บทที่ 22 ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์เก้า์
ในห้องที่มีลักษณะเรียบง่ายเย่อู๋เชวียนั่งสมาธิอยู่บนเตียงมือขวาของเขาถือหยกโลหิตัและความทรงจำในอดีตมากมายหลายอย่างแวบเข้ามาในดวงตาของเขา
ความทรงจำเ่าั้ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของเขาเป็เวลากว่าสิบปีกล่าวได้ว่าเหตุผลที่เย่อู๋เชวียยินยอมที่จะอยู่อย่างอัปยศเป็เวลาหลายปีสาเหตุหลักก็มาจากหยกโลหิตัชิ้นนี้นี่เอง
“ลุงฝู นี่คือหยกโลหิตัที่ท่านทิ้งไว้ท่านบอกว่าหยกโลหิตันี้จะนำความโชคดีอย่างคาดไม่ถึงมาสู่ผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาความโชคดีนี้คืออะไรกันแน่?”
ยังมีเวลาอีกสองวันก่อนที่สมรภูมิร้อยเมืองจะเริ่มต้นขึ้นเย่อู๋เชวียวางแผนที่จะใช้สองวันนี้เพื่อค้นหาโชคอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายในหยกโลหิตั
เขามีความรู้สึกว่าหากค้นพบความลับนี้ มันจะสร้างความได้เปรียบอย่างมากมายมหาศาลในสมรภูมิร้อยเมือง
“ครืน”
เย่อู๋เชวียหยุดเสียเวลาและหมุนวนจิติญญาการต่อสู้ในร่างกายก่อนจะถ่ายเทพลังลงไปในหยกโลหิตั นี่คือวิธีเดียวที่เขาคิดได้หากมันไม่เป็ผลเขาคงต้องปล่อยวางเื่นี้ไปก่อน
“ครืน…”
ภายใต้ความพยายามของเย่อู๋เชวียปราณศักดิ์สิทธิ์หลั่งไหลเข้าสู่หยกโลหิตัราวกับสายธาร อย่างไรก็ตามสุดท้ายก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“แล้วข้าต้องทำอย่างไร?”
เย่อู๋เชวียถือหยกโลหิตัและจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
“ลุงฝูไม่ควรทิ้งสมบัติชิ้นนี้ไว้โดยไม่มีคำบอกใบ้มันจะนำโชคดีมาสู่ผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญา ัโลหิตกลืนจันทราัโลหิตกลืนจันทรา?”
เมื่อตระหนักถึงคำพูดของลุงฝูดวงตาของเย่อู๋เชวียก็สว่างขึ้นเล็กน้อย
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
“ครืน”
ในขณะนั้นิญญาจันทราสีเงินอ่อนก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่าแสงที่สาดส่องของมันเปลี่ยนให้ห้องเล็กๆ สว่างไสวราวกับเป็เวลากลางวัน!
“สัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้บ่มเพาะในอาณาจักรชำระิญญาคือิญญาจันทราแน่นอนว่ากุญแจที่ใช้เปิดหยกโลหิตัก็คือิญญาจันทรานั่นเอง”
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เย่อู๋เชวียก็โยนหยกโลหิตัในมือของเขาไปที่ิญญาจันทราสีเงินอ่อน!
จี้หยกรูปัตกลงไปในิญญาจันทราและไม่ตกลงสู่พื้นเมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เย่อู๋เชวียก็ตระหนักได้ว่าวิธีนี้ดูเหมือนจะถูกต้อง
“ซ่า”
ในขณะนี้เย่อู๋เชวียรู้สึกได้ถึงความผันผวนเล็กน้อยที่มาจากิญญาจันทราและความผันผวนนั้นก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามันกำลังจะทะลุผ่านพระจันทร์เสี้ยวออกมาข้างนอก!
“โฮก!”
ก่อนที่เย่อู๋เชวียจะมีโอกาสเคลื่อนไหวเสียงคำรามที่หน้าสะพรึงกลัวก็ดังออกมาจากิญญาจันทราของเขาตามมาด้วยแสงสีแดงฉานราวกับโลหิตที่สาดส่องไปทั่วห้อง!
“ฮะ นี่…?”
ภายใต้การจ้องมองด้วยความประหลาดใจของเย่อู๋เชวียสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายัซึ่งมีร่างกายสีแดงฉานก็ปรากฏตัวออกมาจากิญญาจันทรา!
“โอ้…”
ัโลหิตตัวนั้นอ้าปากงับิญญาจันทราของเขาและกลืนกินลงไปทันทีเย่อู๋เชวียตกตะลึงเป็อย่างมากิญญาจันทราของเขาถูกสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้จักตัวนี้กลืนกินไปแล้ว!
“ัโลหิตกลืนจันทรานี่คือความหมายของคำนี้หรือ?”
“ปัง!”
ในขณะที่ิญญาจันทราถูกกลืนเข้าไปหูของเย่อู๋เชวียก็ได้ยินเสียงะเิดังมาจากท้องฟ้าและทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าของเขาก็มืดมิดไปในทันที!
ไม่กี่ลมหายใจต่อมาเบื้องหน้าของเขาก็สว่างไสวขึ้นอีกครั้งสิ่งที่ต้อนรับสายตาของเขาอย่างแรกคือฉากที่เ็า โดดเดี่ยว มืดมนและลึกลับซึ่งดูเหมือนจะแผ่ขยายออกไปในระยะทางอันไร้สิ้นสุดจากนั้นเย่อู๋เชวียก็มองเห็นดวงดาวที่สว่างสดใสมากมายเรียงรายอยู่ตรงหน้า
“นี่คือ...จักรวาล?”
เมื่อมองไปรอบๆเย่อู๋เชวียก็ค้นพบว่าเขาอยู่ในห้วงจักรวาลที่ไม่รู้จักและทันใดนั้นเย่อู๋เชวียก็ััได้ถึงความเล็กจ้อยในตัวตนของเขาแม้ว่าจักรวาลจะอ้างว้างและมืดมนเหมือนน้ำหมึกแต่มันก็ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความเป็นิรันดร์ที่จะไม่มีวันถูกทำลายไปตลอดกาล!
ในขณะนี้หัวใจของเย่อู๋เชวียดูเหมือนจะเงียบลงอย่างช้าๆเขาพบว่าร่างกายของเขาดูเหมือนจะถูกตรึงไว้ด้วยพลังลึกลับบางอย่างและกำลังถูกดึงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว!
ใน่เวลาที่เย่อู๋เชวียกำลังเกิดความงงงวยแสงที่สว่างสดใสจากส่วนลึกของจักรวาลก็พุ่งเข้าหาเขาราวกับสายฟ้า!
ในเวลาเดียวกันหูของเย่อู๋เชวียก็ได้ยินเสียงคำรามดังกึกก้องของเทพและอสูร!
“จักรพรรดิหวงฝูพวกเราสามคนไล่ล่าเ้ามาสามปีแล้ว และวันนี้เ้าจะไม่สามารถหนีไปที่ใดได้อีกออกมาเดี๋ยวนี้!”
“ฮึ่ม” “ปัง!”
หลังสิ้นเสียงคำรามเย่อู๋เชวียก็ััได้ว่าจักรวาลรอบตัวของเขากำลังสั่นไหวและเขาเห็นมือสีทองที่มีความยาวหลายสิบวาพุ่งออกมาจากท้องฟ้า!
“ปัง!”
มือสีทองทุบดวงดาวใหญ่น้อยนับไม่ถ้วนระหว่างทางมันจัดการกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เหมือนเป็ของเล่นและดวงดาวเ่าั้ล้วนถูกบดขยี้อย่างง่ายดาย!
“เทพอสูรกลืน์กวาดล้างดวงดาวทั้งหมดซะ!”
“เ้าคิดว่าตัวเองอยู่ยงคงกระพันหรือ?วันนี้ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็หนีไปไม่ได้!”
เสียงคำรามของผู้คนมากมายดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนและแสงสีดำที่เต็มไปด้วยปราณอสูรก็พาดผ่านท้องฟ้าราวกับจะกลืนกินพลังชีวิตทั้งหมดในจักรวาล!
ในตอนนี้ไม่เพียงจะมีมือขนาดใหญ่ข้างนั้นปรากฏขึ้นในกลางอากาศแต่ยังมีกำปั้นอันใหญ่โตไม่แพ้กันเริ่มไล่ทุบดวงดาวมากมายที่อยู่รอบๆ ราวกับกำลังไล่ล่าบางสิ่งบางอย่าง!
สามทักษะการฆ่าที่น่าสะพรึงกลัวทำให้หัวใจของเย่อู๋เชวียถูกบีบรัดและมีความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นในใจของเขา!
“ฮ่าๆ...ลำพังแค่พวกเ้าทั้งสามก็คิดว่าจะฆ่าข้าได้?เก้าสิบเก้ากลับคืนสู่หนึ่ง! ดอกบัวเติบโตขึ้นทุกย่างก้าว!ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์เก้า์!”
ในโลกที่มืดมิดเบื้องหน้ามีดอกบัวขนาดใหญ่ปรากฏตัวออกมาจากดวงดาวที่ถูกทำลายดวงหนึ่ง ดอกบัวนี้มีทั้งหมดเก้ากลีบกลีบของมันสั่นไหวในความว่างเปล่า และผลิบานอย่างงดงามกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของดอกบัวกระจายไปทั่วสิบทิศ และไม่ว่าจะเป็แสงสีดำฝ่ามือสีทอง หรือกำปั้นขนาดใหญ่ การโจมตีทั้งหมดได้ถูกลบล้างออกไปอย่างง่ายดาย
เย่อู๋เชวียมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกตะลึงขอบเขตการบ่มเพาะของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ไปถึงระดับใดแล้วมนุษย์อย่างพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?
“ปัง!”
เสียงะเิดังขึ้นอีกครั้งและม่านที่ปกคลุมร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็หายสาบสูญไปั์ตาของเย่อู๋เชวียหดตัวลงเล็กน้อยเขามองไปยังร่างของบุคคลทั้งสามที่เป็เ้าของทักษะสังหารด้วยความสนใจ!
ผู้นำกลุ่มคือชายในชุดเกราะสีทองที่มีความสูงกว่าสามวาใบหน้าของเขาไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแต่แรงกดดันที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขานั้นเย่อู๋เชวียค่อนข้างมั่นใจว่านี่จะต้องเป็สิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณอย่างแน่นอน!
บุคคลทางด้านซ้ายถูกล้อมรอบด้วยเปลวเพลิงอสูรสีดำสนิทในขณะที่ร่างกายของเขาถูกมัดไว้ด้วยโซ่สีดำความว่างเปล่ารอบตัวบุคคลนี้บิดเบี้ยวจากพลังที่แปลกประหลาดมันราวกับว่าตราบใดที่เขาเคลื่อนไหวแม้แต่ความว่างเปล่าก็ต้องถูกทำลายไปด้วย!
ส่วนคนทางขวานั้นสวมชุดคลุมเรียบๆไม่แสดงพลังใดๆ ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ในผ้าคลุมหนาและมีลักษณะที่ชั่วร้ายที่สุด!
คนทั้งสามนี้มีรูปร่างที่แตกต่างกันและเย่อู๋เชวียคิดว่าเขาสามารถจำคนเหล่านี้ได้อย่างแน่นอนหากมีโอกาสพบกันในสถานที่อื่น!จากนั้นเย่อู๋เชวียก็มองไปยังทิศทางหนึ่งเพื่อค้นหาว่าใครคือเ้าของดอกบัวศักดิ์สิทธิ์สีขาวอันน่าสะพรึงกลัวนั้น!
ใน่เวลาต่อมาั์ตาของเย่อู๋เชวียก็หดตัวลงอย่างรุนแรงร่างกายของเขาแข็งค้างโดยไม่สามารถขยับตัวได้!
ในตอนนี้เย่อู๋เชวียอยากกรีดร้องออกไปอย่างสุดเสียงผู้ที่เป็เ้าของดอกบัวสีขาวคือชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาอย่างยิ่งภายในดวงตาที่ดำสนิทของเขาเต็มไปด้วยความเ็า แต่ใบหน้าของเขาซีดขาวเล็กน้อย!
เย่อู๋เชวียไม่มีวันลืมรูปลักษณ์ของบุคคลนี้ได้ตลอดกาล!
“ลุงฝู!”
หัวใจของเย่อู๋เชวียโหมกระหน่ำไปด้วยความใน้ำตาของเขาไหลออกมาไม่หยุดชายวัยกลางคนผู้นี้คือบุคคลที่เย่อู๋เชวียคิดถึงมาตลอดสิบปีลุงฝูผู้เปรียบเหมือนบิดาของเขานั่นเอง!
“ขยับสิ ทำไมขยับไม่ได้!”
เย่อู๋เชวียพยายามอย่างมากที่จะขยับตัวเองด้วยแรงทั้งหมดที่มีแต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เขาทำได้เพียงเฝ้าดูลุงฝูถูกยอดฝีมือทั้งสามต้อนเข้ามุมอับโดยไม่อาจช่วยเหลืออะไร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาทั้งสี่คนล้วนเป็สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวและทรงพลังอย่างยิ่งความเร็วในการเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็สิ่งที่เย่อู๋เชวียไม่คิดว่าจะอยู่ในขอบเขตของมนุษย์อีกแล้ว!
ในเวลาเดียวกันเมื่อเย่อู๋เชวียมองเห็นลุงฝูชายวัยกลางคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็หันกลับมายิ้มให้เขาเบาๆคล้ายกับััได้ว่าเย่อู๋เชวียยืนอยู่ที่นี่แล้ว!
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เย่อู๋เชวียรู้สึกเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือบนหลังของลุงฝูเขาเห็นเด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังหัวเราะอย่างสบายอารมณ์โดยไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
เด็กน้อยคนนี้อายุเพียงสองหรือสามขวบและแก้มสีขาวอมชมพูของเขาก็ดูน่ารักสดใสราวกับถูกแกะสลักจากหยกชั้นดีเขากำกำปั้นเล็กๆ ไปทางผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามและกล่าวคำพูดบางอย่าง ใบหน้าเล็กๆของเด็กชายดูน่ารักจนทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความรู้สึกรักและเอ็นดูอย่างช่วยไม่ได้
ในขณะที่มองไปที่ใบหน้าของเด็กน้อยคนนี้เย่อู๋เชวียก็รู้สึกแปลกๆเมื่อมาถึงจุดนี้ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่านั่นคือตัวเขาในตอนที่มีอายุสองหรือสามขวบนั่นเอง!
“ครืน”
จากนั้นร่างของคนทั้งหมดก็หายไปที่ปลายสุดของจักรวาลเย่อู๋เชวียยังคงยืนอยู่ในจุดเดิมโดยไม่สามารถมองเห็นพวกเขาได้อีกต่อไป!
น้ำตาไหลอาบบนใบหน้าของเขาด้วยความเศร้าโศกอย่างยิ่งและในที่สุดเขาก็เห็นลุงฝูที่เป็เหมือนบิดาของเขาอีกครั้งแม้ว่าเย่อู๋เชวียจะรู้อยู่แก่ใจว่านี่เป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วแต่เขาก็ยังเกิดความคาดหวังอยู่เล็กน้อย
กล่าวอีกนัยหนึ่งหยกโลหิตัที่ลุงฝูทิ้งไว้ได้พาเย่อู๋เชวียเดินทางกลับสู่อดีตด้วยวิธีการลึกลับและมาถึง่เวลานี้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
ยิ่งเมื่อเห็นรอยยิ้มของลุงฝูเย่อู๋เชวียก็ยิ่งแน่ใจว่านี่ต้องเป็สิ่งที่ลุงฝูวางแผนไว้ทั้งหมดแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมลุงฝูถึงทำแบบนี้ แต่เย่อู๋เชวียก็มีความสุขมากอย่างน้อยที่สุดเขาก็มีโอกาสได้เห็นลุงฝูอีกครั้ง
“ครืน”
เมื่อเย่อู๋เชวียกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองเขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาสั่นสะท้านเบาๆจากนั้นดวงตาของเขาก็เผชิญหน้ากับความมืดมิด
หลังจากลืมตาขึ้นอีกครั้งร่างกายของเย่อู๋เชวียก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น เขากวาดตามองไปรอบๆและเห็นว่าตอนนี้เขาได้กลับมาที่ห้องพักอีกครั้ง
เย่อู๋เชวียตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็คว้าหยกโลหิตัที่พื้นและโยนเข้าไปในิญญาจันทราอีกครั้ง
“ติ๊ง”
หยกโลหิตัทะลุผ่านิญญาจันทราและตกลงสู่พื้นครั้งนี้เขาทำไม่สำเร็จ
เย่อู๋เชวียรู้สึกสิ้นหวังในใจน้ำตาของเขาไหลทะลักออกมาโดยไม่อาจควบคุมได้
“เฮ้อ!”
เสียงถอนหายใจของใครบางคนดังขึ้นภายในใจของเย่อู๋เชวียและมันทำให้เขาตกตะลึงเป็อย่างมาก
“ครืน”
จิตใจของเย่อู๋เชวียเริ่มสั่นสะท้านจากนั้นภาพจำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่สมองของเขาโดยตรงเย่อู๋เชวียตื่นตระหนกและรีบสำรวจร่างกายของตัวเองก่อนจะค้นพบว่ามีบัวเก้ากลีบสีขาวศักดิ์สิทธิ์กำลังเบ่งบานอยู่ภายในใจของเขาตอนนี้!
“ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์เก้า์!”