ร้านขายยาแห่งนี้ขนาดไม่ธรรมดาเลย พื้นที่อย่างน้อยก็ปาเข้าไปสามถึงสี่พันตารางเมตรแล้ว ชั้นวางยาเรียงรายเป็ระเบียบ ภายในเงียบสงัด ไร้วี่แววของซอมบี้ในเวลานี้
ฉินจงชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ปิดประตูกระจกทั้งสองบานของร้านขายยาลง เขากวาดสายตามองซ้ายขวา พบว่ายังมีประตูอีกสองบานเชื่อมกับร้านค้าข้างเคียง จึงเดินไปจัดการปิดมันซะให้หมด
ขณะกำลังปิดประตูบานที่เชื่อมกับร้านอื่น ั์ตาของฉินจงก็หรี่แคบลง ฝั่งตรงข้ามคือร้านหนังสือ เขามองเห็นซอมบี้สามตัวกำลังเดินวนเวียนอยู่ระหว่างชั้นวาง โชคดีที่พวกมันหันหลังให้ทางนี้ เลยไม่ได้สังเกตเห็นเขา
เมื่อจัดการปิดประตูกระจกทุกบานจนมิดชิด สภาพแวดล้อมก็กลายเป็พื้นที่ปิดตาย ฉินจงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ร้านขายยาขนาดมหึมาที่มีเขาอยู่เพียงลำพัง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายลงได้เปลาะหนึ่ง
ไม่นานนัก ฉินจงก็ค้นเจอยาจีนทะลวงเส้นเืและรักษาอาการาเ็ภายในบนชั้นวาง เขาจัดการกินยาตามฉลากแนะนำ หยิบผ้าพันแผลมาพันปิดปากแผลที่หัวเข่าให้เรียบร้อย ก่อนจะหามุมสงบ ๆ สักมุมแล้วทิ้งตัวลงนอน
ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีเยี่ยม ผ่านไปหนึ่งวันจนถึง่โพล้เพล้ ฉินจงรู้สึกว่าอาการช้ำในที่หน้าอกทุเลาลงไปเกือบครึ่ง ความกังวลในใจพลันลดฮวบ กินยาต่ออีกสักสองวัน แผลพวกนี้ก็คงหายสนิทแล้ว
พอมีเวลาว่าง หัวสมองก็เริ่มคิดฟุ้งซ่าน ภาพการหักหลังของหยางซินและอู๋เชี่ยนลอยเข้ามาในหัว หากครั้งนี้เขารอดชีวิตกลับไปได้ล่ะก็ จะต้องจัดบทเรียนชุดใหญ่ให้ไอ้คู่เวรตะไลนี่อย่างสาสมแน่
แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ ขนาดเขายังโดนลอบกัด พวกพรรคพวกเก่าคนอื่น ๆ ก็คงมีจุดจบไม่สวยนักหรอก ไอ้พวกที่ไม่ยอมก้มหัวแปรพักตร์ ถ้าไม่โดนเนรเทศก็คงถูกฆ่าทิ้งไปแล้ว
ถ้าเป็แบบนั้นจริง ต่อให้บุกเดี่ยวกลับไป เขาก็คงทำอะไรหยางซินไม่ได้ เพราะตอนนี้หมอนั่นคงกุมอำนาจควบคุมศูนย์ลี้ภัยไว้เบ็ดเสร็จ กองกำลังต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่ ๆ
ถึงตอนนั้น เขาคงต้องเผชิญหน้ากับคนทั้งศูนย์ลี้ภัยเพียงลำพัง ต่อให้จะเก่งกาจแค่ไหน น้ำน้อยก็ย่อมแพ้ไฟอยู่ดี
คิดมาถึงตรงนี้ ฉินจงก็ยกมือนวดขมับด้วยความปวดหัว ชั่วขณะนี้เขายังคิดหาทางออกดี ๆ ไม่เจอเลย
หรือจะรวบรวมคนสักสองสามคนมาตั้งตี้ แล้วรอซุนเสี่ยวเหยียนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ข้ามเวลามาให้ จากนั้นค่อยกลับไปคิดบัญชีแค้นดี?
ฟังดูเข้าท่า แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลา ต่อให้เขาค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น ศัตรูก็คงไม่หยุดอยู่กับที่เพื่อรอให้เขาไปเชือดหรอก พวกมันก็ต้องทรงพลังขึ้นเหมือนกัน
มันก็เหมือนเกมวัดใจที่แต้มต่อหักล้างกันไปมา สุดท้ายก็ต้องมาวัดกันว่าฝ่ายไหนจะมีขุมกำลังสำรองที่เหนือกว่า
เมื่อลองเทียบกันดู การที่เขาสูญเสียศูนย์ลี้ภัยไป ย่อมทำให้กำลังรบโดยรวมด้อยกว่าไอ้คนทรยศอย่างหยางซินอย่างไม่ต้องสงสัย และนี่แหละคือจุดที่ฉินจงหนักใจที่สุด
ทันใดนั้น ฉินจงพลันฉุกคิดถึงเื่ ‘ดาวห้าแฉก’ ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนตาย
แม้ก่อนสิ้นใจเธอจะย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามเขาไปที่นั่นเด็ดขาด แต่พูดตามตรง ในใจของฉินจงตอนนี้กลับรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเ้าดาวห้าแฉกนี่จนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
สัญชาตญาณร้องเตือนว่า บางทีดาวห้าแฉกนั่นอาจเป็กุญแจสำคัญที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น พอคิดได้แบบนี้ ฉินจงก็เริ่มนั่งไม่ติดที่
ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า มีทั้งซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์โผล่ไปป้วนเปี้ยนอยู่ในตึกระฟ้าเหิงหลง ดูทรงแล้วพวกมันน่าจะกำลังแย่งชิงดาวห้าแฉกนั่นกันอยู่แน่ ๆ
จากคำบอกเล่า แปลว่าตอนนี้ยังไม่มีใครหรือตัวอะไรได้ดาวห้าแฉกไปครอง แต่ถ้าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปก็ไม่แน่ ชั่วพริบตานั้น ฉินจงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาต้องรีบมุ่งหน้าไปตึกระฟ้าเหิงหลงให้เร็วที่สุด
ในวินาทีนี้ เขาไม่มีทางปล่อยผ่านโอกาสใด ๆ ก็ตามที่จะทำให้ตัวเองเก่งขึ้น ต่อให้โอกาสนั้นจะดูเลื่อนลอยแค่ไหนก็ตาม
แต่ถึงจะใจร้อนแค่ไหน การบุกตึกระฟ้าเหิงหลงก็ยังมีความเสี่ยงสูงมากอยู่ดี เขาต้องรักษาแผลให้หายสนิทซะก่อน ระหว่าง่พักฟื้นไม่กี่วันนี้ เขาจะได้ใช้เวลาสำรวจห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ให้ทะลุปรุโปร่งไปเลย
จะว่าไป สภาพแวดล้อมของห้างนี้ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก โดมกระจกบนหลังคามีขนาดใหญ่มหึมา กว้างเกือบเท่าครึ่งสนามฟุตบอล ถ้าหาทางทุบกระจกบนหลังคาให้แตกได้ นอกจากในห้างจะสว่างขึ้นแล้ว อากาศก็จะถ่ายเทได้ดีเยี่ยม แถมถ้าฝนตก ก็ยังช่วยแก้ปัญหาเื่น้ำดื่มในระยะยาวได้สบาย ๆ ด้วย
ส่วนสวนกลางเมืองที่ชั้นหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขาแอบสังเกตเห็นว่ามีผลไม้สีเขียว ๆ แดง ๆ ซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ ถ้าไม่ใช่แอปเปิลก็คงเป็ส้ม หากมีน้ำฝนคอยรดหล่อเลี้ยง เสบียงผลไม้สด ๆ ก็คงไม่มีทางขาดแคลน
และที่สำคัญที่สุด ในฐานะห้างสรรพสินค้าครบวงจรระดับท็อป เสบียงที่ตุนไว้ต้องมีมหาศาลอย่างแน่นอน หากเขากลับไปเด็ดหัวหยางซินได้สำเร็จล่ะก็ เขาสามารถเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็ศูนย์ลี้ภัยแห่งใหม่ได้เลย
ขณะที่ฉินจงกำลังวาดฝันแผนการในหัว ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลง เขาหาอะไรกินรองท้องง่าย ๆ แล้วเอนหลังพิงกำแพงหลับตาลงช้า ๆ
ตลอดทั้งคืน ฉินจงสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง สภาพแวดล้อมแปลกตาบวกกับสัญชาตญาณระวังภัย ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยจนหลับไม่ลง
แหงล่ะสิ ห่างออกไปแค่กระจกกั้น ด้านหน้าและด้านข้างก็มีฝูงซอมบี้กินคนเดินเพ่นพ่านไปมา ใครมันจะไปหลับลงกันล่ะ!
...
แสงอรุณสีเทาหม่นสาดส่องผ่านโดมกระจกลงมา เป็สัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นวันใหม่
ฉินจงลุกขึ้นจากซอกมุมในร้านขายยา ยืดเส้นยืดสายบิดี้เีสุดแรง เขาััได้ว่าอาการช้ำในนั้นฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดไว้มาก
สายตาทอดมองไปยังประตูกระจกฝั่งร้านหนังสือ ในใจลอบคิดว่าในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีอะไรฉุกเฉิน ก็ถือโอกาสนี้เคลียร์พื้นที่และสำรวจห้างดูสักรอบ เพื่อปูทางสำหรับการสร้างฐานทัพในอนาคตเลยน่าจะดีกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น เขาจำเป็ต้องเคาะสนิมและขัดเกลาฝีมือตัวเองให้เฉียบคมยิ่งขึ้นด้วย และวิธีอัปเวลที่ไวที่สุดก็คือการเรียนรู้และพัฒนาผ่านการเข่นฆ่านี่แหละ พอคิดได้แบบนั้น ฉินจงก็ตัดสินใจเปิดประเดิมกับซอมบี้ไม่กี่ตัวในร้านหนังสือนั่นทันที
เขากระชากดาบเหมียวเตาออกมาจากฝัก ตวัดฟันแหวกอากาศไปมาสองสามครั้งเพื่อเรียกความคุ้นเคย จัดระเบียบข้าวของบนตัวให้เข้าที่ แล้วผลักประตูเดินเข้าไปในร้านหนังสือ
ย่างก้าวไปตามทางเดินได้ไม่กี่ก้าว ฉินจงก็ปะทะเข้ากับซอมบี้ชายตัวหนึ่ง มันกำลังเดินเตาะแตะวนเวียนอยู่ระหว่างชั้นวางหนังสือสองแถว จู่ ๆ มันก็ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอออกมา
เ้านี่ไม่ใช่ซอมบี้หญิงที่เขาเห็นเมื่อวาน ดูทรงแล้วซอมบี้ในร้านหนังสือนี้น่าจะมีอย่างน้อย ๆ ก็สี่ตัว
ซอมบี้ชายตัวนั้นกำลังหันหลังให้เขา ร่างกายโงนเงนไปมา ฉินจงค่อย ๆ ย่องเข้าไปด้านหลังมันอย่างแ่เบา ก่อนจะจงใจส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอเบา ๆ ทันทีที่มันได้ยินและหันขวับกลับมา ฉินจงไม่รอช้า พุ่งทะยานส่งดาบแทงสวนออกไปทันที!
พื้นที่แคบ ๆ ระหว่างชั้นหนังสือกลายเป็อุปสรรค มันไม่เหมือนตอนที่อยู่หลังประตูเหล็กดัดในหมู่บ้านซึ่งมีเวลาให้เล็งเป้าสบาย ๆ ดาบนี้จึงทะลวงเข้าที่กลางอกของซอมบี้ แต่พลาดจุดตายไปอย่างจัง
ซอมบี้ตัวนั้นคำรามลั่น โถมร่างบุกทะลวงเข้ามาทั้งที่ยังมีดาบปักคาอก พละกำลังของมันมหาศาลจนดันเอาเท้าของฉินจงไถลครูดถอยหลังไปตามพื้น
เห็นท่าไม่ดี ฉินจงจึงรีบดีดตัวถอยฉากออกไปยังโซนที่กว้างกว่า จุดตายหนึ่งเดียวของซอมบี้คือศีรษะ ตามหลักแล้ว ขอแค่สับหัวมันให้หลุดก็จบเื่
ฉินจงจับจ้องซอมบี้ที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา เขาเล็งเป้าหมายไปที่ลำคอ แล้วฟาดดาบตวัดลงไปสุดแรง!
ฉัวะ!
ครั้งนี้ไม่พลาดเป้า หัวอันน่าสยดสยองของซอมบี้ขาดกระเด็น กลิ้งหลุน ๆ ไปตามพื้น
เสียงการต่อสู้เมื่อครู่ ปลุกให้ซอมบี้หญิงอีกสามตัวในร้านหนังสือตื่นตัว พวกมันพุ่งพรวดเข้ามาตีขนาบจากสามทิศทาง ท่าทางดุดันบ้าคลั่งพุ่งชนชั้นหนังสือจนล้มระเนระนาดไปสามสี่แถว
เมื่อเห็นซอมบี้สามตัวเปิดฉากรุมทึ้งพร้อมกัน ฉินจงประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว การรับมือซอมบี้สามตัวในเวลาเดียวกัน ต่อให้พวกมันจะเป็แค่ซอมบี้หญิงตัวเล็ก ๆ เขาก็ไม่อาจการันตีได้ว่าจะไม่พลาดพลั้ง
หากพลาดโดนกัดสักคำ หรือโดนกรงเล็บตะปบเข้าสักแผล ชีวิตน้อย ๆ นี้คงได้จบเห่แน่ เมื่อคิดได้แบบนั้น ฉินจงจึงรีบสับเท้าวิ่งลัดเลาะผ่านชั้นหนังสือไปหลบซ่อนตัวทันที
โชคดีที่ซอมบี้พวกนี้แม้จะมีพละกำลังมหาศาล แต่ความเร็วและความคล่องตัวเข้าขั้นห่วยแตก จึงวิ่งไล่กวดเขาไม่ทัน หลังจากคลาดสายตาจากฉินจง ซอมบี้สาวทั้งสามก็แยกย้ายกันเดินเตาะแตะอย่างมึนงงอีกครั้ง
เขาซุ่มเงียบอยู่พักใหญ่ เมื่อฟังจนแน่ใจว่าเสียงฝีเท้าเริ่มเบาลง ฉินจงก็เริ่มเคลื่อนไหว อาศัยชั้นหนังสือเป็เกราะกำบัง ล่อซอมบี้สาวออกมายังพื้นที่กว้างทีละตัว ๆ แล้วจัดการเชือดพวกมันทิ้งจนเหี้ยนเตียน