บทที่ 18 นักพรตเต๋าฉีเหมิน (1)
ข่าวฉาวของตระกูลเฝ่ยได้กลายเป็เื่ตลกของชนชั้นสูงในเมืองเจียงไปแล้ว
หลังจากส่งแขกออกไป แสงไฟในบ้านของตระกูลเฝ่ยยังคงสว่างจ้า คืนนั้นเป็คืนที่คนตระกูลเฝ่ยนอนไม่หลับ
อาจารย์หลินนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้
ค่ายกลถูกทำลาย เขา้าแค่เืของเฝ่ยไป๋ลู่เท่านั้น แต่ไม่ทันได้ไปโถงบูชายัญ ก็มีคนเข้ามาทำลายรูปปั้นบรรพบุรุษไปแล้ว!
นี่คือการไม่เคารพบรรพบุรุษโดยแท้!
เฝ่ยมาเผยกลิ่นอายอ่อนล้าอันเบาบางออกมา เขากล่าวว่า “อาจารย์หลิน ผมได้ตรวจสอบโดยรอบแล้ว แต่ไม่พบว่ามีใครเข้าใกล้โถงบูชายัญเลยครับ และยังหาคนที่ทำลายค่ายกลเสริมโชคของครอบครัวเราไม่เจอด้วย”
โถงบูชายัญเป็สถานที่ที่สำคัญที่สุดในบ้าน จึงมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่มากมาย และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้
แต่วันนี้ค่ายกลกลับพังลงโดยไร้สาเหตุ แม้แต่รูปปั้นบรรพบุรุษที่อยู่ในห้องโถงบูชายัญก็โดนทำลาย
ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของมนุษย์ ซึ่งแปลกมาก ราวกับว่าค่อยกลพังเองเสียอย่างนั้น
เฝ่ยอวี้พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา “เฝ่ยไป๋ลู่อาจเป็คนทำก็ได้ เธอบอกว่าเธอสามารถทำนายดวงชะตาได้ และบางทีเธออาจมีความสามารถในการทำลายค่ายกลดวงชะตาของครอบครัวเราก็ได้…”
“เธอไม่ได้ไปไหนเลยหลังจากที่เข้าไปในห้องรับแขก เว้นแต่เธอจะะโลงมาจากชั้นสาม แต่ก็ยังยากจะมาที่โถงบูชายัญได้” เฝ่ยมาส่ายหัว อันที่จริงคนแรกที่เขาสงสัยก็คือเฝ่ยไป๋ลู่เช่นกัน แต่เธอกลับอยู่แต่ในห้องไม่ได้ออกไปไหน และเธอคงไม่มีความสามารถอะไรที่จะทำแบบนั้นได้
“ไม่ใช่เธอ! เธอเป็มือใหม่ไม่สามารถทำลายค่ายกลที่ฉันวางเองกับมือได้หรอก อย่างมากทักษะของเธอก็คงพอ ๆ กับฉัน เฝ่ยไป๋ลู่ไม่มีทางทำได้” ดวงตาของอาจารย์หลินมืดมนลง และเสียงก็แหบแห้ง "ตรวจสอบให้หมด! แขกในวันนี้ อย่าให้หลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”
“นี่มันออกจะ…” เฝ่ยมาลังเล “แขกบางคนที่มามีอำนาจมากกว่าครอบครัวเฝ่ยของเรา หากตรวจสอบ ผมอาจทำให้พวกเขาขุ่นเคืองได้…”
อาจารย์หลินเหลือบมองด้วยหางตาอย่างเฉียบคม
จู่ ๆ เสียงของเฝ่ยมาก็แ่ลง และตอบรับ “เราจะเชื่อฟังคุณ อาจารย์หลิน”
……
#เฝ่ยไป๋ลู่แห่งตระกูลเฝ่ย #ลูกแท้ลูกปลอมมีค่าดั่งทองคำ #ตระกูลเฝ่ย้าเืเพื่อยอมรับเข้าตระกูล #เฝ่ยไป๋ลู่ตัดขาดกับตระกูลเฝ่ย และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งติดอันดับคำค้นหาที่มาแรงอันดับต้น ๆ มาหลายวันแล้ว
แฟน ๆ ที่รออยู่ในห้องถ่ายทอดสดไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์จะเป็แบบนี้ โดยเฉพาะกับไป๋ลู่ลูกเป็ดขี้เหร่ผู้กลายเป็หงส์ขาว ซึ่งสร้างความขุ่นเคืองให้แก่ครอบครัวเฝ่ย จนถึงขั้นตัดสัมพันธ์กับครอบครัวเฝ่ย และยอมแพ้การสืบทอดความร่ำรวยของครอบครัวไป
ตัวเลือกที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ชาวเน็ตสงสัยว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่ถ่ายทอดสดอีกครั้ง ชาวเน็ตทั้งหลายก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นในงานเลี้ยง
[เป็เพราะเธอขัดแย้งกับลูกสาวตัวปลอม และ้าบังคับลูกคนนั้นออกไปใช่ไหม เธอถึงไม่กลับไปน่ะ?]
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองข้อความที่แล่นผ่านตรงหน้า “ไม่มีลูกสาวจริงหรือปลอม และฉันไม่ได้้าบังคับให้เธอออกไป เพียงแต่ว่าฉันเข้ากับบรรยากาศของตระกูลเฝ่ยไม่ได้ หลังจากพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ แล้ว ฉันก็ตัดสินใจที่จะลืมกำพืด และไม่กลับไปที่ตระกูลนั่นก็แค่นั้น”
[บรรยากาศในครอบครัวเหรอ เธอช่วยบอกฉันให้เจาะจงกว่านี้ได้ไหม?]
[น่าขันจะตาย คอมเมนต์บนไม่เห็นข้อความที่คุณชายตระกูลต่งโพสต์หรือไง? ลูกสาวปลอมมีคู่หมั้นและกำลังคบซ้อนกับเพื่อนสนิทของคู่หมั้นตัวเอง นิสัยของเธออาจพูดยากก็จริง ทว่ากระทั่งนายน้อยตระกูลเฝ่ยยังไม่เคยปรากฏตัวั้แ่ต้นจนจบ ในขณะที่ลูกชายคนโตของตระกูลเฝ่ยดูเคร่งขรึมราวกับว่าใครติดหนี้เขาร้อยล้าน และพ่อผู้ให้กำเนิดของไป๋ลู่ก็ได้ไปเชิญนักพรตแปลก ๆ และบอกว่าเธอจะต้องหลั่งเืเพื่อทำพิธีเข้าบ้าน คุณนายเฝ่ยเกลียดไป๋ลู่ ทั้งยังพูดเองว่าไม่ต้อนรับเธอในฐานะลูกสาว ...ทัศนคติของทั้งครอบครัวก็ไม่เป็มิตร แม้แต่คนธรรมดาก็ยังไม่้าจดจำคนแบบพวกเขาหรอกจริงไหมล่ะ?]
[โอ้ (‵o′) ช่วยเล่าให้ระเอียดหน่อยสิ ฉันอยากเผือกแล้ว!]
“เอาละ นับจากนี้เป็ต้นไป ห้ามพูดถึงเื่ครอบครัวและความเป็ส่วนตัวของผู้อื่นออกอากาศนะคะ” เฝ่ยไป๋ลู่พูดขึ้น ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนหัวข้อคอนเทนต์ทันควัน “คอนเทนต์ที่ว่าด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จะเริ่มในอีกห้านาที ทุกคนสามารถรับชมได้ หรือจะเชื่อมต่อแบบสุ่มก็ได้ ส่วนผู้ที่สนใจก็สามารถสมัครได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ”
[เธออาจจะพูดถึงแค่การทำนายดวงก็ได้ ส่วนเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ว่านั่นก็มีเหตุผลรองรับน้อยนิด นี่มันซับซ้อนมาก แค่ฟังฉันยังเหนื่อยเลยแม้คุณจะไม่เหนื่อยก็เถอะ]
[คอมเมนต์บนกำลังพูดถึงเื่ไร้สาระอะไรอยู่? สิ่งนี้จะเรียกว่าเป็ความซับซ้อนได้ยังไง นี่เรียกว่าการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง! ลืมไปแล้วหรือว่าคอนเทนต์ครั้งล่าสุดจบลงยังไง คราวก่อนเ้าพ่อมือสั่นดิก ๆ บอกว่าเธอไลฟ์สดด้วยหัวข้อที่มีความเสี่ยงจะถูกแบน มาตอนนี้เธอกำลังออกอากาศด้วยหัวข้อ ‘เหตุผลทางวิทยาศาสตร์’ ไม่ใช่การถ่ายทอดสดที่เป็อันตรายสักหน่อย ฉันอยากเห็นว่าเ้าพ่อมือสั่นนั่นจะปิดได้ยังไงถ้ามือสั่นขนาดนั้น!]
[ไป๋ลู่ ถ้าเธอมีของจริง ๆ ทำไมเธอไม่ลองท้าปรมาจารย์ฮวงจุ้ยหรือปรมาจารย์ด้านอภิปรัชญาคนอื่น ๆ ล่ะ? เธอรู้ไหมว่าั้แ่เธอลงคอนเทนต์เื่เหอซูเจี๋ยทรมานแมว และเอ่ยทักพวกอันธพาลสี่คนเกี่ยวกับชะตาของพวกเขา เธอก็ได้รับความนิยมากเลยนะ และยังทำให้กลุ่มบล็อกเกอร์ด้านอภิปรัชญาได้รับความนิยมด้วย กระทั่งมีเพื่อนร่วมงานหลายคนที่อยากจัดการกับเธอ พวกเขาบอกว่าเธอโกหก เพราะงั้นทำไมเธอไม่ลองเล่นกับพวกเขาล่ะ?]
“จัดการเหรอ?” เฝ่ยไป๋ลู่ได้ยินเื่นี้เป็ครั้งแรก
[ใช่ มีพวกหลอกลวงบางคนลอกเลียนแบบเธอเพราะอยากเกาะกระแส เพื่อให้ตัวเองได้รับความนิยมอยู่น่ะ แต่บางคนก็ดูเหมือนจะมีความสามารถจริง ๆ นะ อย่างเช่นนักพรตเต๋าฉีเหมิน]
[ฉันก็ติดตามนักพรตเต๋าฉีเหมินเหมือนกัน ยันต์ที่ขายในแอปเสี่ยวหวงเชอ*[1]ของเขามียอดขายมากกว่าหนึ่งแสนใบ และยังได้รับการวิจารณ์ในเชิงบวกมากมายเลย บางคนถึงกับบอกว่าน้ำมนต์ของเขาสามารถรักษาได้ทุกโรค คุณรู้จักเขาไหม? ถ้าเขาสุดยอดขนาดนั้นจริง ๆ บอกเราหน่อยเถอะ ถ้ามันมีประโยชน์ฉันก็อยากจะซื้อเหมือนกัน...]
เดิมทีเฝ่ยไป๋ลู่คิดว่าการท้าแข่งกับพวกหลอกลวงเป็เื่น่าตลก แต่เมื่อเห็นคอมเมนต์พวกนี้ ใบหน้าของเธอก็มืดมนลง
เธอรู้ว่าในโลกนี้ ความเชื่อเื่ไสยศาสตร์กำลังเสื่อมถอย และคนโกหกก็มีอำนาจ แต่เธอไม่คาดคิดว่าคนโกหกจะมีมากมายขนาดนี้
ถึงกับมีคนกล้าใช้น้ำมนต์รักษาโรคและช่วยชีวิตผู้คน ทั้งยังกล่าวอ้างผิด ๆ ว่าสามารถรักษาได้ทุกโรค คนคนนี้ไม่กลัวกระทั่งสิ่งแปลกปลอมแทรกซ้อนในร่างกายด้วยซ้ำสินะ!
“งั้นฉันขอถอนคำพูดเมื่อครู่แล้วกัน วันนี้จะไม่มีการเชื่อมต่อแบบสุ่มอีก” เฝ่ยไป๋ลู่ปิดการเชื่อมต่อ และกวาดอ่านข้อความแบบเร็ว ๆ “ฉันอยากรู้เกี่ยวกับพวกชอบหลอกลวงสักหน่อยน่ะ ถ้ายังไงพวกคุณช่วยบอกนักพรตเต๋าฉีเหมินคนนั้นได้ไหมว่า ไป๋ลู่รอจะได้ปราบพยศเขาอยู่”
คำพูดเหล่านี้ฟังดูเหมือนกำลังยั่วยุ แล้วแฟนคลับของนักพรตเต๋าฉีเหมินก็ะเิลงฉับพลัน ก่อนจะยอมรับคำท้าของเฝ่ยไป๋ลู่
เสี่ยวจางผู้ช่วยที่คอยจัดการบัญชีผู้ใช้ให้ฉีเหมินเห็นท่าทีที่ก้าวร้าวของแฟน ๆ จึงรีบติดต่อนักพรตเต๋าฉีเหมินด้วยตัวเอง "หัวหน้า ไป๋ลู่ท้าคุณ และบอกว่าจะจัดการคุณด้วย คุณ้ายอมรับคำท้าไหมครับ"
นักพรตเต๋าฉีเหมินที่กำลังงีบหลับพลันะโลงจากเตียง "ทำไมจะไม่รับล่ะ ไป๋ลู่ดังมากเลยนะ ถ้าวันนี้ฉันทุบเธอจนตายได้ เกรงว่าแอคเคานต์ของฉันในอนาคตคงดังะเิ และสามารถขายของที่ขายไม่ออกได้เป็เทน้ำเทท่าแน่ รีบอัปข้อความลงเสี่ยวหวงเชอหน่อย คงจะต้องรีบจัดการทั้งหมดหลังคอนเทนต์จบลง”
ผู้ช่วยเสี่ยวจางพลันรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา "หัวหน้า ทำไมเราไม่ปฏิเสธล่ะครับ ผมคิดว่าไป๋ลู่มีความสามารถอยู่นะ อีกทั้งเธอยังสามารถทำนายดวงได้..."
นักพรตเต๋าฉีเหมินหรี่ตาลง “นายหมายความว่าฉันไม่มีความสามารถเหรอ ฉันอยู่ในวงการลัทธิเต๋ามานานกว่าสิบปีแล้ว จะประลองไม่ชนะคนหนุ่มสาวได้เหรอ ถ้านายไม่อยากทำงานนี้ ก็ลาออกแล้วไปซะ!”
ผู้ช่วยเสี่ยวจางคิดถึงความสามารถของเ้านาย แต่เขาก็ยังลังเลที่จะลาออกจากงานที่มีรายได้สูงนี้ เขาจึงยอมรับผิด “ผมโง่เองครับ เ้านายต้องมีความสามารถมากกว่าไป๋ลู่อยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้…”
นักพรตเต๋าฉีเหมินแต่งตัวเสร็จ เขาก็เดินเข้ามาที่ออฟฟิศอย่างเกียจคร้าน และเริ่มถ่ายทอดสด
[มาแล้ว ๆ! นักพรตเต๋าฉีเหมินถ่ายทอดสดแล้ว เขาพร้อมต่อสู้กับไป๋ลู่ ยัยตัวปลอมแล้ว!]
[นักพรตเต๋าฉีเหมินอะนะ ฉันได้ดูการถ่ายทอดสดและวิดีโอของเขาแล้ว สิ่งที่เขาพูดล้วนสมเหตุสมผล ต่างจากไป๋ลู่ที่สามารถมองเห็นความลับของคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว จึงยากจะบอกว่าใครมีพลังมากกว่ากันระหว่างสองคนนี้...]
[คราวนี้สีหน้าของไป๋ลู่ดูจริงจังมาก ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าไป๋ลู่เป็คนที่มาปราบพวกหลอกลวงแบบที่นี่กันนะ?]
[จะบ้าตาย ไป๋ลู่ที่เลิกไลฟ์สดมาครึ่งเดือนมาต่อสู้กับปรมาจารย์ปลอมที่เป็นักพรตเต๋ามาเป็สิบปี ตลกฉิบหาย ฮ่า ๆๆ!!]
ชื่อนักพรตเต๋าฉีเหมินเหมาะกับภาพลักษณ์ของเขามาก เขามีขนคิ้วยาวกว่าเคราเสียอีก
ฉีเหมินลูบเคราด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วมองบุคคลในหน้าจอด้วยดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย "คุณคือไป๋ลู่หรือเปล่า?"
“คุณตาบอดจนไม่เห็นชื่อบัญชีของฉันเหรอ?” เฝ่ยไป๋ลู่กระตุกมุมปาก นักพรตเต๋าเฒ่าคนนี้แกล้งทำเป็นักพรต เขาเขียนคิ้วปลอมไม่ถูกด้วยซ้ำ มองแวบแรกก็รู้แล้วว่าไม่ใช่นักพรตเต๋า
“ยัยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่มีมารยาทเลย!” นักพรตเต๋าฉีเหมินปล่อยเคราของเขา แล้วจ้องเขม็ง
เฝ่ยไป๋ลู่ี้เีเกินกว่าจะพูดเื่ไร้สาระ และกล่าวตรงประเด็น “ฉันได้ยินมาว่าคุณ้ามาต่อสู้กับพวกหลอกลวง ฉันบังเอิญมีความตั้งใจเดียวกันพอดี งั้นเรามาแข่งกันไหม?”
“คุณหมายถึงอะไร คุณอยากจะมาปราบฉันด้วยเหรอ” นักพรตเต๋าฉีเหมินหัวเราะราวกับว่าเขาได้ยินเื่ตลกขนานใหญ่ และหัวเราะเยาะไป๋ลู่ที่ประเมินตัวเองสูงเกินไป “ฉันอยู่ในวงการนี้มานานกว่าเธอ จึงทนไม่ได้ที่จะเห็นพวกเธอพยายามเรียนรู้กังฟูจากแมวสามขา*[2]และแกล้งทำตัวลึกลับในโลกออนไลน์ เพื่อทำลายชื่อเสียงวงการของเรา”
“ฉันได้ดูการไลฟ์สดของเธอแล้ว ทั้งที่อ่านได้แต่ใบหน้า จะมีคุณสมบัติที่จะเปรียบเทียบกับฉันได้ยังไง แต่วันนี้ฉันจะแสดงความเมตตาอย่างยิ่งต่อเธอ ด้วยการแข่งขันกับเธอเพื่อสอนบทเรียนเอง เธอจะได้รู้ว่าโลกออนไลน์ไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาเจ๋อได้ง่าย ๆ!”
[1] แอปพลิเคชันเสี่ยวหวงเชอ เป็แอปขายของแอปหนึ่งประเทศจีน มีไอคอนเป็รูปจักรยานสีเหลือง
[2] สำนวนแมวสามขา หมายถึง พวกที่ไม่เก่งจริง หรือทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ