เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่บุด้วยหนังสัตว์แท้สีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นอายความหรูหราจางๆ ออกมาผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มราคาแพงบนผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มเนื้อละเอียด ลมเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศระบบฝังฝ้ายังคงทำงานอย่างเงียบเชียบในห้องนอนใหญ่บนชั้นสามของคฤหาสน์ตระกูลเกศรา แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าพยายามสอดแทรกผ่านรอยต่อของผ้าม่านหลุยส์สองชั้นสีครีมหนาหนักเข้ามาตกกระทบลงบนปลายเตียง เผยให้เห็นละอองฝุ่นเล็กๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับภาพฝัน
ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในความเงียบสงบ ความรู้สึกแรกที่ััได้คือความนุ่มนวลของหมอนขนเป็ดแท้ที่รองรับศีรษะ และพื้นที่ว่างอันกว้างขวางด้านข้างที่ยังคงหลงเหลือไออุ่นจางๆ จากร่างกายของหญิงสาวผู้เป็เ้าของห้องนี้
ผมชื่อ 'ภัทร' ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีที่ชีวิตหักเหเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังโตใบนี้ในฐานะ 'สามีใหม่' หรือที่ใครหลายคนในวงสังคมแอบซุบซิบนินทาว่าเป็ 'ผักชีโรยหน้า' หรือ 'ผัวเด็ก' ของ 'เกศรา' หรือ 'คุณเกด' นักธุรกิจสาวสวยสะพรั่งวัยสี่สิบสองปี ผู้เป็เ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และส่งออกที่ทรงอิทธิพล แม้ตัวเลขระหว่างเราสองคนจะห่างกันถึงสิบสามปี แต่สำหรับผมแล้ว เกศราไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวยและเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ทว่าเธอยังเป็ผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ทุกครั้งที่ผมมองใบหน้าที่ยังคงเต่งตึงสะคราญตาและเรือนร่างสมส่วนที่ผ่านการดูแลมาอย่างประณีตราวกับสตาฟอายุไว้ที่หลักสามสิบต้นๆ หัวใจของผมก็ยังคงเต้นระรัวด้วยความหลงใหลไม่ต่างจากวันแรกที่ได้พบกัน
ผมพลิกตัวช้าๆ กวาดสายตาผ่านแสงสลัวของห้องนอนที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกโทนสีทองและไม้เข้ม ก่อนจะสะดุดเข้ากับเงาร่างโปร่งบางที่ยืนอยู่หน้ากระจกเงาโบราณบานใหญ่ตรงมุมห้องนอน เกศรากำลังยืนแต่งตัวอยู่ตรงนั้น เธอสวมชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มสีน้ำเงินเข้มทิ้งตัวแนบชิดกับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย แผ่นหลังเนียนละเอียดโผล่พ้นสายเดี่ยวของชุดนอนล้อกับแสงแดดที่ลอดเข้ามา ผมเฝ้ามองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความภาคภูมิใจในตัวภรรยาคนสวยและความเป็ชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังพลุ่งพล่านยามตื่นนอน
ผมเดินเข้าไปซ้อนทางด้านหลังของเธออย่างแ่เบา สองแขนแข็งแรงยื่นออกไปโอบกอดรอบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ ดึงรั้งร่างนุ่มละมุนเข้ามากระชับแนบชิดกับหน้าอกแกร่งของผมที่เปลือยเปล่า
"อ๊ะ... ภัทร ตื่นแล้วเหรอคะ" เสียงหวานปนแหบเสน่ห์ของเกศราดังขึ้นเบาๆ เธอไม่ได้ขัดขืนอ้อมกอดของผม แต่กลับเอนหลังพิงเข้ากับอกกว้างอย่างคุ้นเคย มือเรียวสวยที่ทาเล็บสีแดงก่ำยกขึ้นลูบไล้ท่อนแขนของผมที่โอบเอวเธออยู่
"ตื่นเพราะได้กลิ่นหอมๆ ของคุณเกดนั่นแหละครับ" ผมซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ และกลิ่นอายเนื้อสาวที่อบอุ่นระอุร้อนผ่าว ความเนียนนุ่มของผ้าซาตินบางเบาที่กั้นระหว่างเราไม่ได้ทำให้แรงดึงดูดลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้ความรู้สึกซ่านเสียวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เกศราหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผมในอ้อมแขน ใบหน้าสวยสง่าล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีดำขลับที่ดัดลอนปลายอย่างประณีตจ้องมองผมด้วยแววตาหยาดเยิ้มปนเอ็นดู ปลายนิ้วชี้ของเธอแตะลงบนปลายจมูกของผมเบาๆ ก่อนจะไล้ลงมาที่ริมฝีปาก
"ปากหวานแต่เช้าเลยนะคะ วันนี้เกดต้องเดินทางด่วนแล้วนะ รถตู้บริษัทมารอรับข้างล่างตอนแปดโมงครึ่งนี่เองค่ะ" เธอบ่นพึมพำพร้อมกับทำหน้างอแงเล็กน้อยแบบที่เธอจะแสดงออกเฉพาะเวลาอยู่กับผมสองคนเท่านั้น "ทริปนี้ต้องไปตรวจไซต์งานที่ระยอง แล้วต้องคุยกับหุ้นส่วนใหญ่ต่อที่พัทยา น่าจะใช้เวลาสักสามวันเต็มๆ เลยค่ะภัทร"
"ตั้งสามวันเลยเหรอครับคุณเกด..." ผมทำเสียงอ่อย แกล้งกระชับอ้อมกอดให้แน่นเข้า ยิ่งเบียดเนื้อตัวเข้าหากันจนััได้ถึงความอุ่นนุ่มของทรวงอกอวบอิ่มภายใต้ชุดนอนซาตินที่บดเบียดกับอกเปลือยของผม "ไม่มีคุณเกดอยู่บ้านตั้งหลายวันแบบนี้ ผมต้องเหงาตายแน่ๆ เลย ห้องนอนกว้างๆ ขนาดนี้ถ้าไม่มีคุณนอนข้างๆ ผมคงนอนไม่หลับหรอกครับ"
เกศราหัวเราะคิกคักในลำคอ แววตาของนางพญานักธุรกิจแปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนหวานเย้ายวน มือเรียวประคองใบหน้าของผมให้ก้มลงไปรับจุมพิตที่เธอชื่นชอบ ริมฝีปากเรียวสวยประกบเข้ากับปากของผม บดจูบอย่างดูดดื่มเนิ่นนาน ลิ้นร้อนๆ ของเราสอดประสานแลกเปลี่ยนรสหวานยามเช้าอย่างเร่าร้อนแต่แฝงด้วยความรีบร้อน เธอผละออกช้าๆ ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดซอกคอของผม
"อย่ามาทำเป็เด็กดื้อเลยค่ะภัทร เกดไม่อยู่บ้านตั้งสามวัน คุณต้องช่วยเกดดูแลความเรียบร้อยของคฤหาสน์ด้วยนะ โดยเฉพาะยัยมีน..." เกศราเอ่ยชื่อลูกสาวคนเล็กพลางถอนหายใจยาว "่นี้ยัยมีนกำลังง่วนอยู่กับการทำรายงานจบปีสี่ วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอนไม่ก็ห้องนั่งเล่นกับเพื่อนสนิท เกดฝากคุณช่วยดูๆ แกหน่อยนะ อย่าปล่อยให้ทำตัวออกนอกลู่นอกทางล่ะ ส่วนเื่อาหารการกิน น้าอรก็คอยเตรียมให้อยู่แล้ว"
"รับทราบครับผม ผมจะดูแลคุณหนูมีนและบ้านหลังนี้ให้เรียบร้อยที่สุดเลยครับ คุณเกดเดินทางปลอดภัยและทำงานให้สนุกนะครับไม่ต้องห่วงทางนี้" ผมบอกพลางก้มลงจุ๊บหน้าผากมนของเธอเบาๆ เพื่อให้เธอคลายกังวล
เกศราตบบ่าผมเบาๆ สองสามทีอย่างพอใจ ก่อนจะผละตัวออกจากอ้อมกอดเพื่อไปจัดการสวมเสื้อคลุมผ้าซาตินทับและหิ้วกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กเตรียมตัวลงไปข้างล่าง ผมมองตามร่างสมส่วนของภรรยาที่เดินออกจากห้องนอนไป ความรู้สึกเหงาจางๆ และความเงียบสงัดเริ่มเข้ามาเกาะกุมพื้นที่รอบกายทันที
---
หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสดชื่นและสวมใส่เสื้อยืดสีเทาพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นสีดำสบายๆ ผมก็เดินลงบันไดไม้สักทองขนาดใหญ่จากชั้นสามลงมายังชั้นล่างของคฤหาสน์ คฤหาสน์หลังโตใบนี้กว้างขวางเกินไปสำหรับการอยู่อาศัยเพียงไม่กี่คน เสียงฝีเท้าของผมสะท้อนก้องแ่เบาในความเงียบสงัดยามเช้า ผมมุ่งหน้าไปยังห้องครัวหรูหราที่ตกแต่งด้วยเครื่องครัวสเตนเลสสตีลและเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำสนิทเพื่อหาแก้วน้ำเย็นๆ ดื่มดับกระหาย
แต่เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในครัว ผมกลับพบแผ่นหลังของหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังยืนหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าเครื่องดริปกาแฟ
"อ้าว ภัทร ตื่นแล้วเหรอคะ" เสียงหวานนุ่มนวลดังขึ้นเมื่อเธอหันมาเห็นผม
เธอคนนี้คือ 'น้าอร' หรือ 'อรสิริ' น้องสาวแท้ๆ ของเกศราในวัยสามสิบหกปี น้าอรเป็สาวโสดที่ยังไม่ได้แต่งงานและไม่มีพันธะใดๆ เธอตกลงใจมาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เพื่อช่วยเกศราดูแลงานบ้านงานเรือนและคุมแม่ครัวใหญ่ เนื่องจากเกศรางานยุ่งจนไม่มีเวลาจัดการ แม้น้าอรจะเข้าสู่วัยสามสิบหกแล้ว ทว่าผิวพรรณของเธอกลับผุดผ่องขาวเนียนละเอียดละออไม่ต่างจากคนวัยยี่สิบปลายๆ ใบหน้าหวานละมุนละไมดวงตากลมโตและริมฝีปากอิ่มธรรมชาติของเธอให้ความรู้สึกอบอุ่นแตกต่างจากเกศราที่ดูเฉี่ยวคมและทรงอำนาจ วันนี้น้าอรสวมเสื้อยืดคอกลมสีครีมพอดีตัวและกระโปรงยาวครึ่งน่องผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มสีน้ำตาลอ่อน ทรวดทรงสะโพกผายกลมกลึงและหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อธรรมดาๆ นั้นทำให้ใจของผมกระตุกอยู่บ่อยครั้ง
"ครับน้าอร พอดีคุณเกดเพิ่งขึ้นรถออกไปเมื่อกี้เองครับ" ผมตอบพลางเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์หินอ่อน กลิ่นกาแฟสดบดใหม่หอมฟุ้งลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว
"จ้ะ น้าเพิ่งเดินไปส่งพี่เกดที่รถตู้มาเหมือนกัน เห็นบ่นว่าเหนื่อยั้แ่ยังไม่ทันเริ่มทริปเลย" น้าอรยิ้มหวานพลางเทน้ำร้อนลงบนกระดาษกรองช้าๆ จังหวะที่เธอเอื้อมแขนและก้มตัวเล็กน้อย เสื้อยืดสีครีมตึงเปรี๊ยะไปตามแผ่นหลังเนียนและเอวคอดส่วนเว้าโค้งของเธอเด่นชัดเจนใต้แสงไฟวอร์มไลท์ของห้องครัว ผมลอบมองสะโพกกลมกลึงของเธอวูบหนึ่งอย่างห้ามใจไม่อยู่ ก่อนจะรีบเบนสายตากลับมาสบตาหานเชื่อมของเธอ
"แล้วนี่ภัทรทานอะไรหรือยังคะ เดี๋ยวน้าทำให้ ทานกาแฟดริปด้วยกันไหม น้าเพิ่งดริปเสร็จพอดีเลย" น้าอรยื่นแก้วเซรามิกสีครีมส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาให้ผม มือเรียวบางของเธอบังเอิญัักับนิ้วมือของผมชั่วขณะ ผิวของเธอนุ่มและอุ่นจัด ลมหายใจของน้าอรสะดุดไปเล็กน้อย ดวงตากลมหันมาสบประสานกับตาผมในระยะใกล้ชิดจนััได้ถึงกระแสความตึงเครียดบางอย่างที่แล่นผ่านระหว่างเราสองคนในความเงียบ
"ขอบคุณครับน้าอร รบกวนด้วยนะครับ" ผมรับแก้วกาแฟมาถือไว้ ลอบสังเกตสายตาของน้าอรที่แอบเลื่อนต่ำลงมามองกล้ามหน้าอกและมัดกล้ามแขนแข็งแรงของผมใต้เสื้อยืดสีเทาครู่หนึ่งอย่างรวดเร็วก่อนจะช้อนตาขึ้นยิ้มหวานตามปกติ
"ไม่รบกวนเลยจ้ะ อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ" น้าอรยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นจิบเบาๆ สายตามองออกไปนอกหน้าต่างห้องครัว "อ้อ... วันนี้่บ่าย น้ากับป้าพิมแม่ครัวใหญ่จะออกไปห้างสรรพสินค้าข้างนอกกันนะจ๊ะ พอดีต้องไปเลือกซื้อวัตถุดิบและพวกเครื่องปรุงชุดใหญ่เข้าร้านและเข้าบ้าน น้าคงปล่อยให้ภัทรเฝ้าคฤหาสน์คนเดียวสักสามสี่ชั่วโมงนะจ๊ะ แต่อย่าเพิ่งเหงาล่ะ ยัยมีนกับเพื่อนสนิทอยู่บนชั้นสองนั่นไง เห็นว่าชวนกันมาทำโปรเจกต์จบรายงานตัวสุดท้ายกันน่ะ"
"ครับน้าอร ไปทำธุระตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมเฝ้าบ้านและอยู่เป็เพื่อนมีนเองครับ" ผมบอกยิ้มๆ พลางยกกาแฟขึ้นดื่ม รสชาติขมอมหวานของเมล็ดกาแฟชั้นเลิศช่วยกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น
---
บ่ายโมงตรง แสงแดดจัดจ้าภายนอกเผาไหม้สวนสนามหญ้าหลังบ้านจนดูร้อนระอุ แต่ในห้องทำงานผนังกระจกใสชั้นล่างของผมกลับเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ ผมนั่งจมอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังสีดำตัวใหญ่ เบื้องหน้ามีจอคอมพิวเตอร์สองจอแสดงแผนผังระบบเครือข่ายและโค้ดโปรแกรมเมอร์ที่ผมต้องส่งให้ลูกค้าในสัปดาห์หน้า ในฐานะฟรีแลนซ์ออกแบบระบบไอทีที่มีเวลาการทำงานยืดหยุ่น ผมจึงมีเวลาว่างอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้มากกว่าคนอื่นๆ เสมอ
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง 'ก๊อก ก๊อก ก๊อก'
ผมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หันไปมอง ร่างโปร่งบางของ 'มีน' หรือ 'มีนา' ลูกสาวคนเล็กวัยยี่สิบเอ็ดปีของเกศรา ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของผมพร้อมกับรอยยิ้มสดใส มีนเพิ่งเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่มหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอเป็เด็กสาวที่ร่าเริง ขี้เล่น และสนิทสนมกับผมค่อนข้างมาก เพราะอายุของเราห่างกันเพียงแปดปีเท่านั้น ทำให้เธอมักมองผมเป็เหมือนพี่ชายมากกว่าพ่อเลี้ยง
วันนี้มีนสวมเสื้อยืดสีขาวคอกว้างตัวโคร่งขนาดโอเวอร์ไซส์ยาวคลุมลงมาปิดสะโพกมน แต่ใต้เสื้อยืดโคร่งนั้นกลับเป็กางเกงขาสั้นกุดสีชมพูอ่อนที่สั้นมากเสียจนเมื่อเธอยืนตรง เสื้อยืดตัวโคร่งแทบจะปิดบังบดบังมันมิดชิด เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องยาวเรียวสวยงาม ผิวพรรณของวัยสาวสะพรั่งขาวละเอียดราวกับน้ำนมเต่งตึงจนน่ามอง ทุกย่างก้าวที่เธอเดินเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมแป้งเด็กผสมกลิ่นสบู่หอมๆ อ่อนผุดผ่องลอยฟุ้งกระจายเข้ามาในโสตประสาทของผม
"พี่ภัทรคะ... มีนขอยืมหัวแปลงสาย HDMI กับฮาร์ดดิสก์พกพาหน่อยได้ไหมคะ พอดีเน็ตห้องมีนมันช้าด้วย มีนจะดึงข้อมูลไฟล์งานส่งอาจารย์แต่เน็ตมันหลุดบ่อยมากเลยค่ะ" มีนเดินเข้ามายืนข้างโต๊ะทำงานของผม ระยะใกล้จนผมได้กลิ่นกายสาวสะพรั่งชัดเจน
"อยู่ในลิ้นชักด้านล่างฝั่งขวามือน่ะมีน ลองหาดูซิครับ" ผมชี้มือบอก
มีนก้มตัวลงทันทีเพื่อเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน จังหวะที่เธอก้มลงต่ำนั้น เสื้อยืดสีขาวคอกว้างย้อยตกช้อนลงมาตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนสล้างขนาดอวบอิ่มเกินตัวของเด็กสาววัยขบเผาะที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างเต็มตา ปลายสายตาของผมเห็นขอบบราเซียลูกไม้สีชมพูอ่อนบางเบาที่โอบอุ้มปทุมถันคู่งามเอาไว้แทบไม่มิด ลมหายใจของผมสะดุดกึกในลำคอ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงขณะกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก สายตาจ้องค้างอยู่ที่ความขาวละมุนนั้นอยู่หลายวินาทีเต็มๆ ก่อนจะรีบขืนใจเงยหน้าขึ้นมองเพดานเพื่อดับอารมณ์วูบไหว
"เจอยังครับมีน..." ผมถามเสียงแหบพร่าเล็กน้อย
"เจอแล้วค่ะพี่ภัทร! ขอบคุณนะคะ" มีนเงยหน้าขึ้นมายิ้มร่าเริงชูสาย HDMI ในมือ แววตาใสซื่อของเธอมีประกายความขี้เล่นบางอย่างที่ชวนให้คิดลึก
ทันใดนั้น ร่างของหญิงสาวอีกคนก็เดินนวยนาดตามเข้ามาในห้องทำงาน เธอคือ 'เตย' อายุยี่สิบเอ็ดปี ลูกสาวของป้าพิมแม่ครัวใหญ่ประจำคฤหาสน์ และยังเป็เพื่อนสนิทร่วมชั้นเรียนของมีนอีกด้วย เตยแต่งกายในลุคสาวห้าวๆ ออกแนวทอมบอยนิดๆ เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีแดงดำตัวใหญ่ปลดกระดุมบน กางเกงยีนส์เดนิมสีเข้มขาดเข่า ผมสั้นประบ่าและใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา เตยเดินเข้ามาประชิดตัวมีนทันที มือเรียวของเธอเอื้อมไปโอบลาดไหล่บางของมีนเอาไว้ในลักษณะแสดงความเป็เ้าของและโอบอุ้มอย่างสนิทสนม
เตยหันมามองผม แววตาของเธอเข้มขึ้นแฝงความระแวดระวังและระแวงแคลงใจอย่างปิดไม่มิด รังสีความหวงเพื่อนสนิทแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นะเืขึ้นมาทันที
"ไปกันเหอะยัยมีน อุปกรณ์ได้ครบแล้วรีบขึ้นไปทำต่อเหอะ เดี๋ยวงานไม่เสร็จส่งเย็นนี้นะ" เตยบอกเสียงห้วนพลางดึงรั้งแขนมีนให้หันหลังกลับ
"โอเคๆ ไปแล้วค่ะ พี่ภัทรทำงานต่อนะคะ ขอบคุณมากค่ะ" มีนหันมาโบกมือยิ้มหวานให้ผม ก่อนจะเดินตามแรงดึงของเตยออกจากห้องทำงานไปพร้อมกับเสียงหัวเราะกระซิบกระซาบกัน
ผมเฝ้ามองแผ่นหลังของเด็กสาวทั้งสองคนที่เดินเคียงคู่กันไป ท่าทางสนิทสนมกลมเกลียวและการััทางกายที่เนื้อแนบเนื้อของพวกเธอชวนให้ผมนึกถึงสายสัมพันธ์บางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ ในสายตาคู่นั้นของเตยที่มีต่อมีน
---
บ่ายสามโมงเย็น เสียงเครื่องยนต์รถตู้ของคฤหาสน์แล่นออกจากรั้วบ้านไปอย่างแ่เบา สัญญาณบอกว่าน้าอรและป้าพิมแม่ครัวใหญ่ได้ออกเดินทางไปทำธุระข้างนอกเรียบร้อยแล้ว คฤหาสน์หลังโตตกอยู่ในความเงียบงันในทันที มีเพียงเสียงจั๊กจั่นภายนอกและเสียงสายลมหวีดหวิวเบาๆ ที่พัดผ่านยอดไม้สวนหลังบ้าน
ผมพยายามจดจ่อสมาธิทั้งหมดลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงตัวเลขและบรรทัดโค้ดซับซ้อน ทว่าสมาธิของผมกลับล่องลอยและแตกกระเจิงอย่างไร้ชิ้นดี ทุกๆ ห้านาที สิบนาที ผมมักจะได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงคิกคักหัวเราะหยอกล้ออย่างแสนสนิทเสน่หาของสองสาวดังแว่วลงมาจากบันไดไม้ชั้นสอง คฤหาสน์ที่เงียบกริบดุจป่าช้าทำให้เสียงทุกเสียงแจ่มชัดขึ้นเป็ทวีคูณ เสียงกรีดร้องคิกคักเบาๆ และเสียงกระซิบกระซาบที่จับใจความไม่ได้ปลุกเร้าสัญชาตญาณความใคร่รู้และความอึดอัดขัดใจในตัวผมให้เต้นเร่า
'พวกเธอทำอะไรกันอยู่ข้างบนนะ...' ความคิดบาปหนาแล่นผ่านเข้ามาในสมอง
ผมพยายามสลัดความคิดบ้าๆ นั้นออกไป ทว่าความอยากรู้อยากเห็นกลับมีอานุภาพรุนแรงกว่า ร่างกายขยับเขยื้อนไปเองตามสัญชาตญาณดิบ ผมลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทำงาน ลอบกลืนน้ำลายลงคอที่จู่ๆ ก็แห้งผากขึ้นมา สมองกำลังหาข้ออ้างโง่ๆ ให้ตัวเองในการเดินขึ้นไปชั้นสอง
'ขึ้นไปถามหน่อยดีกว่า ว่ารายงานใกล้เสร็จหรือยัง หรือจะถามเื่มื้อเย็นว่าอยากทานอะไรกันเป็พิเศษไหม เผื่อน้าอรยังไม่กลับ...'
ผมก้าวเท้าออกจากห้องทำงานช้าๆ ฝีเท้าของผมเงียบสนิทเมื่อเหยียบลงบนพื้นพรมและบันไดไม้โบราณที่หนาทึบ ผมก้าวเดินขึ้นบันไดทีละขั้น... ทีละขั้น... จังหวะหัวใจเริ่มเต้นรัวเร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนขั้นบันไดที่ลดน้อยลง ยิ่งเข้าใกล้ชั้นสอง เสียงหัวเราะหยอกล้อและเสียงกระซิบกระซาบของมีนและเตยก็ยิ่งแจ่มชัดและแฝงความเร่าร้อนปนเสน่หาจนผมแทบหยุดหายใจ
---
ผมเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงสุดทางเดินของชั้นสอง พื้นที่รอบตัวมืดสลัวลงเล็กน้อยเนื่องจากปิดม่านหน้าต่างโถงบันไดเอาไว้ ทางเดินไม้สักยาวทอดไปสู่ห้องนอนของมีนที่ตั้งอยู่มุมสุด ประตูไม้บานใหญ่ของห้องนอนมีนเปิดแง้มเอาไว้ประมาณหนึ่งคืบ เนื่องจากสลักล็อกประตูที่ชำรุดเสียหายจากแรงกระแทกเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเกศรายังไม่มีเวลาเรียกช่างมาซ่อมแซม
ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้หน้าห้องนอนนั้นอย่างแ่เบาจนแทบไม่เกิดเสียง ลมหายใจอุ่นร้อนถูกกักเก็บเอาไว้ในอกด้วยความตื่นเต้น ผมกำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตูเพื่อทักทายตามมารยาท ทว่าสายตาของผมกลับเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ของโต๊ะเครื่องแป้งโบราณที่ตั้งอยู่ในมุมห้องนอนพอดี
จากมุมมองที่ผมยืนอยู่ตรงประตูที่แง้มออกนี้ กระจกเงาบานนั้นทำหน้าที่สะท้อนภาพเหตุการณ์ภายในห้องนอนได้อย่างชัดเจนและครบถ้วนทุกรายละเอียดดุจภาพสเกตช์สีน้ำมันที่งดงามและวาบหวาม
ภาพที่ปรากฏในม่านกระจกสะกดร่างของผมให้แข็งทื่อราวกับถูกสาป!
'มีน' อยู่ในสภาพที่ไม่มีเสื้อยืดสีขาวโอเวอร์ไซส์ตัวโคร่งบดบังร่างกายส่วนบนอีกต่อไป เสื้อตัวนั้นเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานสีแดงเป็ดวงกว้างและถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นพรม ร่างของเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีหลงเหลือเพียงบราเซียลายลูกไม้สีชมพูอ่อนบางเบาตัวจิ๋วที่โอบอุ้มปทุมถันอวบอิ่มสองเต้าเอาไว้ ทรวงอกตึงเปรี๊ยะชูชันล้อแสงแดดรำไรที่เล็ดลอดผ่านม่านโปร่ง ผิวพรรณท่อนบนของเธอขาวผุดผ่อง นวลเนียนละเอียดละออดุจไข่มุกเม็ดงาม ลาดไหล่บางและไหปลาร้าโค้งมนรับกับเนินอกงามสะพรั่งเด่นชัดเจน
ข้างหลังของมีนคือ 'เตย' เพื่อนสนิทร่างห้าว ในมือของเตยมีผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวสะอาด เตยกำลังใช้ผ้านั้นลูบไล้เช็ดคราบน้ำหวานสีแดงที่เปรอะเปื้อนตามซอกคอ ลาดไหล่ และแผ่นหลังเนียนละเอียดของมีนอย่างเชื่องช้า ััของเตยเต็มไปด้วยความแ่เบา ทะนุถนอม และเสน่หาอย่างปิดไม่มิด มือเรียวของเตยลูบไล้ผ่านเนินเนื้อเนียนนุ่มช้าๆ ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกัน ใบหน้าของเตยซบลงบนซอกไหล่ขาวของมีนอย่างแสนรัก ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมากุมเอวคอดกิ่วของมีนจากด้านหลัง บดเบียดหน้าอกแบนราบของเธอเข้ากับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเพื่อนสาว สองคนกระซิบกระซาบหยอกเย้าส่งเสียงคิกคักเบาๆ ที่แสนกระเส่าเร่าร้อน
"อืม... เตย เบาๆ สิ... เสียวนะ..." เสียงหวานของมีนครางประท้วงแ่เบา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเล็กน้อยยามที่นิ้วมือของเตยลากไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบใต้บราเซีย
ความร้อนผ่าวแล่นริ้วจากยอดอกลงสู่กลางลำตัวของผมในทันที แก่นกายชายหนุ่มใต้กางเกงขาสั้นเริ่มตื่นตัวและขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยแรงตัณหาและภาพเย้ายวนตรงหน้า หัวใจเต้นโครมครามเสียงดังราวกับจะหลุดออกมาจากอก ลมหายใจของผมหอบกระชั้นถี่ ร่างกายร้อนรุ่มประหนึ่งเตาเผาที่เพิ่งถูกเติมเชื้อไฟโหมกระหน่ำ
ทันใดนั้นเอง... ราวกับโชคชะตาเล่นตลก มีนขยับสายตาหวานขึ้นมองกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้งบานนั้น... และดวงตากลมหงส์ของเธอก็ปะทะประสานเข้ากับสายตาของผมที่จ้องมองอยู่หน้าประตูผ่านเงาสะท้อนในม่านกระจกโดยตรง!
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน ลมหายใจของผมสะดุดหยุดกึกด้วยความใที่โดนจับได้
แต่แทนที่มีนจะส่งเสียงร้องกรี๊ด ใ หรือรีบเอามือปิดบังเรือนร่างอันเย้ายวนน่ามองของเธอ เด็กสาวกลับเบิกตากว้างขึ้นเพียงนิด แววตาของเธอแปรเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกเป็ประกายวาววับของความท้าทาย แฝงไปด้วยความยั่วยวนอันแสนร้ายกาจ เรียวปากสีชมพูอิ่มของเธอขยับยิ้มบางๆ อย่างรู้เท่าทันและเ้าเล่ห์ เธอไม่ยอมเบนสายตาหนีจากผมผ่านกระจกบานนั้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งยังยอมยืนนิ่งปล่อยให้มือของเตยลูบไล้ซับผ้าขนหนูตามร่างกายของเธอต่อไปอย่างช้าๆ ราวกับจงใจโชว์บทรักลับๆ นี้ให้พ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างผมได้ทัศนา
ความตึงเครียดอันแสนเร่าร้อนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ
มีนค่อยๆ ขยับตัวผละออกจากการโอบกอดของเตยอย่างเชื่องช้า เธอก้าวเดินนวยนาดตรงมายังประตูห้องนอนที่เปิดแง้มอยู่ เรียวขายาวก้าวเข้ามาใกล้ประตูขึ้นเรื่อยๆ สายตาคู่นั้นยังคงจ้องลึกสอดประสานกับดวงตาของผมโดยตรงผ่านช่องประตูที่เปิดอ้า เธอมายืนอยู่หลังบานประตู ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงบานประตูไม้กั้น ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดลอดช่องว่างออกมา
มีนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแสนร้ายลึกให้ผม ก่อนจะยื่นมือเรียวสวยมาจับที่ขอบประตูไม้ ค่อยๆ ดึงรั้งบานประตูให้ปิดลงอย่างเชื่องช้า... เชื่องช้า... ดุจเป็การปฏิเสธและท้าทายให้อยากค้นหา สายตาของเธอจ้องสบประสานมองผมไม่ยอมละสายตาจนกระทั่งขอบประตูเบียดชิดกันสนิท และเสียงสลักประตูล็อกดังขึ้นเบาๆ...
'คลิก'
ทิ้งให้ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียวในความมืดสลัวและเงียบงันของโถงทางเดินชั้นสอง ลมหายใจยังคงหอบถี่รัว หัวใจเต้นกระหน่ำไม่หยุด ร่างกายส่วนล่างตื่นตัวเต็มที่ด้วยไฟปรารถนาที่เพิ่งถูกจุดขึ้นและยากที่จะดับลง
ทันใดนั้นเอง! โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขาสั้นของผมก็สั่นระรัวอย่างบ้าคลั่ง สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในความเงียบสงัด
ผมสะดุ้งสุดตัวเหมือนคนตื่นจากภวังค์ รีบล้วงโทรศัพท์ออกมากดดูด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าเด่นหราทำให้อารมณ์ของผมดิ่งวูบลงชั่วขณะ
**[ คุณเกด ]**
เสียงเครื่องโทรศัพท์ยังคงสั่นสะท้านอยู่ในมือของผม ขณะที่เื้ัประตูไม้บานใหญ่ของห้องนอนมีนยังคงเงียบกริบ แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันและเสน่ห์ลึกลับของเด็กสาวที่เพิ่งสะท้อนเงาความลับให้ผมเห็น... คงมีแต่โชคชะตาเท่านั้นที่จะรู้ว่าความสัมพันธ์ลับในคฤหาสน์หลังนี้จะดิ่งลงสู่เหวหรือความเร่าร้อนเพียงใดต่อจากนี้!