โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
“ท่านมีอีกมากเพียงใดหรือขอรับ” ผู้ประเมินราคาสอบถาม เมื่อได้ยินนางบอกว่ามีอัญมณีสีแดง
“น่าจะมากกว่า 20 ชิ้นเ้าค่ะ เมื่อก่อนไม่ได้หายาก ตอนนั้นข้าชอบสีแดงด้วย เลยซื้อไว้พอสมควร” มาคิดดูแล้วอัญมนีสีแดง ใครกันจะซื้อ ปกติหญิงสาวในยุคนี้ชอบแต่งตัวหวาน ให้ดูน่าทะนุถนอม ไม่แน่ว่าทั้งตลาด สีแบบนี้ เ้าของร้านเครื่องประดับขายสินค้าให้เ้าของร่างได้เพียงผู้เดียว
“ข้าขอเสนอความคิดเห็นขอรับ นายท่านฮุย” ชายประเมินราคากล่าว
“เ้าลองว่ามา” ชายชราผู้เป็หัวหน้าพยักหน้ารับ
“หากท่านหญิงคิดจะขายให้เราทั้งหมด ให้จัดประมูลเถิด อย่างไรแล้วมณีสีแดงในเวลานี้หายากยิ่งนัก เป็ที่้า ข้าว่าเราควรส่งจดหมายเชิญชนชั้นสูงทั้งแคว้นและนอกแคว้น ให้มาประมูลชั้น 5 ห้องพิเศษ”
“ความคิดเ้าดี จัดงานประมูลครั้งใหญ่เลย ใช้มณีสีแดงดึงดูดคนให้เข้าร่วม พร้อมขายสินค้าชิ้นอื่นด้วย คงเป็หน้าเป็ตาให้โรงประมูลเหิงเยว่สาขาเราเป็อย่างมาก” ชายชราพูดเสริม
“ท่านสนใจขายให้โรงประมูลเราไหม ข้าจะแบ่งค่าตอบแทนอย่างยุติธรรม ปกติแล้วเวลาประมูลจะแบ่งให้เ้าของสินค้า 7 ใน 10 หากท่านตกลงข้าจะให้ 9 ใน 10 ถือว่าเป็ค่าดำเนินการและจัดงาน” ชายชราถามขึ้น เขาคิดว่าได้กำไรเพียง 1 ส่วนย่อมคุ้มค่า เพราะการจัดงานครั้งนี้คงเป็หน้าเป็ตาให้แก่โรงประมูลที่เขาดูแล
“ข้าจะเอามาให้พวกท่านชมก่อนว่าสามารถประมูลได้ไหม ถ้าได้ข้าขอส่วนแบ่ง 8 ใน 10 ก็พอเ้าค่ะ ที่เหลือให้พวกท่านไปจัดการ อาจให้เงินพิเศษแก่คนงาน ข้าได้มากกว่าที่คิดนัก ไม่คิดเอาเปรียบผู้ใดเ้าค่ะ เพียงแต่การซื้อขายนี้อยากให้เก็บเป็ความลับ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าที่มาของมณีสีแดงนั้นมาจากข้าเ้าค่ะ” โรงประมูลแห่งนี้ถือว่ายุติธรรม ไม่เอาเปรียบ นางก็ย่อมดีด้วย
“ข้าจะรักษาความลับเป็อย่างดี ขอบพระคุณท่านมาก” ชายชรารู้สึกสตรีผู้นี้ม้ำใจยิ่งนัก และเขาย่อมเข้าใจที่ผู้ขายจะปิดบังตัวตน การรักษาความลับเป็หนึ่งในกฎของโรงประมูลแห่งนี้อยู่แล้ว
“ข้ายินดีเ้าค่ะ”
“ข้าไปจัดการตำลึงทองที่ตกลงซื้อขายกันในวันนี้ให้ก่อนนะขอรับ เชิญท่านพูดคุยกันก่อน” ชายผู้ประเมินราคากล่าว ก่อนออกไปนอกห้อง พร้อมสั่งให้ผู้ดูแลด้านหน้า หาของว่างไปรับแขก จัดให้ที่ดีที่สุด ให้เหมือนที่บริการแขกคนสำคัญชั้น 5 ผู้ดูแลต่างสงสัยว่าสตรีผู้นี้แท้จริงแล้วเป็ใคร ดูเป็คนธรรมดา เหตุใดถึงให้ความสำคัญยิ่งนัก
“ข้ารบกวนสอบถามท่านหน่อยนะเ้าคะ ข้ามีชุดอยากขายเ้าค่ะ อยากรู้ว่าแบบนี้ขายได้หรือไม่” เฟยฮวาเอ่ย เมื่อนึกเื่นี้ขึ้นได้
“ข้ายินดี เอามาให้ข้าดูเถิด”
เฟยฮวาหยิบชุดจากห่อผ้าในตะกร้า เปิดและส่งให้ชายชรา
“เป็ชุดเก่าข้าเ้าค่ะ เมื่อก่อนข้าอ้วนกว่านี้ ตอนนี้ใส่ชุดพวกนี้ไม่สะดวกแล้ว จะเอาไปตัดก็เสียดายกลัวจะเสียทรง เลยอยากขาย” เฟยฮวาอธิบายให้ดูมีเหตุผลมากที่สุด
ชายชรากางชุดออก เมื่อเห็นชุดก็ไม่แปลกใจที่สตรีผู้นี้จะซื้อเครื่องประดับหรูหรามากมาย เพราะชุดก็อลังการไม่แพ้กัน
“ถือว่าใช้ผ้าดี การตัดมีความหรูหรา อาจจะรุ่มร่ามไปหน่อยแต่แบบนี้ขายได้ ข้าจะเอาไปขายต่างเมืองให้”
“มีคนหุ่นเช่นข้าใช่ไหมเ้าคะ” เฟยฮวาถามขึ้นมา เพราะกลัวว่าที่เขารับซื้อเพราะเกรงใจ
“ย่อมมี ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะส่งไปขายที่สาขาอื่นหรืออาจขายต่างแคว้น ย่อมมีสตรีหุ่นเช่นนี้”
ได้ยินแล้วก็โล่งใจ
“ขอบคุณเ้าค่ะ แล้วได้กี่ตำลึงหรือเ้าคะ”
“ประเมินดูแล้วถ้าแบบนี้ตัวละ 40 ตำลึงทอง ชุดสภาพดี ท่านซื้อมาเท่าใด หากสูงกว่านี้ไม่มากข้าก็ช่วยเพิ่มให้ได้ ไปขายต่างเมืองยังไงก็ได้กำไรอยู่หรอก”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ เอาตามที่ท่านประเมินเลย แม้จะสภาพดีแต่เป็ชุดที่ข้าใส่แล้ว ไหนจะค่าเดินทางไปขายให้อีก” เ้าของร่างซื้อมาชุดละประมาณ 50 ตำลึงทอง ได้ 40 ตำลึงทองถือว่าขาดทุนไม่มาก
“ท่านนี่ช่างเป็คนดี ข้านับถือ ปกติเจอแต่คนขอราคาเพิ่ม” ชายชรายิ้ม
“ข้าได้กำไรเยอะจากทับทิมแล้วเ้าค่ะ” เฟยฮวาหัวเราะ คนดีอันใด นางคิดว่าชุดอาจขายไม่ได้ด้วยซ้ำ
ชายชราหัวเราะตาม ก็จริงของนาง
“หากมีผู้สนใจซื้อโปรดเตือนให้นางระมัดระวังด้วยนะเ้าคะ ข้าเคยสะดุดชุดล้ม” เดี๋ยวจะมีคนตายเพราะชุดพวกนี้อีก จะหาว่าไม่เตือน
“ข้าจะกำชับไปยังผู้ขายให้” เขารู้สึกขบขันสตรีผู้นี้ ตกลงนางอยากขายหรือไม่อยากขาย
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“ข้าฮุยไฉ ยินดีที่ได้รู้จัก นี่เป็หยกส่วนตัวข้า หากมีเื่อันใดติดต่อส่วนตัวได้ ยื่นให้ผู้ดูแล เขาจะพาท่านไปพบข้าที่ชั้น 5” ชายชรายื่นหยกประจำตัวให้เฟยฮวา ให้เฉพาะแขกคนสำคัญเท่านั้น หญิงอวบอ้วนผู้นี้ รู้สึกคุยแล้วถูกคอ
“ขอบคุณเ้าค่ะ ข้าหลินเฟยฮวา” เฟยฮวารับป้ายหยก คงจะเหมือนนามบัตรในโลกที่นางจากมา
“ท่านเป็คนของหมู่บ้านหนิงอันหรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะแต่เรือนข้าอยู่ไกลจากตลาด ไปทางขึ้นเขา ประมาณ 10 ลี้ ท่านไม่ใช่คนที่หมู่บ้านหรือเ้าคะ”
“ไกลเชียวถ้าไปทางูเา ข้าเป็คนนอกหมู่บ้าน มารับตำแหน่งคุมสาขานี้”
“ข้าก็ว่าไม่คุ้นหน้าท่านเลย”
กำลังจะพูดคุยกันต่อแต่ต้องหยุดลง เพราะเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ขนมและน้ำชาขอรับ”
“เข้ามาได้เลย” ชายชราเอ่ย
เมื่อชุดขนมและน้ำชาวางที่โต๊ะ เฟยฮวาก็ต้องแปลกใจ ขนมพวกนี้หน้าตามันเหมือนขนมที่กำลังเป็ที่นิยมกับโลกที่นางจากมา และทำยากมากด้วย ไม่คิดว่าในยุคนี้จะมีผู้ทำได้
จานวางขนม 3 ชั้นขนาดเล็ก แต่ละชั้นเต็มไปด้วยหมาข่าหลงชิ้นโต กะจากสายตาแล้วมีเกือบยี่สิบชิ้น แผ่นแป้งโค้งฝาสองด้าน ตรงกลางเป็ไส้ครีมแ่า ตกแต่งรอบครีมอย่างสวยงาม จนเป็จุดเด่นออกมาให้เห็น แต่ละชิ้นมีสีสันแตกต่างกันไป บ่งบอกว่ามีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน
ชายชราเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเฟยฮวาก็คิดว่าคงไม่เคยเห็นขนมชนิดนี้
“ขนมชนิดนี้มีชื่อว่า หมาข่าหลง เป็ขนมสูตรพิเศษของโรงประมูลเหิงเยว่ มีขายที่ชั้น 3 บางรสชาติที่จัดมาให้ นั้นไม่มีขาย เอาไว้รับแขกคนสำคัญที่ชั้น 5 เท่านั้น ท่านลองเลือกชิมดูเถิด” เขาเชื้อเชิญเฟยฮวาด้วยท่าทางใจดี
“ขอบคุณเ้าค่ะ” เฟยฮวาเก็บอาการ ต้องลองโดยการหยิบขนมชิ้นที่แป้งเป็น้ำตาลอ่อน ตรงกลางเป็ไส้สีน้ำตาลเข้ม ััแรกแป้งด้านนอกกรอบ ข้างในนุ่ม หอมกลิ่นเฉี่ยวเค่อลี่ หวานกำลังพอดี ััต่อมาคือไส้ครีมสีน้ำตาลรสชาติคล้ายกับตัวแป้งแต่มีความเข้มกว่า แต่ตรงกลางมีซอสเฉี่ยวเค่อลี่เข้มข้น นี่มันอร่อยกว่าที่เคยกินมาอีก มีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด ในยุคนี้เฉี่ยวเค่อลี่นิยมนำมาเป็ขนมแล้วหรือ
“เป็อย่างไรบ้างเล่า ท่านเลือกได้ดี เฉี่ยวเค่อลี่เข้มข้น เป็รสชาติขายดี” เขาเห็นท่าทางนางกินแล้วเหมือนผู้เคยเคยได้ลิ้มลองแล้ว ดูไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่สีหน้าเหมือนพิจารณาอะไรอยู่มากกว่า เขาอาจคิดมากไปเอง
“รสชาติดีมากเ้าค่ะ ไม่เคยกินขนมแบบนี้มาก่อน” พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“เป็ขนมที่มีขายที่โรงประมูลเหิงเยว่ ทั่วแคว้นไม่มีขายที่ไหนหรอก สูตรพิเศษจากเ้าของโรงประมูล ”
รู้สึกขนลุกกับคำตอบ
“เ้าของโรงประมูลเหิงเยว่คือใครหรือเ้าคะ”
“มีคนถามคำถามนี้กับข้ามากนัก ไม่ได้เป็ความลับอะไร เพียงแต่ข้าเองก็ไม่รู้ โรงประมูลเหิงเยว่เริ่มเปิดกิจการเมื่อ 4 ปีก่อน ขยายกิจการไปทั่วแคว้น ตอนนั้นข้าเป็หลงจู๊ร้านเครื่องประดับที่เมืองอื่น มีผู้เป็ตัวแทนมาติดต่อว่าสนใจร่วมงานไหม เห็นตำลึงงามและตัวงานน่าสนใจ ก็ตามเขามา” ชายชราเล่าให้ฟัง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายใหญ่เ้าของโรงประมูลเป็ใคร จะติดต่อกันก็มีเพียงตัวแทนของนายใหญ่มาพูดคุย อาจเป็คหบดีสักคนที่ไม่อยากเปิดเผยตัวตน
เฟยฮวาแทบหยุดหายใจ เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ พยายามตั้งสติ
“คงเป็ผู้มีอำนาจสักคนที่อยากทำการค้า แล้วไม่อยากเปิดเผยเ้าค่ะ” นางพยายามจบบทสนทนาในเื่นี้
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” เขาคิดตรงกันกับนาง
“แต่ขนมรสชาติดีจริงเ้าค่ะ หน้าตาสวยงาม ดูจะทำยากมาก ข้าก็ชอบทำขนม เห็นขนมชนิดนี้เลยแปลกใจเ้าค่ะ”
คลายข้อสงสัยว่าทำไมนางทำหน้าตาผิดแปลกตอนได้ลิ้มลอง
“เ้าคิดถูกแล้ว ขนมพวกนี้ใช้วัตถุดิบจากแดนไกล ไม่มีใครรู้สูตรหรอก แป้งที่ใช้ทำก็ผสมมาแล้ว ไส้ขนมก็เช่นกัน คนงานมีหน้าที่เพียงอบแป้งตามเวลาที่กำหนด บีบไส้ขนม และตกแต่งรอบไส้ขนมตามที่กำหนดเท่านั้น”
เฟยฮวาใจเต้นแรงขึ้น เพราะมันคล้ายกับวิธีที่นางจะใช้ตอนเปิดกิจการปิ่งกัน เคยปรึกษาพี่ชายระบบไปแล้วเื่ที่นางอยากเปิดกิจการขายปิ่งกัน แต่กังวลเื่จะผลิตอย่างไรไม่ให้คนสงสัย เขาได้ตอบมาว่า
‘ระบบสามารถส่งวัตถุดิบทำขนมแบบผสมแล้วให้ได้’
‘ให้นายหญิงซื้อเตาอบดินวิเศษจากระบบ เอาออกมาใช้ข้างนอกได้ ลักษณะคล้ายกับเตาอบโบราณที่ชาวบ้านใช้กันปกติ ย่อมไม่น่าสงสัย’
‘วัตถุดิบที่ผสมให้แล้วเมื่อใช้กับเตาอบดินวิเศษนั้น จะทำให้ขนมได้รสชาติเหมือนที่สั่งออกมาจากระบบ’
‘ผู้ที่ทำงานให้นายหญิงต้องเป็ผู้อนุญาตก่อนเท่านั้น หากมีคนคิดขโมย จะไม่สามารถทำขนมที่รสชาติเหมือนกันออกมาได้’
และในเกมปลูกผักก็มีโรงงานหมาข่าหลงไส้ทะลัก หรือว่า…
สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เป็วันที่นางอยู่ข้างนอกแล้วอยากกลับเรือนที่สุด
“คงเป็ปกติเ้าค่ะ อาจมีคนคิดขโมยสูตรขนมได้ เป็วิธีที่ปลอดภัยดี”
“ข้าก็คิดเหมือนกับท่าน”
“แล้วนี่ชั้น 3 ขายขนมชนิดใดบ้างหรือเ้าคะ เผื่อข้าพาบุตรชายมา”
“มีเพียงหมาข่าหลง ชั้น 3 โรงประมูลเหิงเยว่ขายเพียงขนมชนิดนี้กับพวกชาเท่านั้น ไม่คิดขายอย่างอื่น แต่ทำให้หลากหลายรสชาติ บาง่ก็มีรสชาติพิเศษ เ้ามีบุตรชายด้วยหรือ”
รู้สึกโล่งขึ้นนิดนึง ถ้ามีขายปิ่งกันขึ้นมา นางคงต้องไปหาขายอย่างอื่น แล้วทำการตลาดแจกให้คนชิมไว้ตั้งเยอะ เลือกขายปิ่งกันเพราะดูเป็ขนมที่พอเข้ากับยุคนี้ได้ นำแป้งไปอบ หรือจี่ในกระทะ มีคนขายแต่รสชาติไม่เหมือนที่นางจะขาย
“ใช่เ้าค่ะ อายุ 5 ปีแล้ว วันนี้ไปสถานศึกษา”
“หากมีวันหยุดก็พามาเล่า ชั้น 3 ยินดีต้อนรับเสมอ แสดงป้ายหยกข้า ผู้ดูแลชั้นนั้นเขาจะพาท่านไปห้องส่วนตัว”
“ได้เ้าค่ะ วันหยุดข้าตั้งใจจะพาเขามา”
“เดี๋ยววันนี้ข้าจัดขนมฝากไปให้บุตรชายท่านด้วย”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ของซื้อของขาย”
“รับไว้เถิด โอกาสพิเศษ เรายังต้องทำการค้ากันอีก”
จนสุดท้ายต้องตกลง ได้รับขนมกล่องใหญ่มา หรูหรามาก ใส่ไว้ในกล่องเหล็กพร้อมห่อผ้าลายัเกี่ยวพันดอกกุหลาย เห็นการห่อแล้วขนมพวกนี้ราคาสูงแน่นอน
“เกรงใจท่านแย่เ้าค่ะ ให้มาเยอะมาก”
“สำหรับแขกพิเศษย่อมให้เช่นนี้”
“ปกติแล้วขายเท่าใดหรือเ้าค่ะ”
“ขนมเริ่มต้นชิ้นละ 10 ตำลึงทอง สูงสุดก็ 50 ตำลึงทอง”
… อึ้งของจริง ไม่คิดว่าจะราคาสูงขนาดนี้ ขนมเพียงชิ้นเดียวราคาเท่ากับชุดหรูหราที่เ้าของร่างเคยสั่งตัด พ่อแม่ของเ้าของร่างช่วยกันหาตำลึงได้ทั้งเดือนอย่างสุดกำลังก็ได้เพียง 50-60 ตำลึงทอง
“ในกล่องที่มือท่านคงราว 500 ตำลึงทอง เพราะมีชิ้นพิเศษอยู่หลายชิ้น”
500 ตำลึงทอง รายได้กิจการขนาดเล็กทั้งเดือนเลยนะ
“ราคาสูงแต่เข้าใจได้เ้าค่ะ รสชาติดีเยี่ยม และหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”
“เ้าพูดถูกต้องอีกแล้ว ตอนเริ่มมาทำงานที่แห่งนี้ข้าก็นึกสงสัยว่าใครจะมาซื้อ แต่สุดท้ายก็มี พวกชนชั้นสูงกับคหบดี บางคนซื้อครั้งละหลายพันตำลึงทองเชียว”
ฟังแล้วได้แต่คิดว่าโลกของคนจนกับคนรวยนี่มันช่างต่างกันจริง ๆ
“รับขนมต่อเถิด คงอีกสักพักถึงจะรวบรวมตำลึงได้ หากหลักแสนตำลึงทองขึ้นไป ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าต้องใช้เวลาทำเื่หน่อยถึงจะนำตำลึงทองออกมาได้”
“ข้าเข้าใจเ้าค่ะ”
ทั้งสองพูดคุยกันไป รับขนมไป ยิ่งกินขนมมากเท่าไหร่ เฟยฮวายิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตนเองสงสัยนั้นคงเป็จริง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ได้ของแล้วขอรับ” เป็เสียงชายผู้ประเมินราคา
“เข้ามาได้” ชายชราตอบกลับ
เขาวางห่อผ้าอย่างดีลงที่โต๊ะ
“เชิญท่านหญิงตรวจสอบตำลึงทองก่อน”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าไว้ใจ” นางรีบจะกลับเรือนด้วย ค่อยไปตรวจสอบที่เรือนแล้วกัน หากไม่ครบที่คุยกันไว้ก็ยกเลิก แต่โรงประมูลขนาดใหญ่ขนาดนี้คงไม่กล้าหรอก มีคนมาขายของราคาสูงกว่านางตั้งเยอะ
ชายชราลูบเครา พยักหน้ากับตัวเอง สตรีผู้นี้ช่างแปลก ดูไม่ได้ตื่นเต้นกับจำนวนตำลึง คหบดีมาขายสินค้ายังตรวจสอบ
“ท่านรับอาหารมื้อกลางวันหรือยัง หากยังข้าขอเชิญไปชั้น 5 ไปรับอาหารกลางวันด้วยกันเถิด” ดูเวลาแล้วนางมาถึงนี่่เที่ยง ผ่านไปเกือบชั่วยามแล้ว อาจจะยังไม่ได้กินข้าวจึงกล่าวชวน
“เรียบร้อยั้แ่ก่อนมาแล้วเ้าค่ะ มีธุระต่อด้วย ต้องขอตัว พรุ่งนี้เช้าข้าจะเอาผ้าและทับทิมมาให้ชม” เฟยฮวากล่าว ยังไม่ได้กินอะไรแต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์หิวเลย ขอกลับไปสะสางสิ่งที่สงสัยก่อน
“เสียดายยิ่ง ถ้างั้นพรุ่งนี้ข้ารอต้อนรับ”
กล่าวลากันเรียบร้อย เฟยฮวาย้อนไปทางตลาด พบท่านลุงเจี้ยนเลยให้มาส่งที่เรือน ปกติแล้วหากนางไปไหนมาไหนคนเดียวย่อมเดิน ถือว่าออกกำลัง แต่วันนี้ขนของหนักอยู่ ใครจะไปคิดว่าในตะกร้าที่นางถือเป็ประจำ วันนี้ของด้านในจะมีราคาถึง 800,0000 ตำลึงทอง
เมื่อถึงเรือนแล้วก็แกะห่อตำลึงทอง ก้อนทองอัดแน่นในกล่องไม้อย่างเป็ระเบียบ ตรวจสอบอยู่สักพักก็พบว่าตรงตามที่ตกลงไว้
นางไปล้างหน้าล้างตา นั่งที่โต๊ะนั่งเล่นที่นั่งเป็ประจำ เปิดกล่องขนมที่ได้มาจากโรงประมูลเหิงเยว่ รวบรวมสติ แล้วติดต่อระบบ
‘พี่ชายระบบข้า้าขนมหมาข่าหลงไส้ทะลัก รสเฉี่ยวเค่อลี่เข้มข้น’
‘ได้ขอรับนายหญิง’
ควันรุ้งเป็ประกาย เมื่อควันจาง บนโต๊ะปรากฎจานใส่ขนมก้อนกลมตั้งอยู่ 2 ชิ้น มันเหมือนกับขนมในกล่องเหล็กนั้น…
เฟยฮวามือสั่น หยิบขนมในจานชิม รสชาติเหมือนกัน มันมาจากที่เดียวกัน ที่นางคิดไว้เป็จริง
ชัดเจนว่าเ้าของโรงประมูลเหิงเยว่ มีระบบเกมปลูกผักคอยช่วยเหลือเหมือนกันกับนาง!
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
20 ลี้ = 10 กิโลเมตร
หมาข่าหลง = มาการอง
เฉี่ยวเค่อลี่ = ช็อกโกแลต
ปิ่งกัน = คุกกี้
1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง