หลินเยว่อิงถังเทียน และถิงถิง หลังจากแยกตัวออกจากครอบครัวก็เดินทางมุ่งหน้าไปที่สำนักกระบี่สาดส่องซึ่งเมื่อมาถึงก็ใกล้จะเริ่มงานประลองของสำนัก เป็การประลองเพื่อหาศิษย์ผู้สืบทอดหลักของสำนักโดย 3 ปีจะจัดขึ้นครั้งหนึ่ง
หลังจากที่มาถึงแล้วหลินเยว่อิง ก็พักที่โรงเตี๊ยมที่ตีนเขา ของยอดเขาสาดส่องแต่เื่ราวที่ทำให้หลินเยว่อิงต้องมาถึงที่นี้ มีที่มาที่ไป ย้อนกลับไปเมื่อประมาน 3 ปีที่แล้ว ตอนที่ หลินเยว่อิง อายุเกิน 10 ปี
จวนแม่ทัพหลิน
“เซียงหยาง ฝึกมาสองปี เ้าก็ได้เข้าสู้ระดับที่ห้าแล้วความก้าวหน้าของเ้าดีมาก”
“ทั้งหมดนี้ก็เพราะคุณหนูช่วยส่งเสริมเป็พระคุณต่อข้าน้อยมากเ้าค่ะ”
“เ้ามีฝีมือระดับนี้แล้ว ต่อไปคนทั่วไปหรือชาวยุทธ ธรรมดาคงรังแกเ้าไม่ได้แต่ข้ายังไม่อยากจะออกไปข้างนอกสักเท่าไรต่อไปมีอะไรข้าจะให้เ้าไปหาวัตถุดิบแทนข้า ข้ารบกวนแม่ของข้ามามากแล้วเดี๋ยวต่อไปการฝึกของพวกเราจะใช้ยาและทรัพยากรมากกว่านี้อีก หากจะให้ท่านแม่คอยหามาให้ข้ากลัวว่า จะมีคนสงสัยเข้า ต่อไปข้าจะให้ท่านแม่ส่งแต่เงินมาให้เราและเ้าออกไปซื้อหามา”
“เ้าค่ะคุณหนู ปรกติข้าก็ออกไปหาของอร่อยๆที่ท่านอยากกินมาให้ท่านบ่อยๆอยู่แล้ว คงไม่มีใครสงสัย”
“ก็ดีแล้ว แต่ข้าคิดไม่ออกจริงๆว่าจากนี้จะไปหาทรัพยากร สมุนไฟรต่างๆได้จากที่ไหน หากข้าจะให้แม่เอาเงินมาให้แต่ถ้ามันมากเกินไป ก็คงไม่ดี หากข้ามีลูกน้องที่ร่ำรวย ก็คงจะดีจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับเงินในจวนมาก ถึงแม้เราจะร่ำรวยแต่การใช้โดยไม่ให้คนในบ้านรู้ มันก็ออกจะยุ่งยาก แม่สามนางก็คอยแต่จะจองจับผิดท่านแม่กับข้าอยู่ตลอด เป็เื่ที่ข้ายังหาทางออกไม่ได้”
“คุณหนูค่ะ การฝึกจากนี้ใช้ทรัพยากรมากเลยหรือเ้าค่ะ เราใช้แบบเดิมมาตลอดไม่ได้หรือเ้าค่ะ”
“ตอนนี้เ้าอยู่ระดับห้าเริ่มต้นเ้าว่ายาที่ข้าปรุงขึ้นมาใช้ ตอนนี้เริ่มมีผลกับเ้าเหมือนแต่ก่อนหรือไม่”
“จริงด้วยเ้าค่ะ ข้าเริ่มไม่รู้สึกว่ามีความก้าวหน้ามากนักข้าก็คิดว่าทำแบบเดิม ฝึกแบบเดิมจะก้าวหน้าเป็ปรกติ”
“ก็นั่นแหละ เ้าอยู่ในระดับห้าขั้นต้นส่วนข้าตอนนี้อยู่ในระดับขั้นปลายแล้ว หากอยากจะเพิ่มระดับไปที่ระดับหกนอกจากจะต้องฝึกหนักขึ้นแล้ว ตัวช่วยภายนอกเช่นยา หรือสมุนไฟรก็จำเป็ยิ่งระดับพลังยุทธเ้ามากขึ้นเท่าไรยิ่งต้องใช้ยาที่หายากและแรงขึ้นมากเท่านั่นไหนจะท่านแม่อีก หากเป็อย่างนี้ต่อไป ต้องมีคนสงสัยแน่นอน ข้ายังไม่อยากให้คนรู้เื่ของพวกเราตอนนี้”
“ทำไมเ้าค่ะ ถ้าหากคนอื่นรู้จะเป็อย่างไรท่านก็เป็ลูกของท่านแม่ทัพ หากจะมีวรยุทธ ข้าคิดว่าก็ไม่น่าแปลกอะไร”
“ใช่มันไม่แปลก แต่เ้าอย่าลืมว่าศัตรูเราไม่รู้ว่าเป็ใคร วันนั่นข้ามั่นใจว่ามีคนซัดพลังใส่ข้าแล้วไหนจะเื่แม่แท้ๆของข้าอีก ด้วยความแข็งแกร่งของเราตอนนี้ หากเปิดเผยออกไปศัตรูคงหวั่นใจและรีบกำจัดพวกเราแน่ๆ แค่คิดว่า เด็ก10ปีมีวรยุทธในระดับห้าขั้นปลาย หรือเ้าที่เพิ่งจะเป็สาว แต่ก็เข้าถึงระดับที่ห้าแล้วหากคนอื่นรู้ละก็ ในบรรดาสำนักต่างๆคงได้รีบรับตัวเ้าเป็ศิษย์แน่ อาจจะเรียกว่าผู้มีพร์ในรอบ 100 ปีเลยก็ว่าได้ นี้เป็แค่เ้านะ แล้วถ้าเป็ข้าเ้าคิดว่าไม่ร้ายแรงกว่าอีกหรือ ถ้าศัตรูรู้ว่า ศัตรูของพวกมันจะได้เติบโตไป เป็หอกข้างแคร่พวกมันจะปล่อยให้เ้าเติบโตหรือไม่ เป็ข้า ข้าก็ต้องกำจัดโดยเร็วเมื่อข้าแข็งแกร่งมากพอ เมื่อนั่น ข้าไม่จำเป็ต้องปกปิดผู้ใดข้าจะออกไปล่าพวกมันเอง”
“แล้วเราต้องแข็งแกร่งเท่าไรถึงจะเปิดเผยตัวตนได้เ้าค่ะ”
“ระดับที่ท่องยุทธภพและมั่นใจว่าจะเอาตัวรอดได้ก็อยู่ที่ระดับหก และระดับที่ทั่วหล้าก็ไม่อาจหวั่นก็คงระดับเจ็ด สำหรับข้าแล้วหากไม่จำเป็ต่อให้อยู่ในระดับหก ข้าก็จะไม่เปิดเผยตัว ถึงแม้จะเป็ระดับเจ็ดก็ตามไม่จำเป็เราก็ควรปิดบัง จำไว้ว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้าอยู่เสมอ”
“คุณหนูข้าอยากไปแก้แค้นข้าต้องมีพลังเท่าไร ท่านถึงจะอนุญาตข้าเ้าค่ะ”
“ใจเย็นๆเ้าสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีก่อน เมื่อข้าบอกว่าเ้าพร้อม ข้าจะบอกเ้าถึงเวลานั่นหากเ้าอยากจะล้างตระกูลใด ก็เื่ของเ้า ข้าไม่อยากให้ ผู้ติดตามเช่นเ้าต้องไปตายทั้งที่ไม่จำเป็จำไว้ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่รอด”
“ค่ะ คุณหนู”
“ข้าไม่ได้ออกไปข้างนอกนานแล้วเ้าออกไปบ่อยครั้ง มีใครที่น่าสนใจบ้างไหม เพื่อว่าข้าจะได้เอามาใช้งานได้เช่นพวกคุณชายตกอับโดนเหยียดหยามแต่บ้านรวย หรือจะเป็คุณหนูที่โดนบังคับแต่งงานแต่มีพร์ ถ้ามีก็คงดี ข้าจะได้มีคนหาเงิน และทรัพยากรให้”
“มีเ้าค่ะ!”
“อะไรนะ ข้าแค่พูดเล่นๆ มีคนแบบนั่นด้วยหรือไหนเ้าเล่ามา”
“ก็มี คุณชายท่านหนึ่งค่ะ ที่ตอนนี้เป็เื่ที่เขาพูดถึงกันมากเ้าค่ะ”
“ไหนๆ เล่ามา ข้าฟังอยู่”
“เขาชื่อว่า ถังเทียนเ้าค่ะเป็ลูกคนโตสกุลถัง เมื่อเดือนก่อนพ่อของเขาเสียไป แต่โดนกล่าวหาว่าวางยาพ่อตัวเองถูกขับออกจากตระกูล และขายไปเป็ทาสเลี้ยงม้าอยู่ที่หอนางโลมดอกเหมยเ้าค่ะ”
“แล้วไงอีก”
“ที่ข้าฟังมาก็มีเท่านี้เ้าค่ะ”
“ข้าหมายถึง เขาเป็คนมีพร์ยังไงและเป็คนที่ข้า้ายังไง เ้าสั้นๆ ข้าจะรู้เื่ไหม”
“คือเขาเป็อัจฉริยะในสำนักศึกษาและก็ยังเป็ศิษย์ที่โดดเด่นของสำนักกระบี่สาดส่อง ปีนี้เขาว่า สามารถชนะการประลองได้เป็ศิษย์ผู้สืบทอดหลักของสำนักด้วยนะเ้าค่ะเขาอายุแค่ 18 ปี ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้แล้วจนได้ชื่อว่าเป็หนึ่งในสิบยอดอัจริยะของเมืองหลวงเลยเ้าค่ะ แต่ตอนนี้เขากลายเป็คนที่สูญเสียพลังยุทธไปแล้วอันนี้ข้าไม่ทราบสาเหตุ ส่วนว่าเป็ที่้าของท่านยังไงบ้านของเขาทำการค้าสมุนไฟรรายใหญ่ในเมืองหลวงเ้าค่ะโดยราชสำนักจะมีตัวแทนสามเ้าหลักเท่านั่น บ้านของเขาเป็หนึ่งในนั่นสมุนไฟรที่ต้องถูกนำส่งมาขายในเมืองหลวง จะต้องผ่านบ้านของเขาค่ะ เพราะฉะนั่นเื่เงินกับสมุนไฟรที่ท่าน้า หากได้เขามา....”
“ไปพาเขามาเดี๋ยวนี้ เขาต้องเป็ผู้ติดตามของข้าฮ่า ฮ่า ฮ่า” เซียงหยางพูดไม่ทันจบหลินเยว่อิงก็พูดสวนขึ้นทันที
“คุณหนูเ้าค่ะ แต่ว่าตอนนี้บ้านของเขาถูกแม่เลี้ยงกับน้องชายของเขายึดครองไปแล้วนะเ้าค่ะ เราพาเขามาการค้าของสกุลถังก็ยังไม่ได้เป็ของเขานะเ้าค่ะ”
“ไม่ต้องห่วง เซียงหยางขอแค่เ้า เอาเขามาที่เหลือข้าจัดการเอง”
“ได้เ้าค่ะ เช่นนั่นข้าจะไปไถ่ตัวเขามาเดี๋ยวนี้”
“ดี ดีมาก ฝากเ้าด้วยแล้วกัน”
ณ หอนางโลมดอกเหมยคอกเลี้ยงม้า มีชายผู้หนึ่งกำลังให้อาหารม้าที่แขกมาเที่ยว ฝากเลี้ยงไว้ เขานั่นร่างกายสูงหน้าตาดีท่าทางเหมือนคุณชาย ไม่เหมือนทาสที่เลี้ยงม้าทั่วไป
“ดูสิใครเอ่ย ท่านพี่ผู้สูงส่งของข้าทำไมถึงต้องมาเลี้ยงม้าอยู่ในคอกของหอนางโลมแบบนี้ นี้มันไม่เหมาะสมกับท่านเลย”ชายสามคนเดินเข้ามา
“ถังเฉิน เ้ามาทำไม”
“อ่อ ข้ามาก็ไม่มีอะไร แค่จะมาบอกเ้าว่า คืนนี้ข้าจะได้แม่นางคนสวยมานอนในอ้อมกอดแล้วนะสิฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“แล้วมันเกี่ยวอันใดกับข้าเ้าจะอยู่กับผู้หญิงคนไหน มันก็เื่ของเ้า”
“นั่นสินะ ข้าจะบอกเ้าว่าทำไม คืนนี้ถิงถิง นางจะเป็ของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เ้าว่าใครนะ นี้เ้าทำอะไรกับนาง” ถังเทียนได้ยินชื่อของ ถิงถิง ก็เกิดใวิ่งเข้าไปจับคอเสื้อของถังเฉินและถามให้รู้ว่า ตนไม่ได้ยินผิดไป
แต่ไม่ทันไร ถังเฉินก็จับและบีบมือของถังเทียนออก และใช้เท้าทีบไปที่หน้าอกของถังเทียนกระเด็นลอยออกไป ตกกระแทกพื้นในคอกม้า
“ขยะเช่นเ้า กล้ามาแตะต้องตัวข้าพลังยุทธเ้าก็ไม่มีแล้ว ยาสลายพลังที่เ้ากินเข้าไป มันดีไหมละ”
“แก่จะทำอะไรกับนาง ปล่อยนางไปสะนางไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า อย่าทำร้ายนาง”
“ใครใช้ให้นางดีกับเ้ากันเ้ามันเป็แค่ขยะ ก็ควรอยู่อย่างขยะไป แต่นางกลับเอาอาหารมาให้เ้า เพราะนึกสงสารในเมื่อนางสงสารเ้า ข้าก็จะทำให้นางรู้ ว่าไม่ควรมายุ่ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ไม่ อย่าทำร้ายนาง หากเ้าแตะต้องนางข้าสาบานว่าจะฆ่าเ้า”
“จะฆ่าข้างันหรือขยะอย่างเ้าไม่มีปัญญาหรอก พวกเ้าสั่งสอนมันให้ข้าที ว่าข้านี้แหละที่จะฆ่ามัน”
ชายคนใช้สองคนเดินเข้ามาหาถังเทียนและใช้เท้ากระทืบลงไปที่ตัวของถังเทียนหลายครั้ง ถังเทียนไม่อาจสู้กลับได้เพราะไม่มีกำลัง ได้แต่นอนคดตัวเอามือและแขนปิดหน้ากับศีรษะไว้ ทุบ! ตับ! ทุบ! ตับ!
“พอแล้ว เดี๋ยวมันจะตายสะก่อนข้าอยากให้มันได้อยู่ดูข้ากับนางมีความสุขกันคืนนี้”
“ไม่ นางไม่ใช่หญิงขายตัวนางเป็เพียงแค่นักดนตรีขายเสียงเพลง เ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้”
“ข้าจะบอกอะไรให้นะ เมื่อไม่กี่วันก่อนพ่อของนางตายไปแล้ว ตอนนี้นางเหลือแค่ตัวคนเดียว และข้าก็ได้จ่ายเงินให้แม่เล้าเผยไปแล้ว นางจะจัดการให้ข้า เ้าคิดว่า นางจะหนีรอดยังงันหรือตอนนี้นางกำลังเล่นเพลงอันไฟเราะ ข้าจะฟังอย่างมีความสุข และรอเข้าหอกับนาง ฮ่าฮ่า ฮ่า”
“ไม่นะ หยุดนะ เ้าอย่าทำอะไรนางนางไม่เกี่ยวอะไรกับข้า...” ด้วยอาการาเ็ ถังเทียนทำได้แต่นอนกับพื้นและพูดห้ามถังเฉิน และสลบไป โดยที่ทำอะไรไม่ได้
หน้าหอนางโลมดอกเหมยเซียงหยางได้เดินเข้ามาเพียงคนเดียว ตอนนี้ที่หอได้เปิดทำการกำลังให้ความสุขแก่ผู้ที่เข้ามาในยามเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน
“แม่นางท่านนี้ ท่านมาที่นี้มาตามคนรักกลับหรือมาทำอะไรจ่ะ” ผู้หญิงต้อนรับถามเซียงหยาง
“ข้ามาเพื่อไถ่ตัวทาสผู้หนึ่ง”
“อ่อ เช่นนั่นแม่นางก็เข้าไป ถามหาแม่เล้าเผย นางเป็ผู้ดูแลที่นี้”
“ขอบคุณ” แล้วเซียงหยางก็เดินเข้าไปในหอดอกเหมย
ทันทีที่เดินเข้ามาเซียงหยางก็ต้อง ตกตะลึง ตื่นตาตื่นใจ กับสิ่งที่เห็นตรงหน้านางไม่เคยได้เข้าหอนางโลมที่ไหนมาก่อน พอได้เข้ามาที่นี้ก็ได้เห็นถึงความสวยงามที่เป็สถานที่ท่องเที่ยงที่มีชื่อในเมืองหลวงตรงหน้าเป็โถงกว้าง มีเวทีทรงกลมอยู่ตรงกลาง มีนางรำ ร่ายรำดูสวยงาม แต่ละนางผิวขาวเนียนชุดที่ใส่ก็มีสีสันสดใส ชายผ้าโบกสะบัดไปมา โดยรอบมีโต๊ะนั่งดื่มเหล้าเคล้านารีของพวกบุรุษอยู่เต็มไปหมดตัวหอถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟจากโคมไฟที่งดงามหลากสีสัน มีดอกไม้ที่งดงามนานาชนิดประดับโดยรอบ และตรงกลางถัดไปจากเวทีของนางรำ มีต้นดอกเหมยอยู่ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้เหมือนกับต้นดอกเหมยจริงๆแต่เป็ของปลอมที่สร้างจากวัสดุไม้แกะสลัก ต้นดอกเหมยที่เบ่งบานตลอดเวลา ใต้ต้นดอกเหมยนั่นมีหญิงนางหนึ่งที่งดงามนั่งเล่นพิณ ดูแล้วสะดุดตา และเสียงพิณที่นางเล่นก็ไพเราะจนคนในที่นี้ต่างนั่งดูและฟังนางเล่นอย่างเคลิบเคลิ้ม บวกกับนางรำที่รำตามเสียงพิณไม่ว่าชายใดได้เข้ามา ก็คงอยากจะอยู่ที่นี้ไปตลอด
“แม่นางไม่ทราบว่าท่านมาหาผู้ใด” คนต้อนรับชายภายในหอ เข้ามาถาม
“ข้ามาพบ แม่เล้าเผย เพื่อไถ่ตัวทาส”
“เช่นนั่น เชิญแม่นางทางนี้ แม่เล้าเผยอยู่้าเดี๋ยวข้าจะไปรายงานให้”
แล้วคนต้อนรับก็พาเซียงหยางเดินขึ้นไป้า พอถึงหน้าห้องๆหนึ่ง คนต้อนรับก็บอกให้เซียงหยาง รออยู่และเดินเข้าไปในห้อง
“นายท่าน มีคน้ามาไถ่ตัวคนครับ”
“วันนี้มีคนมาไถ่ตัวคนด้วยคงเป็พวกผู้ชายที่หลงรัก แม่นางในหอข้า เป็คุณชายท่านใดกัน”
“เป็แม่นางผู้หนึ่งครับ”
“ผู้หญิงงันหรือไม่เคยมีผู้หญิงมาไถ่ตัวใครมาก่อนนะ หรือว่าจะเป็ญาติของใคร เชิญนางเข้ามา”
แล้วคนต้อนรับก็เชิญ เซียงหยางให้เขาไปในห้องพบกับแม่เล้าเผย
“ข้าน้อย คารวะแม่เล้าเผย”
“เ้ามาไถ่ตัวคนของข้ารู้ไหมว่าค่าตัวของคนที่นี้ไม่ใช่ถูกๆนะ เ้า้าไถ่ตัวใคร”
“ข้า้าไถ่ตัวทาสผู้หนึ่ง เขาชื่อว่า ถังเทียน”
“อะไรนะ ถังเทียนเ้าขยะเลี้ยงม้านั่นนะหรือ นี้เ้าเป็ใคร มีความเกี่ยวข้องอะไรกับมัน”
“ข้ามาเพราะ้าไถ่ตัวเขาเท่านั่นท่านไม่ต้องถามเื่อื่นให้มากความ ตกลงท่านจะให้ข้าไถ่ตัวเขาหรือไม่”
“หึเ้าคิดว่าแค่มีเงินแล้วจะไถ่ตัวเขาได้หรือยังไง ข้าไม่ให้ไถ่ตัวเขาข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็ใคร แต่ท่านเ้าหอสั่งไว้ ไม่ว่าใครที่มาช่วยเหลือเขาให้ข้าจัดการได้เลย แม่นางเ้าหน้าตาสวยพอใช้ได้เอาแบบนี้ถ้าเ้าทำงานกับข้าที่นี้ ข้าจะถือว่าเื่ในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นดีไหม”
“นี้ท่านไม่เข้าใจที่ข้าพูดงันหรือข้า้าตัวเขา”
“เ้าต่างหากที่ไม่เข้าใจเ้าคิดว่าเดินเข้ามาแล้ว จะเดินออกไปง่ายๆงันหรือ เด็กๆ”
แล้วทันใดนั่นก็มีผู้ชายเดินเข้ามา 3 คนต่างก็มีวรยุทธอยู่ในระดับ4 ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งพอสมควร สำหรับผู้คุมหอนางโลม
“ที่นี้ เ้าจะเข้าใจได้หรือยังข้าไม่รู้หรอกนะว่าเ้ามาจากไหน แต่ถ้าคิดจะมาช่วยเ้านั่นเ้าเองก็คงเป็ขยะแบบมัน มาเป็นางคณิกาให้ข้า ถ้าเ้าทำงานได้ดีบ้างทีข้าอาจจะไว้ชีวิตเ้า ดีไหม”
“ดูเหมือนว่าข้าพูดอะไรตอนนี้คงไม่มีประโยชน์ แต่ข้าบอกท่านเป็ครั้งสุดท้ายท่านแค่ส่งตัวเขามาและรับเงินไป ข้ามี 100 ตำลึง มากพอสำหรับทาสคนหนึ่งแล้วข้าจะไม่ลงมือ”
“เ้านี้พูดไม่รู้เื่ จับตัวนางไว้”
ชายสองคนเข้ามาจับแขนของเซียงหยางทันทีแต่ทันทีที่จับแขนของเซียงหยาง เซียงหยางก็สะบัดมือออก เข้าที่หน้าของชายทั้งสองล้มลงนอนกับพื้นสลบทันที ชายคนที่สามเห็นดังนั่นก็รีบเข้ามาเพื่อโจมตีแต่ฝ่ามือของเซียงหยางก็ตบเข้าที่หน้าของเขาล้มลงไปนอนกองกับพื้นไปอีกคนชายทั้งสามไม่สามารถตั้งตัวได้เลย เซียงหยางขยับตัวรวดเร็วกว่าพวกเขามากนัก
แม่เล้าเผยเห็นดังนั่น ก็รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้มีวรยุทธที่ร้ายกาจนางจึงรีบะโเพื่อเรียกให้คนช่วย ในขณะที่กำลังจะอาปากนั่นพริบตามือของเซียงหยางก็อยู่บนคอของนาง และบีบคอนางเอาไว้ทำให้ไม่สามารถส่งเสียงได้
“ไว้ชีวิต ไว้ชีวิตด้วย”
“ข้าจะพูดอีกครั้ง ข้าจะเอาตัวถังเทียนไปเขาอยู่ที่ไหน”
“ได้ ได้ เขาอยู่ที่คอกม้าท่านเอาเขาไปได้เลย แค่อย่าฆ่าข้าก็พอ”
“ใบขายตัวของเขา”
“อยู่ในนั่น”แล้วเซียงหยางก็ปล่อยมือ
“หากเ้าเล่นไม่ซื่อ ข้ารับรองได้เลยว่าก่อนที่ใครจะเข้ามา ข้าหักคอเ้าได้ก่อนแน่”
“ไม่ ไม่แน่นอน ท่านจอมยุทธ”
แล้วแม่เล้าเผยก็หยิบใบซื้อขายตัวเป็ทาสของถังเทียนให้กับเซียงหยาง เมื่อเซียงหยางได้ดู รู้ว่าเป็ของจริงนางก็ซัดฝ่ามือใส่แม่เล้าเผยให้สลบไป แล้วเดินออกมาจากห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ที่คอกม้า ถังเทียนค่อยๆตื่นขึ้นและพยุงตัวขึ้น ในขณะนั่นเซียงหยางก็เดินเข้ามา
“เ้าคือถังเทียนใช่หรือไม่”
“โอยย...ท่าน...ท่านเป็ใคร หาข้ามีอะไร”
“เ้าคือถังเทียน”
“ใช่ข้าเอง”
พอถังเทียนตอบว่าใช่เขา เซียงหยางก็จับเขาและใช้วิชาตัวเบา บินออกไปในทันที
“เดี๋ยวก่อน ท่านเป็ใคร จะพาข้าไปไหน”
“หุบปาก ถึงแล้วเ้าก็รู้เอง” เซียงหยางต้องรีบออกจากที่นี้โดยด่วน เหตุเพราะได้ลงมือกับคนในหอนางโลมไปแล้วหากใครมาพบก็คงต้องเป็เื่ยุ่งยาก จึงรีบออกไปให้เร็วที่สุดจะดีกว่า ไม่นานนัก เซียงหยางก็กลับมาถึงจวน
“คุณหนู ข้าพาเขามาแล้วเ้าค่ะ”
ถังเทียน มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างงุนงงและเห็นเด็กสาวอยู่ตรงหน้า นั่นคือหลินเยว่อิง
“คุณหนู ท่านเป็ใคร พาข้ามาที่นี้ทำไม”พูดจบ หลินเยว่อิงก็หายตัวมาอยู่ตรงหน้าของถังเทียน ถังเทียนใถึงกับถอยออก แต่พริบตาหลินเยว่อิงก็มาอยู่ด้านหลัง มือหนึ่งก็คว้าจับที่แขนถังเทียนไม่สามารถขัดขืนได้ ด้วยความที่เจ็บ ที่แขน ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าหลินเยว่อิงจับที่ข้อมืออย่างรุนแรง เพื่อตรวจชีพจร เพียงครู่เดียว ก็ปล่อยออกและเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกระดานหมากของตน และเดินหมากต่อ
“เ้าถูกคนวางยา สลายพลัง ทำให้พลังยุทธที่ฝึกมาสลายไปทั้งหมดถ้าสามารถแก้พิษได้ภายใน 7 วันก็จะสามารถเรียกคืนพลังที่เสียไปได้แต่ตอนนี้ผ่านมาเป็เดือน ไม่สามารถเรียกพลังคืนได้แล้ว”
“เื่นี้ข้ารู้อยู่แล้วพวกมันจงใจวางยาข้า ข้ารู้ตัวก็สายไปแล้ว ข้ากลายเป็ขยะไปแล้ว เป็คนไร้ค่าสูญเสียที่สิ่ง พวกท่านพาข้ามา ้าอะไรจากข้า”
“แต่ข้าสามารถถอนพิษและทำให้เ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมได้นะ”
“ท่านว่ายังไงนะ” ถังเทียนสงสัยและไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า มีวิชายุทธที่ร้ายกาจแม้จะเห็นเพียงแค่ชั่วครู่แต่ตัวเองก็เป็ถึงคนที่ได้ชื่อว่าเคยเป็คนที่ฝึกยุทธถึงระดับที่5ด้วยอายุไม่ถึง18ปี เรียกได้ว่ามีพร์ไม่น้อยหน้าศิษย์สำนักใหญ่เลยทีเดียว
“ข้าบอกว่าข้าช่วยเ้าได้และทำให้เ้าแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม เ้าไม่เข้าใจหรือ หรือข้าพูดอะไรผิดไป”
“ท่านเนี้ยนะ เด็กอย่างท่าน”
“หุบปาก ถ้าเ้ายังเสียมารยาทกับคุณหนูข้าจะตีเ้า”
“ไม่ ไม่ ข้าขอโทษเพียงแต่ข้าแค่ไม่อยากเชื่อ ถึงข้าจะไม่ได้มีความรู้มากมายนัก แต่ก็เคยได้รู้ถึงฤทธิ์ยาสลายพลังผู้ที่ถูกยานี้ไปหากไม่ได้ยาถอนพิษใน 7 วันจะกลายเป็คนพิการเช่นข้าตอนนี้และไม่ว่าหมอท่านไหนก็ไม่สามารถช่วยได้ แต่ท่าน ท่านเป็ใครข้าก็ไม่รู้และบอกว่าช่วยข้าได้ ข้าจึงไม่อาจเชื่อได้ ท่านคงแค่อยากเล่นตลกกับข้าเพราะตอนนี้ข้าก็คงเป็ได้แค่ผู้ที่ถูกรังแกเพียงเท่านั่น”
“เซียงหยางเอาเหล้ามา”เซียงหยางเดินไปหยิบเหล้าที่อยู่ด้านใน พร้อมกับ จอกเหล้า สามจอก
“เหล้านี้คือเหล้าเซียนชั้นฟ้า เ้าอยากจะดื่มมันหรือไม่”
“เซียนชั้นฟ้านั่นมันเหล้าในตำนานที่ชาวยุทธต่างฝันหา”
“ใช่แล้ว แค่ยาสลายพลังแค่นั่นเพียงแค่เหล้าจอกนี้จอกเดียวก็ไล่พิษมันออกไปได้หมด และยังสามารถเรียกคืนพลังบ้างส่วนกลับมาได้ในทันทีเ้าว่าข้ามีปัญญารักษาเ้าหรือไม่”
“หากเป็สิ่งนั่นจริงๆ อย่าว่าแต่รักษาได้เลยยังทำให้ข้าสามารถเรียกคืนพลังได้เลยด้วยซ้ำ ข้าขอบังอาจถาม ท่านเป็ใครกันแน่ข้ายังไม่ทราบว่าท่านเป็ใครและท่านช่วยข้าเพื่ออะไร”เซียงหยางเทเหล้าที่อยู่ตรงหน้า สามจอก ทันทีที่ได้กลิ่นถึงถังเทียนจะไม่เคยดื่มแต่ก็รู้ได้ทันทีว่านี้อาจจะเป็ของจริงเพราะแค่กลิ่นเท่านั่น ก็ทำให้พลังในกาย รู้สึกถูกกระตุ้นแล้ว
“คุณหนูของข้า คือคุณหนูหลินเยว่อิง บุตรสาวของแม่ทัพหลินที่นี้คือจวนสกุลหลิน”
“มิน่า หากเป็คนระดับนี้ก็อาจจะเป็ไปได้ที่จะสามารถหาเหล้าเช่นนี้มาได้”
“ไม่ ไม่ได้หลอกต่อให้เป็จักรพรรค์ก็ไม่แน่ว่าจะหาได้ เอาเป็ว่าเ้าอยากจะดื่มมันหรือไม่”
“ข้า้า ข้าต้องทำเช่นไรโปรดบอกข้าน้อยมาเทอญ”
“เป็ทาสข้าสะ แล้วเ้าจะได้ทุกอย่างกลับคืน”
“ท่าน้าแค่ให้ข้าเป็ทาสไม่ใช่เื่ยาก ข้ารับปากท่าน แต่คิดว่าเป้าหมายของท่านคงไม่ใช่แค่ข้าหรอกท่านบอกข้ามาเทอญ เพื่อสิ่งนี้ข้ายอมทำทุกอย่างถ้าข้าสามารถทำได้”
“ข้า้าการค้าของตระกูลเ้าไม่สิข้า้าทรัพยากรในการฝึกยุทธ และการค้าตระกูลเ้าช่วยข้าได้”
“สิ่งที่ท่าน้าถูกแม่รองและลุงของข้าชิงไปหมดแล้วข้าไม่อาจให้ท่านได้”
“ก็ชิงมันคืนมาสิข้าบอกแล้วจะมอบความแข็งแกร่งให้เ้า หน้าที่เ้าแค่ชิงสิ่งที่เป็ของเ้ากลับคืนมาแค่นั่น”
“เช่นนั่นจากนี้ข้ารับปากท่านข้ามีเื่อยากขอร้องท่าน”
“มีเื่อะไรอีก เ้านี้มากเื่จริงนะ”
“ตอนที่ข้าถูกทรมานอยู่ที่หอนางโลมมีแม่นางท่านหนึ่งนางเห็นใจข้า ค่อยเอาข้าวมาให้ข้ากินเพราะสงสารวันนี้ญาติผู้น้องของข้าเกิดไม่พอใจ จึงคิดจะทำร้ายนาง ได้โปรดช่วยเหลือนางด้วยข้าไม่มีกำลังที่จะไปช่วยนาง ขอท่านได้โปรดช่วยผู้มีพระคุณของข้าด้วย”
“ได้สิแต่เ้าต้องเปิดจิติญญาของเ้าออกก่อน”
“ท่านหมายความว่าอย่างไรการเปิดจิติญญาของตน หมายถึงยอมให้คนอื่นฆ่า ท่าน้าชีวิตข้ายังงันหรือ”
“วิชาผูกจิตคุ้มิญญา เ้าเคยได้ยินมันไหม”
“ไม่เคยแต่ความหมายของท่านคือจะควบคุมิญญาของข้า หากข้าทรยศหรือไม่เชื่อฟังท่านจะสามารถทำอะไรกับข้าก็ได้ รวมถึงความตายใช่หรือไม่”
“ถูกและชีวิตนี้ต่อให้เ้าฝึกวิชายุทธถึงระดับ 7 ก็ไม่สามารถแก้ได้ เว้นแต่ผู้ที่ขึ้นสู่ระดับแปดเท่านั่นวิชานี้จึงจะไร้ผล ซึ่งนั่นหมายความว่าต่อให้เ้าฝึกทั้งชีวิตก็ไม่อาจจะแก้ไขมันได้ เ้าว่ายังไง”
“ขอเพียงท่านช่วยนาง ข้ายินยอมทุกสิ่ง”แล้วถังเทียนก็เปิดจิติญญาของตนหลินเยว่อิงก็ใช้วิชาผูกจิตคุ้มิญญาทันที ตัวถังเทียนก็รู้ได้ในทันทีถึงพันธะที่เกิดขึ้น
“ขอคุณหนูช่วยผู้มีพระคุณข้าด้วย”
“นางชื่ออะไร”
“นางคือนักเล่นพิณของหอนางโลมดอกเหมยนางชื่อว่า ถิงถิง ได้โปรดคุณหนูไปช่วยนางด้วย”
“เซียงหยางไปช่วยนางมา”
“ค่ะ” แล้วเซียงหยางก็ได้พุ่งตัวเหาะออกไป
“นี้คือเหล้า 3 จอก เ้าดื่มมันได้เลย แต่ถ้าหากรู้ตัวว่าไม่ไหวอย่าฝืนดื่มเด็ดขาด”
“ครับ” แล้วถังเทียนก็หยิบจอกเหล้าขึ้นในใจก็นึกว่า เขาจะได้ดื่มเหล้าที่เล่าขานเป็ตำนานในยุทธภพจริงๆงันหรือนี้จะเป็เหล้าของจริงหรือไม่
“อึก!” ถังเทียนดื่มเหล้าเข้าไปทันใดนั่นเขาก็รู้สึกได้ถึงความร้อนในร่างกายแต่เขาก็ยังไม่สามารถรวบรวมพลังปราณได้ ร่างกายเขาค่อยๆร้อนขึ้นเขาพยายามรวบรวมพลังปราณ
“อย่าเพิ่งเดินพลังปล่อยให้ฤทธิ์ของเหล้าไล่พิษเย็นของยาสลายพลังออกไปให้หมดก่อนหากยังไม่หมดห้ามรวบรวมพลัง เ้าทนเจ็บไว้ก่อน”
ถังเทียนได้ยินดังนั่นจึงเชื่อและทำตามตัวเขาค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนตัวจะลุกเป็ไฟ และในเวลานั่นตัวเขาก็ค่อยๆมีควันสีขาวอมฟ้า ลอยออกมาจากกายใช่แล้วมันเป็พิษเย็นจากยาสลายพลังที่เขากินเขาไปทำให้ลมปราณอุดตันไม่สามารถเดินพลังได้ เมื่อควันสีขาวอมฟ้าออกไปจนหมดถังเทียนก็รู้ได้ในทันทีและเริ่มเดินพลังเพื่อรวมรวมพลังปราณ ผ่านไปครู่หนึ่งตัวเขาก็กลับมาเป็ปรกติ
“พลังของเ้ากลับมาได้เท่าไร”
“พลังของข้ากลับมาเพียงแค่ระดับที่สองเท่านั่นขอข้าดื่มอีกจอก” แล้วถังเทียนก็ดื่มอีกจอก
ครั้งนี้ตัวของเขานอกจากจะแดงแล้วยังมีพลังปราณออกมาล้อมตัวเขาเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด เขานั่นเดินลมปราณอย่างทรมานทั้งเ็ป และร้อนเหมือนไฟลุก ผ่านไปครู่หนึ่ง พลังของเขาก็สงบลงแต่เขาเหมือนจะอ่อนแรงมาก แม้แรงจะลุกก็แทบไม่มี แต่เขาก็พยายามคลานมาเพื่อจะดื่มเหล้าจอกที่สาม แต่เมื่อมาถึงและกำลังจะหยิบเหล้าจอกที่สาม หลินเยว่อิงก็ชิงหยิบขึ้นก่อน และเทมันลงพื้นต่อหน้าถังเทียน
“เ้านะ ดื่มจอกที่สามไม่ได้หรอกนะด้วยร่างกายของเ้าที่โดนยาพิษ ต้องมารับแรงกดดันจากเหล้านี้อีก หากดื่มจอกที่สามเ้าทนไม่ไหวแนย่นอน แรงของเ้าไม่เหลือแล้ว ชีวิตนี้เ้าสามารถดื่มมันได้เท่านี้”
“คุณหนูแต่ข้า...ข้ายังไม่สามารถเรียกคืนพลังกลับมาได้ตอนนี้ พลังของข้ากลับมาแค่ขั้นที่ 3 เท่านั่น มันยังน้อยเกินไป ข้า...”
“ชีวิตนี้หากเ้าดื่มมันอีกเพียงแค่จอกเดียวนั่นคือความตายความแข็งแกร่งใช้ว่าจะเรียกคืนมาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ ข้าจะมอบวิชาให้เ้า” แล้วหลินเยว่อิงก็ถ่ายทอดวิชาผ่านจิติญญาให้ถังเทียน
“วิชาเร้นกายแปลพลัง! วิชาก้าว์ไร้เงา!วิชากระดูกหยกกาย์!”
“วิชานี้มันคือวิชากายภายนอกที่แข็งแกร่งมาก ท่านจะให้ข้าฝึกวิชานี้”
“ใช่แล้ว วิชายุทธ มีวิชาบ่มเพาะกายบ่มเพาะปราณ บ่มเพาะจิต เ้านะสูญเสียพลังปราณไปแต่กายของเ้านั่นก็ถือได้ว่าแข็งแกร่งพอสมควรเ้าคงไม่สามารถที่จะเรียกพลังปราณคืนกลับมาเร็วๆนี้ กว่าเ้าจะมีพลังปราณเท่าเดิมคงใช้เวลาอีกสองถึงสามปีซึ่งมันช้าเกินไป ข้าจึงมอบวิชาทางกาย คือวิชากระดูกหยกกาย์ หากเ้าฝึกสำเร็จอาวุธใดก็ไม่อาจทำร้ายเ้าได้ และต่อให้เ้าจะมีพลังปราณไม่สูงมากแต่ก็สามารถทนต่อการโจมตีของผู้ที่มีพลังสูงกว่าได้ วิชานี้เป็วิชาทางกายที่แข็งแกร่งกว่า วิชาระฆังทอง หรือ วิชากายอสูรที่เขาว่าเป็สุดยอดวิชาบ่มเพาะกายที่แข็งแกร่งที่สุด แล้วอนาคตเมื่อเ้าเรียกพลังคืนกลับมาได้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก”
“ขอบคุณ คุณหนู ขอบคุณ คุณหนูวิชาที่ท่านให้มา ช่างล้ำลึก วิชาที่ข้าเคยเรียนมา เทียบแล้วเป็แค่ขยะเทียบไม่ได้เลย”
“เอาละ เ้าไปปรับลมปราณของเ้าให้คงทีรอเซียงหยางช่วยคนของเ้ากลับมา”
ณ หอนางโลมดอกเหมย
“หึ แม่เล้าเผยอยู่ไหนนายหญิงให้ข้ามาดูแลรายได้เดือนนี้” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมร้องเรียกหาแม่เล้าเผย
“แม่เล้าเผย อยู่ในห้องทำงานครับข้าจะไปตามมาให้”
“ไม่ต้อง ข้าขึ้นไปเอง” หลังจากนั่น ชายแปลกหน้าก็ขึ้นไปหาแม่เล้าเผยที่ห้องทำงานของนาง
ในห้องทำงานของแม่เล้าเผย “พวกเ้าลุกออกไปได้แล้ว และห้ามบอกเื่นี้กับใครเด็ดขาดแม้กระทั่งนายหญิง หากเื่นี้รู้ออกไป ข้าและพวกเ้าตายแน่ หากใครถามก็บอกว่ามันหนีไป เข้าใจไหม”
“ครับ ครับ ครับ” แม่เล้าเผยและคนรับใช้ที่ถูกเซียงหยางตีสลบก็ตื่นขึ้น และรีบกลบเกลื่อนเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
ปัง! เสียงคนเปิดประตูอย่างแรง
“เ้ามั่วทำอะไรอยู่ข้ามาแล้วเ้าไม่ไปต้อนรับข้า”
“เรียนท่าน มู่หยาง พอดีข้าน้อยกำลังยุ่งเลยลืมไปว่าท่านจะมา ขอท่านโปรดให้อภัยด้วยเื่เงินนั่นข้าน้อยได้จัดเตรียมเอาไว้ให้แล้วเ้าค่ะไม่ทราบว่าท่านเยี่ยนฟางจะให้ทำเช่นใดเ้าค่ะ”
“เงินพวกนี้ เป็ค่าส่วยของพวกขุนนางใจทรามพวกนั่นข้าจะเอาไปให้พวกมันเอง แล้วรายชื่อของพวกมันอยู่ไหน”
“นี้เ้าค่ะ เป็รายชื่อของขุนนางที่เราซื้อตัวไว้เชิญท่านดู” มู่หยางรับสมุดพับเล่มเล็กมา และเปิดออกดู
“อืม ดีมาก ที่เหลือข้าจัดการเอง คืนนี้เ้าจัดห้องและสาวๆให้ข้าด้วย”
“ได้เ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านเยี่ยนฟางจะกลับมาเมื่อใดเ้าค่ะ”
“ทำไม มีเื่อะไรงันหรือ ปรกตินางไม่อยู่เ้าจะดีใจไม่ถามถึงนาง ทำไมวันนี้ถึงถามหรือเ้าทำความผิดอะไรเอาไว้”
“ไม่...ไม่เ้าค่ะข้าก็แค่เป็ห่วงเื่ของขุนนางพวกนี้เท่านั่นท่านก็รู้ว่าข้าเป็บ่าวที่จงรักภักดีต่อนายหญิง ข้าก็แค่เป็ห่วง ครั้งนี้นายหญิงกลับมาล่าช้ากว่าที่กำหนดข้ากลัวว่าข้าจะจัดการได้ไม่ดี ทำให้เสียเื่ใหญ่”
“ไม่นานเดี๋ยวนางก็กลับมา อีกอย่างนางก็ให้ข้ากลับมาจัดการให้แล้วเ้าจะกังวลอะไร”
“เช่นนั่นก็ดีแล้ว เชิญท่านไปผักผ่อนนะเ้าค่ะเดี๋ยวข้าจะเรียกเด็กๆไปให้ท่าน”
แล้วมู่หยางก็เดินออกไป
“เฮออออ ดีนะที่เขาไม่รู้เื่ไม่งันข้าคงตายแน่เ้าถังเทียนนั่น ทำไมนายหญิงถึงห้ามปล่อยมันไปนะ แล้วใครก็ไม่รู้พามันไปข้าจะตอบนายหญิงอย่างไรถ้านางกลับมา”
“แม่เล้าเผยครับ คุณชายถังเฉิน เรียกหาครับ”
“บอกเขาเดี๋ยวข้าออกไป...จริงสิ ยังมีนางถิงถิงอยู่นี้ ถ้าข้าจับตัวนางไว้ยังไงมันก็ต้องมาหานางแน่ๆ”
แม่เล้าเผยเดินออกมาจากห้องแล้วเรียกนางโลมคนหนึ่งมา และกระซิบบอกบ้างอย่างให้ไปจัดการเสร็จแล้วเดินลงมาหาถังเฉิน
“คุณชายถัง วันนี้ท่านมีความสุขไหมเ้าค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า วันนี้ข้ามีความสุขที่สุดแล้วท่านละเตรียมไว้ให้ข้าแล้วหรือยัง”
“ถ้าท่านจ่ายให้ข้า ทุกอย่างก็พร้อมเ้าค่ะ”
“ได้สิ แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เื่ พวกเ้า” คนใช้ของถังเฉินหยิบหีบใบเล็ก วางลงบนโต๊ะอาหาร
“แม้ ถ้านางรู้ว่าคุณชายทุ่มให้มากขนาดนี้นางคงยินดีมากเ้าค่ะ ข้าจะไปจัดการให้คุณชายได้มีความสุขในคืนนี้นะเ้าค่ะ”
เวลาผ่านไป จนการแสดงจบลงถิงถิงที่เล่นพิณอยู่ ก็เก็บของเดินลงจากเวที และหญิงสาวนางหนึ่งที่แม่เล้าเผยกระซิบบอกไว้ก็มาบอกบ้างอย่างกับถิงถิง และถิงถิงก็พยักหน้า พร้อมเดินตามไป
ในห้องๆหนึ่งของ หอนางโลม
“ท่านแม่เล้าเผย ้าจะคุยอะไรกับข้า”
“เดี๋ยวนางก็มา เขาบอกว่าท่านเพิ่งเสียบิดาไปนางจึงจะช่วยเหลือท่านเป็การตอบแทนเล็กน้อย”
แล้วแม่เล้าเผยก็เดินเข้ามา พร้อมกับหญิงนางโลมอีก 3-4 คน
“แม่เล้าเผย ไม่ทราบว่าท่านมีสิ่งใดถึงเรียกข้ามาพบที่นี้”
“พวกเ้าจับนางไว้ ปิดปากนางด้วย”
“อู้ อี้ อู้ อี้” ถิงถิงโดยจับและอุกปากไว้ แล้วแม่เล้าเผยก็หยิบกระดาษออกมา พร้อมกับที่ประทับรายมือและบังคับถิงถิงประทับรายมือลงกระดาษ
“เรียบร้อย ต่อไปนี้เ้าเป็คนของข้าแล้วเ้าต้องปรนนิบัติคุณชายถังให้ดี ถ้าหากเขาพอใจเ้า เ้าอาจจะได้เป็อนุของเขา”
“ไม่นะ ข้าไม่ได้ขายตัว ท่านบังคับข้าไม่ได้”
“พ่อเ้าก็ไม่อยู่แล้ว เ้าเพียงคนเดียวจะทำอะไรได้หากเ้าคิดหนีละก็ ข้าจะให้คนตีขาเ้าให้หัก อยู่นี้ รอคุณชายถังสะ”
“ไม่นะ ท่านทำแบบนี้ไม่ได้ ข้าจะไปฟ้องร้อง”
แล้วทุกคนก็เดินออกไปถิงถิงพยายามจะเดินพุ่งตัวออกไป แต่ก็โดนพลักกลับมาในห้อง เมื่อหันกลับไปจะหนีออกก็มีคนเดินสวนแม่เล้าเผยเข้ามา นั่นคือถังเฉิน
“พวกเ้าเฝ้าประตูเอาไว้ อย่าได้ให้ใครมากวนข้า” แล้วคนใช้ของถังเฉินก็เฝ้าอยู่หน้าประตู
“ถิงถิงคนสวย ข้ามาหาเ้าแล้ว”
“ไม่นะ ข้าไม่ได้มาขายตัว ท่านอย่าเข้ามา”
“จะหนีไปไหน ข้าจ่ายไปมากเพื่อตัวเ้าเลยนะถ้าหากวันนี้เ้าไม่เป็ของข้า ข้าจะให้แม่เล้าเผยจัดการเ้า”
แล้วถังเฉินก็เข้าจู่โจมถิงถิง ทั้งกอดทั้งหอมหวังเพียงจะขืนใจนาง
“ไม่นะ ช่วยข้าด้วย ไม่นะ อย่า”
ถิงถิงพยายามขัดขืนดิ้นสุดชีวิต แต่ก็ไม่อาจสู้แรงถังเฉินได้ นางทั้งสิ้นหวังและร้องไห้หวังแต่เพียงให้ใครก็ได้ช่วยนาง ในขณะที่นางกำลังดิ้นอยู่ อยู่ดีๆ ถังเฉินก็หยุดลงและแน่นิ่งไปถิงถิงลุกขึ้นก็เห็นถังเฉินนอนกองกับพื้นแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น”
“เ้าคือถิงถิง”
“ท่านเป็ใคร”
“ถังเทียนให้ข้ามาช่วยเ้า อย่าชักช้ารีบไปกับข้า” ถิงถิงได้ยินดังนั่น ก็ไม่คิดสิ่งใด ขอแค่เพียงรอดไปจากที่นี้ได้ก่อน จึงรีบหยิบของของตนทันที
ณ ห้องของมู่หยางมู่หยางกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับสาวๆอยู่ 2-3 นาง อย่างมีความสุขแต่ทันใดนั่นเขาก็หยุดลง
“หึ มีคนบุกรุก” เขารู้ตัวว่ามียอดฝีมือใช้วิชาตัวเบาบินออกจากหอนางโลมดอกเหมยไป เขาจึงคิดว่ามีคนมาบุกรุกหรืออาจจะเป็ศัตรูจึงรีบใส่เสื้อผ้า แล้วหยิบสิ่งของของตนอย่างรวดเร็วและบินออกหน้าต่างตามไปทันที
เซียงหยางพาถิงถิงบินและวิ่งหนีมาอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่กำลังบินอยู่นั่นก็มีอาวุธมีดบินพุ่มโจมตีมา เซียงหยางจึงได้ หลบและหยุดลงที่พื้นทันใดนั่นก็มีชายผู้หนึ่งบินลงมาขว้างหน้าทั้งสองอยู่ ใช่แล้ว นั่นคือมู่หยาง
“เ้าเป็ใครถึงบุกรุก ชิงตัวคนของหอดอกเหมยมา”
“ทันทีที่ข้าสู้กับเขา เ้ารีบวิ่งไปที่จวนแม่ทัพหลินและหลบรออยู่ที่หน้าจวน” ถิงถิงพยักหน้า
เซียงหยางเข้าจู่โจมใส่มู่หยางทันทีมู่หยางเห็นดังนั่นก็รีบตั้งรับ เพราะใในความเร็วของเซียงหยางเหตุเพราะตอนนี้ไม่มีถิงถิงเป็ตัวถ่วงทำให้เซียงหยางสามารถใช้วิชาได้อย่างเต็มที่ หากตอนแรกไม่มีถิงถิงด้วยฝีเท้าของมู่หยางไม่มีทางตามเซียงหยางทันแน่นอน
มู่หยางตั้งรับการโจมตีพร้อมซัดฝ่ามือออก เซียงหยางตั้งรับ ฝ่ามือปะทะกัน ทำให้รู้ได้ทันทีว่าพลังยุทธของเซียงหยางนั่นเป็รองกว่า แต่ด้านฝีเท้าและความเร็วนั่นเหนือกว่า
“เ้าอยู่ในระดับห้าเริ่มต้นสินะ เสียใจด้วยข้าอยู่ในระดับห้าขั้นปลายพลังของเ้าไม่สามารถสู้ข้าได้”
มู่หยางเมื่อรู้ถึงพลังที่แท้จริงของเซียงหยางก็เกิดมั่นใจว่าตนนั่นเหนือกว่าจึงได้ไม่คิดจะออมมือเพื่อดูท่าทีอีก เขาได้ใช้พลังฝ่ามือที่รุนแรงออกมาโจมตีใส่เซียงหยาง หมายจะให้าเ็หนัก เซียงหยางรู้ตัวแล้วว่าตนนั่นมีพลังที่ด้อยกว่าหากคิดจะต่อสู้และปิดบังตนต่อไป ก็อาจจะาเ็หรือตายได้เพราะคู่ต่อสู้นั่นลงมืออย่างเต็มกำลัง
เซียงอย่างเริ่มใช้วิชามหาเวทย์ดูดพลังทุกครั้งที่การโจมตีของมู่หยางมาถึงเซียงหยางก็ดูดพลังเก็บไว้ส่วนหนึ่งแล้วใช้พลังนั่นต่อต้านมู่หยางกลับไป
“อะไรกัน ทำไมการโจมตีรุนแรงเท่ากับข้าได้นี้เ้าใช้วิชาอะไรกัน”
มู่หยางและเซียงหยางต่อสู้กันผ่านไปไม่กี่อัดใจก็สู้กันมาหลายสิบกระบวนท่า ต่างฝ่ายรุกรับ แม้มู่หยางจะมีพลังที่มากกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเซียงหยางได้ เซียงหยางเองแม้มีพลังที่ต่ำกว่าแต่ด้วยมียอดวิชาทำให้ฝีมือนั่นเหนือกว่า แต่เพราะประสบการณ์การต่อสู้ยังน้อยทำให้ไม่สามารถเผด็จศึกได้ ทางมู่หยางนั่นมีประสบการณ์การต่อสู้มากกว่าจึงใช้เล่ห์กลหลอกล่อโจมตีใส่เซียงหยางได้ ในขณะที่ทำท่าซัดฝ่ามืออีกครั้ง เซียงหยางก็ทำท่าตั้งรับแต่มู่หยางกับชักมือกลับ ทำให้เซียงหยางเสียกระบวนท่า และในเวลานั่นมู่หยางเปลี่ยนมาโจมตีด้วยท่าเท้าแทนด้วยเซียงหยางใช้ยอดวิชาอยู่ทำให้ โดยเท้าเข้าไป แต่ไม่เต็มกำลังมากนักครึ่งถึงดูดซับพลังเอาไว้ อีกครึ่งโดนโจมตีทำให้าเ็
เซียงหยางเห็นท่าไม่ดี และอีกอย่างก็ถ่วงเวลาไว้จนถิงถิงน่าจะหนีไปถึงจวนแล้วเซียงหยางจึงไม่คิดต่อสู้ติดพันธ์อีก จึงได้ใช้พลังที่ดูดซับมาเป็พลังที่เท้าดีดตัวลอยออกไปไกล มู่หยางเห็นดังนั่นจึงเข้าใจว่าเซียงหยางกำลังจะหนี ตนก็รีบทุ่มพลังและตามไปทันที
มู่หยางพยายามที่จะตามอย่างสุดกำลังแต่ก็ไม่สามารถคว้าจับเซียงหยางได้ ในใจก็คิด วิชาตัวเบาคนผู้นี้ร้ายกาจนั่นขนาดตนเป็ผู้ที่มีระดับพลังมากกว่า แต่ก็ไม่สามารถตามทันได้
เมื่อเซียงหยางมาถึงจวนก็รีบไปดึงตัวของถิงถิง ที่แอบบอยู่ข้างกำแพง ลอยเข้าไปในจวนสกุลหลินทางมู่หยางไม่ได้สนใจว่ามาถึงที่ใด ก็รีบตามไม่ลดละ หวังแต่เพียงจะจับตัวนางให้ได้
เมื่อเซียงหยางเข้ามาในสวนของจวนที่หลินเยว่อิงอยู่ก็รีบเปิดใช้ค่ายกลในทันที ตัวมู่หยางเมื่อเข้ามาก็ไม่สังเกตถึงสิ่งผิดปรกติเห็นเซียงหยางยืนอยู่ ก็พุ่งเข้าหาในทันที แต่ไม่ทันได้ถึงตัวของเซียงหยาง ก็มีหินไม้ น้ำ เข้าโจมตี ทำให้ถอยกลับมู่หยางไม่รู้ตัวเลยว่าตกอยู่ในค่ายกลที่หลินเยว่อิงสร้างไว้ในจวนเสียแล้ว
เมื่อเซียงหยางขังมู่หยางไว้ในค่ายกลแล้ว ก็พาถิงถิงมาหาหลินเยว่อิง ถังเทียนรีบวิ่งมาหาถิงถิง
“ถิงถิง เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้าไม่เป็ไร ข้าปลอดภัยดี นางไปช่วยข้าออกมา”
“คุณหนูคนผู้นี้ตามข้ามา แต่ข้าไม่อาจฆ่าเขาได้ ข้าจึงล่อเขามาที่ค่ายกลให้ข้าจัดการเช่นใดเ้าค่ะ”
“จัดการเขาให้เรียบร้อยเมื่อเขารู้การมีอยู่ของที่นี้ เขาก็ไม่สมควรอยู่อีกต่อไป”
เซียงหยางได้ยินดังนั่นก็พุ่งตัวเข้าไปในค่ายกลจากตอนแรกที่ฝีมือนั่นพอจะสูสีกัน แต่เมื่อมีค่ายกลที่น่ากลัวคอยช่วยเหลือทำให้ตอนนี้มู่หยางไม่อาจแม้แต่จะมองเห็นตัวของเซียงหยางเลยด้วยซ้ำเซียงหยางซัดผ่ามือ ที่หลังบ้าง หน้าอกบ้าง มู่หยางโดนเข้าไปหลายครั้งจนกระอักเื แล้วทรุดตัวคุกเข่าลง
เซียงหยางเห็นคู่ต่อสู้ไม่สามารถต่อสู้ได้แล้ว จึงหยุดค่ายกลเผยให้ทุกคนเห็น ตอนนี้ กรงเล็บของนางได้จับกุมเข้าที่หัวของมู่หยางแล้ว และทันใดนั่นพลังปราณของมู่หยางก็ถูกดูดเข้ามาที่ตัวของเซียงหยาง
“นี้มันวิชาของพรรคมาร เ้าเป็มารร้าย”
“ที่เ้าทำข้าาเ็ขอพลังของเ้ามารักษาข้าก็แล้วกัน”
“ไม่นะหยุดนะ อา!” เพียงไม่กี่อึดใจ ตัวของมู่หยางก็ซีดขาวเหมือนโดนดูดพลังชีวิตออกไปจนสิ้น ใช่แล้วก็เซียงหยางดูดออกไปจนหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งชีวิตมู่หยางได้ตายลง
“วิชามารถังเทียนนี้ท่านเป็คนของพรรคมาร” ถังเทียนได้แต่มองหน้าเพราะตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเซียงหยางจะมีวิชามารที่น่ากลัวขนาดนี้
“วิชาที่นางใช้คือ มหาเวทย์ดูดพลัง สมัยก่อนเพราะวิชานี้ ทำให้สำนักฝ่ายธรรมมะต้องหวดกลัวกันไปทั่ว”
“วิชานี้ ข้าน้อยเคยได้ยินว่า ได้สืบทอดกันในสำนักมารบ้างพวกแต่มันไม่ได้ร้ายกาจขนาดนี้ ที่ข้าได้ยินเป็เพียงแค่การดูดพลังของคู่ต่อสู้ให้ลดทอนลงเฉยๆไม่คิดว่าจะสามารถดูดได้แม้กระทั่งชีวิตแบบนี้”
“เพราะสมัยก่อนมีจอมมารคนหนึ่งมองว่าวิชานี้ไม่ควรมีใครได้สืบทอด นางจึงได้ทำร้ายและฆ่าคนที่เป็วิชานี้ทั้งหมดแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนที่ยังสืบทอดต่อกันมา แต่ถึงยังงันก็เป็เพียงแค่วิชาเล็กน้อยใจความสำคัญส่วนใหญ่หายไปจากโลกนี้แล้ว”
“ไม่ทราบว่าเซียงหยางนางฝึกมาจากที่ได้”
“จะใครละก็ข้านี้ไงที่ถ่ายทอดให้นาง”
“คุณหนู...ท่านหรือท่านจะเป็จอมมารคนนั่น”
“ข้าอายุแค่10ปีจะเป็คนนั่นได้ยังไง เ้าไม่ต้องสนใจหรอก วิชาพรรคมาร วิชาพรรคธรรมมะ สุดท้ายก็มีไว้ใช้ฆ่าคนเหมือนกันถ้าฝึกวิชาธรรมแล้วฆ่าคนเป็ผักปลา เ้าว่าคนนั่นเป็ธรรมมะหรือเป็มาร”
“จริงด้วยหากวันนี้ข้าไม่ได้แม่นางเซียงหยางช่วยไว้ ก็คงต้องร้ายมากกว่าดีวิชายุทธก็เพียงวิชายุทธเท่านั่น ขอเพียงแค่แข็งแกร่งก็เพียงพอ”
“พี่สาวท่านนี้พูดได้ดีดูเหมือนพี่สาวอยากจะแข็งแกร่งขึ้นสินะ”
“หากคุณหนูเมตตาข้าก็ยินดีรับใช้ท่าน”
“เหมือนพี่สาวจะเข้าใจอะไรได้ง่ายหรือพี่สาวอยากได้วิชาแบบเซียงหยาง เหมือนท่าน้าพลังเพื่อไปทำบ้างสิ่งนะเข้าใจสถานการณ์ได้เร็วโดยที่ไม่ต้องคิดหรืออธิบายอะไรมาก ไม่เหมือนถังเทียนกว่าเขาจะรู้เื่ ข้าต้องอธิบายตั้งนาน”
“ด้วยสถานะของข้าไม่อาจเปิดเผยออกไปได้ เพราะอาจจะเป็อันตรายทั้งท่านและข้าเมื่อข้าแข็งแกร่งพอแล้ว ข้ายินดีที่จะบอกคุณหนูอย่างแน่นอนตอนนี้ให้ข้าเป็เพียงแค่ ถิงถิงก็เพียงพอแล้ว”
“เช่นนั่นก็ได้แต่ว่าหากจะข้ามอบให้ แล้วพี่สาวมีอะไรที่จะให้ข้าได้”
“ข้าน้อยไม่มีสิ่งมีค่า มีก็เพียงแต่ตัวข้า และความสามารถเท่านั่น”
“เห็นว่าพี่สาวเล่นพิณได้ไพเราะ เล่นให้ข้าฟังได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะเพราะนั่นเป็ความสามารถอย่างเดียวที่ข้ามี”
“ถ้าท่านจะเล่นบทเพลงทั่วไปมันไม่พอหรอกนะ ข้าอยากฟังบทเพลงที่ดีที่สุดที่ท่านสามารถเล่นให้ข้าฟังได้ให้ข้ารู้สึกว่าต้องรับท่านไว้”
ถิงถิง นำพิณที่ห่อผ้า ที่เอาหนีติดตัวมา เปิดออกและวางมันลงเป็โต๊ะ และเตรียมที่จะเล่นพิณเพื่อให้ทุกคนได้ฟัง
ในใจถิงถิง ยังไม่รู้ว่าจะเล่นเพลงใด เพราะเพลงที่เล่นทั่วไปแม้จะไพเราะแต่ก็ไม่ได้พิเศษอะไร ดูลักษณะของคุณหนูที่อยู่ตรงหน้าแล้ว การจะฟังนักเล่นพิณที่ดีที่สุดในเมืองหลวงนั่นก็ไม่ใช่เื่ยากเลย
“เช่นนั่นก็มีแต่บทเพลงที่ท่านแม่สอนแล้วข้าขอโทษด้วยท่านแม่ ท่านบอกว่าห้ามเล่นให้ใครได้ฟังอีกตลอดชีวิต แต่วันนี้ถ้าข้าไม่เล่นบทเพลงนี้ข้าเองก็อาจจะไม่มีทางรอดแล้วเหมือนกัน”
เมื่อถิงถิง เริ่มเล่นบทเพลงขึ้นเสียงพิณนั่นช่างแตกต่างกว่าที่เคยเล่นมา เสียงพิณที่ออกมีการแผงไปด้วยพลังิญญาที่แข็งแกร่ง ตอนนี้คนที่ฟังทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์เคลิบเคลิ้มไป มีเพียงแค่หลินเยว่อิงเท่านั่นที่ยังครองสติได้และเผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา
“บทเพลงห้วงคะนึงจิต”หลินเยว่อิงพูดขึ้น
ถิงถิงเมื่อได้ยินก็ใหยุดเล่นพิณ และพูดขึ้น
“ท่านรู้ชื่อเพลงได้อย่างไร”
“บทเพลงนี้ถึงจะมีคนรู้ไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่ความลับอะไรสักหน่อย คนในราชวงศ์ต้าฉู่ก็น่าจะรู้กันทุกคน ไม่ใช่หรือ”
“ถึงแม้จะไม่ใช่ความลับแต่บทเพลงนี้ไม่เคยถ่ายทอดให้คนนอกได้รู้ ถึงจะเคยได้ฟังแต่ก็ไม่มีทางรู้ชื่อบทเพลงนี้แต่คุณหนูท่านรู้ ท่านเป็ใครกันแน่ หรือท่านมีความเกี่ยวข้องกับสกุลยวน”
“นี้เกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้เหมือนข้าไม่รู้สึกตัว” ถังเทียนตื่นจากภวังค์
“คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเ้าค่ะ” เซียงหยางถามขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกแค่พวกเ้าฟังบทเพลงที่ไพเราะ จนพวกเ้าเคลิ้มไปเท่านั่น รู้สึกตัวมาก็ดีแล้วข้ามีเื่จะเล่าให้พวกเ้าฟังเล่นๆ แคว้นต้าฉู่ปกครองด้วยราชสกุลยวนมานานหลายร้อยปีถึงมีกฎบอยู่บ้างแต่ก็เกิดขึ้นเฉพาะในสายเืสกุลเดียวกันเท่านั่นไม่เคยเปลี่ยนการปกครองให้แก่สกุลอื่นเลยรวมทั้งอำนาจการปกครองก็ไม่เคยเสียให้แก่ขุนนางเลยพวกเ้าว่าสกุลยวนมีความสามารถมากหรือไม่”
“หากเป็อย่างที่คุณหนูว่ามาสกุลยวนต้องมีแต่ผู้ที่มีความสามารถมากแน่ๆ ปกครองมาหลายร้อยปีไม่เคยสูญเสียอำนาจให้ผู้ใด”
“เปล่าเลยสกุลยวนไม่ได้พิเศษอะไรไปจากราชวงศ์อื่นหรอกนะเพื่อแต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้ครองอำนาจได้เพียงแค่สกุลเดียวเท่านั่น นั่นคือธนูเทพพันลี้”
“ธนูเทพพันลี้เป็อาวุธวิเศษหรือครับ ถึงทำให้ราชสกุลยวนสามารถครองแผ่นดินได้ยาวนานไม่สั่นคลอน”
“ใชjแล้ว ก็ตามชื่อของมันมันเป็อาวุธิญญาที่สร้างด้วยชีวิตและเืของสกุลยวนเพื่อขับไล่ผู้บุกรุกจากต่างแดน ความสามารถของมันก็คือ ในระยะพันนี้จะไม่มีทางพลาดเป้า และไม่มีสิ่งใดก็ไม่สามารถป้องกันมันได้มันสามารถทะลุทะลวงได้ทุกสิ่ง”
“ร้ายกาจขนาดนั่นเลยแบบนี้แคว้นต้าฉู่ก็สามารถรวมแผ่นดินเอาชนะแคว้นอื่นได้ง่ายๆเลย”
“ก็ถ้ามันใช้ได้ง่ายก็คงเป็แบบนั่นแต่เพราะมันใช้ไม่ได้ง่ายๆนะสิ ผู้ใช้ จะมีเพียงคนที่เป็สายเืของสกุลยวนเท่านั่นถึงจะใช้ได้และเพราะมันเป็ธนูที่สร้างขึ้นด้วยชีวิตและเื ว่ากันว่าผู้ใช้เมื่อยิงศรออกไปจะทำให้พลังชีวิตหายไปและอายุสั้นลง และไม่เพียงเท่านั่น ผู้ใช้จะสูญเสียพลังิญญาจนหมดสติแม้อานุภาพจะร้ายกาจ ยิงเพียงแค่ดอกเดียวก็สามารถฆ่าผู้นำทัพของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแน่นอน ทำให้ไม่ว่าแคว้นใดเมื่อจะทำากับแคว้นฉู่จึงไม่สามารถส่งแม่ทัพมือดีเข้ามาสู้รบได้ เมื่อไม่มีผู้นำทัพที่ดีก็ไม่มีทางที่จะชนะศึกได้หรอก มีคนที่มีความสามารถใจกล้าลองอานุภาพของธนูนี้มาแล้วก็ตายตกไปทุกร้าย แต่เพราะข้อจำกัดในการใช้ทำให้แคว้นฉู่ไม่สามารถที่จะเป็เ้าแผ่นดินได้แต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะรุกรานแบบสุ่มสี่สุ่มห้ามีสายลับจากแคว้นมากมายแฝงตัวเพื่อจะไปขโมยอาวุธชิ้นนี้ แต่พลังอาฆาตของธนูร้ายแรงนักหากไม่ใช่คนสายเืตระกูลยวน เข้าใกล้เกิน 10 ก้าวจะถูกพลังอาฆาตตายทันทีก็สมกับเป็ธนูที่ปกป้องแขวนมาได้หลายร้อยปี”
“สามารถชนะาได้ด้วยธนูดอกเดียวแต่ก็ต้องสูญเสียไปมาก ผู้ใช้แม้จะชนะาแต่ก็ไม่อาจอยู่ครองแผ่นดิน”
“ใช้แล้วอีกอย่างไม่มีใครที่อยากตายหรอกนะ ถ้าจะทำา แย่งดินแดนกับแคว้นอื่นต้องใช้ศรกี่ดอกกันกว่าจะได้ครองแผ่นดิน สายเืสกุลยวนจะมีสักกี่คนที่ยอมตายแต่มันมีอีกเื่หนึ่งที่น่าสนใจ”
“เื่อะไรหรือครับคุณหนู”
“ก็คือในบรรดาบุตรชายสกุลยวน จะได้รับหน้าที่สืบทอดธนูเทพพันลี้ แต่กับผู้หญิงจะได้รับสืบทอดบทเพลงห้วงคะนึงจิตเป็วิชาจิติญญาที่มีเฉพาะในสกุลยวนใช้เพียงควบคุมลมปราณและจิติญญาของผู้ที่ฟังให้สงบร่วมทั้งซ่อมแซมจิติญญาให้กลับมาดังเดิม ข้าพูดถูกหรือไม่ ถิงถิง”
ถิงถิงนั่งฟังทุกอย่างมาตลอดโดยไม่พูดสิ่งใด
“คุณหนูท่านก็รู้ทุกอย่างแล้ว เื่ธนูเทพ คนทั่วไปต่างก็รู้กันจึงไม่มีใครกล้าที่จะบุกแคว้นฉู่ แต่เื่บทเพลงห้วงคะนึงจิตเราจะรู้กันเฉพาะในตระกูลยวนเท่านั่น ไม่บอกแก่คนนอกเด็ดขาดหากใครรู้คนนั่นจะถูกฆ่าทันที ข้าไม่ทราบว่าคุณหนูรู้ได้เช่นไร”
“ข้าไม่ได้รู้เพียงแค่นั่นยังรู้ด้วยอีกว่า ผู้ที่ใช้ธนูเทพพันลี้ จะสามารถยิงได้เพียงแค่ 3ดอกเพียงเท่านั่น ต่อให้คนผู้นั่นจะมีพลังยุทธอยู่ในระดับเจ็ดก็ตามแม้จะมีบทเพลงที่ช่วยรักษาแต่ก็ไม่อาจเรียกอายุขัยที่เสียไปได้ ข้าพูดถูกหรือไม่”
“แม้เื่นี้ท่านก็ยังรู้ท่านเป็ใครกันแน่ ท่านเกี่ยวข้องอันใดกับสกุลยวน”
“ทำใจเย็นๆเถอะข้าก็คือลูกสาวแม่ทัพหลินนั่นแหละ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเ้าและไม่ใช่ศัตรูเ้าหรอกนะ และเื่นี้ก็มีเพียงแค่เราที่อยู่ด้วยกันตรงนี้ที่รู้ส่วนว่าข้ารู้ได้อย่างไร ข้าไม่บอกเ้าหรอกนะ เอาเป็ว่า เ้าต่างหาก จะบอกได้หรือยังว่าเป็ใครคนที่ข้าต้องรับไว้ หากข้าไม่รู้ว่านางเป็ใคร ข้าก็คงไม่สบายใจที่จะรับไว้”
ถิงถิง มองหน้าหลินเยว่อิง ในใจก็คิดว่าถ้าหากว่าหาที่หลบภัยไม่ได้ คงต้องตายแน่ๆ ที่นี้จะเป็ที่หลบภัยให้เธออย่างดีหากออกไปก็คงโดยคนของหอดอกเหมยตามล่าตัว หรือดีไม่ดีตนที่รู้ความลับของที่นี้คงถูกเด็กคนนี้ฆ่าตายก่อน ก่อนที่จะได้ออกไปเสียอีกศพที่อยู่ข้างนอกก็เป็ผู้เยี่ยมยุทธแข็งแกร่งกว่านางหลายเท่ายังต้องตายแล้วนางมีทางเลือกอะไร อีกทั้งความลับของตนก็ถูกล่วงรู้โดยไม่คาดคิด
“ชื่อจริงของข้าน้อยคือ ยวนถิงเฟย เป็บุตรสาวขององค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นต้าฉู่ แม่ของข้าตายไปเพราะถูกน้องสาวของท่านแม่แย่งชิงอำนาจร่วมกับพี่น้องของนาง แม้ตอนนี้ยังไม่มีใครได้ขึ้นครองบัลลังก์เพราะเสด็จปู่ยังอยู่ แต่ท่านก็อายุมากแล้ว ทำให้ในราชวงศ์ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างแย่งชิงอำนาจเพื่อขึ้นสู่บัลลังก์ แม่ของข้าเป็องค์หญิงใหญ่ แต่ไม่เคยฝักใฝ่ในอำนาจหวังแต่เพียงได้ใช้ชีวิตมีครอบครัวที่สงบสุข แต่ท่านน้านางก็ตัดไฟั้แ่ต้นลมข้าและท่านพ่อต่างหนีกันมาจนถึงที่นี้ แคว้นนี้ หลายเดือนมานี้เพราะท่านพ่อาเ็จึงได้เสียไป แต่ข้าก็ไม่มีพลัง ไม่มีอำนาจจะกลับไปเพื่อทวงความเป็ธรรมข้าขอร้องหากท่านสามารถทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นได้ได้ ข้าก็ยินดีรับใช้ท่าน”
โชคชะตานำพาให้มาพบกันเื่ราวความแค้น การชิงอำนาจทั้งในบ้านเล็ก บ้านใหญ่ ผู้ครองแผ่นดินก็มากัน อนาคตเื่ราวของพวกเขาก็จะดำเนินต่อไปตามชะตากรรม