อีบุ๊คจำหน่ายแล้วนะคะ ติดตามได้ทาง meb เื่ใหม่ ติดตามไว้รอได้เลยค่ะ เื่ #วันจันทร์สีชมพู
Thinking of 26
หนึ่งปีแรกของการเรียนที่นี่ผ่านไปอย่างยากลำบาก ทั้งภาษาที่ใช้ ทั้งการคบเพื่อนฉันมีทะเลาะกับคุณยูอยู่บ่อยครั้งเมื่อมีเพื่อนผู้ชายขอมาที่บ้าน ฉันบอกเพื่อนคนนั้นไปแล้วนะว่าไม่สะดวกแต่เขาก็ไม่ยอม พอบอกว่ามีแฟนแล้วมีคู่หมั้นแล้วเขาก็ไม่เชื่อ กระทั่งวันที่คุณยูไปรับในเย็นวันก่อน เขารั้งฉันเข้าไปจูบเป็จังหวะที่นรกมากคุณยูยืนมองนิ่ง ๆ ฉันผลักผู้ชายคนนั้นออกห่างด้วยแรงทั้งหมดที่มีและฝากรอยมือไว้ที่บนแก้มผู้ชายคนนั้นพร้อมกับบอกว่าฉันมีสามีแล้ว เลิกทำตัวแบบนี้และตัดขาดความเป็เพื่อนทันที แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่คุณยูนี่แหละ เขาไม่ได้เดินหนีเมื่อเห็นฉันถูกจูบ ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้เมื่อเห็นฉันผละออกห่างจากผู้ชายคนนั้น แต่เขายืนมองฉันนิ่ง ๆ ขอบตาแดงระเรื่อ ฉันรีบเดินเข้าไปใกล้คุณยูแต่พอเดินเข้าไปจับมือเขาคุณยูก็เงียบและพาเดินกลับบ้านพักที่อยู่ไม่ไกล คุณเมฆที่เดินตามอยู่ห่าง ๆ ก็ส่งสายตาเป็ห่วงมาให้ เมื่อถึงบ้านพัก คุณยูก็เดินขึ้นไปบนห้องนอนและเดินกลับลงมาพร้อมกับโน้ตบุ๊กทำงานของเขา
“คุณ...”
“พี่จะไปทำงานที่บ้านคุณเมฆนะครับ อาหารทำไว้ให้แล้ว...”
“คุยกันก่อนได้ไหมคะ เรามาคุยกันก่อน” ฉันยื่นมือไปจับมือเขาไว้แน่น ไม่ชอบเลยที่ต้องทะเลาะกันแบบนี้
“พี่ใอยู่ครับ ขอโทษนะ” อีกฝ่ายตอบเสียงแ่
“ไม่มองหน้าก็ได้ แต่คุยกันได้ไหมคะ ไม่อยากให้เข้าใจผิดแบบนี้เลย” ฉันโผเข้ากอดคุณยู ในใจกลัวไปหมด กลัวว่าเขาจะไม่กอดตอบอย่างที่เคย แต่แล้วก็ยิ้มออกเมื่อท่อนแขนที่ชอบกอดยกโอบเอวฉันไว้เช่นเดียวกัน
“พี่แค่กลัว...”
“...”
“เขาอายุใกล้หนู บางทีหนู...”
“เรารักคุณนะ เรารักคุณขอโทษที่ไม่เคยบอกแต่อย่าคิดว่าเราไม่รักคุณ”
“...”
“ขอโทษนะคะ อย่าโกรธเลยนะ...” อีกฝ่ายเงียบจนใจรู้สึกใจหาย พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมองฉันอยู่พร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ
“คุณยู...”
“ครับ”
“ขอโทษ แต่อย่าโกรธเราเลยนะคะ”
“ครับ...” สองฝ่ามือประคองใบหน้าหล่อไว้พร้อมกับเขย่งปลายเท้าตัวเองเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่าย ทันทีที่ริมฝีปากเราแตะกันคนตัวโตกว่าก็เผยอริมฝีปากให้ฉันได้จูบโดยที่เขาไม่ได้จูบตอบฉันเลยสักนิด ฉันจูบง้ออีกฝ่ายอยู่นานจนเริ่มถอดใจปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านแก้มและผละออกห่างจากเขา แต่จังหวะที่ผละออกห่างได้เพียงเล็กน้อยก็มีฝ่ามือร้อนประคองที่ท้ายทอยและมีท่อนแขนโอบรอบเอวฉันรั้งให้เข้าไปชิดกับร่างหนาที่ยืนตรงหน้า จูบเร่าร้อนถูกส่งมอบมาให้ทันทีที่เราแนบชิดกันกระเป๋าข้าวของทุกอย่างที่เคยอยู่ในมือถูกปล่อยลงที่พื้นหน้าบันได ร่างฉันถูกประคองจูบพร้อมกับเดินขึ้นบันไดไปอย่างเชื่องช้ากระทั่งถึงห้องนอนของเราคุณยูถึงได้ผละจูบออกห่าง มือปลดเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมอยู่อย่างช้า ๆ สายตาก็จับจ้องฉันที่อยู่ปลายเตียง
“ถอดเสื้อครับ พี่จะลงโทษเด็กดื้อ”
“คุณยู...”
“ไม่ต้องอ้อนครับ วันนี้เป็วันครบรอบของเรา แทนที่จะได้ฉลองด้วยกันดี ๆ กลับต้องไปเจอหนูจูบกับคนอื่น”
“หนูไม่ได้จูบเขานะ!”
“อย่าขึ้นเสียงใส่พี่ครับ แล้วหนูก็ถอดชุดเองเดี๋ยวนี้เพราะพี่จะไม่ช่วย” เขายื่นคำขาดพร้อมกับใช้สายตาดุ ๆ มองฉัน มือที่ยกขึ้นถอดเสื้อสั่นระริกไปหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย กลัวอีกฝ่ายจะโกรธก็กลัว กลัวโดนดุก็กลัว แต่ที่สั่นมากที่สุดเห็นจะเป็ความกระหายที่ถูกส่งผ่านสายตาเขานี่แหละ
“พี่ยูคะ...” เมื่อปลดชุดชั้นในชิ้นสุดท้ายออกจากร่างและยกมือปิด่อกไว้ด้วยความเขินอาย ฉันก็รีบเรียกอีกฝ่ายเมื่อเขาจ้องฉันด้วยความกระหาย แต่ไม่ยอมเดินเข้ามาใกล้
“ครับ? หนูเรียกพี่ทำไม” คุณยูขานตอบ
“พี่ยู...” ฉันอายนะ จะให้พูดออกไปตรงๆ ได้ยังไงกันล่ะ
“ครับ?”
“หนู หนู้าพี่...”
“แต่หนูทำพี่โมโหอยู่นะครับ”
“หนูขอโทษ...” รีบเอ่ยอ้อนพร้อมขาที่ขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายสองแขนโอบรอบเอวหนาไว้อ้อน ๆ ไอร้อนที่เราต่างัักันได้มันเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งขยับเบียดร่างหาอีกฝ่ายเขาก็ยิ่งมีปฏิกิริยาแต่ก็ไม่ยอมทำอะไร
“ครับ พี่รับคำขอโทษ แต่วันนี้พี่จะไม่ทำจนกว่าหนูจะง้อพี่เสร็จ”
“โกรธจริงหรือแค่อยากให้หนูทำให้?”
“ทีแรกโกรธ พอหนูบอกรักพี่ก็อยากแกล้งหนูมากกว่า โอ๊ย!” ท้ายประโยคอีกฝ่ายร้องเสียงหลงเมื่อถูกฉันฟาดฝ่ามือลงบนแผ่นอกเต็มแรง แต่ด้วยความที่เขาผิวขาวมากอยู่แล้วตีไปนิดหน่อยก็ขึ้นรอยแดง ฉันมองรอยแดงบนแผ่นอกเขาด้วยความรู้สึกผิด ยัยฝันงี่เง่า ทำพี่เขาเจ็บตัวอีกแล้ว
“หนูขอโทษ ทำพี่เจ็บอีกแล้ว” เงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด แต่คุณยูกลับมองฉันด้วยรอยยิ้มเอ็นดูแทนเสียอย่างนั้น แต่ไม่นานก็แปลเปลี่ยนเป็รอยยิ้มหื่น ๆ แทน นี่ฉันเริ่มจะคิดแล้วล่ะว่าเขาตั้งใจจะแกล้งฉันจริง ๆ
“ไม่เป็ไรครับ เราไปอาบน้ำกันก่อนนะ แล้วก็...”
“...”
“พี่ขอในอ่างอาบน้ำก่อนแล้วเราค่อยมาที่เตียง...”
CUT!!!
(อ่านได้เฉพาะบุคคลที่ซื้ออีบุ๊ค)
คิดว่าเรียนสองปีมันนานไหม ฉันบอกเลยว่านานมากในความรู้สึก เพราะทั้งเคลียงานส่งทั้งเรียน เหมือนย่นเวลาสี่ปีในปริญญาตรีมาไว้สองปีในปริญญาโท ฉันแทบจะกลายร่างเป็คนบ้าแต่ดีที่ว่าแฟนเก่ง เขาคอยช่วยสอนงานและดูแลฉันตลอดสองปีหกเดือนเลยก็ว่าได้ มีบ้างที่เขาบินกลับประเทศไทยเพื่อร่วมประชุมที่สำคัญส่วนฉันไม่ได้กลับมาเลยมีเพียงฝุ่นที่บินไปหา เหมือนจะเป็่ที่คุณยูต้องบินมาไทยฝุ่นก็จะบินไปอยู่เป็เพื่อนอะไรแบบนั้นน่ะ ทำอย่างกับฉันเป็เด็กต้องมีคนคอยผลัดเปลี่ยนมาดูแล
แต่ว่าตอนนี้น่ะ ฉันอยู่ที่ไทยแล้วนะ เรียนจบเคลียเอกสารทุกอย่างจบแล้ว พอจะกลับมาก็แอบใจหายอยู่ไม่น้อย หนุ่ม ๆ ข้างบ้าน หมายถึงกลุ่มบอดีการ์ดของคุณยูนั่นแหละพวกเขาเสียดายมากกว่าฉันอีก เพราะที่นั่นอากาศดีไม่เหมือนที่ไทยพวกเขาเลยชอบ บางวันที่ว่าง ๆ เราก็ปาร์ตี้ด้วยกันนะ คุณยูถึงกับส่ายหน้าเลยเวลาฉันดื่มกับคนของเขา
“มีเซอร์ไพรส์นะครับ” คุณยูกระซิบบอกเมื่อเราเดินออกจากเกทและรอรถมารับ คนมองเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะด้านหลังชายชุดดำคอยลากกระเป๋ามาให้
“อะไรคะ?”
“เดี๋ยวก็รู้ครับ”
“เนี่ย ชอบทำให้อยากรู้”
“เอาน่า อดใจรออีกหน่อยนะ”
“ก็ได้ค่ะ ก็ได้ แต่พี่คะ อยากทานชานมไข่มุกอ่ะแวะก่อนได้ไหม”
“ได้ครับ” เมื่อได้รับอนุญาตฉันก็แวะเข้าไปในร้านชานมที่อยู่ในสนามบินทันที ทีวีในร้านขึ้นข่าวการแต่งงานของนักร้องคนหนึ่ง ฉันยิ้มให้กับพวกเขาอย่างดีใจ คบกันมาก็นานแต่งได้สักทีนะ
“ได้แล้วค่ะคุณลูกค้า” เสียงพนักงานฉุดฉันให้ละสายตาจากทีวี
“ขอบคุณค่ะ” เมื่อได้เครื่องดื่มที่้าก็เดินออกมาหาคนที่ยืนรออยู่หน้าร้าน เราไม่พูดอะไรกันมากนอกจากเดินไปขึ้นรถที่คุณพ่อกับคุณแม่พี่ยูส่งมารับ ระหว่างทางที่รถติดแสนติดฉันก็เผลอกลับไป รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็อยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งแล้วเรียบร้อย ฉันนั่งนิ่งบวกกับใไม่น้อยเมื่อเห็นการ์ดลากกระเป๋าฉันกับคุณยูเข้าไปในบ้าน
“มาครับ”
“พี่ยู...”
“ครับ?”
“บ้านใคร”
“บ้านเราไง นี่ไงครับเซอร์ไพรส์ที่บอก ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ” พี่ยูโน้มหน้าเข้ามาจูบเบา ๆ แล้วผละออกห่าง ระหว่างเดินเข้าบ้านฉันกวาดสายตามองรอบ ๆ เหมือนมาก เหมือนกับที่ฉันเคยวาดไว้ในฝันเลย บ้านแบบนี้มีสวนดอกไม้ มีสนามหญ้า
“ชอบไหม...” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ สายตาที่เหลือบมองไปทั่วก็ค้างไปเมื่อเห็นบ้านอีกหลังที่คล้าย ๆ กันและที่สำคัญตั้งอยู่ในเขตรั้วเดียวกับฉันด้วย
“พี่ยู บ้านหลังนั้น...”
“บ้านฝุ่นครับ...”
“บ้านฝุ่นเหรอ!?” ฉันเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
“ครับ แต่ฝุ่นยังไม่กลับ เดี๋ยวเก็บของเสร็จฝุ่นคงมาถึงพอดี”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ” คุณยูยิ้มให้ก่อนจะจับมือฉันเดินเข้าไปในบ้าน บ้าน ฉันเรียกที่นี่ว่าบ้านได้ไหม ฉันอยากมีบ้านที่อบอุ่นสักครั้งในชีวิต อยากมีความสุขเวลาเอ่ยถึงบ้าน ฉันอยากยิ้มกว้าง ๆ เวลาต้องพูดว่า กลับบ้านก่อนนะ
เท้าที่กำลังก้าวชะงักไปเมื่อมีเสียงหลายคีย์เอ่ยที่ด้านหน้าพร้อมกันอย่างตื่นเต้น
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน!!”
เมื่อเงยหน้าก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความใผสมปนเปกับความตื้นตันใจ อรุณ ฟาง คุณซันเดย์ พ่อแม่คุณยู พี่แต้ม พี่ยิม และฝุ่น ทุกคนยืนยิ้มและเอ่ยต้อนรับฉัน น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลกลับไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ฝุ่นหอบช่อดอกไม้เข้ามาใกล้พร้อมกับพุ่งเข้ามากอดฉันไว้แน่น
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ น้องสาวของพี่”
“ขอบคุณค่ะ”
“วันนี้เรามาฉลองกัน!!!” เสียงเพื่อนฉันดังขึ้นพร้อมกับเสียงเฮดีใจของทุกคน นี่สินะความรู้สึกเวลาได้กลับมาบ้าน มันเป็แบบนี้นี่เอง
ต่อไปฉันจะมีความสุขแล้วนะ...
ช่วยเป็กำลังใจให้ฉันหน่อยได้ไหม ทุกคนอยู่เป็ครอบครัวกับฉันนะคะ
บ้านที่มีทุกคน มันมีความสุขมากๆ เลย...
=============
ตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ตอนจบแล้วนะ ฝากเม้นเป็กำลังใจกันด้วยนะคะ เจอกันเื่ต่อไปค่ะ
ปล.เงื่อไขของเรายังเหมือนเดิม คือไม่ติดเหรียญ ขอแค่อย่าคัดลอกหรือนำนิยายเราไปดัดแปลง ผลงานเราทุกชิ้น มีลิขสิทธิ์หมดนะคะ อย่าหาทำ!! ใครทำเราจะตีๆๆๆ ไม่ใจดีแล้วนะ