“ดอกบัว...อีดอกบัวมึงอยู่ไหน ดอกบัว!!...”
“ฉันอยู่นี่...”
ดอกบัว หรือว่า “ทิพรดา” เดินออกมาจากข้างหลังบ้านด้วยความไม่เข้าใจว่าพี่สาวจะเรียกเธอทำไม ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังทำกับข้าวที่จะไปเยี่ยมแม่ของเธอที่โรงบาล ทิพรดาเป็หญิงสาวหน้าตาสวยนิสัยดีขยันทำงานไม่รู้จักคำว่าท้อ เพราะว่าเธอนั้นเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแสนยากจน แต่เธอก็ไม่เคยโทษฟ้าหรือ์ที่ส่งให้เธอมาเกิดในครอบครัวที่ยากจน เธอมีความสุขมากกว่าเพราะว่าพ่อแม่ของเธอรักเธอมาก ให้ความรักและเอาใจเธอทุกอย่างเธอจึงมีความสุขมาก แต่ชีวิตของเธอก็ต้องลำบากมากกว่าเดิมหลังจากที่พ่อของเธอตายไป หลังจากนั้นได้ไม่นานแม่ของเธอก็แต่งงานใหม่เพื่อที่จะได้มีคนมาช่วยดูแล ทุกอย่างมันกลับไม่ได้เป็อย่างที่คิดไว้เมื่อวันเวลาผ่านไปหลายปีสามีใหม่แม่ของเธอก็เริ่มออกลาย จากหน้ามือเป็หลังมือทันทีเมื่อเธอเริ่มทำงานหาเงินใช้เองเป็แล้ว
“กับข้าวฉันเสร็จหรือยัง”
“อยู่ในครัว พี่ก็ไปหากินเองแล้วกันฉันจะเอาข้าวไปให้แม่ที่โรงบาล”ทิพรดาเธอบอกแล้วก็เดินเข้าไปในห้องตัวเองเพื่อที่จะได้อาบน้ำ หลังจากที่เธอนั้นพึ่งทำงานบ้านเสร็จ กุลจิราเธอก็เดินเข้าไปในครัวว่าวันนี้มีอะไรกินบ้าง เธอตื่นขึ้นมาแล้วก็รู้สึกหิวเธอเลยมาหาอะไรกินในครัว
“ดูสิวันนี้มีอะไรกิน”เธอเปิดตู้กับข้าวออกแล้วก็ดูว่ามีอะไรกินบ้าง แต่สิ่งที่เธอเห็นนั้นมีเพียงไข่ต้ม น้ำพริกหนุ่ม แล้วก็ลวกผักอีกสองสามอย่าง
“ทำไมมีแต่ไข่ต้มกับน้ำพริกเนี่ย ใครจะไปกินว่ะ”กุลจิราจึงเดินไปเปิดดูปิ่นโตข้าวที่ทิพรดาจะเอาไปให้ผู้เป็แม่ที่ป่วยอยู่โรงบาล
“นางดอกบัว...ทำไมกับข้าวของแม่มึงมีหมูทอดแต่ทำไมของกูไม่ได้กิน นางดอกบัว!!...”เธอไม่ยอมที่จะกินข้าวกับไข่ต้มอย่างแน่นอนเธอก็เลยเดินเข้าไปในบ้านเพื่อที่จะหาเื่ทิพรดาทันที ขจรก็เดินมาที่ครัวพอดีหลังจากที่เขาตื่นเขาก็รู้สึกหิวเหมือนกัน แล้วก็คิดว่าทิพรดานั้นน่าจะทำกับข้าวไว้ในครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“นางดอกบัวมึงเปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้”
“มีอะไรกันลูกแหวน เสียงดังอะไรแต่เช้า...”ขจรถามลูกสาวสุดที่รักของตัวเองที่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังไม่พอใจอะไรให้กับทิพรดาอยู่
“ก็นางดอกบัวนะสิพ่อ มันทำหมูทอดไปให้แม่มันกินที่โรงบาล แต่มันทำแค่ไข่ต้มกับน้ำพริกให้เรากินเท่านั้น แหวนไม่ยอมนะพ่อแหวนอยากกินหมูทอด”
“ทำไมมันทำอย่างนี้ เรียกมันออกมาพ่อจะจัดการมันให้เอง มันจะมาทำอย่างนี้กับลูกของพ่อได้ยังไง”
“ค่ะพ่อ นางดอกบัว!!...เปิดประตู”
ปัง ปัง ปัง!!!
“..............”ทิพรดาที่กำลังจะเตรียมเสื้อผ้าไปอาบน้ำก็ต้องหยุดแล้วก็เดินมาเปิดประตูทันที ซึ่งเธอก็พอรู้ว่าสองพ่อลูกนี้ต้องมาหาเื่เธอแน่ๆ เธอไม่ชอบเลยสองพ่อลูกนี้ที่ชอบเอาเปรียบเธอกับแม่ของเธออยู่ตลอดเวลา
“มีอะไร...”
“ทำไมกับข้าวกูถึงได้เป็ไข่ต้ม มึงไปทอดหมูให้กูกินเดี๋ยวนี้”
“พี่ก็ไปทำเองสิ ฉันจะไปอาบน้ำเอาข้าวไปให้แม่”
“แต่มึงต้องไปทำให้ลูกกู มึงไม่เห็นหรือไงว่าลูกกูอยากกินหมูทอดเหมือนกับแม่ของมึง”ขจรเธอเห็นว่าทิพรดาจะไม่ทำตามที่กุลจิราบอก เขาก็เลยบังคับให้ทิพรดาไปทำให้เดี๋ยวนี้
“ฉันไม่ทำ ตอนนี้แม่ก็รอกินข้าวเหมือนกัน”
“นั่นมันเื่ของแม่มึง มึงอย่าลืมว่าวันนั้นถ้ากูไม่เป็คนพามึงไปโรงบาลตอนนั้นมึงก็คงตายไปแล้ว มึงกับแม่มึงติดบุญคุณกูมึงอย่าลืม ไปทำให้ลูกกูกินเดี๋ยวนี้”
“พี่แหวนก็โตแล้วก็ไปทำเองสิ ฉันไม่ทำให้ใครทั้งนั้นถ้ากินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”
“นางดอกบัว!!..”
เพียะ!!!
“...............”ทิพรดาเธอถูกตบทันทีเมื่อกุลจิราไม่ยอมแล้วก็จะให้ทิพรดาทำให้เธอกินให้ได้วันนี้ ทิพรดาเธอยกมือขึ้นจับที่แก้มของตัวเองด้วยความเจ็บใจที่กุลจิราทำอย่างนี้กับเธออีกแล้ว
“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ทำ...”
“มึงไม่ทำใช่ไหม ได้...มึงต้องเจ็บตัวก่อนใช่ไหมถึงจะทำ”
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!
“โอ๊ยพ่อ...ฉันเจ็บปล่อยฉันนะ...”ทิพรดาเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อเธอตีด้วยไม้เรียวที่วางอยู่บนหลังตู้เย็น ขจรเขาไม่สนใจว่าทิพรดาจะเจ็บหรือไม่เพราะว่าไม่ใช่ลูกของตัวเอง สิ่งที่เขา้าคืออยากให้ทิพรดาทำตามที่พวกเขาสั่งทุกอย่าง
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!
“จำไว้มึงอย่ามาลองดีกับกู กูกับลูกกูบอกให้ทำอะไรมึงต้องทำ มึงไปทำให้กูกับลูกกูกินเดี๋ยวนี้”ขจรเขาบอกแล้วก็เอาไม้เรียววางไว้หลังตู้เย็นเหมือนเดิน ก่อนที่จะเดินออกไปที่หน้าบ้านด้วยความหงุดหงิดไม่พอใจทิพรดา
“มึงไม่ใช่น้องกูไม่ใช่ลูกพ่อกู กูกับพ่อกูไม่สนใจมึงหรอกว่าจะเป็ยังไง ไปทำให้กูกินเดี๋ยวนี้...”กุลจิราเธอยิ้มแล้วก็เดินออกไปด้วยความสะใจที่ทิพรดาถูกดีอย่างนี้ ยังไงซะทิพรดาก็ไม่มีทางที่จะกล้าขัดใจเธอกับพ่อของเธอได้
“อดทนไว้บัว...เราจะต้องพาแม่ไปอยู่ที่อื่นให้ได้”ทิพรดาเธอพูดกับตัวเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บใจ ก่อนที่เธอจะรีบไปจัดการทำที่ทั้งสองคนนั้น้า ตอนนี้เธอก็กลัวว่าแม่ของเธอที่โรงบาลจะหิวแล้วด้วย เธอพยายามต่อต้านขจรกับกุลจิรามาตลอดแต่เธอก็ต้องเจ็บตัวทุกครั้ง บางทีขจรก็ไปตบดีแม่ของเธอแทนถ้าหากว่าเธอนั้นไม่ยอมทำตามที่บอก
ทิพรดาเธอมาโรงบาลด้วยแววตาที่เศร้าแล้วก็ไม่มีความสุข แต่เธอก็พยายามเก็บเื่ที่เกิดขึ้นไว้ไม่ให้แม่ของเธอรู้ ไม่อย่างนั้นแม่ของเธอก็ต้องเป็ห่วงแล้วก็อยากออกจากโรงบาล แม่ของเธอสุขภาพไม่ค่อยดีด้วยทิพรดาเธอจึงทำทุกอย่างเพื่อให้แม่ของเธอไม่ต้องเป็ห่วง ถึงแม้ว่าตัวเองนั้นจะถูกตีแล้วก็ถูกกุลจิราตบตัวเองไม่รู้ว่าตั้งกี่ครั้ง ตอนนี้ก็สายแล้วด้วยเธอต้องรีบเอาข้าวมาให้ผู้เป็แม่ก่อนที่เธอนั้นจะต้องไปทำงานต่อ เลิกงานเธอค่อยได้กลับมาอยู่ดูแลผู้เป็แม่ ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่มีเงินมาจ่ายค่ายาให้กับแม่ของเธอ ไหนจะเป็ค่าน้ำค่าไฟค่ากับข้าวในบ้านอีกเธอต้องเป็คนหาอยู่คนเดียว ถึงแม้ว่าเธอจะเหนื่อยแค่ไหนแต่เธอก็ต้องอดทน
“อร่อยไหมจ๊ะแม่..”
“จ๊ะ...ลูกแม่ทำกับข้าวเก่งที่สุดเลย”
“อย่างนี้บัวก็เขินแย่เลยสิคะแม่ แค่หมูทอดเองนะคะ...”ทิพกาเธอมองดูลูกสาวแล้วก็ยิ้มด้วยความภูมิใจที่ยอมลำบากแล้วก็ทำเพื่อเธอทุกอย่างมาตลอด เธอเองก็สงสารลูกไม่น้อยแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ร่างกายของเธอได้อ่อนแอลงทุกวัน จนเธอไม่รู้เลยว่าเธอนั้นจะอยู่เคียงข้างมองดูว่าอนาคตของทิพรดานั้นจะไปถึงฝันหรือเปล่า
“ไม่ว่าลูกของแม่จะทำอะไร ก็อร่อยทุกอย่างเลยรู้ไหม”
“แม่อ่า...ขอบคุณนะคะแม่ อื้อแม่...เดี๋ยวบัวต้องไปทำงานแล้วนะคะ ตอนนี้ก็สายแล้วด้วยค่ะ...”
“ไปทำงานเถอะลูก แม่อยู่ได้...ลูกก็ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“จ๊ะแม่ เลิกงานแล้วบัวจะรีบมาหาแม่นะจ๊ะ”
“จ๊ะลูก...”
“ก่อนไปบัวขอกำลังหน่อยนะคะ”ทิพรดาเธอลุกขึ้นแล้วก็ก้มลงไปหอมแก้มของทิพกาเหมือนเช่นทุกครั้งก่อนที่จะไปทำงาน โดยที่มีใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาดูคนป่วยในวันแรกก็ได้เห็นทิพรดากำลังหอมแก้มของผู้เป็แม่อยู่ เธอรู้สึกว่ามันเป็ภาพที่น่ามองไม่น้อย
“ไปได้แล้วไปลูกสายแล้ว”
“บัวจะรีบกลับมานะคะ บัวรักแม่นะ”ทิพรดาเธอพูดจบแล้วก็จับกระเป๋าออกไปจากห้องของคนป่วยรวมทันที ทิพกามองดูตามหลังลูกสาวที่วิ่งออกไปก็น้ำตาไหลออกมาอย่างสงสารลูก เมื่อกี้เธอเห็นรอยช้ำตรงที่มุมปากของทิพรดาก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่ทิพรดาไม่บอกตัวเองก็เพราะไม่อยากให้เธอเป็ห่วง เพราะความไม่บอกนี่แหละเธอยิ่งสงสารทิพรดา
“ลูกสาวของคุณป้าหรอคะ”
จินดา หรือว่า “จินดาพร” เป็หมอใหม่ที่พึ่งย้ายมาทำงานวันนี้เป็วันแรก ถามทิพกาหลังจากที่ทิพรดาออกไปจากตรงนั้นแล้ว จินดาพรเธอเป็คนนิ่งๆเงียบๆชอบช่วยเหลือคนอื่น เธอเป็คนสวยแต่ตอนนี้ยังไม่มีแฟนหลังจากที่เธออกหักเมื่อสามปีก่อน เพราะแฟนของเธอไปแต่งงานกับคนที่พ่อแม่ของฝ่ายนั้นเลือกให้ ซึ่งเธอสองคนจากกันด้วยดีไม่ได้ทะเลาะหรือว่าผิดใจกันก่อนเลิก เธอเข้าใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะคนรักของเธอต้องทำตามที่พ่อแม่บอก จินดาพรเธอจึงไม่โกรธแล้วก็เข้าใจ จนถึงในตอนนี้เธอก็ยังเธอก็ยังไม่ยอมเปิดใจให้กับใครเข้ามา
“ใช่จ๊ะคุณหมอ”
“น้อยคนมากนะคะที่ลูกจะแสดงความรักกับแม่อย่างนี้ ส่วนใหญ่หนูเห็นมาเฝ้าแต่ก็ไม่ค่อยสนใจเอาแต่เล่นโทรศัพท์ ลูกสาวของป้าน่าจะรักป้ามากเลยนะคะ”จินดาพรเธอเล่าตามสิ่งที่เธอเคยเห็นมาตอนที่เธอทำงานอยู่ที่โรงบาลเดิม
“ใช่จ๊ะดอกบัวเขารักป้ามาก ั้แ่พ่อเขาจากไปก็มีแต่ป้านี่แหละ ดอกบัวเคยเป็เด็กที่ร่าเริงเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ป้าเห็นแต่ความลำบากของลูกป้า เออ...ป้าขอโทษด้วยนะคะหมอที่เผลอพูดอะไรออกไป”
“ไม่เป็ไรค่ะคุณป้า หมออย่างหนูรับฟังทุกอย่างที่คนไข้พูดค่ะ แต่ที่ป้าบอกว่าลูกสาวป้าลำบากนั้นลำบากยังไงคะ”จินดาพรเธอรู้สึกสนใจเื่ของทิพรดาขึ้นมาเมื่อได้ยินคำว่าลำบาก เธอดูจากลักษณะของทิพรดาแล้วน่าจะอายุสักสิบแปดสิบเก้าปีได้ ทำไมอายุแค่นี้ถึงได้มีชีวิตที่ลำบาก
“ปีนี้ลูกสาวป้าพึ่งสิบเก้าปีได้เรียนหนังสือแค่จบมอหก ลูกสาวป้าเขาอยากเรียนต่อเป็หมอเหมือนอย่างที่พ่อเขาฝันไว้ แต่ป้าก็ไม่มีเงินส่งให้ลูกสาวป้าได้เรียน ลูกสาวป้าจึงต้องไปทำงานตามร้านอาหารเพื่อที่จะเก็บเงินไว้ได้เรียนต่อปริญญา ป้าสงสารเขาแต่ป้าก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากให้กำลังใจเขาเท่านั้น ป้าก็เจ็บออดๆแอดๆสามวันดีสี่วันไข้ เทียวเข้าโรงบาลเป็ว่าเล่นเงินที่ลูกสาวป้าเก็บไว้เพื่อเรียนก็ต้องเอามาจ่ายค่ายาแล้วก็ค่าโรงบาลให้ป้า”ทิพกาเธอพูดแล้วก็น้ำตาไหลออกมาด้วยความสงสารทิพรดา จนบางครั้งเธอรู้สึกว่าเธออยากจะตายไปให้สิ้นเื่ ทิพรดาจะได้ไม่ต้องมาคอยดูแลคนแก่ที่คอยป่วยอย่างเธอ แต่เธอก็ทำไม่ได้อย่างที่คิดเพราะถ้าเธอจากไปเธอไม่รู้เลยว่าทิพรดาจะเป็ยังไง ขจรกับกุลจิราต้องคอยทำร้ายทิพรดาไม่มีหยุดแน่ๆ
“ลำบากในวันนี้วันข้างหน้าก็จะสบายนะคะคุณป้า คุณป้าอย่าคิดมากเลยนะคะ หนูเชื่อว่าคนทำดีเลี้ยงดูบุพการียังไงก็ต้องมีชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า”
“ขอบใจนะจ๊ะหนู คนแกอย่างป้าก็ขี้แยอย่างนี้แหละ”ทิพกาเธอขอบคุณจินดาพรแล้วก็จับกระดาษทิชชู่เช็ดหน้าเอง เมื่อจินดาพรจับกระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง
“หมอจินดาคะ หมอใหญ่ให้มาตามไปพบที่ห้องค่ะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวหมอตามไป”จินดาหันไปบอกพยาบาลที่มาตามเธอแล้วก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวที่จะไปพบกับหมอใหญ่ ซึ่งเธอยังไม่ได้ไปรายงานตัวด้วยที่มาทำงานวันนี้เป็วันแรก
“หนูไปทำงานก่อนนะคะป้า คุณป้าพักผ่อนเยอะๆนะคะ”
“ค่ะหมอ”จินดาพรมองดูใบหน้าของทิพกาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้อง เธอไม่คิดว่าเื่ที่ทิพกาเล่าให้เธอฟังมันจะรู้สึกเศร้าอย่างนี้ เธอเกิดมาไม่เคยลำบากอย่างนี้มาก่อนเลย จินดาพรเธอเกิดขึ้นมาในครอบครัวที่มีให้เธอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็บ้านที่หลังใหญ่โตอย่างกับคฤหาสน์ มีเงินใช้ไม่เคยขาดแล้วก็มีมากจนเธอไม่รู้ว่ากี่ชาติเธอถึงจะใช้หมด นั่นมันก็ถือว่าเป็เื่ที่โชคดีของเธอที่ไม่ได้เกิดมายากจนแสนลำบากเหมือนอย่างครอบครัวทิพรดา
ตอนนี้เป็เวลาบ่ายโมงกว่าแล้วแต่ทิพรดาพึ่งได้พักกินข้าวเที่ยง ั้แ่เช้าที่เปิดร้านมาลูกค้าก็เข้ามาตลอดจนเสริฟให้ลูกค้าแทบจะไม่ทัน ทิพรดาเธอจึงไม่ได้โทรหาทิพกาเลยว่าได้กินข้าวกินยาหรือยัง ถึงแม้ว่าเธอจะตั้งใจทำงานแต่เธอก็คิดถึงผู้เป็แม่ตลอดว่าจะเป็ยังไงบ้าง แม้แต่ตอนกินข้าวอยู่อย่างนี้อาหารที่เธอได้กินเธอก็มักจะคิดถึงผู้เป็แม่ของเธอ เธออยากจะให้แม่ของเธอได้กินกับข้าวได้กินอาหารเหมือนอย่างที่เธอกิน ถ้าตอนนี้แม่ของเธอไม่ได้ป่วยแล้วอยู่ที่บ้านก็คงจะได้กินข้าวกับน้ำปลาบ้าง หรือแค่น้ำพริกกับผักลวกเท่านั้นเพราะกับข้าวนั้นสองแม่ลูกกินหมดไม่เคยเหลือไว้ให้แม่ของเธอได้กินเลย ทั้งที่แม่ของเธอนั้นเป็คนทำให้กินแต่พวกเขาไม่เคยคิดถึงจิตใจของแม่เธอเลย
“ใจลอยอีกแล้วนะดอกบัว รีบกินข้าวเถอะเดี๋ยวเย็นแล้วมันจะไม่อร่อย”
“ฉันคิดถึงแม่ของฉันน่ะน้าพร”ทิพรดาเธอบอกกับแม่บ้านทำความสะอาดที่นี่ เวลาเธอกินข้าวเที่ยงเธอก็มักจะมากินด้วยกับน้าแกทุกวัน น้าแกอบอุ่นแล้วก็ใจดีกับเธอตลอดเลยเธอจึงรักแล้วก็เคารพแกเหมือนกับแม่ของเธออีกคน
“อยากให้แม่กินด้วยกันอีกล่ะสิ เอ็งนี่เป็ลูกที่ดีจริงๆเลยนะคิดถึงแม่ตลอดเลย”
“น้าก็รู้ว่าครอบครัวฉันเป็ยังไง”
“นั่นสินะ แล้วนี่รอยช้ำนิดๆที่มุมปากเอ็งก็เพราะสองพ่อลูกนั้นอีกล่ะสิ”ทิพรดาเธอพยักหน้าเล็กน้อยว่าใช่ น้าแกรู้เื่ของครอบครัวเธอดีว่าเป็ยังไง บ้านของน้าแกกับบ้านของเธอก็อยู่ในซอยเดียวกันจึงรู้ว่าทิพรดากับทิพกานั้นน่าสงสารมากแค่ไหน ที่พลาดได้มาเจอกับคนไม่ดีอย่างสองพ่อลูกนี้
“เอ็งก็คิดซะว่ามันเป็เวรเป็กรรมที่เอ็งทำไว้กับพวกเขาก็แล้วกันนะ รีบกินข้าวเถอะวันนี้ลูกค้าเยอะไม่ใช่หรอ”
“จ๊ะน้า เยอะจนฉันนี่แทบจะแยกร่างเสริฟไม่ทันเลยวันนี้ แต่ก็ดีนะจ๊ะฉันได้ติ๊บเยอะๆ”
“ดีแล้ว ได้เยอะๆเอามาแบ่งน้าด้วยนะ”
“ได้จ๊ะน้า เอาไปเลยยี่...สิบฮ่าๆๆๆ”ทิพรดาเธอยื่นมือไปแปะที่มือของน้าแล้วก็ขำออกมา เหมือนกับทุกครั้งที่เธอกับน้าพรมักจะเล่นมุกอย่างนี้กัน แต่ทิพรดาเธอก็จะแบ่งให้เงินให้น้าพรใช้อยู่เป็ประจำเวลาที่เธอนั้นได้ติ๊บจากลูกค้าเยอะๆ เพราะน้าพรคนนี้ก็เหมือนเป็ผู้มีพระคุณของเธอคนหนึ่ง เวลาที่เธอเดือนร้อนก็มักจะยื่นมือมาช่วยเหลือเธออยู่เสมอ
พอถึงเวลาเลิกงานทิพรดาเธอก็กลับมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะไปนอนเฝ้าทิพกาที่โรงบาลเหมือนกับทุกวัน นอกจากเธอแล้วที่มาคอยดูแลแล้วก็เฝ้าทิพกาก็ไม่มีใครอีกเลยที่จะมาเยี่ยม สองพ่อลูกนั้นไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าแม่ของเธอจะเป็ยังไงบ้าง ั้แ่ที่แม่ของเธอมานอนอยู่ที่โรงบาลพวกเขาก็ไม่เคยมาเยี่ยมเลย ซึ่งตอนนี้ทิพรดาเธอยังไม่รู้ว่ากำลังจะมีเื่มาถึงตัวเองอีกแล้ว
“กลับมาได้สักทีนะนางดอกบัว รีบไปทำกับข้าวให้กูกับพ่อกินเดี๋ยวนี้”
“ฉันไม่ว่าง ฉันจะไปเฝ้าแม่”ทิพรดาเธอก็พยายามที่จะหลบไม่คุยกับสองพ่อลูกนี้ต่อ เธอรู้สึกว่าสองพ่อลูกนี้ยิ่งรังแกเธอกับแม่มากขึ้นทุกวันแล้ว
“นี่มึงกล้าขัดคำสั่งกูหรอนางดอกบัว แม่มึงนอนอยู่โรงบาลมีทั้งหมอทั้งพยาบาลดูแล แต่กูกับพ่อไม่มีอะไรจะกินมึงไม่เห็นหรือไง แม่มึงไม่ตายหรอกอยู่ที่นั่น”
“ก็ใช่นะสิ นั่นแม่ฉันไม่ใช่แม่พี่พี่จะพูดยังไงก็ได้ ั้แ่ที่แม่ฉันเข้าโรงบาลมีใครหน้าไหนไหมที่ไปเฝ้าแม่ฉัน มีใครสนใจแม่ฉันว่าจะเป็ยังไง”ทิพรดาเธอก็ยิ่งรู้สึกโกรธจนต้องกำมือแน่นไว้เพื่อควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่อย่างนั้นเธอนั่นแหละที่จะสู้ไม่ไหวจากสองคน
“นางดอกบัว เดี๋ยวนี้มึงปีกกล้าขาแข่งไม่เชื่อฟังกูแล้วใช่ไหม ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำมึงก็เอาเงินมาให้กู เดี๋ยวกูกับลูกกูจะไปกินข้าวข้างนอก”
“ฉันไม่มี...”
“มึงอย่าตอแหล เอากระเป๋ามึงมานี่...”
“ไม่นะ นี่มันกระเป๋าฉันนะ...”กุลจิราพยายามที่จะดึงกระเป๋าของทิพรดาไปค้นเพื่อที่จะเอาเงิน แต่ทิพรดาเธอก็ไม่ยอมเพราะเงินนี้เธอต้องเอาไว้ไปใช้จ่ายซื้อกับข้าว หรือว่าจ่ายค่ายาให้กับแม่ของเธออีกเธอจึงไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้เงินคนอื่นไป
“นางดอกบัวกูบอกให้ปล่อย”
“ฉันไม่ปล่อย ฉันต้องเอาเงินนี้ไปจ่ายค่ายาให้แม่นะ”
“ปล่อยกระเป๋าให้ลูกกูเดี๋ยวนี้”พอขจรได้ยินคำว่าต้องเอาเงินไปจ่ายค่ายา เขาก็คิดว่าต้องเป็เงินพันกว่าบาทแน่ๆที่อยู่กับทิพรดาตอนนี้ ถ้าเขาได้มาเขาก็จะได้มีเงินไปเล่นพนันที่บ่อนแล้วก็มีเงินซื้อเหล้ากินด้วย
“ฉันไม่ให้ปล่อยนะอย่ามายุ่งกับฉัน”ทิพรดาเธอหมดความอดทนแล้วก็เลยผลักให้กุลจิราปล่อยกระเป๋าตัวเอง แต่กุลจิราก็ไม่ยอมเพราะเธอก็อยากได้เงินไปเที่ยวคืนนี้เหมือนกัน เธอไม่สนว่าคนอื่นจะเป็ยังขอแค่เพียงเธอกับพ่อของเธอได้เงินใช้ก็พอแล้ว
“พ่ออีดอกบัวมันไม่ยอมปล่อยพ่อ”กุลจิราเธอเห็นว่าทิพรดาไม่ยอมล่อยง่ายๆเธอจึงหันไปบอกขจรให้ช่วยเธอ แล้วขจรก็ลุกเข้ามาช่วยเอากระเป๋าจากทิพรดาไป ด้วยการตบที่หน้าทิพรดาอย่างแรง
เพียะ...!!
“เอามานี่ มึงไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้กูกับลูกกู มึงมีหน้าที่หน้าเงินให้กูกับลูกกูใช้ จำไว้...”
“ไม่นะพ่อ ฉันต้องเอาเงินไปจ่ายค่ายาให้แม่ อย่าเงินฉันไปนะ...”ทิพรดาเธอพยายามที่จะเข้าไปเอากระเป๋าคืนมา แต่ก็ถูกกุลจิราจับตัวไว้ไม่ให้เข้าไปเอากระเป๋าคืนมา ทิพรดาเธอก็พยายามสะบัดตัวกุลจิราออกแต่ก็สู้แรงไม่ได้เลย ก่อนที่ขจรจะหากระเป๋าสตางค์ของเธอเจอ แล้วก็เอาเงินในกระเป๋าของทิพรดาออกไปจนหมด
“ไม่นะพ่อเอาเงินฉันคืนมา...พ่อเอาเงินฉันคืนมา”
“พ่อเอามาแบ่งให้ฉันด้วยนะจ๊ะ ฉันอยากจะไปหาอะไรกินอร่อยๆที่ตลาด”กุลจิราเมื่อเห็นเงินในกระเป๋าที่ขจรจับออกมา มีแบ่งพันอยู่ประมาณสามสี่ใบตาของเธอก็ลุกเป็ประกายทันที
“ไปลูก เราไปหาอะไรกินที่ตลาดกัน”
“ไม่นะพ่อไม่นะ อย่าเอาเงินฉันไปเลยนะจ๊ะพ่อ”
“หลีกไป ทีหลังมึงไม่ให้กูดีๆมึงก็จะเจ็บตัวมากกว่านี้อีกจำไว้”กุลจิราเธอผลักให้ทิพรดาล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง ที่ทิพรดาพยายามที่จะมาเอาเงินคืนจากขจร ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไปจากบ้านด้วยความดีใจ ที่ได้เงินจากทิพรดาไปใช้อีกแล้ววันนี้
“ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วยฮึก...”ทิพรดาเธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างที่เธอทำอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ เงินที่เธอได้มาวันนี้ก็คือเงินที่เธอขอเบิกกับเ้าของร้านเพื่อมาจ่ายค่ายาของแม่เธอ เงินเดือนของเธอที่ได้มานั้นสองพ่อลูกนั้นก็เอาของเธอไปใช้จนหมด มันจึงทำให้เธอลำบากมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แล้วตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ายาให้กับทิพกาแล้ว ก่อนที่เธอจะลุกแล้วเดินเข้าบ้านไปด้วยความเสียใจ ที่เธอนั้นไม่สามารถที่จะเก็บเงินไว้ไปจ่ายค่ายาให้ผู้เป็แม่ได้
จบตอน