างว่างเปล่าเศษดาบไม้ยังคงอยู่ที่พื้นเป็หลักฐานของบางสิ่งที่เพิ่งถูกตัดสิน
“เก็บมันขึ้นมา” ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ไม่ใช่เมกัสแต่เป็ผู้ฝึกสอนชายวัยกลางคนที่ยืนกอดอก สีหน้าเรียบเฉยจนน่ารำคาญ
โจเวลตัวน้อยก้มลงเก็บด้วยมือสั่นตามประสาตอนเก็บเศษไม้ขึ้นมา ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือโวยวายเพียงข่มกลั้นอารมณ์ไว้จนสุดขีด
“ถ้าจะฝึกก็ฝึกให้มันเหมาะสมกับตัวเองหน่อย” คนเดิมพูดต่อ“อย่าพยายามไล่ตามสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง”
คำพูดนั้นไม่ได้ดังแต่หนักพอจะกดทุกคนในที่แห่งนี้ให้เงียบลง
“เอ้า! ไอ้นี่…พูดง่ายดีนะพวกแก”โจเวลที่ยืนมองอยู่ในฝันกัดฟันแน่น
เขาพยายามก้าวเข้าไปหาเด็กตรงหน้าพยายามจะคว้าไหล่ พยายามจะะโบอกอะไรสักอย่าง แต่ร่างกายยังคงไม่ตอบสนองเขาเป็ได้แค่ผู้ชมของอดีตตัวเอง
โจเวลในวัยเด็กลุกขึ้นยืนกำเศษดาบไม้แน่นไม่ได้เงยหน้ามองใคร ไม่ได้เถียง ไม่ได้ขอแก้ตัวเพียงเดินออกจากที่นี่ด้วยความเงียบงัน ไหล่ทั้งสองตกลงพร้อมความมั่นใจ
หลังจากเดินออกไปได้ไม่ไกลขาสั้นเล็กหยุดลงพร้อมหันมาทางโจเวล ราวกับรู้ว่ามีใครอยู่ตรงนั้น
ดวงตาสีเงินแปรเปลี่ยนเป็สีแดงใบหน้าซีดเผือดเห็นเส้นเืพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันต่อคนทั้งโลก
“ถ้าเ้าเป็ข้า…” ปากของเด็กไม่ได้ขยับแต่คำพูดกลับดังชัดเจน
“อะไรวะเนี่ย” โจเวลอุทานใขนลุกทั้งตัว
เด็กน้อยที่บิดเบี้ยวไปจากเดิมวิ่งพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็วะโขึ้นกอดเข้าที่ใบหน้า สายตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความโกรธกริ้วต่อทุกสิ่ง
“เ้าจะฆ่าพวกมันใช่ไหม!”
…
เฮ้ย!
โจเวลสะดุ้งเฮือก หายใจถี่กระชากอากาศไหลเข้าปอดอย่างรุนแรง เหงื่อเย็นไหลผ่านขมับ เขายกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเอง
ตุบ…ตุบ…ตุบ…
หัวใจยังเต้นแรงผิดจังหวะ
“ฝันบ้าอะไรวะ” ่แรกยังพอเข้าใจได้แต่ตอนท้ายนั่นมันอะไรกันแน่
แต่เหนืออาการใความแค้นจากอดีตยังส่งผ่านมาทางจิตใต้สำนึกได้ชัดเจนความรู้สึกนั้นยังค้างอยู่ในมือ ไม่ต่างจากการกำเศษดาบไม้ไว้แน่น
[ วิเคราะห์สภาวะจิตใจ : ไม่มั่นคง ]
โจเวลพบว่าตัวเองยังนอนแผ่อยู่กลางลานแห่งคมดาบสถานที่ฝึกซ้อมก่อนหน้า คงสลบลงไปหลังจากฟาดฟันไปได้ครบพันครั้งดาบเหล็กในมือเป็เครื่องยืนยันได้ว่ากระทำเงื่อนไขหลักได้สำเร็จจริงๆ
สายตาพลันไปเจอกับข้อความระบบที่สว่างจ้าขึ้นตรงหน้าอีกทั้งความรู้สึกเปลี่ยนไปของร่างกาย
[ ภารกิจพิเศษ การสืบทอดกระบวนท่าตระกูลสำเร็จ ]
[ ระบบบันทึกทักษะดาบประจำตระกูลลาเมทัส : ชั้นต้น เรียบร้อย ]
[ ปลดล็อกกระบวนท่า ]
[ กระบวนท่าที่ 1 : เปิดม่านรุ่งอรุณ ]
[ กระบวนท่าที่ 2 : เสี้ยวแสงผ่านภา ]
[ กระบวนท่าที่ 3 : คลื่นดาบสะท้านภพ ]
[ ความชำนาญดาบใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมาก]
[ การควบคุมลมหายใจและออร่าถูกเชื่อมประสาน]
[ ความเข้ากันได้ของสายเืลาเมทัสเพิ่มขึ้น]
่เวลาจากเช้าเข้าสู่่เย็นของวันแล้วสังเกตได้จากท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็เฉดสีส้มยามคล้อยแสง
[ ตรวจพบจิตสังหาร ]
“นอนหลับสบายไหมขอรับ นายน้อยโจเวล”
คำพูดหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะของใครอีกหลายคน
“เ้าเป็ใคร”
โจเวลลุกขึ้นและมองไปยังอัศวินนอกเครื่องแบบที่แต่งกายด้วยชุดลำลองเน้นความคล่องตัวทั้งยังััได้ถึงพลังออร่าที่สูงกว่าเขาราวหนึ่งขั้นหรืออาจมากกว่านั้นเล็กน้อย
“เป็ใครงั้นเหรอ” มันและพรรคพวกหัวเราะ
“ตอนนี้ลำดับของข้ากับท่านต่างกันขอรับนายน้อยโจเวล หากเป็ข้างนอก ท่านเป็ลูกของท่านดยุก ท่านอาจจะสูงส่งแต่ที่นี่คือค่ายอัศวิน ต้องเคารพผู้ที่อยู่ในระดับที่สูงกว่า” ไม่พูดปากเปล่าพร้อมยกตราอัศวินระดับสูงที่อกขึ้นมาให้ดู
[ ตรวจพบการยั่วยุทางอำนาจ ]
[เป้าหมาย้ากดข่มศักดิ์ศรีของท่านต่อหน้าพยาน ]
บนตราดังกล่าวมีเลขขั้นแสดงสถานะการเป็หัวหน้าหน่วยย่อยของอัศวินแนวหน้ากำกับไว้เสียด้วย
“งั้นหรือข้าเองไม่ค่อยรู้กฎระเบียบของค่ายเสียเท่าไหร่ด้วยสิเ้าลองสาธิตให้ดูหน่อยได้หรือไม่”
“เห็นแก่ท่านเพิ่งมาใหม่ข้าจะทำให้ดูเพียงครั้งเดียว โปรดระวังในครั้งต่อไปด้วยนะขอรับ”
ชายร่างใหญ่ผู้นั้นค้อมศีรษะแล้วเอามือทาบอกแก่โจเวล
“เช่นนี้ขอรับ”
“อืม เข้าใจแล้ว”โจเวลยิ้มตอบแล้วปัดฝุ่นตามตัว “สาธิตได้ดี”
หลังจากทำความเข้าใจอยู่เสี้ยววินาทีอัศวินชั้นสูงผู้นั้นรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ตนเองพลาดท่าให้กับเด็กไปเสียแล้ว
“นี่เ้า!”นิ้วถูกยกขึ้นชี้ด้วยใบหน้าโกรธแดง ออร่าพุ่งพล่านด้วยอารมณ์ที่ปะทุ
“ถ้ามีอะไรแล้ว ขอตัว”
ยังไม่ทันจะก้าวข้ามพ้นกลุ่มคนที่รุมล้อมโจเวลก็ต้องถูกหยุดด้วยแขนของใครสักคนที่ยื่นมาดักทางไว้
“เดี๋ยว…ท่านยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะทำความเคารพให้ถูกต้อง”
“หลบไป ในตอนที่ข้ายังพูดดีด้วย”โจเวลเอียงหัว พลางส่งเสียงจิ๊ปากเบาๆ
ความหงุดหงิดจากความฝันเมื่อกี้ยังทิ้งค้างไว้อยู่
“ฮ่าๆๆๆ ท่านจะทำอะไรได้ นายน้อยโจเวลอย่าคิดไกลเกินตัว ที่ท่านทำไว้ตอนออกศึกไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นขอรับ”อัศวินคนนั้นเน้นคำข้างหลังเป็การท้าทายโดยตรง
“ถอดแบบเดียวกันมาหมดสินะ”
โจเวลเกาหัวคิดครู่หนึ่งหันมองรอบสนามฝึก พบเพียงกลุ่มของอัศวินตรงหน้าแปดคนออร่าของทุกคนอยู่ในระดับอัศวินขั้นกลางหมดแล้วยกเว้นคนที่กำลังดักทางไว้ซึ่งอยู่ในระดับสูงเพียงคนเดียว
“เ้าอยากเจ็บตัวสินะ”โจเวลจ้องเข้าไปยังดวงตาตรงข้าม
ความนิ่งเรียบและแรงกดดันอันมหาศาลส่งผ่านทางคำพูดหลายคนสะดุ้งใเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัวยกเว้นตัวหัวหน้าที่ยังคงยิ้มกวนเบื้องล่างไม่ไหวติง
“อะไรกันขอรับพวกข้าแค่อยากมาให้คำแนะนำแก่ท่านเท่านั้นเอง แต่แน่นอน…มันอาจจะเจ็บตัวกันบ้างเพราะดาบไม่มีตาใช่ไหมขอรับ”
บรรยากาศรอบกายหยุดนิ่งลงชั่วขณะทั้งพื้นที่ถูกกดทับด้วยแรงกดที่บีบหน้าอกจนหายใจฝืด
โจเวลไม่ขยับ เพียงยืนอยู่ตรงนั้นมือข้างหนึ่งยังถือดาบเหล็กที่เปื้อนฝุ่นจากการฝึกพันครั้งสีหน้าเรียบเกินกว่าจะเรียกว่าโกรธหรือหวาดกลัว
[ อาณาเขต เปิดใช้งาน ]
“คำแนะนำ” เขาทวนคำประโยค
“ถือเป็การต้อนรั-”
ยังพูดไม่ทันจบ เงาของโจเวลพลันหายไป
ปัง!
ตามด้วยฝ่าเท้าที่อัดแน่นไปด้วยออร่าซัดเข้ากลางอกใส่คนที่ยื่นแขนมาขวางร่างกระเด็นถอยไปหลายก้าว ทิ้งรอยประทับไว้เป็หลักฐานว่าเมื่อครู่เกิดขึ้นจริง
“นี่ท่าน!ทำเช่นนั้นลบหลู่เกียรติของอัศวิน” อัศวินหัวร้อนชี้นิ้วต่อว่าอีกครั้ง
“เฉพาะคนที่คู่ควร” โจเวลเดินหน้าต่อเนื่องจากไม่มีอะไรขวางทางให้รกหูรกตาแล้ว
ตรงกันข้ามกับอีกคนที่ยกมือขึ้นรวบรวมออร่าแรงกดระดับอัศวินขั้นสูงะเิออกมาในทันที อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
“อวดดีนัก”ร่างใหญ่โตพุ่งเข้าหาโจเวลพร้อมหมัดที่เต็มไปด้วยพลังทำลาย
มองผ่านตาแรงนั้นมากพอจะทำให้กระดูกเด็กธรรมดาแตกในครั้งเดียว
แต่…
โจเวลเอียงตัวหลบโดยไม่หันมองหลังด้วยซ้ำหมัดเฉียดผ่านแก้มไปเพียงเสี้ยวกระดาษ และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง
“…”
ร่างของนายน้อยลาเมทัสได้ออกจากระยะโจมตีดาบเหล็กในมือขยับ ลมหายใจแห่งคมดาบถูกหยิบขึ้นมาใช้ออร่าสีเงินปกคลุมสะบั้นอากาศเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
หายใจเข้าลึกและช้า…เหนี่ยวรั้งค้างไว้…แล้วขยับดาบใหญ่ด้วยมือทั้งสองข้าง
[ ลมหายใจแห่งคมดาบทำงานร่วมกับอารมณ์เชิงลบ ]
[ อัตราการตอบสนองของร่างกายเพิ่มขึ้น ]
โลกทั้งใบถูกตรึงค้างอยู่กลางห้วงเวลาจนทุกอย่างคมชัดผิดธรรมชาติ
ดวงตาของอัศวินระดับสูงผู้นั้นเบิกกว้างอยู่ในสภาพไร้การต่อต้านหมัดที่กำลังจะออกไป เปลี่ยนเป็ตั้งรับไม่ทัน
เขาเห็นเงาของมัจจุราชซ้อนทับอยู่ด้านหลังของโจเวลความตายกำลังกวักมือเรียกหา
‘ตายแน่’อัศวินใจร้อนคิดในใจพร้อมเหงื่อกายที่ผุดขึ้นกลางหลัง
“คิดจะฆ่าอัศวินของเ้าเองงั้นหรือ”
มือเรียวงามปริศนาจับเข้าที่ไหล่ของโจเวล
อัศวินหญิงในชุดเกราะขาวผู้มีเรือนผมสีส้มสดใสยืนข้างโจเวลโดยที่ทุกคนไม่ทันได้รู้ตัว
“คุณหนูนิโคล”
การปรากฏตัวของเธอช่วยหยุดสถานการณ์ไว้ได้ทันเวลา
โจเวลสลายพลังออร่าแล้วมองหน้าของผู้มาเยือน
อัศวินนอกเครื่องแบบต่างถอนหายใจพร้อมกัน
[ท่านสามารถกดดันอัศวินระดับสูงได้สำเร็จ ]
[ ค่าความเกรงขามเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ]
นิโคลบีบไหล่เขาแน่น
“อย่าบอกนะว่า…เ้าคิดจะฆ่าจริงๆ”