ยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอท สายพันธุ์ที่เรียกได้ว่าเป็หนึ่งในจักรวาลนับแต่ที่สิ่งมีชีวิตได้ถือกำเนิดขึ้นมานานนับล้านล้านปี
ภายในพันธุกรรมนี้ได้หลอมรวมยีนส์ของสัตว์อวกาศที่แข็งแกร่งนาๆชนิด ถูกปรับแต่งด้วยกระบวนการที่ล้ำมากที่สุดของจักรวาล
แต่หลักๆที่เด่นชัดเลยก็คือยีนส์พันธุกรรมของสัตว์อวกาศกลืนกินดวงดาว สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีร่างกายเหมือนดั่งเทพัโบราณ สี่ขาและมีกรงเล็บที่น่าสะพรึงกลัว ปากเต็มไปด้วยคมเขี้ยว ขณะที่ด้านหลังก็มีปีกขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยโลหะเหล็กกล้า ทนทานยิ่งกว่าสิ่งใดๆ
ผู้เขมือบดวงดาวเลโกลัสได้นำสายพันธุ์ชนิดนี้มาเป็รากฐานของเบฮีมอท พร้อมเติมแต่งด้วยคุณลักษณะอื่นๆของสัตว์ที่แข็งแกร่ง
ในร่างขั้นแรกหรือที่เรียกกันว่าตัวอ่อนของเบฮีมอท ทันย่าที่หลอมรวมยีนส์เข้าไปจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับสัตว์อวกาศกลืนกินดวงดาวอยู่ประมาณครึ่งนึง แต่บริเวณศีรษะ้ากลับมีส่วนเขาเพิ่มขึ้นมาอีกข้าง ลักษณะใบหน้าเองก็ออกไปทางดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
เมื่อทันย่าเริ่มวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นถัดไป ยีนส์พันธุกรรมที่โดดเด่นในสายพันธุ์สัตว์อวกาศแต่ละชนิดก็จะเริ่มแทรกแซงออกมา ปรากฏขึ้นตามชิ้นส่วนต่างๆอย่างเป็เอกลักษณ์ ถือเป็การหลอมรวมกันในระดับที่สมบูรณ์แบบ ราวกับว่าอวัยวะพวกนี้มันมีมาอยู่ั้แ่แรก
ไม่นาน ซากหมีขุนเขาศิลาก็ถูกทันย่ากลืนกินจนไม่เหลือ แม้แต่โครงกระดูกก็ยังถูกเขากัดกินไปจนสิ้น
ยีนส์พันธุกรรมภายในร่างกำลังเริ่มเดือดพล่านประหนึ่งเป็ูเาไฟ เปล่งแสงเหมือนดั่งดวงดาวบนท้องฟ้า ขณะเดียวกันเปลือกิัภายนอกของเบฮีมอทก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ของเหลวเหนียวหนืดได้ปรากฏขึ้นตามทั่วทุกส่วนของร่างกาย ลักษณะคล้ายน้ำเมือกสีน้ำตาลขุ่น
ของเหลวพวกนี้เริ่มถักทอรอบตัวของเขา ก่อร่างและควบแน่นจนเหมือนกับรังไหมของเผ่าพันธุ์แมลง โดยที่มีร่างของทันย่าอยู่ภายในดักแด้ดังกล่าว แต่ก่อนที่เขาจะเข้าสู่กระบวนการไปยังระดับขั้นถัดไป เสียงของเขาก็ได้ดังออกมา เหมือนกำลังพูดคุยอยู่กับลูกสมุนหมายเลขหนึ่ง
“หลังจากนี้ฉันจะเริ่มวิวัฒนาการตนเองแล้ว ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลามากเท่าไหร่ แต่แกจะต้องอยู่ปกป้องฉันเอาไว้”
“ถ้าเกิดมีอะไรที่ผิดพลาดขึ้นมา กระบวนการทั้งหมดจะสูญเปล่าไปในทันที จำไว้ด้วยละหมาป่าจันทราโลหิต!”
“แล้วถ้าฉันผ่านวิวัฒนาการในครั้งนี้ไปได้ ฉันออกล่ามอนเตอร์ระดับสูง แล้วเอามาให้กินจนหน่ำใจกันไปเลย!”
คำสั่งของชายหนุ่มได้ทำให้ร่างขนาดใหญ่พลันขานรับ หมาป่าจันทราโลหิตเต็มไปด้วยความจริงจัง ร่างของมันได้เริ่มขยับมายืนอยู่เบื้องหน้ารังไหม แววตาเริ่มดูแข็งกร้าว สัญชาตญาณภายในร่างกายตื่นตัวอย่างถึงขีดสุด ประดุจเป็ผู้พิทักษ์ป้อมปราการอันไร้พ่าย
ตอนนี้ผู้ปกครองทันย่ากำลังเข้าสู่รูปแบบของการวิวัฒนาการ แล้วตัวมันก็จะไม่ยอมให้มีอุปสรรคอะไรมาขวางกั้นได้อย่างแน่นอน
[เ้าหมานี่ไม่เลว ในอนาคตเราก็ได้แต่หวังว่ามันจะติดตามทันย่าได้ทัน]
มีไม่บ่อยครั้งนักที่ดาวาลจะเอ่ยชมพวกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเช่นนี้ ทันย่าคิดถูกจริงๆที่ยอมไว้ชีวิตของหมาป่าจันทราโลหิต เ้านี่เต็มไปด้วยความจงรักภักดี ถึงจะเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีที่หยิ่งพยองในสายพันธุ์ ทว่ามันเองก็ยอมรับในตัวของทันย่าอย่างบริสุทธิ์ใจ ในเมื่อแพ้ก็ต้องยอมสยบ
สิ่งเหล่านี้มันแตกต่างไปจากเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างสิ้นเชิง ในโลกของเหล่ามอนเตอร์ ผู้ที่แข็งแกร่งย่อมได้รับความเคารพอย่างถึงที่สุด
เมื่อยอมติดตามมอนเตอร์ที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ พวกมันก็จะจงรักภักดี ไม่มีท่าทางการทรยศหรืออะไรทั้งสิ้น
[เอาเถอะ ดูจากเวลาแล้วเ้าศิษย์รักคงใช้เวลาซัก 3 วัน]
[และเมื่อออกมาจากรังไหม เขาจะไม่ใช่ร่างกายในระดับตัวอ่อน แต่จะกลายมาเป็ระดับเติบโตอย่างสมบูรณ์]
ดาวาลพูดจบก็ฮัมเพลงออกมาอย่างเบิกบาน พลางบินวนไปมารอบๆรังไหมสีน้ำตาลขุ่นนี้อย่างตื่นเต้น
ขณะเดียวกันที่บริเวณด้านนอกของซากเมืองที่พังทลาย นักเรียนของสถาบันนักสู้ศักดิ์สิทธิ์ก็ได้เดินทางมาถึง พวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง แววตาดูกระหายในการออกล่าพวกเหล่ามอนเตอร์ ทั้งหมดยืนกันอย่างเป็ระเบียบ ดูกระตือรืนร้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“จำเอาไว้นะเ้าพวกลูกเจี๊ยบ! อย่าเข้าไปภายในส่วนลึกของเมืองโดยเด็ดขาด!!”
“เพราะพวกข้าเองก็ไม่อาจรับประกันถึงความปลอดภัยและผลที่ตามมาได้หรอกนะ”
เต่าหยุนส่งเสียงะโและกำชับในเื่นี้ให้กับพวกนักเรียนอย่างเคร่งขรึม
“เข้าใจแล้วครับ/เข้าใจแล้วค่ะ”
นักสู้พันธุกรรมวัยเยาว์นับร้อยคนส่งเสียงขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งมันก็ทำให้ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
“ดีมาก! งั้นก็ไปกันได้แล้ว มีเวลาครึ่งวันในการออกล่ามอนเตอร์พวกนี้”
“เมื่อครบเวลาที่ได้กำเนิดเอาไว้ พวกเ้าต้องมารวมตัวกันในจุดเริ่มต้น”
เมื่อสิ้นคำสั่ง ในที่สุดนักสู้พันธุกรรมรุ่นใหม่ก็ได้แยกย้ายกันเข้าไปภายในเศษซากของเมือง ในรัศมีอาณาเขตเกือบหนึ่งร้อยกิโลเมตรได้กลายมาเป็สถานที่แห่งการล่า มอนเตอร์ระดับ 1 นาๆชนิดพอััได้ว่าพวกมนุษย์เข้ามา พวกเขาก็เปิดฉากโจมตีกันอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่คือแมวป่าสังหาร พวกมันก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า?”
ชายหนุ่มคนนึงได้ใช้ดาบเหล็กอันคมกริบ ตัดผ่านร่างของมอนเตอร์ตัวเล็กออกเป็ชิ้นๆ สีหน้าดูย่ามใจเป็อย่างมาก
“ส่วนฉันก็กำลังโจมตีหมาป่าคมเขี้ยวโลหิตอยู่! เ้าพวกนี้ต่างไปจากมอนเตอร์ที่มีเปลือกหนังหุ้มแข็ง”
“ถึงจะเป็มอนเตอร์ระดับ 1 แต่ก็อยู่ในระดับที่อ่อนแอ ใช้ปืนรูปแบบพิเศษจะสังหารพวกมันได้มากยิ่งกว่า”
อีกด้านเสียงปืนรูปแบบพิเศษก็ได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณซากเมืองที่เงียบสงัด
ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!
นักเรียนหญิงคนนึงถือปืนยาวในมือ กระหน่ำยิงเข้าไปยังฝูงหมาป่านับสิบตนด้วยความแม่นยำและรุนแรงเป็อย่างมาก
ประกายแสงที่ถูกยิงออกมาต่างพุ่งทะลวงใส่ร่างกายของพวกมัน เกิดเป็รูพรุนนับสิบแห่ง ตกตายกันอย่างน่าอนาถ
หลังจากที่เข้าสู่ยุคสมัยแห่งดวงดาว อาวุธยุทโธปกรณ์ของนักสู้ในรูปแบบต่างๆก็ได้รับการพัฒนามากขึ้น
จากตอนแรกที่ปืนธรรมดาไม่อาจจัดการกับเหล่ามอนเตอร์ได้
ในเวลานี้ปืนของพวกเขาก็ทรงอานุภาพ มีพลังในการทะลุทะลวงที่ไม่ธรรมดา เมื่อรวมเข้ากับการตอบสนองของนักสู้พันธุกรรมระดับที่ 1 พลังของปืนพวกนี้ก็ไม่ต่างไปจากอาวุธทำลายล้าง สามารถใช้จัดการกับพวกมอนเตอร์ระดับ 1-2 ได้อย่างสบายๆ
“คุณชาย! ทางนั้นพวกเราเจอฝูงมอนเตอร์ระดับที่ 2 หมูป่าเขาเดียวด้วยละ”
ชายคนนึงะโบอกให้กับกลุ่มของพวกเขาทราบ ซึ่งทั้งหมดก็ดวงตาวาวโรจน์ แสดงท่าทางที่ดูตื่นเต้นกันในทันที
“ไปๆ คะแนนในประเมินอันดับที่หนึ่งจะต้องเป็ของข้า!!”
อัจฉริยะจงหยวนกำดาบในมือของตนเองแน่น พร้อมกับวิ่งไปยังทิศทางของเศษซากอาคารแห่งนึง พอมาถึงเขาก็ได้พุ่งกระโจนเข้าใส่มอนเตอร์ที่มีความสูงกว่าสองเมตร หมูป่าเขาเดียวส่งเสียงร้องคำราม วิ่งเข้ามาด้วยความรุนแรง พยายามจะใช้เขาของมันในการสังหารพวกมนุษย์
“วิชาดาบแสงรูปแบบที่หนึ่ง ตัดสายฟ้า!”
ชั่วพริบตาราวกับมีแสงสว่างวาบบังเกิดขึ้นที่บริเวณใบดาบ จงหยวนได้ฟาดฟันเข้าใส่ร่างกายของหมูป่าเขาเดียวด้วยความรวดเร็ว
“ฉัวะ!
คมดาบเหล็กกล้าได้สบั้นร่างขนาดใหญ่ออกเป็สองส่วน รอยฉีกขาดได้เกิดขึ้น ซีกซ้ายและซีกขวาได้ถูกแยกออกจากกันในทันที
“นี่คือวิชาดาบแสงของผู้เป็ตำนาน?!!
“ท่านสามารถใช้กระบวนท่าที่หนึ่งได้แล้ว?
อลิชกับลูกสมุนคนอื่นๆเบิกตากว้างไปด้วยความใ ราวกับพวกเขาได้มาเห็นถึงปรากฏการณ์ที่น่าเหลือเชื่ออยู่เต็มสองตา
วิชาดาบนี้ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถใช้ได้ เพราะนี่คือวิชากระบวนท่าของนักสู้ระดับตำนาน หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของโลกแห่งนี้ ว่ากันว่าดาบของเขานั้นรุนแรงประหนึ่งเป็สายฟ้าที่แท้จริง ปลดปล่อยยีนส์พันธุกรรม จินตนาการถึงแสงสว่าง สำแดงพลังอำนาจที่ร้ายกาจมากที่สุด
ทั้งพลังการโจมตี ทั้งความเร็ว รวมถึงการเคลื่อนไหว เมื่อเปิดใช้ดาบแสง นักสู้พันธุกรรมระดับเดียวกันก็ต้องพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นถึงความตกตะลึงของทุกคน ใบหน้าของจงหยวนก็ยิ่งเบิกบานและเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
“ฮ่าฮ่าฮ่า เห็นถึงพลังของพี่ยังละน้องอลิช?”
“อยู่กับพี่ น้องจะปลอดภัยยิ่งกว่าใครซะอีก”
..
เอิ่มมมมมมม