ลี่ถังกลับเรือนโดยใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติเทพเพียงพริบตาเดียวนางก็กลับมาถึงห้องอันซอมซ่อของตัวเอง พอมองไปรอบๆ ห้องเด็กสาวก็อดทอดถอนใจออกมาไม่ได้
"เอาเถอะ ตอนนี้ข้ามีเงินแล้ว ไว้ค่อยสร้างบ้านใหม่ก็แล้วกัน"จากนั้นั์ตาทอประกายวูบ เมื่อนางนึกได้ว่าถึงเวลาปลุกเส้นชีพจรลมปราณของทุกคนแล้วทราบว่าพวกเขาต้องตั้งตารอคอยอยู่เป็แน่
จากนั้นลี่ถังเดินไปเปิดประตูห้อง แต่ทันทีที่นางแง้มบานประตูออกก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของพี่ใหญ่ ยืนอยู่หน้าห้องของนาง
"พี่ใหญ่?"
ลี่ซือชะงักงัน เมื่อครู่ชายหนุ่มคิดจะเคาะประตูห้องแต่พลันเห็นน้องรองเปิดประตูออกมาพอดี ชายหนุ่มหัวเราะแห้งๆ กล่าวว่า"พี่ใหญ่ตื่นเต้นนิดหน่อยก็เลยมายืนรอเ้า ว่าแต่เป็อย่างไรบ้าง?"
ลี่ถังยิ้มบาง พยักหน้ากล่าวว่า "ไปเถอะเ้าค่ะตอนนี้ข้าพร้อมแล้ว"
ลี่ซือพอฟังก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง การเป็ผู้ฝึกปราณเป็สิ่งที่ชายหนุ่มวาดฝันมาตลอดในที่สุดก็มีความหวังขึ้นมาแล้ว จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร
ลี่ถังส่ายหัวยิ้มๆ จากนั้นเดินนำออกไปยังลานหน้าบ้าน เพื่อสมทบกับคนอื่นๆ
เมื่อวานนี้ลี่ถังได้บอกกับทุกคนในครอบครัวว่าวันนี้นางจะเริ่มทำการปลุกเส้นชีพจรลมปราณ เพื่อทำให้พวกเขาสามารถฝึกบ่มเพาะพลังและกลายเป็ผู้ฝึกปราณ ครั้นได้ยินนางกล่าวเช่นนี้พวกเขาก็พากันตื่นเต้นเป็การใหญ่ โดยเฉพาะพี่ใหญ่ของนางดูจะกระตือรือร้นมากกว่าคนอื่นๆ เสียอีก
ลี่ถังและลี่ซือเดินออกมาถึงลานเรียบๆ ด้านหน้าเรือน เด็กสาวก็เห็นผู้เป็บิดากำลังทำท่าทางคล้ายกับกำลังฝึกวิชาต่อสู้หากแต่ก็ดูเงอะงะท่วงท่าพิลึกอย่างยิ่ง ข้างๆ กับท่านยังเห็นมารดาคล้ายกับกำลังชี้แนะสามี เห็นว่าไม่ถูกต้องปากก็ดุด่าว่าไปหลายคำพลางทำท่าทางให้อีกฝ่ายทำตาม
"ตาแก่ เ้ากำลังทำอะไร วิชาต่อสู้นะไม่ใช่วิชาหาบฟืนดูข้าเป็ตัวอย่างซะบ้าง ข้าเห็นมากับตาว่าผู้ฝึกปราณเขาทำกันแบบนี้"ลี่จูออกกระบวนท่าด้วยการย่อตัวลง พร้อมกับปล่อยฝ่ามือเหยียดแขนตรงไปด้านหน้าปากก็ชี้แนะสามีไปพลาง ท่าทีเป็จริงเป็จังยิ่ง "การออกกระบวนท่าต้องหนักแน่นและงดงามแบบนี้แล้วค่อยปล่อยพลังปราณออกไป ปั้ง!"
ร่างเล็กของลี่หลินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แหงนหน้ามองมารดาด้วยแววตาเป็ประกายนับถือเลื่อมใสยิ่ง จากนั้นเด็กหญิงทำตามด้วยสีหน้าจริงจังย่อตัวลงแล้วปล่อยฝ่ามือเล็กๆ ของตนออกไป พร้อมกับทำเสียงประกอบ "ปั้ง!"
ลี่จูพยักหน้าให้กับบุตรสาวคนเล็กอย่างพึงพอใจ "แบบนั้นแหละหลินเอ๋อสมแล้วที่เป็ลูกแม่ เ้านับว่ามีพร์กว่าพ่อเ้าหลายขุมนัก"
ลี่หยางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ลี่ถังเห็นพวกเขาก็อดยิ้มขบขันไม่ได้ ไม่ทราบกำลังเล่นตลกอะไรกันครอบครัวนี้ช่างสนุกสนานได้ไม่เบื่อจริง
"ข้ามาแล้วเ้าค่ะ" ลี่ถังกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนล้วนหันมองไปต้นเสียงด้วยความตื่นเต้นลี่หยางเป็คนแรกที่โพล่งขึ้นมาว่า "โอ้ ถังน้อยเ้ามาแล้ว"
ลี่ถังมองดูพวกเขา กล่าวว่า"ดูท่าว่าทุกคนคงเตรียมตัวพร้อมแล้วสินะเ้าคะ"
ลี่จูว่า "แม่พร้อมแล้ว"
ลี่หลินยกมือแล้วว่า "หลินเอ๋อก็พร้อมแล้ว!"
ลี่หยางหัวเราะเสียงดัง "ฮ่าๆ พ่อพร้อมั้แ่เมื่อวานแล้วเริ่มเลยเถอะ อยากรู้จริงๆ ว่าตอนเป็ผู้ฝึกปราณ จะมีความรู้สึกเป็เช่นไร"
ลี่ซือที่อยู่ข้างๆ เด็กสาว กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า "น้องรอง เ้าบอกมาได้เลยว่าพวกเราต้องทำอะไรบ้าง"
ลี่ถังพยักหน้ายิ้มๆ "ในเมื่อทุกคนพร้อมกันแล้วถ้าอย่างนั้น..." นางเดินไปอีกสองสามก้าวแล้วค่อยหยุดฝีเท้าลงก่อนจะสะบัดมือไปด้านหน้าทันใดนั้นก็พลันปรากฏเป็ขอบเขตอาคมอักขระสีเขียวรูปทรงสี่เหลี่ยมขึ้นโดยที่ขนาดของมันพอๆ กับเรือนเล็กๆ หลังหนึ่งได้เลยกอปรกับด้านในยังเต็มไปด้วยอักษรและลวดลายอักขระโบราณล่องลอยไปมาราวกับมีชีวิต
ทั้งลี่หยาง ลี่จู และลี่ซือต่างก็พากันผุดสีหน้าตกตะลึง
นี่หรือพลังของผู้ฝึกปราณ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!
ลี่ถังหันมากล่าวกับทุกคนว่า "เอาละให้ทุกคนเข้าไปในนี้และนั่งลงนะเ้าคะ"
ลี่หลินพยักหน้ารัวๆ ราวกับเข้าใจความหมายของพี่รอง แววตาของเด็กน้อยทอประกายวาววับใบหน้าจิ้มลิ้มออกอาการร่าเริงนึกสนุกขึ้นมามองดูขอบเขตอาคมลมปราณเบื้องหน้าอย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะสาวเท้าน้อยๆเดินเข้าไปภายในขอบเขตอาคมเป็คนแรก
ลี่ซือเองก็ไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย ชายหนุ่มตามหลังน้องเล็กเข้าไปติดๆ
ลี่หลินะโโลดเต้นอย่างอารมณ์ดี ลี่ซือทันทีที่เข้ามาด้านในขอบเขตอาคมพลันรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดราวกับอากาศโดยรอบเป็พลังงานอันไม่มีที่สิ้นสุดประหนึ่งว่ามันกำลังพยายามแทรกซึมผ่านรูขุมขนเข้าไปภายในร่างกายทว่าก็ไม่ได้รู้สึกระคายเคืองแต่อย่างไร ตรงกันข้ามชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายราวกับจะลอยได้และรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและเปี่ยมไปด้วยพลังงานบางอย่าง
"ถังเอ๋อ นี่คือ.."ลี่จูกล่าวอย่างลังเล
"ไม่ต้องกังวลเ้าค่ะท่านแม่ นี่เรียกว่าขอบเขตอาคมลมปราณ มันจะทำให้พวกท่านบรรลุเป็ผู้ฝึกปราณได้ง่ายขึ้นไม่เป็อันตรายเ้าค่ะ" ลี่ถังตอบมารดาด้วยรอยยิ้ม
ลี่หยางหัวเราะร่า"หากข้าก้าวเข้าไปในนี้ ข้าก็จะกลายเป็ผู้ฝึกปราณแล้วสินะ"กล่าวพลางเดินเข้าไปยังขอบเขตอาคมลมปราณ ลี่จูไม่ลังเลอีกต่อไปพยักหน้าให้กับบุตรสาว ก่อนจะสูดหายใจลึก เดินตามสามีเข้าไปในขอบเขตอาคม
เวลาผ่านไปจนทุกคนในครอบครัวนั่งลงเข้าที่จนหมดลี่ถังจึงค่อยนั่งลงตรงจุดกึ่งกลางของทุกคน ในขณะที่อีกสี่คนนั่งล้อมรอบ
ลี่ถังหยิบเอาขวดหยกเล็กๆออกมาจากสาบเสื้อแล้วเปิดจุกขวดหยกออก พลางสะบัดขวดหนึ่งครั้ง โอสถทั้งเม็ดสี่เม็ดก็ลอยออกมาเบื้องหน้าของนาง
"ทุกคนรับโอสถนี่ไว้"ลี่ถังสะบัดแขนส่งเม็ดโอสถเสริมรากปราณลอยไปอยู่ต่อหน้าพวกเขาแต่ละคน
ดวงตาของลี่ซือทอประกายเมื่อเห็นเม็ดโอสถตรงหน้าััได้ว่าเป็โอสถที่ไม่ธรรมดา "นี่..นี่โอสถอะไรหรือน้องรอง"
"โอ้ หอมดีจังนี่หรือโอสถของผู้ฝึกปราณ" ลี่หยางกล่าวอย่างประหลาดใจ
ลี่จูสังเกตอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับสามีที่เห็นได้ยากยิ่ง
ลี่หลินเองก็สงสัยใคร่รู้เด็กน้อยยื่นจมูกสูดดมกลิ่นของโอสถตรงหน้า แต่พอได้กลิ่นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงก็แปรเปลี่ยนไป ดูจากสีหน้าแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก
ลี่ถังขำคิกคัก น้องเล็กชอบกินจุก็จริง แต่กับเื่ยาเห็นทีนางจะไม่ชอบเอามากๆ"ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น หากเ้ากินยานี่ได้ พี่รองจะพาเ้าไปซื้อขนมเ้าอยากกินอะไรพี่รองก็จะซื้อให้ ดีหรือไม่?"
ลี่หลินดวงตาทอประกายขึ้นทันที"จริงๆ นะ พี่รองไม่ได้โกหกหลินเอ๋อใช่หรือไม่?"
ลี่ถังยิ้มอย่างเอ็นดู "พี่รองเคยโกหกเ้าหรือ?"
"งั้น..งั้นก็ได้ หลินเอ๋อจะกินยาเหม็นๆนี่ก็ได้" เด็กน้อยเท้าสะเอว พลางจ้องมองโอสถตรงหน้าอย่างแน่วแน่ราวกับเจอศัตรูคู่อาฆาต
ลี่ถังเพียงยิ้มเล็กน้อย หันไปกล่าวกับทุกคนว่า "เอาละเ้าค่ะถ้าเช่นนั้นทุกคนก็กินโอสถได้เลย"
ลี่ซือลี่หยาง ลี่จู กลืนเม็ดโอสถลงท้องไปรวดเดียวพร้อมกันอย่างไม่ลังเล
ส่วนลี่หลินลังเลอยู่เล็กน้อยแต่เพื่อของกินแล้วเด็กน้อยสามารถยอมได้นางกลั้นหายใจแล้วยัดเม็ดโอสถเข้าปากไปอย่างรวดเร็ว
ในระหว่างนี้ั์ตาของลี่ถังเปลี่ยนเป็สีเขียวใช้วิชาดวงตาอักขระ มองสำรวจทุกการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของทุกคนอย่างไม่ละสายตาจะอย่างไรนี่ก็เป็ครั้งแรก สำหรับการบรรลุเป็ผู้ฝึกปราณของพวกเขานางไม่อาจปล่อยให้เกิดความผิดพลาดได้เด็ดขาด
ลี่ถังสลับสายตามองการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคนอย่างตั้งใจหากมองจากมุมมองของนางแล้ว เวลานี้โอสถได้ละลายกลายเป็หมอกสีขาวและเริ่มแทรกซึมผ่านทุกอนูของร่างกายเรียบแล้วร้อยเส้นชีพจรลมปราณกำลังจะได้รับการปลุกให้ตื่นขึ้นขั้นตอนนี้โดยปรกติจะทำให้รู้สึกเ็ปหากแต่ขอบเขตอาคมลมปราณที่นางสร้างขึ้นก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะมันสามารถลดทอนความเ็ปจนแทบไม่รู้สึกอะไร
ผ่านไปยี่สิบลมหายใจ..
ลี่ซือรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด พลังงานอุ่นๆกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกซอกทุกมุมของร่างกายอย่างรวดเร็วชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง หากให้ทุบหินใหญ่สักก้อนตอนนี้เขาก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าจะทำได้
ลี่หยางกับลี่จูเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน
ผ่านไปไม่นานนักทันใดนั้นกลิ่นอายพลังปราณก็ปะทุออกมาจากร่างของทั้งสามคนริ้วลมปราณสีขาวหลายสายพวยพุ่งออกมาราวกับสายน้ำ
ลี่ถังเพ่งสายตามองอีกครั้งเวลานี้นางเห็นว่าเส้นชีพจรลมปราณของพวกเขามีพลังสีขาวบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างจุดกึ่งกลางท้องน้อยยังมีพลังแบบเดียวกันหมุนวนเป็เกลียวคลื่น ชัดเจนว่าพวกเขาบรรลุเป็ผู้ฝึกปราณเรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากอยู่ภายใต้ขอบเขตอาคมลมปราณแม้จะเพิ่งบรรลุกลายเป็ผู้ฝึกปราณ หากแต่รากฐานพลังของทั้งสามคนเรียกได้ว่ามั่นคงอย่างยิ่ง แม้กระทั่งพลังบ่มเพาะยังเพิ่มขึ้นมาจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็การบรรลุพลังครั้งแรกอีกเพียงนิดเดียว ทั้งลี่ซือ ลี่หยางและลี่จูก็จะตัดผ่านไปยังระดับปราณก่อเกิดขั้นกลางได้แล้ว
ทว่าลี่ถังนางต้องขมวดคิ้วมุ่นเนื่องจากพลังน้องเล็กของนางแตกต่างจากคนอื่น ภายในร่างของเด็กน้อยตอนนี้เกิดเป็กลุ่มก้อนพลังสีเหลืองอ่อนที่จุดกึ่งกลางท้องน้อยดูราวกับเปลวเทียนที่วูบไหวไปมาเส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างเองก็ล้วนถูกเติมเต็มด้วยพลังสีเหลืองทองนี้เช่นกันนางยังััได้ถึงกลิ่นอายพลังอันศักดิ์สิทธิ์บางอย่างภายในร่างของน้องเล็กซึ่งต่างไปจากผู้ฝึกปราณอย่างสิ้นเชิง
ลี่ถังรู้สึกประหลาดใจเป็อันมากนางรีบค้นความทรงจำของตัวเองทันที ลักษณะพลังแบบนี้ แน่นอนว่านางย่อมเคยเห็นมาก่อน
ทว่าทันทีที่นึกขึ้นมาได้สีหน้าและแววตาของนางก็เปลี่ยนไปทันที พลันลุกพรวดขึ้นจากพื้นกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อว่า "หรือว่าน้องเล็กจะ.."