เวลาเกือบห้าโมงเย็น บนรถสองแถวที่กำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด…
สาวน้อยในชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง กำลังก้มหน้าก้มตา พับเหรียญโปรยทานโดยการใช้ริบบิ้นอยู่ด้วยความตั้งใจ มีทั้งดอกพิกุล ดอกนาเดียร์ลายเบสิค ดอกบัวชมพูซีลอน และดอกมะลิลา หลากหลายสีสันสดใส ตามความ้าของลูกค้า ที่สั่งกับเธอมาจากช่องทางออนไลน์
มินนี่ มนธิชา เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อายุ 13 ปี ส่วนสูง 155 ซม.
แม้เธอจะมีรูปร่างผอมแห้งบอบบาง และสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูทรุดโทรม จากการใช้งานเป็เวลานานเกินไปหน่อย แต่ผิวพรรณที่ขาวเปล่งปลั่ง สะอาดสะอ้านหมดจรด และใบหน้าเรียวเล็กจิ้มลิ้มหวานละมุน ก็ช่วยขับให้เธอนั้น ยังคงดูดี และน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ไม่ใช่น้อย
ขณะที่มนธิชากำลังจะเริ่มพับชิ้นงานถัดไป จู่ๆรถสองแถวคันที่โดยสารมานั้นก็เบรกกะทันหัน จนเกิดแรงเฉื่อยทำให้เธอและทุกคนที่นั่งอยู่บนรถนั้น เสียการทรงตัวเอนไปข้างหน้าพร้อมกันทันที
เอี้ยดดดดดดด!!
ปี้กกก!! ปี้กกก!!!!
“โอ๊ย!” มนธิชาที่นั่งอยู่ด้านในสุดร้องขึ้นด้วยความเจ็บ เพราะหน้าผากฝั่งขวาของเธอนั้นได้ไปกระแทกเข้ากับกระจกรถด้านหน้าเข้าอย่างจัง แต่พอเห็นว่าตัวเองไม่ได้เจ็บหนักถึงกับเืตกยางออกอะไร คนตัวเล็กจึงไม่ได้ใส่ใจมากมายไปกับรอยแผลช้ำแดงที่เกิดขึ้น
ท่ามกลางเสียงแตรรถดังระงม และเสียงะโร้องเอะอะโวยวายของผู้คนบางส่วนบนท้องถนน ได้มีอุบัติเหตุรถเก๋งฝ่าไฟแดงเฉี่ยวชนคนที่กำลังข้ามถนนบนทางม้าลายอยู่เกิดขึ้น ส่วนเ้าของรถเก๋งที่ขับฝ่าไฟแดงคันนั้น ได้รีบขับรถหนีความผิดไปอย่างไว ไม่ได้ลงมาดูอาการคนเจ็บที่นอนแน่นิ่งอยู่เลยสักนิด มนธิชาจึงรีบเก็บถุงงานพับเหรียญโปรยทานเข้ากระเป๋านักเรียนให้เรียบร้อย ก่อนจะรีบวิ่งลงจากรถสองแถวไปจ่ายค่าโดยสาร ในจังหวะที่รถนั้นกำลังจอดนิ่งอยู่กับที่พอดี
“ขอโทษนะคะๆ… หนูขอทางหน่อยค่ะ หนูขอเข้าไปดูคนเจ็บหน่อยนะคะ..”
ร่างเล็กเร่งฝีเท้าวิ่งหน้าตั้ง มุดป่าฝ่าดงวงล้อม ของเหล่าบรรดาไทยมุงด้วยความรีบสุดชีวิต พร้อมกับะโขอทางไปด้วย ซึ่งบางคนก็ให้ความร่วมมือหลีกทางให้ แต่บางคนก็เอาแต่ยืนขวางทางใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเหตุการณ์ ไม่ยอมหลบให้เธอเลยสักนิด แถมยังมองค้อนใส่เธอด้วยสายตาไม่พอใจ มองราวกับว่าเธอนั้นเป็เด็กไม่มีมารยาท จะเข้าไปยืนแทรกแทนที่ตัวเองยังไงยังงั้น ทั้งๆที่เธอแค่้าจะเข้าไปช่วยคนเจ็บ ที่ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดก็แค่นั้นเอง
มนธิชานึกโมโหจนอยากจะเอานิ้วดีดหน้าผากมนุษย์ป้าคนนั้นเพื่อเรียกสติสักทีให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะรู้ว่ามันไม่ดีไม่สมควร ก่อนจะก้มหัวงุดๆขอทางกับคนประเภทนั้นต่อไป จนในที่สุดก็สามารถเข้ามาถึงตัวผู้ประสบเหตุได้สำเร็จ
คนตัวเล็กรีบนั่งคุกเข่าลงข้างตัวคนเจ็บที่เป็ผู้หญิงอายุราวสามสิบปี มือเล็กจับไหล่คนนอนแน่นิ่งแล้วเรียกแรงๆ แต่ก็ไม่มีการตอบรับ เธอเลยลองสังเกตการหายใจว่าหน้าอกมีการขยับหรือเปล่า พอเห็นแล้วว่าไม่ได้ขยับ เธอเลยจับท่าให้คนเจ็บนั้นนอนหงายดีๆ แล้วตัวเองก็ค่อยๆหายใจเข้าลึกๆจนสุด จากนั้นก็ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เพื่อเรียกสติ และเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง ก่อนจะรีบลงมือทำ CPR ปฏิบัติการช่วยชีวิตเบื้องต้นต่อทันที…
“เฮ้อ....” หนุ่มหล่อในชุดสูทสีกรมท่าที่กำลังขับรถซุปเปอร์คาร์สีดำคันหรู ถอนหายใจยาวๆออกมาด้วยความหงุดหงิดพร้อมกับขมวดคิ้วหนาขึ้นจนมันพันกันซะดูยุ่งเหยิงไปหมด
เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดที่รถติดเพราะอุบัติเหตุข้างหน้า ที่บังคับให้รถทุกคันต้องชะลอความเร็วทั้งหมดลง แต่กำลังหงุดหงิดเื่หัวใจของตัวเองอยู่ เพราะวันนี้เพิ่งจะโดนแฟนที่คบกันมาได้แค่ปีเดียวนั้นบอกเลิกไปหมาดๆ
เจย์ จีรภัทร์ นักศึกษาปริญญาตรี ปี 4 อายุ 21 ปี ส่วนสูง 185 ซม.
หนุ่มสุดฮอต ผิวขาวเนียนละเอียดสุขภาพดี รูปร่างสมส่วนจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าหล่อคมคายมีเสน่ห์ เพราะการผสมผสานกันอย่างลงตัวของเชื้อชาติ ในแบบลักษณะลูกเสี้ยว ไทย จีน และ อังกฤษ
จีรภัทร์เป็เ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเป็ลูกชายเพียงคนเดียว ที่พ่อกับแม่ของเขาทำธุรกิจหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าแบรนด์ดังอีกด้วย
ซึ่งเขาได้ใช้เวลาขับรถนานถึงหกชั่วโมง จากกรุงเทพฯมาที่ต่างจังหวัดนี้ เพื่อมุ่งหน้าไปร่วมยินดีกับพิธีวิวาห์ที่จะจัดขึ้นในค่ำคืนนี้ ของ ‘คินทร์ คิรากร’ เพื่อนชายคนสนิทอีกคนในกลุ่ม ที่มันได้มาตกหลุมรักสาวซะไกลถึงต่างจังหวัด แถมจังหวัดนี้ก็ดันยังไม่มีสนามบินอีกด้วย ทำให้เขาต้องขับรถส่วนตัวมาเอง ซึ่งก็มีเพื่อนบางคนเดินทางมาถึงก่อนหน้าบ้างแล้วเหมือนกัน
ยังไม่ถึงสองนาทีดี รถของจีรภัทร์ก็เคลื่อนมาใกล้จุดที่เกิดอุบัติเหตุ เขาทอดมองไปข้างหน้า ท่ามกลางวงล้อมของบรรดาไทยมุงที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ ได้มีสาวน้อยในชุดนักเรียนคนนึงกำลังนั่งคุกเข่าทำ CPR อยู่อย่างเป็จังหวะ การวางมือประสานกันและกดหน้าอกคนป่วยอยู่นั้น ดูคล่องแคล่วและถูกต้อง บ่งบอกว่าเด็กตัวเล็กนั้นคงผ่านการถูกฝึกอบรมมาเป็อย่างดี
ใบหน้าเหนื่อยหอบของเด็กสาวที่กำลังใช้แรงกายไปเยอะมาก ท่ามกลางแสงแดดที่ยังคงแผดเผายามเย็นนั้น ทำให้เหงื่อเม็ดโตไหลอยู่บนใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำของเธอไม่หยุด พอเห็นแบบนั้นแล้วเขาก็ไม่อาจจะเพิกเฉยขับรถผ่านไปได้
จีรภัทร์ที่พอมีความรู้เื่การทำ CPR เบื้องต้นอีกคนอยู่บ้าง จึงรีบตบไฟเลี้ยวเข้าจอดรถไว้ยังริมถนน ก่อนจะรีบวิ่งฝ่าผู้คนที่ยืนล้อมรอบมุงดูกันอยู่เข้าไปหาเด็กน้อย เพื่อช่วยทำ CPR คนเจ็บนั้นต่ออีกแรงทันที...
“พี่ช่วยต่ออีกแรงครับ”
มนธิชาที่กำลังเหนื่อยหอบหมดแรง หันไปมองใบหน้าของคนที่มาใหม่ ที่เขาได้ทิ้งตัวลงมานั่งคุกเข่าอยู่ติดกันกับเธอ โดยไม่ได้สนใจว่าชุดสูทที่ดูหรูหรามีราคาที่ตัวเองได้สวมใส่อยู่นั้น จะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนความสกปรกบนพื้นถนนตรงนี้เลยสักนิด
เธอสบตาชายหนุ่มข้างตัว ในขณะที่ระดับใบหน้าของเขานั้นอยู่สูงกว่าเธอไปเยอะ แต่ถึงอย่างนั้นเราทั้งคู่ก็ยังอยู่ชิดใกล้กันมาก มากซะจนเธอมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาฟ้าประทานของเขาได้อย่างชัดเจน จนมีความรู้สึกวูบไหวร้อนวูบวาบแปลกๆ ที่มันกำลังวิ่งวนอยู่ในร่างกายตัวเองไปมา แบบที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
คนตัวเล็กเบนสายตาตัวเองกลับมาจากเขา ในขณะที่มือเล็กๆของเธอนั้นก็ยังคงกดหน้าอกคนที่นอนแน่นิ่งไปด้วยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอไม่ยอมหยุด แม้รู้ว่าเธออาจจะไม่มีหวังที่จะช่วยให้ผู้หญิงคนนี้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่เธอยังไม่ยอมถอดใจไปเลยสักวินาทีเดียว
เธออยากให้พี่สาวคนนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วมีชีวิตอยู่ต่อ และได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง เธอไม่อยากให้เด็กผู้ชายวัยแบเบาะน่ารักน่าชัง ที่อยู่ในรูปที่จี้สร้อยคอของพี่สาวคนนี้ ต้องกำพร้าแม่อันเป็ที่รักไปั้แ่ยังเด็กเหมือนเธอไปอีกคน ‘พี่ต้องสู้เพื่อกลับไปหาลูกให้ได้นะคะ..’
“พี่ช่วยต่ออีกแรงครับ..”
เสียงจากคนข้างตัวทำให้คนตัวเล็กหันกลับไปมองหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนเธอจะพยักหน้าตอบรับกลับไป ที่ตอนนี้พี่เขาได้อยู่ในท่าประสานมือรอเพื่อจะสลับเปลี่ยนทำ CPR แทนเธอต่อเรียบร้อยแล้ว
ทั้งคู่ส่งสัญญาณให้แก่กัน แต่ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มสลับสับเปลี่ยน คนเจ็บที่นอนแน่นิ่งในตอนแรกก็เริ่มรู้สึกตัวได้สติขึ้นมาเสียก่อน และเป็จังหวะเดียวกับมีเสียงไซเรนของรถหน่วยกู้ภัยดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นคนเจ็บนั้นปลอดภัยดีแล้ว คนตัวเล็กจึงถอนหายใจออกยาวๆด้วยความโล่งอก ก่อนจะระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู และรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้มดวงเล็กของเธอนั้น มันช่างหวานละมุนดูสดใสซะจนทำให้คนที่กำลังจ้องมองเธอจากด้านข้างอยู่นั้น ถึงกับเผยรอยยิ้มกว้างออกมาตามเธอไปติดๆอย่างไม่รู้ตัว
เพราะปกติแล้ว… จีรภัทร์จะเป็คนไม่ค่อยชอบยิ้มสักเท่าไหร่นัก หรือถ้ายิ้มบ่อยๆบางที ก็จะเป็รอยยิ้มแบบธุรกิจเสียมากกว่า
‘ตอนไม่ยิ้มก็ว่าน่ารักมากอยู่แล้ว พอยิ้มทีนี่น่ารักสดใสเป็แก้วเป็แสงมากลูกเอ๊ย~ ลูกหลานใครไม่รู้ เป็เด็กดีแถมน่ารักน่าอุปถัมภ์ฉิบหาย!’
จีรภัทร์นึกเอ็นดูมนธิชาอยู่ในใจไปไกลแสนไกล พร้อมกับยังคงมองเธอนิ่งๆไม่ยอมละสายตาไปไหนอีกด้วย ก่อนเขาจะขมวดคิ้วหนาขึ้นสูง เมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับรอยช้ำแดงตรงหน้าผากภายใต้ผมหน้าม้าของเธอ ที่ดูเหมือนเพิ่งจะไปกระแทกอะไรมาสดๆร้อนๆ และดูท่าเด็กน้อยน่ารักนี่คงจะเจ็บน่าดู
จู่ๆเขาก็เกิดอาการหัวใจกระตุกวูบขึ้นมาเพราะรู้สึกสงสาร แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถามอะไรเธอออกไป ทีมกู้ภัยที่มาถึงแล้วก็ได้ยกอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยเข้ามาเสียก่อน เขาจึงรีบจับมือเธอให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน แล้วรีบพาเธอถอยหลีกห่างออกจากคนเจ็บเพื่อให้ทางแก่เ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่สะดวกทันที
ในขณะที่รถหน่วยกู้ภัยวิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ บรรดาผู้คนต่างเข้ามาขอบคุณและชื่นชมทั้งสองคนกันยกใหญ่ โดยเฉพาะฮีโร่แสนกล้าหาญอย่างมนธิชาที่ได้รับการชื่นชมเป็พิเศษ ซึ่งชายหนุ่มและสาวน้อยน่ารักนั้นก็ยังคงยืนจับมือกันนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ปล่อยมือและขยับตัวออกจากกันไปไหน