"เ้า... เ้าว่ายังไงนะ?" มู่อันหลานทวนคำพลางกระชับด้ามจอบในมือแน่น สายตามองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าที่ชื่อ เย่เฉินอวี่ ั้แ่หัวจรดเท้า
ชุดที่เขาใส่นั้นดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็คนแถวนี้ ผิวพรรณก็ผุดผ่องเสียจนนางนึกหมั่นไส้ แต่ที่แปลกที่สุดคือท่าทางที่ดู "ไม่ทันโลก" ของเขา เขาใช้มือบังแดดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ หมู่บ้านที่แห้งแล้งราวกับกำลังมองหาสถานที่ในตำนาน
"ข้าบอกว่า ข้าคือเย่เฉินอวี่ มาที่นี่เพื่อดูแลเ้า" เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนอ่านตำรา "ท่านอาจารย์ (หลงเทียนเย่) ส่งข้ามา เพราะเ้าต้องผ่าน 'เคราะห์รัก' หากเ้าเป็อะไรไปก่อนจะจบเคราะห์ พิธีสถาปนาเทพสูงสุดก็จะพังพินาศ"
มู่อันหลานอ้าปากค้าง ก่อนจะะเิหัวเราะออกมาจนตัวงอ "ฮ่าๆๆ! เคราะห์รัก? พิธีสถาปนา? นี่เ้าหนุ่ม... เ้าหนีออกจากโรงหมอที่ไหนมาหรือเปล่า? หน้าตาก็ดีแท้ๆ ไม่น่าสติฟั่นเฟือนเลย"
นางส่ายหัวอย่างระอา "ไปๆ ไปหาที่นอนใต้ต้นไม้โน่นไป อย่ามาขวางทางทำมาหากินข้า วันนี้ข้าต้องขุดตาน้ำให้เจอ ไม่อย่างนั้นหมูอ้วนของข้าได้กลายเป็หมูหันจริงๆ แน่!"
เย่เฉินอวี่ไม่ได้โกรธ เขาเพียงแต่ขยับย่ามที่เต็มไปด้วยคัมภีร์เื่เล่าของ ป่ายเสวี่ยเฟย ให้เข้าที่ (ซึ่งเขาตั้งใจจะแอบอ่านเวลาว่างจากงานที่อาจารย์สั่ง) แล้วเดินตามมู่อันหลานไปเงียบๆ ในสายตาของเขานางคือ "ภาระงาน" ที่อาจารย์ยัดเยียดให้ และเป็เซียนผู้ทำพิธีที่ดูจะ "สติไม่ดี" ยิ่งกว่าเขาเสียอีก
ผ่านไปสามวัน มู่อันหลานเริ่มรู้ซึ้งถึงคำว่า "เงาตามตัว" ของจริง
ไม่ว่านางจะไปขุดดิน ขนขี้หมู หรือเดินไปต่อราคากะหล่ำปลีในตลาด ห่างออกไปไม่เกินสิบก้าวจะต้องมีร่างของเย่เฉินอวี่ยืนนิ่งเป็รูปปั้นจ้องมองนางอยู่เสมอ เขาไม่ช่วยงาน ไม่แตะต้องจอบ แต่เขาจะยืนทำหน้านิ่งๆ เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ
"เ้าจะตามข้าไปถึงไหน! แม้แต่ตอนข้าเข้าส้วม เ้ายังจะมายืนเฝ้าหน้าประตูอีกรึ!" มู่อันหลานะโด่าพลางชี้หน้าเขา
เย่เฉินอวี่เงยหน้าจากพื้น "ข้าต้องแน่ใจว่าเ้าจะไม่ตายก่อนผ่านเคราะห์รัก... ว่าแต่ 'รัก' ของเ้าคือใครหรือ? ข้าจะได้รีบไปพาเขามาหาเ้า จะได้จบงานนี้เสียที ข้าอยากกลับไปนอนอ่านคัมภีร์จะแย่แล้ว"
"รักบ้านเ้าสิ! ข้ามีแต่หนี้! ไปไกลๆ เลยนะไอ้เด็กสติไม่ดี!" มู่อันหลานสะบัดหน้าหนี นางสรุปในใจไปเรียบร้อยแล้วว่าชายคนนี้คือคนบ้าที่หล่อแต่สมองกลับเท่านั้น
ทว่าความหงุดหงิดถึงขีดสุดเกิดขึ้นในตอนกลางคืน...
มู่อันหลานนอนเบียดกับมู่อันฉือน้องสาวในบ้านไม้หลังเก่า ท่ามกลางความเงียบสงัด นางััได้ถึง "สายตา" บางอย่างที่จ้องมองมา พอนางลืมตาขึ้นมาในความสลัว ก็เห็นเงาร่างของเย่เฉินอวี่ยนั่งอยู่บนขื่อคาบ้าน จ้องมองลงมาที่นางด้วยดวงตาไม่กะพริบ
"เ้าขึ้นไปทำอะไรบนนั้น!" มู่อันหลานแผดเสียงกระซิบ
"ข้างล่างมันยุงเยอะ ข้านั่งบนนี้เห็นเ้าชัดดี... ท่านอาจารย์กำชับว่าห้ามให้เ้าคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว" เย่เฉินอวี่ตอบเสียงซื่อ
"ลงมาเดี๋ยวนี้! แล้วออกไปนอนข้างนอก! ไม่อย่างนั้นข้าจะเอาศพหมูไปยัดใต้หมอนเ้า!"
กลางดึกคืนนั้น มู่อันหลานเดินมาล้างหน้าที่ตุ่มน้ำหลังบ้านด้วยความเพลียปนหงุดหงิด ขณะที่น้ำในตุ่มนิ่งสนิท ภาพของ หน้ากากมายา ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในเงาสะท้อน
"ฮ่าๆๆ... ดูท่าเ้าจะเจอ 'เคราะห์' ของจริงเข้าแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำหัวเราะเยาะเย้ยผ่านเงาสะท้อน "ผู้คุ้มกันที่เทพสูงสุดส่งมา ช่างเข้ากับเ้าได้ดีเหลือเกิน"
"เ้าหน้ากากผี! เ้าก็อีกคน เลิกโผล่มาแต่ในน้ำได้ไหม!" มู่อันหลานทุบผิวน้ำจนภาพสะท้อนแตกกระจาย "ทั้งคนบ้าข้างนอก ทั้งผีข้างในน้ำ... พวกเ้าเห็นข้าเป็ตัวตลกหรือไง!"
"ไม่ใช่ตัวตลก... แต่เป็ 'เป้าหมาย' ต่างหาก" หน้ากากมายาในน้ำที่เริ่มกลับมานิ่งพูดต่อ "เย่เฉินอวี่อาจจะดูไม่ทันโลก แต่มือที่เขาใช้วางคัมภีร์นั่นเคยสังหารเซียนมานับไม่ถ้วน... การที่เขามาอยู่ที่นี่ แปลว่าหลงเทียนเย่เริ่มทนรอ 'พิธีสถาปนา' ไม่ไหวแล้ว"
มู่อันหลานขมวดคิ้ว "หลงเทียนเย่อะไร เซียนอะไร... ข้าไม่รู้เื่! ข้าแค่จะขุดน้ำ!"
หน้ากากมายาหัวเราะทิ้งท้าย "เอาเถอะ... สนใจเื่น้ำในคลองของเ้าต่อไป เพราะพรุ่งนี้ 'เคราะห์' ที่เ้าเด็กบ้าข้างนอกนั่นรอคอย จะเดินทางมาถึงหมู่บ้านนี้ในรูปแบบของชายหนุ่มที่รวยที่สุด... และจะมาทำให้ชีวิตเ้าวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม"
มู่อันหลานชะงัก "รวยที่สุดรึ? หรือว่า... จะมีเศรษฐีมาจ้างข้าขุดดินจริงๆ!"
นางไม่ได้สนใจเื่ความรักแม้แต่น้อย แต่กำลังคิดว่าถ้ามีคนรวยมาจริงๆ นางจะหลอกเอาเงินมาซื้อยาให้น้องสาวได้ยังไงต่างหาก! โดยที่นางไม่รู้เลยว่า บนหลังคาบ้าน เย่เฉินอวี่กำลังถอนหายใจพลางเปิดคัมภีร์เื่เล่าของป่ายเสวี่ยเฟยอ่านฆ่าเวลา
‘งานดูแลเซียนสติเฟื่องนี่มันน่าเบื่อจริงๆ... เมื่อไหร่นางจะเจอคนรักแล้วผ่านเคราะห์ไปซะทีนะ’ เขาคิดในใจ
เช้าวันต่อมา แสงแดดแผดเผาจนดินแตกระแหง มู่อันหลาน แบกจอบคู่ใจออกมาที่หลุมดินด้วยสภาพขอบตาคล้ำเพราะนอนไม่หลับ เมื่อคืนนางถูกสายตาของ เย่เฉินอวี่ จ้องเขม็งมาจากขื่อคาบ้านจนระแวงไปหมด พอรุ่งเช้านางเดินออกมากลางทุ่ง ก็พบว่าเขามารอนางอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับถือคัมภีร์เื่เล่าของ ป่ายเสวี่ยเฟย เล่มหนาเตอะบังแดดให้ตัวเอง
"เ้ามาทำอะไรตรงนี้แต่เช้า! ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องตาม!" มู่อันหลานคำรามพลางปักจอบลงดิน
"ข้าต้องสังเกตการณ์พฤติกรรมเ้าทุกย่างก้าว" เย่เฉินอวี่ตอบเสียงเรียบพลางพลิกหน้ากระดาษ "ในคัมภีร์บอกว่า ยอดเซียนมักจะซ่อนตัวในที่ลำบาก แต่ข้าไม่ยักรู้ว่า 'เซียนผู้ทำพิธี' จะชอบขุดดินร่วนๆ แบบนี้ เ้ากำลังพยายามสื่อสารกับจิติญญาปฐีเพื่อผ่านเคราะห์รักหรือ?"
"ข้าขุดหาตาน้ำ! น้ำน่ะรู้จักไหม! ถ้าขุดไม่เจอ ข้าจะเอาหัวเ้าไปโหม่งดินแทนจอบนี่แหละ!" มู่อันหลานตะคอกกลับอย่างหงุดหงิด
นางเริ่มขุดดินอย่างบ้าคลั่ง เหงื่อไหลไคลย้อยจนเสื้อผ้าป่านแนบเนื้อ ทว่าทุกครั้งที่นางเหวี่ยงจอบลงไป เย่เฉินอวี่จะเดินขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เพื่อ "สังเกต" ให้ชัดเจนขึ้น จนบางครั้งด้ามจอบเกือบจะฟาดโดนจมูกโด่งๆ ของเขา
"ถอยไป! ไอ้เด็กบ้า! เ้าเกะกะข้า!"
"ข้าถอยไม่ได้ ข้าต้องดูแลเ้า" เขาพูดพลางยื่นขวดหยกเล็กๆ มาข้างหน้านาง "นี่คือน้ำค้าง์พันปี... อ้อ ไม่ใช่สิ ท่านอาจารย์บอกว่าให้เ้าใช้ชีวิตแบบมนุษย์ งั้นนี่คือน้ำต้มสุกธรรมดา ดื่มซะ เ้าดูเหมือนจะตายได้ทุกเมื่อ"
มู่อันหลานคว้าขวดน้ำมาดื่มอึกๆ อย่างเสียไม่ได้ "เออ! ขอบใจ! แต่เลิกจ้องข้าเหมือนข้าเป็ตัวประหลาดซะที"
ใน่สาย หวางต้า และกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ถูกนางหลอกเื่ "หมูอ้วนเจอเจอตาน้ำ์" เมื่อวานนี้ เดินตรงมาที่หลุมดินด้วยท่าทางฮึดฮัด "อันหลาน! ข้าขุดมาครึ่งค่อนวันแล้ว ไม่เห็นจะมีหยกมรกตหรือกลิ่นน้ำทิพย์อะไรเลย เ้าหลอกพวกข้าหรือเปล่า!"
มู่อันหลานชะงัก นางรีบปั้นหน้าเศร้าบีบน้ำตาอย่างรวดเร็ว "โธ่ พี่หวางต้า... ท่านไม่เห็นรึว่าตอนนี้มี 'คุณชายสติไม่ดี' มาตามรังควานข้า! พลังงานลบของเขาทำให้ตาน้ำมันเคลื่อนที่หนีไปน่ะสิ!"
นางชี้นิ้วไปทางเย่เฉินอวี่ที่ยืนหน้านิ่งอ่านคัมภีร์อยู่ใต้ต้นไม้
"หมอนั่นน่ะรึ?" หวางต้าหันไปมองเย่เฉินอวี่ "ท่าทางดูสำรวยเหลือเกิน มาจากไหนกัน?"
"มาจากโรงหมอในเมืองหลวงจ้ะพี่!" มู่อันหลานรีบใส่ไฟกระซิบกระซาบ "เขาเชื่อว่าตัวเองเป็เทพเ้ามาตามหาเมีย ถ้าพวกพี่อยากให้ตาน้ำโผล่ ต้องช่วยกันขุดให้ลึกกว่าเดิมเพื่อกลบเสียงอ่านคัมภีร์ของเขา!"
เย่เฉินอวี่เงยหน้าขึ้นมาพอดี เขาเห็นคนกลุ่มใหญ่จ้องเขาอย่างกินเืกินเนื้อ จึงพยักหน้าให้หนึ่งทีตามมารยาทเซียน "พวกเ้า... ขยันกันดีนะ ข้าจะจดบันทึกความดีของพวกเ้าไว้"
"บันทึกความดีบ้านแกสิ!" หวางต้าสบถ "ขุดโว้ยพวกเรา! อย่าให้ไอ้เด็กสติเพี้ยนนี่มาทำลายฮวงจุ้ยตาน้ำของอันหลาน!"
มู่อันหลานแอบแสยะยิ้มกะล่อน รอดไปอีกที... ใช้คนบ้าให้เป็ประโยชน์มันดีอย่างนี้นี่เอง
ตกบ่าย ในขณะที่ทุกคนกำลังขุดดินกันอย่างเอาเป็เอาตาย เสียงกระดิ่งลมและเสียงฝีเท้าม้านับสิบก็ดังขึ้นที่ทางเข้าหมู่บ้าน ขบวนรถม้าที่ประดับประดาด้วยทองคำและผ้าแพรชั้นดีเคลื่อนตัวเข้ามาหยุดอยู่ไม่ไกลจากหลุมดิน
ขบวนรถม้าหรูหราหยุดลงพร้อมกับเสียงกระดิ่งลมที่สั่นไหว คุณชายสิบสาม ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทางโอหัง เขาคือคุณชายเ้าสำราญที่ตั้งใจจะมาโปรยเงินซื้อตัวสาวงามไปบำเรอในคฤหาสน์
"ไหนล่ะ... สาวงามที่ว่ากันว่าจุติมากลางทุ่งนา? ข้าจะเอาทองคำฟาดหัวนางแล้วอุ้มขึ้นรถม้าเดี๋ยวนี้!" คุณชายสิบสามประกาศก้อง
ทว่า... เมื่อเขามองไปยังจุดที่มู่อันหลานยืนอยู่ เขาก็ต้องชะงักแข็งค้าง มู่อันหลาน ในสภาพมอมแมมไปด้วยโคลนั้แ่หัวจรดเท้า ฟันหลอไปซี่หนึ่งเพราะเคี้ยวหัวมันแข็งๆ แถมในมือยังถือจอบที่เปื้อนขี้หมู นางพุ่งตรงเข้าหาเขาด้วยแววตาหิวกระหาย... หิวกระหายเงิน!
"คุณชาย! ทองนั่น! ข้าขอนะ!" มู่อันหลานกระโจนเข้าหาหมายจะคว้าถุงเงินที่เอวเขา
คุณชายสิบสามหน้าซีดเผือด "เฮ้ย! ยัยผีดินนี่เป็ใคร! อย่าเข้ามานะ! เสื้อผ้าข้าตัดมาแพง!" เขาถอยกรูดหนีความตะกละตะกลามของนางเอกที่จ้องจะเอาเงินลูกเดียว จนสุดท้ายคุณชายผู้บ้ากามถึงกับขวัญกระเจิง สั่งลูกน้องให้กลับรถม้าหนีหายไปในฝุ่นตลบ
ตัดภาพมาบนวิมานนิรันดร์ หลงเทียนเย่ ที่นั่งดูภาพเหตุการณ์ผ่านกระจกส่องโลกถึงกับกุมขมับจนเส้นเืปูด "ก็แค่รักๆ กันให้มันจบไป... มันยากตรงไหน! ขนาดชายชั่วที่หวังแค่ร่างกายนางยังทนความงกของนางไม่ไหวหนีหายไปเอง แล้วเคราะห์รักนี้ข้าจะต้องรอไปอีกกี่หมื่นปี!"
ที่ทุ่งนา มู่อันหลานถุยน้ำลายลงพื้นอย่างเสียดาย "โธ่... นึกว่าจะรวยทางลัดซะแล้ว" นางหันกลับมาจับจอบขุดดินต่ออย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงบ่นของหวางต้าและชาวบ้านที่เริ่มถอดใจเพราะขุดเท่าไหร่ก็เจอแต่หิน
เย่เฉินอวี่ ที่ยืนดูอยู่ใต้ต้นไม้เริ่มมีสีหน้าหงุดหงิด เขาเบื่อการรอคอยที่แสนเต่าคลานนี้เต็มที เขาอยากกลับไปนอนอ่านคัมภีร์ป่ายเสวี่ยเฟยใจจะขาด!
"ขุดแบบนั้นชาติหน้าก็ไม่เจอน้ำหรอก!" เย่เฉินอวี่เดินดุ่มๆ เข้ามากลางวง เขาแย่งเสียมมาจากชาวบ้านคนหนึ่ง "หลบไป! ข้าจะทำให้ดูว่าการเปิดตาน้ำที่แท้จริงมันเป็ยังไง!"
"เฮ้ย! เ้าคนบ้า อย่ามาเกะกะ..." มู่อันหลานยังพูดไม่จบ
เย่เฉินอวี่รวบรวมพลังเซียนเพียงเศษเสี้ยว (ที่เขาคิดว่าน้อยแล้ว) กระแทกเสียมลงไปในดินเพียงครั้งเดียว!
ตู้มมมมม!
แผ่นดินะเืเลื่อนลั่น น้ำใต้ดินพุ่งกระฉูดขึ้นมาสูงเสียดฟ้าดุจน้ำพุ์ ชาวบ้านต่างร้องไชโยด้วยความดีใจ มู่อันหลานะโโลดเต้น "รวยแล้ว! น้ำออกแล้ว!"
ทว่าในวินาทีแห่งความสุขนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มทันตาเห็น!
เปรี้ยงงงงงง!
สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาที่กลางกระหม่อมของเย่เฉินอวี่จนตัวดำเป็ตอตะโก พร้อมกับเสียงกัมปนาทจากฟากฟ้าที่ดังก้องเฉพาะในหูของเขา: "เซียนห้ามแทรกแซงกรรมของมนุษย์! นี่คือการเตือนครั้งสุดท้าย!"
เย่เฉินอวี่ล้มตึงลงกับพื้น ควันลอยออกจากปาก "ข้า... ข้าแค่รำคาญ..." เขาพึมพำก่อนจะสลบไป มู่อันหลานไม่ได้สนใจเขาเลย นางกำลังรีบเอาถังมาตวงน้ำอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะที่หมู่บ้านกำลังโกลาหลด้วยน้ำพุและคนโดนฟ้าผ่า หญิงสาวผู้หนึ่งเดินสง่างามผ่านมาตามทางฝุ่น นางสวมชุดเรียบง่ายคล้ายนักเดินทางแต่ท่วงท่ากลับดูน่าเกรงขามและเด็ดเดี่ยว ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว
นางหยุดยืนมองมู่อันหลานที่กำลังอาบน้ำพุอย่างมีความสุข "แม่นาง... ข้าขอถามทางหน่อย บ้านของตระกูลมู่อยู่ที่ไหนหรือ?"
มู่อันหลานชะงัก หันไปมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณความกะล่อนที่ทำงานทันที ผู้หญิงคนนี้ดูท่าทางมีเงิน!
"โอ้! ท่านจะไปบ้านตระกูลมู่อยู่พอดีเลยหรือจ๊ะ?" มู่อันหลานรีบวางถังน้ำแล้วปั้นหน้ายิ้มหวาน "นั่นบ้านข้าเอง! ข้าชื่อมู่อันหลาน เป็คุณหนู (กำมะลอ) แห่งบ้านมู่ มาเถอะจ้ะ ข้าจะนำทางไปเอง แลกกับค่าเสียเวลานิดๆ หน่อยๆ นะจ๊ะ!"
เย่เฉินอวี่ที่เพิ่งฟื้นและตัวยังไหม้เกรียม รีบคลานตามไปพลางจดบันทึกด้วยมือสั่นเทา: ‘วันที่ 5: ท่านผู้ทำพิธีเปิดตาน้ำได้สำเร็จ (ด้วยฝีมือข้าที่โดนฟ้าผ่า) และตอนนี้กำลังจะพา "เคราะห์" คนใหม่เข้าบ้าน... ดูเหมือนเคราะห์รักครั้งนี้จะเปลี่ยนรสชาติจากบุรุษกลายเป็สตรีเสียแล้ว...’
สวัสดีเรา Conawa เื่นี้เป็แนวจีนโบราณ ชื่อตัวละครนี่เราก็จำแทบไม่ได้ แล้วอีกอย่าง
อย่างน้อยน้อง เย่เฉินอวี่ ก็ช่วยนะ