หลังจากวันนั้นข่าวลือเสียหายระหว่างฉินซู่กับเต๋อหยวนก็กระจายไปทั่วจวนหญิงสาวตกเป็ขี้ปากของเหล่าบ่าวรับใช้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็...
‘นางเข้าไปยั่วท่านอ๋องถึงในห้อง ช่างไร้ยางอายสิ้นดี’
‘นางคงอยากเป็อนุของท่านอ๋องจนตัวสั่นล่ะสิถึงได้เข้าไปเสนอตัวถึงในห้องนอนแบบนั้น’
‘หน้าด้าน! ไร้ยางอายสิ้นดี!ทำตัวเป็แม่พระแต่ที่แท้ก็เป็นางปีศาจจิ้งจอกที่ชอบยั่วผู้ชายต่างหากล่ะ’
และอื่นๆ อีกสารพัดที่คนเ่าั้จะสรรหามาพูดกันสนุกปากซึ่งแน่นอนว่าถงเจินกับเพื่อนๆ ของนางเป็ตัวตั้งตัวตีกระพือข่าวในเื่นี้
หยางฉินซู่รู้สึกอับอายยิ่งนักแต่ก็ไม่มากเท่ากับเจ็บใจและเสียใจที่ต้องทำให้ท่านยายของนางอับอายขายขี้หน้าไปด้วย
ตอนแรกหญิงสาวจะถูกท่านยายตีสั่งสอนสิบทีด้วยไม้เรียวที่แผ่นหลังแต่จวิ้นอ๋องมาขอร้องไม่ให้ทำโทษนางหากจะทำก็ให้มาทำที่เขาแทนเพราะเขาเป็คนผิดเอง
ฮึ...ก็แน่นอนล่ะว่าเขาเป็คนผิดถ้าไม่ใช่เพราะเต๋อหยวนดึงดันจะรับนางเป็อนุภรรยาให้ได้ เื่นี้ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก
เมื่อจวิ้นอ๋องมาขอร้องไม่ให้ตีนางท่านยายจึงสั่งให้นางนั่งคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ที่หน้าป้ายิญญาของมารดาสามวันแทน
“ความจริงแล้วให้นางคุกเข่าสำนึกผิดแค่วันเดียวก็พอแล้วแม่นมเมิ่ง”ฮูหยินใหญ่ที่มาเยี่ยมแม่นมเมิ่งถึงห้องเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นฉินซู่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่หน้าป้าย
นางนั้นรักและเอ็นดูฉินซู่มากเนื่องจากมีแต่บุตรชายไม่มีบุตรสาวเลยพอฉินซู่เข้ามาและนางรู้สึกถูกชะตาด้วยจึงเลี้ยงดูนางเหนือกว่าสาวใช้คนอื่นๆมาตลอด
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะฮูหยินใหญ่”แม่นมเมิ่งที่บัดนี้แก่ชรามากจนลุกเดินเหินไม่ค่อยไหวแล้วกล่าวเสียงแหบแห้ง “นางทำเื่ฉาวโฉ่จนคนพูดกันไปทั่วทั้งจวนหากข้าไม่ลงโทษนางให้หลาบจำ สักวันนางอาจทำเื่ที่ไม่ดีจนทำให้ฮูหยินใหญ่กับนายท่านต้องเดือดร้อนได้”
“ความจริงแล้วเื่นี้ข้ากับท่านพี่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอันใดเลยแม่นมเมิ่ง”นายหญิงใหญ่ของจวนพูดเปรยๆ ขึ้นเพราะมีจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้นางนึกถึงบุตรชายคนเล็กที่เข้ามาเซ้าซี้นางถึงในห้อง เพื่อขอร้องให้มาช่วยเจรจากับแม่นมเมิ่งแทนให้หน่อย
‘ท่านแม่ช่วยไปพูดกับแม่นมเมิ่งให้เลิกทำโทษซู่ซู่ได้ไหมขอรับ’
‘เ้าจะให้แม่ไปก้าวก่ายได้อย่างไรกัน ในเมื่อฉินซู่ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษแล้วการที่แม่นมเมิ่งลงโทษเองก็ถือว่าช่วยนางมากแล้ว เพราะหากให้นางถูกลงโทษตามกฎของจวนละก็นางคงถูกโบยจนเจ็บปางตายเป็แน่’
‘ข้ารู้ขอรับ แต่ข้าสงสารนางเหลือเกินท่านแม่นางไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เื่ที่เกิดขึ้นมันเป็อุบัติเหตุจริงๆ นะท่านแม่’
‘แม่เข้าใจแต่ข่าวลือเสียหายแพร่ไปทั่วจวนแล้วไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้’
‘ถ้าเช่นนั้นท่านแม่ก็ช่วยไปขอแม่นมเมิ่งให้ลดโทษนางก็ได้ขอรับขอให้นางรับโทษแค่วันเดียวก็พอ’
‘เ้ารักนางมากหรืออาหยวน’
‘ที่สุดในชีวิตขอรับท่านแม่’
คำตอบของบุตรชายทำเอาหลี่ฮูหยินหนักใจยิ่งนัก เต๋อหยวนช่างมีความรักที่มั่นคงเหลือเกินแต่น่าเสียดายที่ฉินซู่นางแน่วแน่ในทางธรรมเสียแล้ว
หลี่ฮูหยินเห็นใจลูกชายยิ่งนักนางรู้ว่าเต๋อหยวนรักฉินซู่ด้วยใจจริง ซึ่งนางก็มิได้รังเกียจ มิหนำซ้ำยังส่งเสริมอีกด้วยเพราะนางก็อยากให้ฉินซู่ได้อยู่อย่างสุขสบาย และได้มาเป็ลูกสาวของนางจริงๆ เสียที
ฮูหยินใหญ่ถอนหายใจเบาๆนางหันหน้าไปมองฉินซู่อยู่อึดใจหนึ่งก่อนหันกลับมามองหน้าแม่นมเมิ่งที่นางรักดุจแม่แท้ๆ อีกคนหนึ่งของนางก็ไม่ปาน
“ความจริงแล้วข้าได้ปรึกษากับท่านพี่เื่ของเต๋อหยวนกับฉินซู่แล้วจึงเห็นตรงกันว่าควรให้นางแต่งเข้ามาเป็อนุภรรยาของอาหยวนโดยเร็วที่สุด”
“จริงหรือเ้าคะ” หญิงชราถามด้วยความยินดีเนื่องจากในใจลึกๆ ของนางหวังให้หลานรักได้แต่งงานกับบุรุษดีๆ สักคนหนึ่งมาโดยตลอดมากกว่าจะไปบวชชีอยู่ที่วัดตลอดชีวิต
“จริงสิ”
“แต่ท่านอ๋องจะยอมรับซู่ซู่หรือเ้าคะ”
“เื่นี้แม่นมเมิ่งอย่าได้กังวลไปเลย ท่านน่าจะมองออกว่าอาหยวนลูกชายของข้ามีใจให้ฉินซู่มานานแล้วก่อนที่จะเกิดเื่ขึ้นเขาก็ได้มาพูดเื่อยากรับฉินซู่มาเป็อนุภรรยากับข้าด้วย”
“ความจริงข้าก็พอมองออกแต่ซู่ซู่หลานข้านางต่ำต้อยเกินไปอาจไม่คู่ควรกับท่านอ๋อง”
“อย่าคิดเช่นนั้นเลยแม่นมเมิ่งเอาเป็ว่าท่านตกลงยกฉินซู่ให้อาหยวนก็แล้วกันนะ ข้าจะได้จัดเตรียมพิธีรับนางเข้าจวนสกุลหลี่”
“ขอบคุณฮูหยินใหญ่ที่เมตตานางเ้าค่ะ”แม่นมเมิ่งกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจที่สกุลหลี่ให้ความเมตตาต่อนางกับหลานสาวมากมายนัก
หญิงชรารู้ดีว่าฉินซู่ไม่ปรารถนาที่จะมีคู่ครองตั้งใจจะอุทิศตนมุ่งสู่ทางธรรม ในฐานะยายที่รักหลานสุดหัวใจนางจึงไม่ได้คัดค้านทว่าพอเกิดเื่น่าอับอายเช่นนี้ขึ้นท่านก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยปล่อยให้ชื่อเสียงของซู่ซู่เสียหายได้ และในเมื่อมีบุรุษที่ดีพร้อมทุกด้านอย่างหลี่เต๋อหยวนมารับผิดชอบด้วยแล้วมีหรือที่แม่นมเมิ่งจะปล่อยผ่านไป
วันต่อมาหยางฉินซู่ก็ถูกยกเลิกการทำโทษและได้รับแจ้งจากท่านยายว่านางจะต้องแต่งเข้าสกุลหลี่ในฐานะอนุภรรยาของจวิ้นอ๋องซึ่งนางพยายามทัดทานในเื่นี้แต่ก็ไม่เป็ผล มิหนำซ้ำยังถูกแม่นมเมิ่งดุอีกว่า
“เ้าก่อเื่น่าอับอายขึ้นจนชื่อเสียงของเ้าเสียหายขนาดนี้แล้วเ้ายังจะให้ข้าปฏิเสธคำขอของฮูหยินใหญ่อีกอย่างนั้นรึ”
“แต่ข้าไม่อยากแต่งงานนี่ท่านยายท่านก็รู้ว่าข้าอยากออกบวชมากกว่า”
“ข้ารู้และไม่เคยห้ามเ้าเลย แต่นั่นมันก่อนจะเกิดเื่น่าอับอายนี้ขึ้นฉะนั้นเพื่อรักษาชื่อเสียงของเ้ากับสกุลหยางของเราเอาไว้เ้าจะต้องแต่งงานกับท่านอ๋องโดยเร็วที่สุด”
“แต่ข้า...”
“ถ้าเ้ายังเคารพข้าอยู่ก็อย่าได้ปฏิเสธอีกเลยอาซู่”
พอท่านยายพูดเช่นนี้นางก็ไม่อาจกล่าวอันใดได้อีกต่อไปจึงต้องมานั่งร้องไห้ด้วยความเจ็บใจอยู่ที่หลังจวนเช่นเดิม
“เ้าเสียใจมากถึงเพียงนี้เชียวหรือที่ต้องแต่งกับข้า”
คำถามที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ไม่ต้องหันหน้ากลับไปมองฉินซู่ก็รู้ว่าเป็ผู้ใดนางเช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วนั่งนิ่งไม่ตอบกลับอีกฝ่ายสักคำเดียว
จวิ้นอ๋องถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นาง แต่นางกลับขยับตัวหนี เขาก็เลยขยับตัวตามเป็อยู่อย่างนี้สามรอบได้นางถึงได้หันขวับมาแหวใส่เขาว่า
“ท่านจะขยับตามข้ามาทำไม”
แทนที่จะโกรธเต๋อหยวนกลับยิ้มให้เพราะชอบที่นางโวยวายใส่มากกว่าเห็นนางร้องไห้เสียใจ
“ข้าอยากพูดกับเ้าให้เข้าใจ”
“เหตุใดต้องพูดกันอีกในเมื่อท่านก็ได้ทุกอย่างสมใจปรารถนาแล้วนี่” นางกล่าวประชดแล้วลุกขึ้นเดินหนีไปทางอื่นแต่เพราะขาที่นั่งคุกเข่ามาทั้งคืนยังไม่หายดีนักทำให้นางทรุดตัวล้มลงไป “โอ๊ย!”
“ซู่ซู่!” ชายหนุ่มรีบลุกตามมาดูด้วยความเป็ห่วงแล้วทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าถามอาการของนาง “เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้าไม่ได้เป็อะไรมาก”นางยังทำปั้นปึ่งใส่แต่เขาก็หาใส่ใจไม่ เพราะเป็ห่วงอาการของนางมากกว่า
“เ้าคุกเข่ามาทั้งคืนคงยังเจ็บระบมอยู่ไม่น้อยให้ข้าอุ้มเ้าไปนั่งตรงก้อนหินใหญ่ตรงโน้นเถอะ”
“ไม่ต้อง!”
ฉินซู่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะทันทีที่กล่าวจบเต๋อหยวนก็จัดการอุ้มตัวนางขึ้น แล้วพาเดินไปยังก้อนหินใหญ่ตามที่บอก
หัวใจข้าเต้นแรงอีกแล้ว
หญิงสาวคิดในใจพลางยกมือขึ้นแตะตรงหน้าอกด้านซ้ายของตนเองอย่างไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดยามอยู่ใกล้ชิดท่านอ๋องนางจะต้องรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรงขนาดนี้ด้วย
ฉินซู่ช้อนสายตาขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายแล้วก็ต้องรีบหลบตาทันทีเมื่อสายตาประสานเข้ากับดวงตาอ่อนโยนของเขาเข้าพอดีซึ่งมันทำให้นางรู้สึกขัดเขินจนแก้มนวลแดงปลั่ง
จวิ้นอ๋องเห็นแล้วก็หัวเราะขำคนในอ้อมแขนเบาๆ ที่ไม่ยอมรู้ใจตัวเองสักทีว่านางนั้นก็มีใจให้เขาอยู่เช่นกัน