นางร้ายถูกเนรทศกับระบบร้านค้าความดี

    บทที่ 49 เด็กหนุ่ม 

    บทที่ 49

    เด็กหนุ่ม 

    “ ว๊าย!!! ” ซูฉีอุทานขึ้นอย่างตื่นตระหนก หันไปมองด้านหลังพบเห็นเงาปริศนาพุ่งเข้ามาล้มลงดัง ตู้บ!!!

    สองนายบ่าวหันไปมองท่ามกลางบรรยากาศในยามเช้าที่เงียบ พวกนางทั้งสองมองเห็นคนผู้หนึ่งล้มอยู่บริเวณด้านหน้า 

    ซูฉีตั้งสติก่อนที่จะก้มไปดู เมื่อก้มไปดูแล้วจึงพบเห็นว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า เป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งช่วงวัยน่าจะราวๆสักสิบสี่ถึงสิบห้า 

    เด็กหนุ่มผู้นี้แต่งกายด้วยชุดโทรม ร่างกายผอมแห้งดูคล้ายคลึงว่าอดอาหารมาเป็นเวลานาน ซูฉีงุนงงเงยหน้าขึ้นมา “ นี่อะไรกันคนพวกนี้เป็นผู้ได้? ” 

    ลี่ถังส่ายหัวไปมา “ ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะคุณหนู ”

    “ ดูแล้วน่าจะเป็นคนภายในเมือง แต่สภาพดูเหมือนว่าจะอดอาหารมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว ”

    การที่มีคนภายในเมืองอยู่ในสภาพอดอาหาร มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย เป็นเพราะว่าภายในเมืองแห่งนี้ยังคงเป็นเมืองชายแดน

    แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นมีน้ำสะอาดให้ใช้อย่างไม่ขาดแคลน แต่ว่าเกี่ยวกับเรื่องอาหารนั้นยังคงเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอยู่ดี

    ผู้คนภายในเมืองและกิจการภายในเมืองก็ไม่ได้มีมากพอที่จะรับรองเหล่าคนภายในเมืองทั้งหมด

    เพราะแบบนั้นจึงมีคนที่ยากจนและก็ไม่มีงานทำ เพราะแบบนั้นจึงพบเห็นอยู่บ่อยครั้งว่าคนภายในเมืองจะอยู่ในสภาพอดอยาก

    เด็กหนุ่มผู้นี้เองก็คงจะเป็นหนึ่งในนั้น ซูฉีตัดสินใจย่อกายของนางลงไปลองจับร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นั้น

    “ ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนูคนพวกนี้ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายท่านจะเข้าใกล้แบบนั้น.. ” บ่าวรับใช้คนสนิททักท้วงด้วยความเป็นกังวล

    อย่างไรเสียคนในเมืองแห่งนี้ ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นคนที่มีนิสัยใจคออย่างไร ลี่ถังจึงเป็นกังวลเมื่อเห็นคุณหนูของนางเข้าใกล้คนอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า

    “ ไม่เป็นอะไรหรอกสภาพร่างกายของเขาเป็นแบบนี้ เช้าคิดว่าเขาจะมีแรงต่อต้านพวกเราอย่างงั้นรึ? ” ซูฉีใช้ดวงตาสำรวจร่างกาย

    เมื่อสำรวจร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ พบเห็นว่าทั่วทั้งร่างกายของเด็กหนุ่มผอมแห้งจนแทบจะเหลือแจก ร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้คล้ายคลึงว่าขาดอาหารมาเป็นเวลานาน 

    ด้วยสภาพร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ในยามนี้ แม้เขาจะเป็นบุรุษแต่ว่าก็คงจะไม่มีแรงต่อต้านพวกนางอย่างแน่นอน

    “ ดูเหมือนว่าจะอดอาหารมาเป็นเวลาหลายวัน หน้าตาเองก็ดูไม่ได้เป็นคนที่โหดร้ายอะไร ” 

    “ ส่งนำพาเขาไปที่โล่งหมอประจำเมืองดีกว่า ” ซูฉีตัดสินใจจะช่วยเหลือเด็ก

    ลี่ถังไม่สามารถปฏิเสธการตัดสินใจของคุณหนูได้ พวกนางทั้งสองได้แต่แบกร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นมุ่งตรงไปยังบริเวณโรงหมอใจกลางเมือง

    ในช่วงยามเช้าของวันโรงหมอเปิดตั้งแต่ในยามเช้า ซูฉีแบกร่างของเด็กหนุ่มมาถึงด้านหน้าโรงหมอ

    “ โอ้ว!!! ยัยหนูซูแบกผู้ใดมาตั้งแต่ในช่วงยามเช้า ” ท่านหมอเฒ่าประจำโรงหมอกล่าวอย่างสนิทสนม

    เพราะเหตุการณ์โรคระบาดที่เพิ่งเกิดขึ้นภายใน มันจึงทำให้ทั้งสองนั้นค่อนข้างจะสนิทกันเพราะว่าต้องการร่วมมือฃเพราะแบบนั้นในยามนี้จึงกล่าวทักทายอย่างสนิทสนม

    “ ถือว่าข้าพบเห็นคนผู้นี้ล้มอยู่ด้านหน้านะเจ้าคะเลยจะพามาให้ท่านรักษา”

    หมอชรามองก่อนที่จะพูดขึ้น “ เจ้าจะช่วยผู้คนทุกคนภายในเมืองไม่ได้นะ การที่จะช่วยผู้คนก็รู้จักแยกแยะเสีย ”

    “ เอาเถอะแบกเข้ามา ” หมอชราเอ่ยเตือน แต่สุดท้ายก็จำใจต้องรักษาเด็กหนุ่มผู้

    ที่เอ่ยเตือนแบบนั้นเป็นเพราะว่าคนภายในเมืองมีหลากหลายชนิด การจะช่วยทุกคนภายในเมืองเป็นไปไม่ได้

    บางคนภายในเมืองเป็นคนพาล คนพวกนั้นไม่รู้จักแม้กระทั่งบุญคุณ แน่นอนว่าการยื่นมือช่วยมันมันจะเป็นเรื่องที่เป็นผลเสียกับเราเสียมากกว่า

    เพราะแบบนั้นหมอชราผู้นี้เลยกล่าวเตือน แต่ในยามนี้อย่างไรเสียก็แบกมาถึงสถานที่ หมอเฒ่าก็ไม่มีทางปฏิเสธได้แต่นำคนไข้เข้ามาด้านในแล้วก็รักษา

    ซูฉียืนมองใกล้ๆมองดูท่านหมอตรวจสอบอาการ ท่านหมอที่ตรวจสอบอาการได้พยักหน้าขึ้นลง “ เอาล่ะตรวจสอบเสร็จแล้ว” 

    “ ดูเหมือนว่าร่างกายจะไม่เป็นอะไรมาก อาจจะเป็นเพราะว่ายังเด็กร่างกายเลยไม่ได้เป็นอะไร ”

    “ แต่ว่าที่เป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าขาดสารอาหารไม่ได้กินข้าวกับมันเป็นเวลานาน ”

    “ ให้ยาบำรุงเพียงแค่เล็กน้อยกลับให้กินอาหารก็คงจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ อาจจะต้องใช้เวลาสักประมาณสามถึงสี่วัน ” 

    ท่านหมอยืนยันด้วยปากของ อย่างไรเสียในตอนนี้ชีวิตของเด็กหนุ่มผู้นี้ก็รอดพ้นวิกฤติไปได้

    ซูฉีที่ได้ช่วยชีวิตเด็กหนุ่มเอาไว้ ภาพเลือนลางภายในหัวปรากฏขึ้นอีกครั้ง 

    ตึ้ง!!! 

    [ ท่านได้ช่วยชีวิตคนได้รับแต้มความดีห้าสิบแต้ม ]

    ภาพข้อความจากระบบปรากฏขึ้นภายในหัวของนาง การที่นางช่วยชีวิตเด็กหนุ่มผู้นี้เอาไว้ได้แต้มความดีถึงห้าสิบแต้ม

    “ เพียงแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะท่าน ส่วนเรื่องค่ารักษาค่าจะเป็นคนจ่ายให้เอง  ” ซูฉีออกตัวจ่ายค่ารักษาให้เด็กหนุ่มผู้นี้ 

    “ เข้าใจแล้วเอาเป็นว่าให้เด็กหนุ่มผู้นี้พักอยู่ที่โรงหมอแห่งนี้สักสองสามวันก็แล้วกัน เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าเองก็ค่อยมาพูดคุยกับเขา”

    “ ในสภาพนี้ขาดสารอาหารมาเป็นเวลานานคงจะไม่สามารถขยับร่างกายได้ไปหลายวัน ” ท่านหมอรับปากจะดูแลให้

    “ รบกวนท่านหมอแล้วเจ้าค่ะ ” ซูฉีกล่าวขอบคุณก่อนที่จะเดินออกไป

    …

    ผ่านไปประมาณสามวัน

    ซูฉีได้เดินทางกลับมาที่โรงหมออีกครั้งเพื่อมาดูอาการของเด็กหนุ่มผู้นั้น เมื่อเดินทางกลับมาถึงโรงหมอ ในวันนี้เด็กหนุ่มผู้นั้นสามารถลุกขึ้นมานั่งได้

    “ ดูเหมือนว่าร่างกายจะไม่เป็นอะไรแล้วสินะ ” ซูฉีเอ่ยทักทายเด็กหนุ่มที่อยู่ใน

    เด็กหนุ่มผู้นี้ยามนี้ร่างกายไม่ได้ทรุดโทรมเหมือนตอนแรก ทั่วทั้งร่างกายดูมีเนื้อมีหนังขึ้นมา แถมชุดที่เคยสวมใส่ก็ถูกเปลี่ยนออกไป

    ยามนี้จึงมีรูปลักษณ์ที่ดูดีขึ้น เมื่อเห็นคุณหนูที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้ เด็กหนุ่มผู้นั้นยกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานกันก้มศีรษะและกล่าวอย่างรวดเร็ว “ ขอบคุณคุณหนูที่ช่วยชีวิต ”

    “ เล็กน้อยเล็กน้อย… ” 

    “ ว่าแต่เจ้าเถอะเหตุใดจึงไปอยู่ที่สถานที่แห่งนั้นในช่วงยามเช้าได้ ” ซูฉีถามอย่างสงสัย

    ในช่วงเวลายามเช้านางไม่ควรจะพบเจอเด็กหนุ่มผู้นี้ภายในสถานที่แห่งนั้น แต่อยู่ๆเด็กหนุ่มผู้นี้ก็มาล้มด้านหน้าของนางบนถนนเสียได้

    “ คือว่าตัวของข้า…กำลังหาอาหารอยู่นะขอรับ ” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทางอิดโรย

    ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มผู้นี้ออกหาอาหาร เพื่อที่ว่าตัวของมันนั้นจะได้ประทังชีวิต มันตั้งใจว่าจะเดินทางออกจากเมืองมุ่งตรงไปยังชายป่าเพื่อหาอาหารป่า แต่ในขณะที่เดินอยู่บนถนนร่างกายของมันก็หมดแรงและล้มลง

    รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ และท่านหมอผู้ที่รักษามันก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้กับมัน มันจึงได้รู้ว่าคุณหนูผู้นี้เป็นผู้ช่วยชีวิต

    “ อืมถ้าแบบนั้นก็ดีแล้ว ”

    “ เห็นเจ้าปลอดภัยแบบนี้ข้าก็สบายใจ เอาล่ะหมดเรื่องของข้าแล้ว ” ซูฉีหันหลังเตรียมตัวจะเดินออก

    อย่างไรเสียนางเองก็ไม่ได้มีความตั้งใจว่าอยากจะได้อะไรตอบแทนอยู่แล้ว ช่วยชีวิตเด็กหนุ่มพวกนี้เอาไว้เมื่อเห็นว่าเขาปลอดภัยก็จบเรื่องทุกอย่าง

    ซูฉีหันหลังเตรียมจะเดินทางออกแต่ว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลังพูด “ คุณหนูขอรับ!! ”

    ซูฉีหันไปมองด้วยแววตาฉงน แววตาของเด็กหนุ่มผู้นั้นราวกับว่ามีเรื่องอะไรอยากจะพูด

    “ คือว่าท่านช่วยท่านแม่ของข้าหน่อยได้หรือไม่ขอรับ… ” เด็กหนุ่มอ้อนวอนด้วยแนวตาที่น่าสงสาร 

    “ ท่านแม่ของเจ้า? ”

    เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นร่างกายของมันคุกเข่าลงไปกับพื้นไชยศรีษะของตนเองโขกพื้นอย่าง ทำท่าทีอ้อนวอนคุณหนูผู้มีพระคุณอย่างสุดชีวิต

    ซูฉีเต็มไปด้วยความสงสัย “ เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ? ”

    “ คุณหนูโปรดช่วยมารดาของข้าด้วยท่านแม่ของข้ากำลังป่วยตาย”

    “ หะ? ”

    ตึ้ง!!! 

    [ ช่วยชีวิตสองแม่ลูกท่านจะได้รับแต้มความดีพิเศษหนึ่งพันแต้ม ]

    จบบท


     

    คล้ายกับเรื่องนางร้ายถูกเนรทศกับระบบร้านค้าความดี ที่คุณอ่าน