ผ่านไปแล้วสามวันกับการทำงานในบริษัทใหม่ ม่านสามารถปรับตัวเข้ากับพี่ๆ เพื่อนร่วมแผนกได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ทุกคนในออฟฟิศต่างพากันนึกเอ็นดูและเอ่ยปากชมเป็เสียงเดียวกันว่าเธอช่างเป็เด็กสาวที่ดูซื่อๆ น่ารักและไร้พิษภัยจนตามคนอื่นไม่ทัน….ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า ท่าทางนุ่มนิ่มราวกับเต้าหู้นั้น เป็เพียงหน้ากากชั้นดีที่เธอจงใจสร้างขึ้นมาหลอกตาคนทั้งบริษัทก็เท่านั้นเอง
วันนี้เป็อีกวันหนึ่งที่เธอมาถึงบริษัทั้แ่เช้า แต่ดูเหมือนว่ายังมีคนที่มาถึงก่อนเธอ ร่างเล็กรีบหลบมุมทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของกวินภพนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน หากไม่นับเื่ที่ผู้ชายคนนี้ตาบอดหลงผิดไปรักผู้หญิงแพศยาอย่างเกรซ... เขาก็นับว่าเป็ผู้ชายที่เพียบพร้อมจนหาตัวจับยากคนหนึ่ง ทั้งรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาคมคาย การทำงานที่เก่งกาจ แฝงไปด้วยความอบอุ่นใส่ใจคนรอบข้าง
ช่างน่าเสียดาย….
ม่านหันหลังกลับเปลี่ยนเส้นทางไปยังห้องชงกาแฟ เมื่อวานเธอแอบถามพวกพี่ที่ทำงานมาก่อนเธอว่าพี่เลี้ยงของเธอคนนี้ชอบดื่มอะไร กาแฟดำใส่ครีมหนึ่งและน้ำตาลหนึ่ง ถูกชงอย่างรวดเร็ว ม่านเกือบจะหลุดขำกับความคิดที่ผุดขึ้นมาแต่ยังดียั้งตัวเองเอาไว้ทัน
“ม่านฟ้าเด็กใหม่ เงอะงะไม่ทันคน คิกคิก”
กลิ่นหอมละมุนของกาแฟสดโชยมา ทำให้กวินที่กำลังนวดหัวคิ้วต้องละมือออก ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น แล้วเขาก็พบกับร่างเล็กของม่านฟ้าที่อยู่ในชุดคาร์ดิแกนตัวโคร่งกำลังเดินถือแก้วกาแฟตรงเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของเขา ดวงตากลมโตช้อนมองเขาอย่างเขินอายเล็กน้อย เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างอ้อมแอ้มว่า….
“เมื่อวานม่านถามพวกพี่ๆ ในทีมว่าคุณกวินชอบดื่มอะไร อันนี้ม่านชงมาให้ค่ะ ไม่รู้จะพอทานได้มั้ย”
“ขอบคุณครับน้องม่าน”
หลังจากพูดเสร็จหญิงสาวก็ยื่นแก้วกาแฟไปวางที่โต๊ะของกวินภพผู้เป็พี่เลี้ยงสอนงานของตัวเอง มือเล็กบีบกันไปมาอย่างคนประหม่า กวินภพที่กำลังเครียดจากเื่ของแฟนสาวเห็นท่าทีแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ออกมา เขาพูดขอบคุณก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟนั้นขึ้นมาจิบ
“อื้อ….อร่อยมากเลยครับ แบบที่พี่ชอบพอดีเลย”
“จริงเหรอคะ มะ….ม่านมีขนมมาด้วยค่ะ นะ..นี่ว๊าย!!!”
เพราะมัวแต่รีบล้วงขนมในกระเป๋าเสื้อคาร์ดิแกนตัวโคร่งมาเอาใจพี่เลี้ยงสุดหล่อ หญิงสาวจึงไม่ทันระวังจนห่อขนมหลุดมือ ม่านอุทานแ่เบา ยื่นมือเล็กออกไปหมายจะคว้าไว้ และนั่นเป็จังหวะเดียวกับที่กวินภพขยับมือเข้ามาช่วยพอดี
“อ๊ะ!!!”
“หึหึ รับได้พร้อมกันเลยครับ….”
เป็มือของเธอที่ตะครุบซองขนมเอาไว้ได้ก่อน ทว่าในวินาทีถัดมาก็เป็มือใหญ่ของรุ่นพี่หนุ่มที่ตะครุบลงมาทับมือของเธออีกที มือของกวินภพทั้งใหญ่และอุ่นจัดจนสามารถกุมมือขนาดเล็กของเธอได้มิด ม่านชะงักนิ่ง เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายช้าๆ แก้มเนียนค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู เธอรีบชักมือกลับไปกุมไว้ที่หน้าตักพลางละล่ำละลักบอกเสียงสั่นจนคนฟังยิ้มเอ็นดูออกมา
“มะ….ม่าน….ม่านขอโทษค่ะ ม่านซุ่มซ่ามอีกแล้ว”
“หึหึ….ไม่เป็ไรครับ อันที่จริงเราเรียกพี่ว่าพี่กวินก็ได้ คุณกวินฟังดูแล้วมันห่างเหินแปลกๆ ว่าไง….ได้มั้ยครับน้องม่าน”
“ค่ะ....พะ….พี่กวิน”
“ดีครับ….”
ท่าทางลนลานน่าเอ็นดู ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ฉายแววแตกตื่นระคนขัดเขินจนสองแก้มขึ้นสีระเรื่อ บวกกับกลิ่นอายหอมละมุนของแป้งเด็กที่โชยออกมาจากเรือนร่างนุ่มนิ่มของเด็กใหม่ตรงหน้า ช่างน่าเหลือเชื่อที่สิ่งเหล่านี้กลับทำหน้าที่ปลอบประโลมและคลายความเหนื่อยล้าในสมองของเขาได้ดีกว่ากาแฟแก้วโปรดเสียอีก มุมปากหยักของกวินภพค่อยๆ ยกขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะคลี่รอยยิ้มออกมาจากใจจริงเป็ครั้งแรกในรอบวัน สายตาที่มองยัยเต้าหู้ตัวน้อยตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนไปโดยที่เขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว
เมื่อคืนเขาทะเลาะกับแฟนสาวอีกแล้ว ทะเลาะกันในเื่ราวเดิมๆ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าั้แ่ตกลงแต่งงานกัน แฟนสาวของเขาไม่เคยพอใจอะไรสักอย่าง อย่างเมื่อคืนหล่อนโวยวายเพราะเื่อยากจะเปลี่ยนสีดอกกุหลาบให้เหมือนกับดาราต่างประเทศ ซึ่งค่าเปลี่ยนมันก็ไม่ใช่ถูกๆ ถึงที่บ้านเขาจะมีเงินแต่เป็เขาเองที่ไม่อยากจ่าย
และรุ่นน้องคนใหม่คนนี้ก็เข้ามา หล่อนเข้ามาได้ตรงจังหวะพอดี จังหวะที่เขา้าผ่อนคลายจากเื่ต่างๆ ที่รุมเร้า ั์ตาคมคายทอดมองร่างเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าขัดเขินก่อนที่สุดท้ายจะตัดสินใจออกมา ดูท่าว่านับจากนี้ เขาคงต้องเอาใจใส่และเอ็นดูยัยเต้าหู้ตัวน้อยคนนี้ให้มากกว่าเดิมเสียแล้ว
ม่านรู้สึกได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่มตรงหน้า ดูท่าแผนการแสร้งเป็ยัยเต้าหู้ดูจะประสบผลสำเร็จมากกว่าที่คิด ร่างเล็กหมุนตัวเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเชื่องช้า มุมปากหยักลึกขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน บางทีเกมล้างแค้นในครั้งนี้ อาจจะไม่ต้องเสียเวลานานอย่างที่เธอประเมินไว้ตอนแรกเสียแล้ว
หลังจากวันนั้น ม่านฟ้าก็เริ่มขับเคลื่อนแผนการขั้นต่อไปในทันที เธอเลือกใช้วิธีรุกคืบจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ และเว้นระยะอย่างมีชั้นเชิง ทว่าเมื่อ ‘เื่บังเอิญ’ เ่าั้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มแสนเพอร์เฟกต์ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป…. ความใส่ใจอันแสนอบอุ่นของเขาเริ่มเอนเอียงมาทางเธอทีละนิด โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันรู้ตัว….
“โอ๊ย!!!”
“น้องม่าน!!! โอเคมั้ยครับ”
“โอเคค่ะ แต่ว่าเอกสารมัน….”
อย่างจงใจม่านเดินถือเอกสารกองโตผ่านหลังเก้าอี้กวิน และในจังหวะที่กำลังจะผ่านเก้าอี้ของอีกฝ่ายไปนั้นเอง เธอก็แสร้งเอาขาเกี่ยวเข้ากับสายไฟจนสะดุดล้มลงกับพื้น เธอจงใจทำให้เอกสารที่ถืออยู่นั้นปลิวกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
ร่างสูงรีบลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ทันทีที่ได้ยิน เขาทันหันมาเห็นเธอลนลานรีบก้มลงเก็บกระดาษ แต่ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะลดตัวลงมาช่วยเก็บนั้นเอง สายตาของกวินก็พลันชะงักค้างเมื่อเขาได้เห็นสภาพของเธอ
คล้ายว่าไม่รู้ตัวคอเสื้อเชิ้ตที่ใส่มาทำงานในวันนี้ แหวกออกกว้างตามแรงโน้มถ่วง ในท่าก้มเก็บแผ่นกระดาษนั้นมันเผยให้เห็นเนินอกขาว สองเต้าอวบอิ่มบดเบียดดันกันจนแทบล้นทะลักออกมาจากบราเซียลูกไม้สีหวาน ม่านทั้งโยกซ้าย โยกขวา หยิบเอกสารจากตรงนั้นตรงนี้ที ปล่อยให้ความนุ่มฟูกระเพื่อมไหวเบาๆ ล่อสายตาชายหนุ่มเย้ายวน
กวินที่อุตส่าห์ย่อตัวลงมาช่วยจะเก็บเอกสารถึงกับตาค้าง ลำคอแห้งผากจนต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความร้อนแล่นลงเบื้องล่าง ส่งผลให้กลางกายหนุ่มตื่นตัวคับแน่นขึ้นมา ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด แต่ภาพความขาวอวบเมื่อครู่กลับติดตาจนสลัดไม่หลุด
เห็นร่างสูงรีบเบือนหน้าหนีม่านก็ลอบยิ้มออกมา หญิงสาวแสร้งรวบเก็บเอกสารแผ่นสุดท้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณรุ่นพี่หนุ่มเสียงใสแล้วหมุนตัวเดินจากไป….ราวกับว่าเมื่อครู่นี้เธอไม่ได้ตั้งใจเผลออวดอะไรขาวๆ ของตัวเองให้เขาดู ร่างเล็กสาวเท้ากลับไปที่โต๊ะทำงานพลางฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี แผนของเธอใกล้ความสำเร็จเข้ามาอีกขั้น