วันนี้ั้แ่ตีสามยูกิโกะก็ลุกตื่นขึ้นมาช่วยป้าแก้วทำอาหาร วันนี้โชคก็ต้องไปทำงานทำให้ยูกิโกะว่าง ด้วยความที่ยูกิโกะไม่ชอบอยู่เฉยๆจึงได้ขอป้าแก้วเอาไว้ เธออยากลองช่วยป้าแก้วทำอาหารร่วมถึงขายกับข้าวด้วย
โชคที่ตื่นมาตอนเช้าหลังเตรียมตัวเสร็จก็ออกไปกินข้าวที่ร้านป้าแก้ว ภาพที่เห็นตรงหน้าคือป้าแก้วสอนยูกิโกะมัดถุงกับข้าว ช่างเป็ภาพที่น่ารักน่ามองเป็อย่างมากสำหรับโชค
ทันทีที่โชคมานั่งที่โต๊ะ ยูกิโกะที่เห็นก็ไม่รอช้า เธอตักข้าวใส่จานก่อนจะลาดด้วยแกงเขียวหวานอุ่นๆและตามด้วยไข่ต้มหนึ่งฟองไปเสริฟให้โชค
“ เป็ยังไงบ้าง วันนี้ฉันเป็ลูกมือป้าด้วยนะ ”
“ อร่อยมาก ถ้าได้ลองกับข้าวฝีมือเธอเลยคงจะดีไม่น้อย ”
ยูกิโกะยิ้มพร้อมกับตอบรับสิ่งที่โชคอยากได้ ยูกิโกะรับปากว่าเย็นนี้เธอจะทำมื้อเย็นให้โชคกับป้าแก้วได้ลิ้มลองเอง
นั้นเป็สิ่งที่ทำให้โชคนั้นตื่นเต้นเอามากๆ เรียกได้ว่ามีกำลังใจเต็มเปียมในการทำงานเลยทีเดียว
เวลาทำงานโชคก็อยากจะให้เวลานั้นรีบๆผ่านไปเสียที ทุกวินาทีตอนนี้อยากเจอยูกิโกะมากๆ อยากกลับไปเธอ
ส่วนทางฝั่งยูกิโกะก็ช่วยป้าแก้วขายข้าวแกงจนกระทั้งบ่ายสองก็เก็บร้าน หลังจากยูกิโกะช่วยเก็บร้านเสร็จก็ให้ป้าแก้วพาไปตลาด เพราะวันนี้เธออยากจะทำกับข้าวให้ป้าแก้วโชคทานสักมื้อ
วันนี้่เลิกงานเพื่อนร่วมงานของโชคก็สังเกตุได้ว่าวันนี้จิตใจโชคไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใบหน้าก็ยิ้มแย้มทั้งวัน คงจะมีเื่ดีๆรออยู่ที่บ้านแน่ๆ ท่าทีตอนนี้ก็ดูเร่งรีบเก็บข้าวของมากเลยทีเดียว
เมื่อรถขอโชคเลี้ยวเข้าบ้านยูกิโกะก็รีบออกมาต้อนรับทันที ทั้งสองคนนั้นยิ้มแย้มอย่างมีความสุขดังว่ากำลังรอคอย่เวลานี้กันอยู่
ป้าแก้วที่เห็นทั้งสองคนเป็อย่างนั้นก็เข้าใจจิตใจของทั้งสองคนดี ความรักของหนุ่มสาวช่างเป็อะไรที่งดงามเสียจริง
เย็นวันนี้ยูกิโกะก็ทำข้าวราดแกงกะหรี่ฝีมือตัวเองให้โชคได้ลิ้มลอง ระหว่างที่ตักแกงกระหรี่ให้โชคยูกิโกะก็ยอมรับตรงๆว่าตัวเองนั้นก็ทำกับข้าวไม่เป็สักเท่าไร ในอดีตเคยช่วยแม่บ้าง แต่นั้นก็นานมากๆแล้ว ที่พอทำเป็และหาเครื่องได้ก็คงทำได้แค่นี้
ความเป็จริงแล้วเื่ความอร่อยนั้นไม่ได้เป็ความคาดหวังอะไรอยู่แล้วสำหรับโชค แค่รู้ว่ายูกิโกะจะทำกับข้าวให้แค่นั้นโชคก็มีความสุขมากๆแล้ว
ตอนหัวค่ำทั้งสองคนก็นั่งคุยกันนอกบ้านกันอย่างมีความสุข ทั้งสองคนรู้ดีว่านี่เป็่เวลาที่ทั้งสองคนนั้นอยากจะหยุดมันเอาไว้ อยากจะอยู่แบบนี้ไปนานๆ การนั่งกุมมือแบบนี้นั้นช่างเกินพอสำหรับการมองข้ามความเย็นในยามค่ำคืนของคืนนี้
ทุกๆวันยูกิโกะก็ตื่นมาช่วยป้าแก้วค่อยทำอาหาร ส่วนโชคนั้นก็ไปทำงาน พอถึงวันหยุดโชคก็พายูกิโกะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ
แต่แล้วเทศกาลหน้าหนาวประจำปีก็มาถึง คืนนี้โชคกุมมือของยูกิโกะไปเดินเล่นในงานเทศกาล
ผู้คนที่เดินสวนทางไปมามากมาย เครื่องเสียงที่ดังสนั่นไปทั่วจากหลายทิศทาง ทั้งหมดนั้นทำให้ยูกิโกะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศที่ตนนั้นไม่เคยพบเจอมาก่อน
โชคพายูกิโกะโยนบอล ปาลูกโป่ง นั้นทำให้ทั้งคู่นั้นสนุกสนานกันมากๆ
หลังจากที่ทั้งคู่ได้เล่นกิจกรรมๆต่างเสร็จแล้วก็จบท้ายด้วยการไปนั่งชิงช้า์
ในชิงช้า์ไม่มีใครให้มองนอกจากเขาทั้งสองคนที่นั่งตรงข้ามกัน เมื่อตอนสบตาต่างคนก็ต่างยิ้มแย้มให้กันอย่างเขินอาย
เมื่อชิงช้า์ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ภาพทิวทัศน์ข้างล่างก็ดูเล็กลงไป แสงสว่างในยามค่ำคืนนี้ช่างเป็ภาพที่น่าประทับใจมากๆ
“ ยูกิโกะ ขยับหน้าของเธอเข้ามาใกล้อีกนิดได้ไหม ”
ยูกิโกะที่ได้ยินก็ยืนหน้าเข้าไปหาโชค ส่วนโชคเองก็ทำทียกมือขึ้นเหมือนว่าจะกระซิบบางอย่างให้ฟัง ยูกิโกะหันหูข้างหนึ่งเพื่อว่าจะได้รับฟังในสิ่งที่โชคนั้นอยากจะพูด
แต่แล้วริมฝีปากของโชคนั้นก็บรรจงจูบลงบนแก้มของยูกิโกะ นั้นทำให้ยูกิโกะรีบชักหน้าตัวเองกลับพร้อมกับใบหน้าที่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ยูกิโกะเริ่มเอามือไปปิดบังใบหน้าของตัวเองอย่างเขินอาย โชคผู้กระทำตอนนี้เองก็เขินอายอยู่ไม่ใช่น้อยเลย แต่ในชิงช้า์อย่างนี้ทั้งคู่จะหลบหน้ากันไปไหนได้
“ นายทำบ้าอะไรเนี่ย ใครเห็นเข้าจะทำยังไง ”
“ ขอโทษนะ แต่ว่า… ชั่งมันเถอะ ขอโทษจริงๆนะ ”
โชคกล่าวขอโทษในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่หลายครั้ง ซึ่งยูกิโกะนั้นก็ไม่ได้จะโกรธหรือเคืองอะไรจงไม่ได้กล่าวโทษอะไร แค่ตอนนี้เก็บอาการเขินอายของตนเองได้ก็นับว่าดีมากแล้ว
ทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตอย่างนี้ทุกๆวันอย่างมีความสุข แต่แล้วเมื่อผ่านไปได้สองเดือนกว่า โชคพายูกิโกะไปตั้งแคมป์ในอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่ง
ในบรรยากาศที่เงียบสงบมีเพียงความหนาวเย็นในตอนค่ำคืน โชคกับยูกิโกะนั่งลงข้างกองไฟที่กำลังลุกโชน
“ ขอบคุณเธอตลอด่เวลาที่ผ่านมามากนะ ฉันมีความสุขมากจริงๆ ”
คำพูดที่จริงใจออกมาจากปากของยูกิโกะ ชีวิตของเธอที่ผ่านมาหลายปีนี้มันแย่มากๆ ดีที่มีโชคค่อยอยู่เคียงข้างและให้กำลังเสมอมา และตอนนี้ยูกิโกะก็มีความสุขมากๆ มากเสียจนเธอเองก็ไม่อยากจะพรากจากมันไป
“ อย่าคิดมากเลย ทุกอย่างที่ทำไปล้วนทำด้วยใจทั้งนั้น ดังนั้นเธอไม่ต้องขอบคุณอะไรเราทั้งนั้น ”
“ โชคุง เวลาของเราใกล้จะหมดแล้ว อีกไม่ถึงเดือนเราก็จะบินกลับญี่ปุ่นแล้ว วันหนึ่งเราจะมาหานายแบบนี้อีกได้ไหม ”
“ นั้นสินะ แต่ถ้าเธออยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไปฉันก็พอมีวิธี แต่ไม่รู้ว่าเธอจะสนใจไหม ”
ยูกิโกะนั่งครุ่นคิดกับคำพูดของโชค แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าโชคนั้น้าจะพูดถึงอะไร วิธีการไหน
“ มันมีวิธีด้วยเหรอ และฉันทำได้จริงๆเหรอ ”
“ เธอทำได้นะ ถ้าเธอเต็มใจที่จะทำมันจริงๆ ”
ยูกิโกะครุ่นคิดแต่ก็คิดไม่ออก วิธีการที่โชคว่านั้นแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันนะ
“ ตกลงแล้วต้องใช้วิธีไหนถึงจะสามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดไปกันแน่ ”
โชคยิ้มออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะพูดประโยคหนึ่งออกไป
“ คืนนี้พระจันทร์สวยน่ะ ว่าไหม ? ”
ยูกิโกะเมื่อได้ยินอย่างนี้ก็อดที่จะเงยขึ้นไปมองพระจันทร์ไม่ได้ แต่ทว่าบนท้องฟ้านั้นกลับไร้พระจันทร์ลอยอยู่เพราะคืนนี้มีเมฆลอยอยู่เต็มท้องฟ้า
และทันใดนั้นเองยูกิโกะก็นึกได้ว่าสิ่งที่โชคพูดนั้นหมายถึงการบอกรักตัวเองในแบบญี่ปุ่น
“ แต่งงานกับผมนะครับยูกิโกะ ”
โชคพูดพร้อมกับหยิบแหวนในกระเป๋าเสื้อกันหนาวยื่นให้ยูกิโกะ
ยูกิโกะตอนนี้มองหน้าของโชคพร้อมด้วยน้ำตาแห่งความสุข ตอนนี้ยูกิโกะเข้าใจแล้วว่าวิธีที่โชคพูดถึงนั่นคืออะไร ซึ่งวิธีนั้นก็คือการแต่งงานนั้นเอง หากยูกิโกะยอมรับการแต่งงาน ยูกิโกะก็สามารถอยู่ที่นี่กับโชคได้ตลอดไป
ยูกิโกะเอามือกุมใบหน้าพร้อมกับร้องไห้ ตอนนี้แค่จะตอบกลับว่ายอมแต่งงานด้วยเธอก็ยังทำไม่ได้ เธอมีความสุขมากๆ มีความสุขอย่างที่ชีวิตนี้คงหาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว
“ แต่ง ฉันจะแต่งกับเธอ ขอบคุณนะโชคุง ”
โชคสวมกอดยูกิโกะเอาไว้และพยายามปลอบเธอในสงบลง และเมื่อยูกิโกะสงบลงโชคก็นำแหวนไปสวมนิ้วของเธอได้อย่างพอดี
ยูกิโกะรู้แล้วว่าก่อนหน้านี้ที่โชคขอรอบนิ้วและอื่นๆก็เพื่อสิ่งนี้ โชคนั้นคงจะเตรียมสารภาพรักเธอมานานแล้ว ยูกิโกะที่นึกได้อย่างนี้ก็มีความสุขมากๆและรักโชคมากกว่าสิ่งอื่นใดบนโลกนี้
ยูกิโกะคิดเสมอว่าหลังจากที่เธอกลับญี่ปุ่นชีวิตของเธอก็คงจะกลับไปอยู่ลำพังในห้องเช่าเล็กๆอีกครั้ง ทำงานแบบเดิมทุกๆวัน หลังจากที่เธอได้มาอยู่กับโชคเธอก็ไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีก
การที่โชคมายื่นทั้งโอกาศและความรักมาให้ ยูกิโกะนั้นเหมือนได้ชีวิตใหม่ที่ตนเองนั้นปรารถนาที่สุดในชีวิต
ทั้งคู่นั้นต่างคนต่างรู้และเข้าใจอีกฝั่งเป็อย่างดี ดังนั้นความรักของทั้งสองคนนั้นจะเกิดจากความเข้าใจ และบนโลกใบนี้ก็คงไม่มีใครเข้าใจเื่ราวของทั้งสองคนได้มากกว่าเขาทั้งสองคนอีกแล้ว
ไม่ว่าเื่ดวงตาของทั้งสองคนนั้นจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่นี่อาจจะเป็สิ่งที่พระเ้าได้ประทานมาให้กับเขาทั้งสองคน และทั้งสองคนก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็อยู่ ไม่ว่าอนาคตนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เราได้แต่หวังว่าเขาทั้งสองคนจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน