ย้อนเวลาไปเป็นคุณแม่ลูกสามผู้แสนดีของคุณทหารคลั่งรักในยุค 70

    บทที่ 4 รอสามีฉันมารับ

    บทที่ 4 รอสามีฉันมารับ

     

    พวกเธอเดินมาถึงตัวเมืองโดยใช้เวลาประมาณสิบนาที

     

    เจียงเยว่มองไปทางจางอวี้และหลินหลิง แล้วพูดว่า

     

    “พี่สะใภ้ พวกพี่จะซื้ออะไรกันบ้างคะ?”

     

    “ฉันจะซื้อเนื้อครึ่งกิโล กับแป้งสาลีอีกหน่อยน่ะ” จางอวี้ตอบทันที

     

    “ฉันก็จะซื้อเนื้อครึ่งกิโลเหมือนกัน”

     

    “ส่วนฉันจะซื้อซี่โครงหมู”

     

    เจียงเยว่พยักหน้า แล้วตามพวกเธอไปที่ร้านสหกรณ์

     

    เจียงเยว่ก็เลือกเขียงสองอัน มีดทำครัวสองเล่ม ชามแกงสิบใบ ชามข้าวสิบใบ โอ่งดินเผาหกใบ ตะเกียบสิบคู่ กะละมังสองใบ กาต้มน้ำหนึ่งใบ กระทะเหล็กสำหรับผัดสองใบ หม้ออลูมิเนียมสำหรับหุงข้าวหนึ่งใบ และซึ้งนึ่งหนึ่งใบ

     

    การซื้อของมากมายของเธอ ทำให้พี่สะใภ้ที่มาด้วยกันถึงกับอึ้ง

     

    นี่มันใช้เงินเหมือนเทน้ำทิ้งชัด ๆ

     

    เงินหลายสิบหยวนถูกใช้ไปอย่างง่ายดายเช่นนี้

     

    สามีของพวกเธอหาเงินได้เพียงยี่สิบสามสิบหยวนต่อเดือนเท่านั้น การใช้เงินแบบนี้ช่างสุรุ่ยสุร่ายจริง ๆ

     

    หลังจากที่จ่ายเงินและตั๋วเสร็จ เจียงเยว่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมเ๱ื่๵๹สำคัญไป

     

    เธอไม่ได้นำอะไรมาใส่ของพวกนี้เลย แล้วเธอจะขนของกองใหญ่นี้กลับไปอย่างไร?

     

    “สหายเจียง เป็๲อะไรไปเหรอ?” 

     

    เมื่อเห็นสีหน้าของเจียงเยว่เปลี่ยนไป จางอวี้ก็ถามขึ้นอย่างจงใจ เธออยากจะดูซิว่าเจียงเยว่จะขนของพวกนี้กลับไปยังไง

     

    “ฉันลืมเอาอะไรมาใส่ของน่ะค่ะ” 

     

    เมื่อได้ยินเสียงของจางอวี้ เจียงเยว่ก็รู้ว่าจางอวี้จงใจแกล้งเธอ

     

    สายตาของเจียงเยว่มองไปที่กระสอบป่านข้างเคาน์เตอร์ ดวงตาของเธอเป็๲ประกายทันที

     

    “สหายคะ ฉันขอยืมกระสอบป่านสักใบได้ไหมคะ? พรุ่งนี้ฉันจะนำมาคืนให้ค่ะ”

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ พนักงานขายที่เคาน์เตอร์ก็ยิ้มและพยักหน้า

     

    “ได้เลยค่ะ”

     

    เจียงเยว่ใส่ของทั้งหมดลงในกระสอบป่าน มองดูกระสอบใบโตที่เต็มไปด้วยของ เจียงเยว่ก็เบะปาก ของพวกนี้มันหนักตั้งหลายสิบกิโลเชียวนะ

     

    ถ้าต้องแบกกลับไปล่ะก็ มันต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ

     

    เจียงเยว่ลองยกดู มันหนักมากจริง ๆ ถ้าต้องเดินถือแบบนี้เป็๲เวลาสิบยี่สิบนาที เธอได้ล้มพับแน่

     

    เธอควรจะให้ลู่อวี้ยืมจักรยานมาลากของพวกนี้กลับไป

     

    “สหายคะ ฉันขอฝากของไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ ตอนบ่ายฉันจะให้สามีมารับค่ะ”

     

    เจียงเยว่พูดกับพนักงานขาย

     

    “ได้ค่ะ”

     

    เดิมทีจางอวี้ตั้งใจจะรอดูเ๱ื่๵๹ตลก แต่ไม่คิดว่าเจียงเยว่จะบอกให้ผู้พันลู่มารับ เธอจึงรีบพูดขึ้นว่า

     

    “สหายเจียง ผู้พันลู่ทำงานหนักมากนะ ถ้าต้องมาเอาของแล้วกลับไปต้องเสียเวลาไม่น้อย พวกเราเป็๲ภรรยาก็น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระให้สามีไม่ใช่เหรอ?” 

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของจางอวี้ เจียงเยว่ก็รู้ทันทีว่าจางอวี้๻้๵๹๠า๱ให้เธอแบกของพวกนี้กลับไปเอง

     

    “พี่สะใภ้พูดถูกค่ะ แต่ว่าสามีฉันเขาเต็มใจน่ะค่ะ” เจียงเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม

     

    “พวกเราไปซื้อผักกันเถอะ”

     

    จางอวี้ยังคงอยากจะพูดต่อ แต่เจียงเยว่ไม่สนใจ เธอรีบเดินไปที่แผงขายผัก ก่อนหน้านี้เธอก็เคยมาตลาดในเมืองกับพวกเขา แต่เธอไม่เคยเข้าไปในตลาดสดเลย เพราะเธอรังเกียจมองว่ามันสกปรก

     

    ที่เรียกว่าตลาดสด จริง ๆ แล้วก็คือลานโล่งกว้างข้าง ๆ ร้านสหกรณ์ ชาวบ้านแถวนี้จะนำผักที่ปลูกเองมาวางขาย

     

    เจียงเยว่เลือกซื้อเนื้อหมูหนึ่งชิ้น ปลาหนึ่งตัว พริกสด ผักกาดขาว และเครื่องปรุงอีกเล็กน้อย

     

    เผลอแปบเดียวก็ได้ของมาเต็มไม้เต็มมืออีกแล้ว

     

    เมื่อมองไปที่ผักต่าง ๆ ในตลาด เจียงเยว่ก็รู้สึกพอใจมาก

     

    ผักในยุคนี้ล้วนเป็๲ผักที่ชาวบ้านปลูกเอง สด สะอาด ปราศจากสารเคมีตกค้าง รสชาติก็ดีกว่าผักในอีกยี่สิบปีข้างหน้ามากทีเดียว

     

    “สหายเจียง ให้ฉันช่วยถือของนะ” หลินหลิงเอ่ยปากพูด

     

    เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเยว่ก็รีบกล่าวขอบคุณ

     

    “ขอบคุณมากค่ะพี่สะใภ้”

     

    เจียงเยว่ส่งถุงใบหนึ่งให้หลินหลิง


    จริง ๆ แล้วเจียงเยว่ยังอยากซื้อผลไม้อีกสักหน่อย

     

    แต่ตอนนี้ของเยอะมาก เธอถือไม่ไหวแล้ว

     

    เธอตั้งใจว่าจะรอให้ลู่อวี้ยืมจักรยานมารับของก่อน แล้วค่อยซื้อผลไม้และขนมเพิ่มอีกนิดหน่อย เพื่อเอาไปให้หลินหลิงและครอบครัวอื่น ๆ แล้วก็ถือโอกาสขอโทษพวกเขาไปด้วยเลย

     

    เมื่อนึกถึงเ๱ื่๵๹ราววุ่นวายที่เธอเคยก่อไว้ ใบหน้าของเจียงเยว่ก็แดงก่ำ

     

    “สหายเจียง ฉันช่วยถืออีกแรงนะ” ถังจาวตี้ก็เอ่ยปากขึ้น

     

    “ขอบคุณมากค่ะพี่สะใภ้”

     

    เมื่อเห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ของเจียงเยว่ พี่สะใภ้หลายคนก็รู้สึกว่าเจียงเยว่ดูเปลี่ยนไปจริง ๆ

     

    จางอวี้มองเจียงเยว่ หลินหลิง ถังจาวตี้ แล้วก็ส่งเสียงเย้ยหยันเบา ๆ

     

    คนพวกนี้คงลืมไปแล้วสินะ ว่าก่อนหน้านี้เจียงเยว่เคยทำอะไรกับพวกเธอไว้บ้าง

     

    เมื่อกลับมาถึงบ้านพักทหาร เจียงเยว่ก็ยิ้มและกล่าวขอบคุณพี่สะใภ้ทุกคน

     

    “ขอบคุณพี่สะใภ้ทุกคนมากนะคะ ไว้ฉันจัดการตรงนี้เสร็จแล้ว จะชวนพี่ ๆ ไปกินข้าวด้วยกันนะคะ”

     

    เมื่อได้ยินดังนั้น หลินหลิงก็โบกมือปฏิเสธพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า

     

    “ไม่ต้องเกรงใจหรอก”

     

    เจียงเยว่นึกถึงลูกอมที่ลู่อวี้ให้เธอ

     

    เธอเดินกลับเข้าห้อง เปิดลิ้นชัก เห็นลูกอมรสนมเต็มลิ้นชัก

     

    เธอหยิบลูกอมมาเต็มไม้เต็มมือ แล้วรีบเดินออกไป

     

    พี่สะใภ้หลายคนเดินมาถึงลานบ้าน จางอวี้เบะปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “พวกเธอยังจะบอกว่าเธอเปลี่ยนไปอีกเหรอ? เธอเปลี่ยนตรงไหนกัน ช่วยถือของมาตั้งไกล แม้แต่น้ำชาก็ไม่ชงให้ดื่มสักถ้วย”

     

    พูดจบ จางอวี้ก็หน้าชา เจียงเยว่เดินถือลูกอมรสนมออกมา

     

    “พี่สะใภ้ทุกคนเชิญกินลูกอมก่อนนะคะ ตอนนี้ที่บ้านยังไม่มีถ้วยน้ำชา เลยไม่สามารถชงชาให้ได้ค่ะ”

     

    หลินหลิง ถังจาวตี้ และคนอื่น ๆ รีบโบกมือปฏิเสธ

     

    “นี่มันแพงเกินไป”

     

    เจียงเยว่แจกลูกอมให้คนละสี่เม็ด

     

    เมื่อเห็นจางอวี้ เจียงเยว่ก็ยื่นลูกอมสี่เม็ดให้เธอเช่นกัน

     

    “รับไว้เถอะค่ะ ขอบคุณพี่สะใภ้ทุกคนที่เหนื่อยกันมากนะคะ”

     

    เมื่อปฏิเสธไม่ได้ บรรดาภรรยาทหารจึงยอมรับไว้

     

    เจียงเยว่หันหลังกลับเข้าห้อง

     

    หลินหลิงมองลูกอมรสนมกระต่ายขาวในมือ แล้วพูดอย่างรู้สึกทึ่ง

     

    “ไม่นึกเลยว่าสหายเจียงจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้”

     

    “นี่เป็๲ครั้งแรกเลยหรือเปล่าที่เราได้กินของที่สหายเจียงให้”

     

    “เอาลูกอมนี่กลับไปให้ลูกชายดีกว่า”

     

    เมื่อได้ยินคำชมของพวกเธอ จางอวี้ก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย มันวิเศษตรงไหนกัน ก็แค่ลูกอมไม่กี่เม็ดเอง

     

    “เธอเปลี่ยนไปตรงไหน ของพวกนั้นต้องใช้เงินเดือนผู้พันลู่หลายเดือนเลย ถือเป็๲การสิ้นเปลืองอย่างมาก ใครจะทนใช้เงินแบบนี้ได้ลงคอกัน นี่มันนิสัยของคุณหนูทุนนิยมชัด ๆ”

     

    เมื่อได้ยินเ๱ื่๵๹การใช้เงิน พี่สะใภ้หลายคนก็นึกถึงตอนที่เจียงเยว่ใช้เงินอย่างไม่คิด พวกเธอก็รู้สึกเสียดายแทน

     

    “ถ้าฉันใช้เงินทีเดียวเยอะขนาดนั้น ป่านนี้ฉันคงโดนสามีตีตายไปแล้ว” จางอวี้รู้สึกอิจฉา

     

    สามีของเธอก็เป็๲ถึงหัวหน้ากองร้อย ได้เงินเดือนสามสิบหยวน ส่งกลับบ้านเกิดห้าหยวน พวกเธอสามคนพ่อแม่ลูกใช้จ่ายได้แค่สิบห้าหยวน ที่เหลืออีกสิบหยวนต้องเก็บออมไว้ เธอต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้เงินแต่ละหยวนอย่างไร

     

    แต่เจียงเยว่กลับใช้เงินหลายสิบหยวนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

     

    มองคนอื่นแล้วมันก็รู้สึกอิจฉาแบบนี้แหละ

     

    ชั่วขณะนั้น ทุกคนไม่มีใครพูดอะไร

     

    เมื่อนึกถึงเ๱ื่๵๹ที่ลู่อวี้และสามีของเธอกำลังแย่งชิงตำแหน่งกัน ดวงตาของจางอวี้ก็เป็๲ประกาย เธอคิดแผนดี ๆ ได้แล้ว คราวนี้ต้องช่วยสามีได้แน่นอน

     

    หลังจากที่เจียงเยว่กลับเข้าห้อง เธอก็เริ่มทำความสะอาดบ้าน

     

    แม้ว่าห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะค่อนข้างสะอาด แต่ห้องครัวไม่ได้ใช้มานานแล้ว มีฝุ่นเยอะมาก บนผนังก็มีคราบสกปรกเก่า ๆ

     

    ผ้าห่มและเสื้อผ้าก็ไม่ได้ซักมาหลายเดือนแล้ว

     

    เธอหยิบกะละมังใบใหญ่ออกมา แล้วนำเสื้อผ้าเหม็นอับออกมาทั้งหมด