ตอนที่ 22 : โอสถระดับสูงแห่งสุริยันะ
เสียงลมเพลิงหอบแ่พัดผ่านลานฝึกในชั้นสูงสุดของหอเทพเพลิงเปลวไฟสีทองอมแดงลุกวูบกลางอากาศ ทอประกายเหมือนมีชีวิต
ทั่วพื้นศิลามีลวดลายอักขระเพลิงสลักไว้แ่า ราวกับแม้แต่กาลเวลาก็ไม่กล้าล่วงล้ำเข้ามาในสถานที่นี้
หวังเมิ่งหลงนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาหลอมโอสถเก่าแก่ที่เรียกว่า “เตาหลอมเทวะสุริยัน” เตานี้มีเพียงผู้าุโระดับสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ แต่วันนี้… เด็กหนุ่มผู้เคยเป็เพียงศิษย์โรงรับใช้กลับนั่งอยู่ตรงหน้า
อาจารย์ไป๋เจี้ยนหรงยืนอยู่ด้านหลัง สายตาจับจ้องเมิ่งหลงด้วยความหวังปนกังวล
ส่วนผู้าุโซูเต๋อเหวินเพียงพยักหน้าช้า ๆ เสียงท่านดังขึ้นอย่างหนักแน่น
“เมิ่งหลง วันนี้เ้าจะหลอมโอสถระดับสูงสุด — โอสถสุริยันะ ยานี้มีเพียงชื่อในตำนานเท่านั้น ไม่มีผู้ใดในร้อยปีที่ทำสำเร็จ แม้แต่ข้า...”
เมิ่งหลงลืมตาขึ้น ดวงตาสีทองสะท้อนแสงเพลิงในเตาหลอม เขาก้มศีรษะตอบอย่างสงบ
“ศิษย์เข้าใจ ข้าไม่อาจรับประกันความสำเร็จ แต่จะใช้สุดใจของข้าในการหลอมโอสถนี้ให้ถึงที่สุด”
ผู้าุโซูถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะวางกล่องหยกลงตรงหน้า
ภายในบรรจุวัตถุดิบล้ำค่าที่สุดแห่งยุค รากัสุริยัน, ดอกเพลิงฟ้า, หยดโลหิตาาเพลิง, สมุนไพร์ห้าธาตุ และ น้ำตาเทพเพลิงอัคคี
เมื่อเมิ่งหลงเปิดฝาออก พลังธาตุในห้องถึงกับปั่นป่วน เปลวไฟสั่นไหวเหมือนกำลังสั่นสะท้านต่อสิ่งที่อยู่ภายใน
“เริ่มได้” ผู้าุโซูเต๋อเหวินเอ่ยเสียงเรียบ
เมิ่งหลงยกมือขึ้น เสียง “ฮึ่บ” ดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่เปลวเพลิงสุริยันเซียนผสานธาตุห้าสีจะลุกขึ้นรอบตัวเขาอีกครั้ง
เพลิงแดงแห่งชีวิต
เพลิงน้ำเงินแห่งจิต
เพลิงเขียวแห่งพฤกษา
เพลิงม่วงแห่งอสูร
และเพลิงทองแห่งฟ้า
ทั้งห้าธาตุหมุนวนอย่างรุนแรง ก่อนจะรวมกันเป็วงกลมขนาดใหญ่ตรงกลางอากาศ เปลวไฟที่เกิดขึ้นครั้งนี้มิใช่สีทองอีกต่อไป หากแต่เป็สีทองอมขาว ราวกับแสงของดวงตะวันที่กำลังะเิ
เสียง “วูบ!” ดังสนั่นเมื่อเพลิงหลอมรวมกับเตาวัตถุดิบทั้งหมดถูกดูดเข้าไปภายในเตาหลอมเพลิงอัคคี เมิ่งหลงหลับตาจิตของเขาแยกออกจากร่าง ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในเตาหลอมร่างกายภายนอกของเขาเริ่มสั่นอย่างหนัก เหงื่อไหลท่วมทั้งตัว
“เขาใช้จิตควบคุมเพลิงโดยตรง!” ผู้าุโซูอุทานเบา ๆ
“วิธีนี้แม้แต่ปรมาจารย์เพลิงก็ไม่กล้าทำ หากจิตหลุดเพียงเสี้ยวเดียวจะถูกเพลิงเผาิญญาจนสลาย!”อาจารย์ไป๋พูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาด้วยความเป็ห่วงศิษย์รัก
แต่เมิ่งหลงกลับสงบนิ่ง ดวงจิตของเขาล่องอยู่กลางเตาหลอมเพลิงอัคคี เห็นเพลิงที่เผาไหม้อย่างรุนแรงจนวัตถุดิบทุกชิ้นค่อย ๆ หลอมรวม
เขาเอ่ยเสียงเบา ราวกับพูดกับเพลิง
“เ้าคือแสงที่ให้ชีวิต ไม่ใช่เพียงความร้อน... จงสงบลงเถิด เพลิงแห่งสุริยันเซียนผสานธาตุ จงรับฟังข้า”
ทันใดนั้น แสงในเตาหลอมสงบลงอย่างน่าประหลาด เพลิงรุนแรงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงขาวบริสุทธิ์ ใสสว่างดั่งหยาดแสงจากฟาก์
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงลมหายใจของเมิ่งหลงแ่เบาจนแทบได้ยินเพียงเสียงหัวใจเต้น
สุดท้าย...เสียง “ตึ้ง!” ดังขึ้นในเตาหลอมเพลิงอัคคีเปลวไฟแตกกระจายเป็เส้นแสงพุ่งขึ้นฟ้า เมื่อทุกอย่างสงบลงเม็ดยากลับลอยอยู่กลางอากาศเพียงเม็ดเดียว สีทองอมขาวส่องสว่างราวกับดวงสุริยันจำลอง
กลิ่นหอมแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ผู้ที่อยู่ใกล้ต่างรู้สึกจิตสงบและลมหายใจโปร่งโล่งอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ผู้าุโซูมองเม็ดยานั้นตาค้าง ก่อนกล่าวเสียงแ่
“โอสถสุริยันะ... สำเร็จแล้วจริง ๆ”
อาจารย์ไป๋เจี้ยนหรงหัวเราะเบา ๆ ด้วยความตื้นตัน
“ั้แ่ข้าอยู่หอเทพเพลิงมา ยังไม่เคยมีใครหลอมโอสถบริสุทธิ์ขนาดนี้… เมิ่งหลง ศิษย์รักเ้าทำได้แล้ว”
เมิ่งหลงเปิดตาขึ้น แสงสีทองในดวงตาค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงประกายอ่อนโยน เขาลุกขึ้นคารวะทั้งสองท่าน
“ศิษย์เพียงทำตามหัวใจของเพลิงเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะคำชี้แนะของอาจารย์ทั้งสอง ข้าย่อมไม่มีวันนี้”
ผู้าุโซูเต๋อเหวินยิ้มอ่อน ก่อนจะมองไปยังเตาหลอมเพลิงอัคคีที่ยังอบอวลด้วยแสงสีขาวเรืองรอง
“เ้าไม่เพียงหลอมโอสถได้สำเร็จ แต่ยังปลุก เพลิงสุริยันะ ขึ้นในตัว นี่คือพลังแห่งเทพเพลิงยุคใหม่… หอเทพเพลิงคงต้องสั่นะเือีกครา”
อาจารย์ไป๋พยักหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนกล่าวเสียงทุ้มลึก
“แต่จงระวัง เมื่อตำนานถือกำเนิด ์ย่อมจับตามอง…”
เมิ่งหลงกำหมัดแน่น ดวงตาเขาส่องประกายแสงสีทองอมขาว
“ต่อให้์จับตามอง ข้าก็จะยังเดินบนทางนี้เส้นทางของเพลิงที่ให้ชีวิต มิใช่ทำลายมัน”
เสียงเปลวเพลิงดังลั่นอีกครั้งราวกับโลกตอบรับคำประกาศนั้นและในชั่วขณะนั้นเอง บนท้องฟ้าเหนือหอเทพ
เพลิง ปรากฏแสงสุริยันสีขาวจ้าเป็วงกลม เหมือน์ประกาศรับรู้การถือกำเนิดของ เทพโอสถเพลิงะคนใหม่