ความรู้สึกปวดหนึบ ๆ ตรงศีรษะ รวมทั้งกลิ่นสมุนไพรจีนหลายชนิดที่อบอวลอยู่รอบตัวทำให้ลินินมึนงงเธอพยายามลืมตาอย่างยากลำบาก…นี่เธออยู่ที่ไหนกัน ์หรือยมโลก!
“คุณหนูฟื้นแล้ว ! คุณหนูฟื้นแล้วเ้าค่ะนายท่าน!” เสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นอยู่ข้างหู ตามมาด้วยมือของใครสักคนกำลังจับชีพจรของเธอ
“ปลอดภัยแล้ว…นางปลอดภัยแล้ว” เขาคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความยินดีอย่างเหลือล้น
“ขอบคุณ์…ขอบคุณ์ที่คืนบุตรสาวให้ข้า”
บุตรสาวงั้นเหรอ…บุตรสาวของใคร…เอะ! หรือว่าจะเป็พ่อ แล้วพ่อจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ที่นี่มันที่ไหนกันแน่ หญิงสาวคิดใคร่ครวญอย่างเลื่อนลอย แต่ไม่ทันจะได้คำตอบ เธอก็สลบไปอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา
นับเป็เวลานานหลายชั่วยามที่ตำหนักกลาง อันเป็ตำหนักที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในพระราชวังหลวงแห่งแคว้นฉีเกิดความโกลาหล ทั้งหมอหลวง ทั้งนางกำนัล รวมทั้งขันทีน้อยใหญ่ต่างเดินเข้าเดินออกกันขาแทบขวิด ด้วยเหตุที่ ‘ฉีซวนหวางอ๋อง’ าาที่เพิ่งผ่านพระราชพิธีาาภิเษกขึ้นครองแคว้นได้ไม่ถึงขวบปีจู่ ๆ อาการเก่าของโรคประหลาดซึ่งติดตัวมาั้แ่เกิดได้กลับมากำเริบอีกครั้ง เหตุเพราะะโลงไปในสระน้ำกลางวังหลวงเพื่อช่วยชีวิตสตรีนางหนึ่งที่เป็เพียงลูกสาวของหมอหลวงนาม
‘จงหลีชุน’
“ฝ่าาทรงเป็ยังไงบ้างหมอหลวง!” ฉีไทเฮาผู้เป็มารดาซักไซ้เหล่าบรรดาหมอหลวงฝีมือสูงส่งของแคว้นฉี และหนึ่งในนั้นก็คือหมอเทวดาจงชวน บิดาของจงหลีชุน สาเหตุที่ทำให้เกิดเื่ราวใหญ่โตวันนี้
“ฝ่าาทรงปลอดภัยแล้วพะยะค่ะไทเฮา” จงชวนกราบทูล ก่อนจะถอยออกมาแล้วนั่งคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น
“หากท่านอ๋องเป็อะไรไป ต่อให้กระหม่อมกับบุตรสาวมีสักสิบหัวก็ไม่พอ ขอไทเฮาทรงวางพระทัยตอนนี้อาการของท่านอ๋องไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว”
ฉีไทเฮา สตรีผู้กุมอำนาจทั้งทางการเมืองและการทหารแห่งแคว้นก้าวเดินตรงไปหา จงชวนรีบก้มหน้าจนหน้าผากััพื้นเย็นเยียบของวังหลวง แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกหนาวไปทั้งหัวใจได้เท่ากับรับสั่งของฉีไทเฮาที่ว่า
“เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกจงชวน เพราะถ้าฝ่าาทรงเป็อะไรไป จำเอาไว้ข้าจะให้ชดใช้ทั้งตระกูล ! คนทั้งหมดของตระกูลจงมีกี่คน ข้าจะไม่ให้เหลือรอดเลยแม้แต่คนเดียว!”
จงชวนเสียวสันหลังวาบ เขารู้และมั่นใจว่าสตรีที่ได้ชื่อโเี้และเืเย็นอย่างฉีไทเฮาสามารถทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ ดูจากการกวาดล้างพวกฏต่อต้านการขึ้นครองราชย์ของท่านอ๋องใช้เวลาไม่ถึงเดือน ฉีไทเฮาก็สามารถกวาดล้างจนไม่เหลือรอดเลยสักคนเดียว !
แล้วอย่างนี้นับประสาอะไรกับหมอหลวงธรรมดาอย่างเขากับบุตรสาวกันเล่า
แต่แล้วตอนนั้นเองเสียงซึ่งเหมือนเสียง์สำหรับจงชวนก็ดังขึ้นอย่างแ่เบามาจากชายหนุ่มที่กำลังนอนอยู่บนเตียงั
“เสด็จแม่…”
ฉีไทเฮารีบรุดผละจากไป หมอเทวดาจงชวนจึงลอบถอนหายใจเบา ๆ นึกขอบคุณ์อยู่ในใจที่ยังเมตตาไว้ชีวิตเขาและบุตรสาวรวมทั้งคนสกุลจงอีก 25 ชีวิตให้รอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด
“ลูกฉี เป็ยังไงบ้าง”
“ลูกไม่เป็อะไรแล้ว เสด็จแม่อย่ากังวลไปเลย” ท่านอ๋องหนุ่มบอกพร้อมกับพยายามฝืนยิ้มส่งให้มารดา ด้วยใบหน้าหล่อเหลอที่ซีดเซียวไร้เืฝาด ริมฝีปากบางแห้งผาก ผิดกับดวงเนตรที่เป็ประกาย
“จะไม่ให้แม่กังวลได้ยังไง” นางว่าพลางประคองบุตรชายให้ลุกกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง
“โรคประหลาดของเ้า จนป่านนี้หมอหลวงพวกนี้ก็ยังไม่สามารถรักษาได้ให้หายขาดได้เลย มันน่าตัดหัวไปให้หมด !” ได้ยินแค่นั้นเหล่าบรรดาหมอหลวงน้อยใหญ่ต่างก็พร้อมใจกันคุกเข่าพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า
“กระหม่อมไร้สามารถขอไทเฮาทรงประทานอภัยด้วย”
“เสด็จแม่อย่าได้กล่าวโทษหมอหลวงพวกนี้เลยโรคของลูกเป็โรคประหลาดที่ติดตัวลูกมาั้แ่เกิด หากรักษาให้หายขาดได้จริงมีหรือที่พวกเขาจะไม่ทำ” ฉีซวนพยายามไกล่เกลี่ย มือข้างหนึ่งเอื้อมมาจับมือของมารดาไว้ ฉีไทเฮาจึงหันกลับมารับถ้วยยาจากนางกำนัลคนสนิทแล้วสั่งให้ทุกคนลุกขึ้น
“ขอบพระทัยฝ่าา ขอบพระทัยไทเฮา”
จากนั้นนางจึงป้อนยาให้บุตรชายในขณะที่ปากก็พร่ำบ่นไม่หยุด
“คราวหน้าอย่าได้ทำอะไรเสี่ยงอันตรายเช่นนี้อีก จำไว้ว่าตอนนี้เ้าไม่ได้เป็เ้าของตำหนักบูรพา เป็แค่ องค์รัชทายาทเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่เ้าคือฉีซวนหวางอ๋อง ผู้ครองแคว้นฉี เ้าต้องถนอมร่างกายให้มาก หากเกิดเป็อะไรไปขึ้นมาราษฎรทั้งหมดของแคว้นฉีจะทำยังไง”
“ต่อให้ไม่มีลูกก็ยังมีเสด็จแม่อยู่นี่พะยะค่ะ”
“แม่เป็แค่หญิงแก่คนหนึ่งจะทำอะไรได้ าระหว่างแคว้นก็ยังไม่จบสิ้น หากไม่มีเ้าสักคน ทหารจะเอาขวัญกำลังใจที่ไหนมาสู้รบ”
ฉีซวนยิ้มเซียว ๆ
“ลูกผิดไปแล้ว ขอเสด็จแม่ทรงอภัย ต่อไปลูกจะระวังให้มาก”
“ว่าแต่ว่าทำไมเ้าถึงต้องะโลงไปในสระน้ำอย่างนี้ด้วย” ฉีไทเฮาถามขณะเอี้ยวตัวไปส่งถ้วยยาเปล่าคืนแล้วจึงหันกลับมาใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเช็ดริมฝีปากให้บุตรชายอย่างเบามือ
“ลูกแค่ช่วยชีวิตคน”
“ช่วยชีวิตคน…หึ” นางทำเสียงขึ้นจมูกอย่างขัดใจ “ชีวิตของลูกหมอหลวงคนเดียวเทียบอะไรได้กับชีวิตของเ้า อีกอย่างถ้าเ้าอยากจะช่วยจริง ๆ พวกองค์รักษ์ ขันทีมีตั้งมากมายทำไมไม่ใช้ ไม่เห็นจะต้องเสี่ยงอันตรายเช่นนี้เลย”
“เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก ลูกกำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานคนเดียว เห็นนางผลัดตกลงไปในน้ำไม่ทันคิดหน้าคิดหลังให้ดีจึงรีบะโลงไปช่วย” อ๋องหนุ่มอธิบาย ก่อนหันมาถามหมอหลวงจงชวน
“ว่าแต่บุตรสาวของท่านปลอดภัยดีหรือไม่ท่านหมอจง?”
“พระอาญามิพ้นเกล้า ด้วยพระเมตตาของท่านอ๋องที่ช่วยชีวิตบุตรสาวของกระหม่อมไว้ ตอนนี้นางปลอดภัยดีแล้วพะยะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว นางปลอดภัยข้าก็สบายใจ”
“หากจงเอ๋อร์…เอ่อ…จงหลีชวน บุตรสาวของกระหม่อมรู้ นางจะต้องซาบซึ้งในพระเมตตาครั้งนี้แน่”
“จงเอ๋อร์…จงหลีชวน” ท่านอ๋องหนุ่มรำพึง “ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นชื่อนางนัก”