รถม้าเตรียมพร้อมจอดอยู่สองคัน ขณะที่รอใต้เท้าหลิวเตรียมเข้าวัง ลี่เฉี่ยวรีบวิ่งขึ้นรถ มารอบิดาก่อนพร้อมกับซูปี้ ใต้เท้าหลิวเดินออกมามีฮูหยินออกมาส่ง
“แล้วลี่เอ๋อมาหรือยัง”หลิวอี้เฉิงกล่าว ซูปี้ลงจากรถแล้วพูดว่า “คุณหนูรออยู่บนรถเ้าค่ะ”
“ท่านพี่ฝากลี่เอ๋อด้วยนางเข้าวังครั้งแรก” ฮูหยินหลิวกล่าว
“ไม่ต้องห่วงนางไม่ทำอะไรเกินคำสั่งข้าหรอก” หลิวอี้เฉิงเดินขึ้นรถม้ารถม้าทั้งสองมุ่งหน้าเข้าวัง
จวนตระกูลหลี่
ขุนนางหลี่เตรียมตัวที่จะวังเข้าเพื่อประชุม
“วันนี้ท่านพ่อเข้าวังข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย”
เฟยิชวนฮ่าวอู๋ไปที่หลุมฝังศพมารดาเป็วันครบครอบที่มารดาเขาจากไป ใช้เวลาไม่นานก็ถึง เขาวางดอกไม้ไว้้าทำการคารวะ ช้าๆ นัยส์ตาดูเศร้า เขาระบายความในใจต่อหน้าหลุมศพมารดารินน้ำชาเทลงที่หลุมศพ
“ท่านแม่..ท่านเป็อย่างไรบ้างข้าคิดถึงท่าน..ท่านรู้ไหมหลังจากที่ท่านจากข้าไป ความสุขที่ข้าเคยมี ก็ถูกพรากไปจากข้าด้วย ยังดี ที่ข้ามีฮ่าวอู๋เป็เพื่อน”
ฮ่าวอู๋ซึ่งยื่นอยู่ข้างๆได้ยินคำนี้ก็ปล่อยโฮ ร้องเสียงดังขึ้นมา
“ฮือ ๆ ๆคุณชายท่านไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะ ข้าจะคอยอยู่ช่วยเหลือท่านอย่างนี้ตลอดไปข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน”ร้องไห้เสียงดังแต่ไร้น้ำตาเหมือนมีแค่เสียงที่เปล่งออกมาเท่านั้น
“หยุดร้องได้แล้ว…. ก่อนที่ข้าจะให้เ้าไปอยู่ เป็เพื่อนท่านแม่”
เฟยิกล่าวเสียงแข็งใส่
ฮ่าวอู๋จากที่ร้องเสียงดัง ก็เงียบกริบในทันใด
เฟยิหันกลับมาพูดกับหลุมศพมารดาอีกครั้ง
“ท่านพ่อกับท่านพี่คงลืมท่านไปแล้วแต่สำหรับข้าทุกปีๆข้าจะมาเยี่ยมท่าน”
“ข้าจะมาเป็เพื่อนท่านทุกปีเช่นกัน” ฮ่าวอู๋กล่าว
“ขอบใจเ้ามาก”
“เล็กน้อย เล็กน้อย”ฮ่าวอู๋ได้ยินคำขอบใจ ใจก็ชื้นหน้าบานขึ้นมา
รถม้าลี่เฉี่ยวและบิดาถึงหน้าประตูวัง นางเปิดม่านกั้นหน้าต่าง
“โห ใหญ่ตัวยิ่งนักอีกทั้งยังสวยงามด้วย ที่จริงข้าก็อยากจะแต่งตัวสวยๆเข้าวังนะแต่ถ้าไม่ใช่มาหาคู่แบบนี้ ไว้ครั้งหน้าต้องมีสักวันที่ข้าจะได้แต่งตัวสวยๆเดินเข้าวังอย่างสง่าครั้งนี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน”
หลิวอี้เฉิงลงจากรถมาคอยลี่เฉี่ยวด้านล่างแล้ว
“คุณหนู..ข้าอยากจะเห็นข้างในแล้วจะสวยขนาดไหนลงมาเ้าค่ะ” ซูปี้จับมือลี่เฉี่ยวค่อยๆลงมา
หลิวอี้เฉิงเหลือบมองมาทางลี่เฉี่ยวถึงกับใและโกรธมาก เห็นชุดที่นางสวมใส่เขาเดินเข้ามาใกล้ลี่เฉี่ยว
“เ้าจะทำให้สกุลข้าเสื่อมเสียหรืออย่างไรข้าบอกให้เ้าแต่งตัวสวยๆ เ้าไปเอาชุดคนบ้าที่ไหนมาใส่”
ลี่เฉี่ยวได้แต่ก้มหน้าไม่มีโต้กลับ
หันไปที่ซูปี้
“เ้าด้วย..ดูแลคุณหนูของเ้าอย่างไรถึงได้ทำเช่นนี้ ไม่ต้องเข้าไปแล้ว กลับไปรอรับโทษที่จวน”
หลิวอี้เฉิงเข้าวังคนเดี๋ยวให้ลี่เฉี่ยวกับจวนไปก่อน
เหล่าขุนนางพร้อมหน้า ในท้องพระโรง
ในท้องพระโรงองค์รัชทายาทกล่าวประชุมอีก 1 เดือนจะจัดงานต้อนรับแคว้นเค่อฉิง ซึ่งเดินทางมาหารือเพื่อเป็พันธมิตร โดยแคว้นนี้มีกำลังคนไม่มากนักแต่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลายแคว้นหมายปองอยาก่ชิงแคว้นนี้มาเป็ของตนแต่ทว่าเมืองชิงหยาง ไม่เป็เช่นนั้นผู้นำแคว้นเค่อฉิงจึงเลือกที่จะเป็พันธมิตรกับเมืองชิงหยาง การจัดเตรียมงาน องค์รัชทายาทให้องค์ชายรองไปต้อนรับ โดยมีหลิวอี้เฉิง ไปด้วย ซึ่งองค์ชายรองเป็ผู้เสนอต่อหน้าขุนนางทั้งหลายองค์รัชทายาทก็ไม่ได้ขัดอะไร หลังประชุมเสร็จองค์รัชทายาทกับหลี่เว่ยซุนไม่ได้ไว้ใจองค์ชายรองนัก
“องค์รัชทายาทแน่ใจแล้วหรือว่าจะให้ใต้เท้าหลิวไปต้อนรับราชทูตกับองค์ชายรอง” หลี่เว่ยซุนกล่าว
“เขาเป็ถึงองค์ชายแห่งเมืองชิงหยางเขาคงไม่ทำอะไรที่ทำให้เมืองเราเสี่ยมเสียหรอก”
“แต่กระหม่อมไม่ไว้ใจใต้เท้าหลิว”
“ถ้าท่านไม่สบายใจข้าจะให้ซ่งจ้านผิงเฝ้าดูอยู่ห่างๆแล้วท่านก็ส่งคนไปช่วยดูอีกแรง”
“น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ”
ส่วนองค์ชายรอง หลิวอี้เฉิงและสีฮ่าวหรานนัดพบหารือกันที่ตำหนักเหยาเซิ่น
“เป็โอกาสดีที่ข้าจะได้หารือกับราชทูตของแคว้นเค่อฉิงแต่ก่อนจะถึงวันนั้นพวกท่านต้องเตรียมการให้พร้อมเพราะเรายังไม่รู้ว่าจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจหรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลิวอี้เฉิงและสีฮ่าวหรานรับพร้อมกัน
“แล้วเื่เสบียงอาหารไปถึงไหนแล้ว” องค์ชายรองกล่าว
สีฮ่าวหรานรีบชิงพูดขึ้นอวดความสามารถตน
“กระหม่อมได้เตรียมสถานที่และเตรียมการไว้แล้วรอถึงวันก็ลงมือได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
หลิวอี้เฉิงก็พูดขึ้นเช่นกัน
“แม้…ท่านนี้รวดเร็วจริงนะ ในส่วนทางตะวันตกกระหม่อมก็ได้เตรียมการไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
สีฮ่าวหรานและหลิวอี้เฉิงได้นำเงินจำนวนหนึ่งที่มีองค์ชายรองเป็ผู้สนับสนุนไปกว้านซื้อข้าวสารอาหารต่างๆในราคาที่สูงกว่าปกติ เป็จำนวนมากเพื่อทำการใหญ่แต่ยังไม่ได้ขนย้ายเท่านั้นเอง พวกเขารอจังหวะ ในตอนที่ราชทูตแคว้นเค่อฉิงมาเพื่อเบี่ยงเบนความสน ไปอยู่ที่ราชทูตกันหมด
สีฮ่าวหรานมีกล่าวต่อว่ามีของขวัญจะมอบให้กับองค์ชายรอง สีฮ่าวหรานสั่งให้คนเอาของขวัญเข้ามาแล้วบอกกับองค์ชายรองว่าคนที่ถือของขวัญเข้ามาเป็บุตรสาวของตน(สีฟางเหนียง) บุตรสาวถือกล่องสวยหรูเข้ามาย่อตัวลง โน้มยื่นให้กับองค์ชายรอง
“ของขวัญที่ท่านพ่อได้เตรียมไว้ให้กับองค์ชายเพคะ”
“ให้ข้าเนื่องในโอกาสอะไร” องค์ชายรองกล่าว
“อ้อ..กระหม่อมเห็นว่าของชิ้นนี้สวยมากและเป็ของหายากกระหม่อมว่ามันเหมาะกับองค์ชายรอง ก็เลยเอามาฝาก”
องค์ชายรอง รับไว้และมองที่ใบหน้าของสีฟางเหนียงแบบผ่านสายตาถึงแม้ว่านางจะพยายามแต่งอาภรณ์ที่โดดเด่นแล้วแต่ทว่าองค์ชายรอง ไม่มีปฏิกิริยาที่สนใจนาง เพียงรับสิ่งของไว้
“ขอบน้ำใจ มันคืออะไรหรือ”
“เป็ชุดหมึกพู่กัน พ่ะย่ะค่ะ”
การที่สีฮ่าวหรานให้บุตรสาวมามอบของขวัญให้องค์ชายรองก็รู้ถึงเจตนาของสีฮ่าวหรานแล้ว แต่องค์ชายไม่ได้สนใจนาง
หลิวอี้เฉิงก็ดูออกการสีฮ่าวหรานทำเช่นนี้มีเจตนาอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก อยากจะให้องค์ชายรองชื่นชมบุตรสาวตนแต่ดูเหมือนครานี้สีฮ่าวหรานคงจะผิดหวัง เพราะองค์ชายรองไม่ได้มีท่าทีสนใจนางเลย หลิวอี้เฉิงกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ภายในใจ
“เป็เช่นนี้บุตรสาวของข้าก็มีหวัง”
ลี่เฉี่ยวที่ยังไม่ได้เข้าวังโดนบิดาไล่ให้กลับจวนไปรอรับโทษนางก็ไม่ได้ร้อนใจแต่อย่างใด แถมยังให้บ่าวรับใช้ที่พารถม้ามา กลับไปก่อน
“ไหน ๆก็จะโดนทำโทษแล้วขอไปเที่ยวเล่นก่อนดีกว่า”
“คุณหนูแล้วจะไม่โดนหนักกว่าเดิมหรือเ้าคะ”
“เ้ากลัวงั้นหรือ ถ้ากลัวก็กลับจวนไปก่อน”
“กลัวแล้วไงเ้าคะให้คุณหนูไปคนเดียวบ่าวก็โดนอยู่ดี”
“ใช่! งั้นก็ไปกับข้า” ลี่เฉี่ยวดึงแขนซูปี้เดิน ชุดของนางเองก็ยังไม่ได้เปลี่ยนยังอยู่ในชุดที่ดูเก่าๆ และมีรอยขาด ซูปี้นึกขึ้นได้
“คุณหนูจะใส่ชุดนี้หรือเ้าคะคุณหนูรอข้าตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าหาซื้อชุดมาให้ใหม่ เอาเงินมาด้วยเ้าค่ะ” นางแบมือออกมา
ลี่เฉี่ยวหยิบถุงเงินแล้วบอกกับสาวใช้ว่าจะรออยู่แถวนี้ซึ่งบริเวณนี้อยู่นอกชุมชน จะมีคนเดินอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก นางรอสาวใช้ไม่นานจู่ๆ ฝนก็เกิดตกลงมา ลี่เฉี่ยววิ่งหาที่หลบฝนนอกชุมชน บ้านแต่ละหลังก็จะห่างกันพอควรนางวิ่งหมายจะเข้าบ้านหลังหนึ่ง แต่ยังไม่ถึง เท้าอีกข้างพลาดลื่นชี้ขึ้นฟ้าล้มไม่เป็ท่า ฝนที่ตกลงมาทำชุดเปียกเปื้อนดินที่แฉะ เนื้อตัวมอมแมมมือทั้งสองค่อยๆพยุงตัวเองลุก ท่ามกลางสายฝน นางเดินเข้าบ้านไม้หลังหนึ่งเรียกหาเ้าของบ้าน
“มีใครอยู่ไหมคะ”มือกอดอกหนาวสั่น
ชายชราเดินออกมา
“ท่านผู้อวุโสข้าขอหลบฝนที่บ้านท่านสักประเดี๋ยวได้ไหม”
“ได้สิ พักหลบฝนก่อนแล้วจะไปที่ใดหรือ” ชายชราสังเกตเห็นว่าหน้าก็ดี ผิวพรรณดีแต่ทำไมแต่งตัวเช่นนี้
“ข้ารอคนของข้า อยู่ๆฝนก็ตก ข้ารีบวิ่งหลบฝนไปหน่อย สภาพก็เป็อย่างที่ท่านเห็น”
“ใครมาหรือตาเฒ่า”เสียงดังมาจากข้างในบ้าน
ชายชราอารมณ์ฉุน
“ดูสิข้าเป็อาจารย์มันมันเรียกข้ายังกับเพื่อน เ้าเด็กหน้านิ่งหึ ๆ แต่แปลกที่ข้าชอบอยู่กับเ้าเด็กนี่”ชายชราบ่นพึมพำแล้วก็พูดเสียงดังต่อไปว่า “อยากรู้ก็ออกมาดูเอง”