จางซวนเก็บตัวเงียบนอกจากดูแลสมุนไพรและออกมาทำภารกิจในทุกๆเดือนแล้วจางซวนก็แทบไม่ออกไปพบใครอีกเลยเห็นได้ชัดว่าจางซวนเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจัง
“ดูเหมือนข่าวลือนั่นจะเป็จริง”
“ข่าวลืออะไร”
“ก็ข่าวลือที่ฝ่ายคุมกฎได้ข่มขู่อาจารย์อาน้อยของพวกเราหนะสิเห็นว่าในการประลองอีกสองปีอาจารย์อาน้อยได้ถูกอีกฝ่ายหมายหัวเอาไว้แล้ว”
“แบบนั้นมันสารเลวเกินไปแล้วอาจารย์อาน้อยอายุแค่ 10 ปีเท่านั้นเขายังเด็กมากสภาพจิตใจยังไม่โตเป็ผู้ใหญ่พอพวกมันไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือไงถึงได้ไปรังแกเด็ก” พวกศิษย์ฝ่ายปรุงยาพากันพูดคุยด้วยความโกรธ
หลิงซินเองก็มักจะแวะไปที่ถ้ำบำเพ็ญของจางซวนบ่อยๆแต่ก็พบว่าปากถ้ำถูกปิดเอาไว้เห็นได้ชัดว่าจางซวนไม่ได้้าให้ใครรบกวน
“สงสารศิษย์น้องเล็กที่ต้องมาเจอกับเื่แบบนี้”หวงติงส่ายหน้า
“ในอีกสองปีข้าจะเป็คนคอยปกป้องศิษย์น้องเล็กเอง” หลิงซินกล่าว
แต่ความจริงตอนนี้จางซวนไม่ได้คิดถึงเื่คำขู่อยู่เลยตลอดเวลาหลายเดือนมานี้จางซวนถูกซ้อมอยู่ฝ่ายเดียวจนเรียกได้ว่าอนาถอย่างมากโชคดีที่ในห้องหลอมสามารถฟื้นฟูาแได้ไม่งั้นเมื่อออกไปทำภารกิจเกรงว่าผู้คนจะต้องใกับสภาพของจางซวนแล้ว
“ตูม!!!!!!!!!”ร่างของจางซวนกลิ้งออกจากสนามประลองและนอนหอบหายใจ
“ไม่จริงทั้งๆที่ข้าน่าจะสอนคืนได้สักหมัดแท้ๆทำไมอยู่ๆความเร็วของอีกฝ่ายถึงเพิ่มขึ้นและสวนกลับมาได้ละ”จางซวนกล่าว
“เื่นี้ข้าเองก็ไม่รู้”อี้กรอกตาเขาไม่อยากบอกความจริงจางซวนว่าร่างเงานี้ถูกสร้างเลียนแบบมาจากตัวตนที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งพลังของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งที่สุดในยุคนี้เลยก็ว่าได้แล้วร่างเงาของเขาจะอ่อนแอได้อย่างไร
แต่แม้จางซวนจะไม่เคยชนะแต่ว่ารากฐานและความสามารถในการต่อสู้กับพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยที่จางซวนไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำอี้นั้นเฝ้ามองทุกการเติบโตของจางซวนมาโดยตลอดและเห็นด้วยตาของตัวเอง
“หากยังพัฒนาแบบนี้ต่อไปไม่นานอาซวนจะต้องถึงขอบเขต3 แน่ แต่ว่ายังก่อนอาซวนตอนนี้ใกล้ที่จะตามการเคลื่อนไหวของร่างเงาแล้วหากอาซวนอดทนไม่ยอมทะลวงขอบเขตและประลองต่อไปเขาจะต้องเอาชนะร่างเงาได้แน่”อี้คิดในใจ
จางซวนที่ฟื้นฟูก็นั่งขบคิดถึงการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายและเริ่มจำลองการต่อสู้ในหัวหลังจากที่คิดหาทางได้จางซวนก็เริ่มต่อสู้อีกครั้งแต่ก็ยังแพ้ จางซวนไม่ยอมแพ้และทำแบบนี้ต่อไปจนกระทั่งผ่านไปอีกสองเดือนจางซวนก็สามารถต่อสู้กับร่างเงาโดยที่ไม่แพ้จางซวนเริ่มเห็นความหวังและท้าทายอีกฝ่ายต่อไป
บนสนามประลองสองร่างต่อสู้กันด้วยหมัดและเท้าอย่างต่อเนื่องทั้งโจมตีและป้องกันเรียกได้ว่าสูสีอย่างมากจางซวนในตอนนี้มีแววตาที่มุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนความมุ่งมั่นที่อยากจะเอาชนะของจางซวนทำให้อี้พึงพอใจอย่างมาก
“ตูม!!!!!!!”ไม่นานร่างเงาก็ถูกหมัดของจางซวนซัดที่หน้าอกร่างกระเด็นออกไปทันที
“ยอดเยี่ยม”อี้ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ตูม!!!!”ทันใดนั้นเองป้ายศิลาก็โผล่ขึ้นมาซึ่งบนป้ายศิลามีรายชื่อของผู้แข็งแกร่งในทุกขอบเขตสลักเอาไว้และรายชื่อนั้นมีอยู่สองสามรายชื่อที่สลักไว้เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้คือผู้ครองตำแหน่งคำว่าแข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตนั้นๆ
อย่างขอบเขตหนึ่งคนที่ถูกสลักเอาไว้คือจ้าวหยา ขอบเขตสองคือชูร่าแต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็จางซวนไปแล้ว ส่วนขอบเขต 3 – 5 เป็จ้าวหยา และขอบเขต6-17 คือชูร่า
“อี้ชูร่าผู้นี้เป็ใครกันทำไมชื่อของเ้าถึงถูกสลักเอาไว้เยอะขนาดนี้” จางซวนกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย
“เอ่อคืออัจฉริยะที่ฝึกวรยุทธเหมือนกับเ้ารายชื่อพวกนี้คือรายชื่อของผู้แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตนั้นๆอย่างเช่นเ้าตอนนี้ในขอบเขต 2 ไม่มีใครแข็งแกร่งกว่าเ้าแล้วในอนาคตเ้าจะต้องสลักชื่อของตัวเองลงไปทุกช่องเข้าใจหรือไม่” อี้กล่าว
“แค่ขอบเขต2 ข้าก็ต้องลำบากขนาดนี้หากเป็ขอบเขตอื่นข้าจะไม่ถูกทุบตีจนตายงั้นเหรอ” จางซวนสั่นสะท้าน
“เ้าจะต้องทำได้แน่เ้าจะต้องเอาชนะเด็กหน้าเหม็น เอ้ย ไม่ใช่ ชูร่าผู้นั้นได้แน่ ไม่ต้องห่วงเ้าจะต้องมั่นใจในตัวเองตอนนี้การฝึกวรยุทธของเ้าก็ถือว่าเพียงพอแล้วเวลาที่เหลือคือการบ่มเพาะอย่างจริงจัง”อี้กล่าว
“ข้าจะต้องออกไปทำภารกิจก่อนถึงจะกลับมาบ่มเพาะต่อได้”จางซวนกล่าว
“ไม่มีปัญหา”อี้พยักหน้า
จางซวนเปิดประตูถ้ำแล้วเดินออกไปยังตำหนักภารกิจตลอดทางพวกศิษย์ปรุงยาที่เห็นก็ทักทายและให้กำลังใจจางซวนตลอดทางจางซวนงุนงงและไม่เข้าใจแต่ก็โบกมือให้อีกฝ่าย
“ดูอาจารย์อาน้อยสิผอมลงหรือไม่”
“ใช่แล้วแววตาดูไม่สดใสเหมือนตอนแรกแล้ว”หลายคนอดไม่ได้ที่จะซับน้ำตาด้วยความสงสาร
“เฮ้อไม่รู้เป็โชคดีหรือโชคร้ายที่เด็กคนนี้เข้ามาฝึกในสำนัก” ผู้าุโบางคนก็ส่ายหน้า
จางซวนที่ไม่ได้รู้ความคิดของคนเ่าั้เลยและเขาก็ไม่ได้ตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังเพราะฝ่ายคุมกฎด้วยจางซวนที่มาถึงตำหนักภารกิจพร้อมกับศิษย์หลายคนหนึ่งก็มองหาภารกิจ
"พวกเ้ามาจากฝ่ายปรุงยางั้นเหรอเสียใจด้วยที่เดือนนี้ไม่มีภารกิจปรุงยาพื้นฐานแล้วมีแต่ปรุงยาสร้างรากฐานเท่านั้น"ผู้าุโที่ดูแลป้ายภารกิจกล่าวขึ้น
“ทำไมถึงเป็เช่นนี้”ศิษย์ฝ่ายปรุงยาขมวดคิ้ว
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเอาเป็ว่าเ้าจะต้องทำภารกิจอื่น” ผู้าุโฝ่ายภารกิจเค้นเสียง
“อาจารย์อาน้อยไม่สู้เลือกปรุงยาสร้างรากฐานดีหรือไม่ให้พวกท่านอาจารย์ช่วยน่าจะไม่ยากเท่าไหร่”ศิษย์ฝ่ายปรุงยากล่าว
จางซวนขมวดคิ้วและมองไปรอบๆเขาไม่อยากรบกวนพวกศิษย์พี่มากนักหลายเดือนมานี้พวกศิษย์พี่นำของล้ำค่ามามอบให้กับเขามากเกินไปจนเขาไม่กล้าไปขอความช่วยเหลืออีก
“หืมภารกิจนั้นมันอะไร” จางซวนมองไปยังภารกิจที่มาจากฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรด้วยแววตาประหลาดใจ
“ได้ยินว่าอสูรนกกระเรียนขาวของผู้าุโจวง่นี้ไม่ค่อยที่จะสืบพันธุ์ทำให้จำนวนของกระเรียนขาวลดลงแม้แต่เม็ดยาของฝ่ายปรุงยาก็ใช้ไม่ได้ผลทำให้ผู้าุโจวงต้องมาสร้างภารกิจและรางวัลก็สูงมากอีกด้วยซึ่งเป็แต้มสำนัก100 แต้มหรือศิลาปราณระดับต่ำ 50 ก้อน” ผู้าุโดูแลภารกิจกล่าว
“ข้าเคยได้ยินเห็นว่าพวกผู้าุโของฝ่ายปรุงยาไปช่วยดูแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล” ศิษย์ฝ่ายปรุงยากล่าว
“ข้าว่าน่าจะรองดูได้”จางซวนกล่าว
“อาจารย์อาอย่าเลยหากไม่ได้ผลท่านมีแต่จะถูกทำโทษ”
“เ้ารับใช่หรือไม่เอาไป”ผู้าุโดูแลภารกิจไม่รอช้าดึงภารกิจนี้มายัดให้จางซวนอย่างรวดเร็วและลงชื่อจางซวนเอาไว้ไม่ปล่อยให้จางซวนปฏิเสธ
“ผู้าุโนี่ท่าน”ศิษย์ฝ่ายปรุงยาตื่นตระหนกแต่ไม่อาจทำอะไรได้อีกแล้ว
“ได้ภารกิจแล้วก็ใสหัวไป”ผู้าุโดูแลภารกิจเย้ยหยันออกมาหากจางซวนทำไม่สำเร็จจะต้องถูกลงโทษแต้มสำนักที่มีจะถูกหักออก100 แต้ม และหากแต้มไม่พอจะถูกจับไปขังในผาสำนึกผิดทันที
“ไปกันเถอะ”จางซวนไม่คิดอะไรมากในหัวเริ่มวาดภาพยาชนิดใหม่ที่ตนเคยศึกษาตอนอยู่ในูเาบ้านเกิด
ในตอนนั้นจางซวนไม่มีอะไรทำมากจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาสมุนไพรและลองผสมผสานสมุนไพรที่ปกติผู้คนไม่ทำกันจนเกิดความคิดใหม่ๆแต่มันยังไม่สมบูรณ์
หลังจากกลับมาจางซวนก็ใช้แต้มสำนักเช่าห้องปรุงยาก่อนจะนำสมุนไพรที่จำเป็จัดวางเอาไว้อย่างเรียบร้อย
“เม็ดยาที่ช่วยให้พวกสัตว์อสูรเกิดอารมณ์แบบธรรมดานั้นไม่ได้ผลกับพวกกระเรียนขาวแสดงว่าอารมณ์ของกระเรียนขาวตอนนี้ผิดปกติอย่างมากและจำเป็ต้องเสริมพลังของเม็ดยาให้มากกว่านี้อีกสองเท่าไม่สิสามเท่าหรือไม่สิบเท่าไปเลย” จางซวนยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น
“นี่เ้าเอาจริงเหรอหากมันสำเร็จข้าเกรงว่า” อี้ที่มองอยู่รู้สึกแปลกๆทันที
“มันต้องได้ผลสิหากข้าทำสำเร็จข้าขอแลกกับศิลาปราณระดับต่ำมาใช้บ่มเพาะ” จางซวนหัวเราะ
ไม่นานจางซวนก็เริ่มลงมือทำทดลองเอาสมุนไพรใส่เข้าไปสูตรปรุงยานี้จางซวนไม่ได้ทำตามสูตรทั่วไปแต่เขาเสริมแต่งขึ้นมาเองแน่นอนว่าไม่มีทางสำเร็จในครั้งแรกถึงอย่างไรนี่เป็ครั้งแรกที่จางซวนปรุงยาชนิดนี้แต่จางซวนกลับไม่หดหู่เลยกลับกันยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก
“ตูม!!!!!!!!!!!!”
เสียงเตาะเิขึ้นต่อเนื่องทำให้หอปรุงยาสั่นะเืหลายคนที่กำลังปรุงยาใจนเสียสมาธิและเตาปรุงยาะเิออกมาทันใดนั้นเองเตาปรุงยาก็ะเิขึ้นอย่างต่อเนื่องจากห้องต่างๆ
“บัดซบใครกันที่มันทำเตาปรุงยาะเิดังขึ้นขนาดนี้รบกวนข้าที่กำลังปรุงยา”
“เป็ไอ้สารเลวตัวไหนที่ทำให้ข้าเสียสมาธิจนเตาปรุงยาะเิ”
“บ้าเอ้ยเม็ดยาของข้าใกล้จะควบแน่นแล้วมันเป็ใครอย่าให้ข้ารู้นะข้าจะฉีกเ้าเป็ชิ้นๆ” จางซวนที่ได้ยินก็สีหน้าถอดสีรับรู้ได้ถึงความโกรธแค้นของนักปรุงยาในหอปรุงยาแห่งนี้ทันที
จางซวนกรอกตาก่อนจะเปิดประตูออกไปแล้วโวยวายเหมือนคนอื่นๆ
“บ้าเอ้ยใครมันทำเตาปรุงยาะเิทำให้เตาปรุงยาของข้าะเิไปด้วยเลย”จางซวนคำรามด้วยความโกรธ
“อาจารย์อาน้อยก็ถูกรบกวนด้วยงั้นเหรอเ้าบัดซบนั่นมันต้องซ่อนตัวอยู่แน่มันคงไม่กล้าออกมาตอนนี้หรอกคอยก่อนเถอะข้าจะต้องหาตัวเ้านั่นมาให้ได้” เหล่าศิษย์พากันคำรามด้วยความโกรธ
เสียงวุ่นว่ายนี้ทำให้ผู้ดูแลหนังตากระตุกเขานั้นทำหน้าที่ดูแลหอปรุงยานี้มานับสิบปีจึงรับรู้ได้ั้แ่แรกว่าเตาปรุงยาะเิครั้งแรกมาจากห้องไหน
“เ้าตัวน้อยเ้าเล่ห์นี่รู้จักหาทางรอดให้ตัวเองเสียจริง”ผู้าุโกล่าวพร้อมกับส่ายหน้า
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครยอมรับผู้คนก็กลับไปปรุงยาต่อจางซวนถอนหายใจแล้วปิดประตูอีกครั้งก่อนจะทดลองปรุงยาของตัวเอง แต่ไม่นานเตาปรุงยาของจางซวนก็ะเิขึ้นทำให้เสียงะเิจากห้องข้างๆดังขึ้นต่อเนื่อง
“ข้าไม่ไหวแล้วผู้าุโจะสู้ตายกับเ้า” เสียงคำรามด้วยความโกรธดังขึ้น
“ข้าว่าข้าได้ยินมาจากห้องนี้”
“ห้องนี้เป็ของอาจารย์อาน้อยไม่ใช่เหรอ”
“หรือว่าเป็อาจารย์อาน้อย”
“มีความเป็ไปได้อาจารย์อาน้อยยังเด็กความรู้ยังไม่มากพอที่จะปรุงยาระดับกลางทำให้เตาปรุงยาะเิ”หลายคนเริ่มมารวมตัวกันที่หน้าห้องของจางซวนจางซวนเปิดประตูออกมาและมองผู้คนด้วยแววตาไร้เดียงสา
“พวกเ้ามองข้าทำไม”จางซวนกล่าว
“อาจารย์อาน้อยกำลังปรุงยาอะไรอยู่งั้นเหรอเสียงเตาะเิคงไม่ใช่ฝีมือของท่านใช่หรือไม่” คนอื่นๆพากันจ้องมองมายังจางซวนอย่างจริงจัง
“ข้าปรุงยาระดับต่ำเท่านั้นนี่ไง” จางซวนนำเม็ดยาสีชมพูสดใสออกมา หลายคนมองดูแล้วก็พบว่าเป็ยาระดับต่ำจริงๆแต่พวกเขากลับขมวดคิ้วเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นเม็ดยาสีแบบนี้มาก่อน