กว่าจะปลอบเด็กหญิงให้สงบลงก็ใช้เวลามากโข ถางรั่วเหวยอุ้มร่างเล็กที่ร้องไห้จนหลับใหลไปในอ้อมแขนกลับเข้าห้อง นางวางคุณหนูลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล จากนั้นก็เริ่มสำรวจที่นอนของผู้เป็นายด้วยความระมัดระวังด้วยเกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายตื่น มือบางสอดเข้าไปใต้หมอนอย่างเชื่องช้าก่อนจะพบเข้ากับบางอย่าง
ตำราเล่มหนึ่งถูกพบอยู่ใต้หมอนใบนั้น ถางรั่วเหวยเปิดตำราออกดูพลางมองเด็กน้อยที่กำลังหลับสนิทไปด้วย พลันมีกระดาษพับหนึ่งตกลงมา นางคลี่มันออกแล้วก็กระจ่างใจในรอยเปื้อนที่เคยพบตามชายแขนเสื้อของคุณหนู “เ้าสิ่งนี้คงเป็สาเหตุที่คุณหนูร่าเริงขึ้นใน่นี้สินะ และคงเป็เ้าของตำรานี่เช่นกันที่ทำให้คุณหนูร้องไห้หนักแบบนี้”
ถางรั่วเหวยเก็บตำราไว้ใต้หมอนดังเดิม แต่ในขณะที่ชักมือกลับนั้นเองก็ััเข้ากับผ้าผืนหนึ่ง นางหยิบมันออกมาดู แหวนหยกขาวมันแพะร่วงลงบนตักทันทีที่ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยถูกคลี่ออก นางมองมันอย่างพิจารณา “คุณหนูไปได้ของมีราคาเช่นนี้มาจากที่ใดกันหรือจะเป็ของเ้าของตำราเล่มนี้ คงสำคัญมากสินะถึงได้ซ่อนไว้เสียดิบดี”
หญิงสาวเก็บของทุกอย่างไว้ที่เดิม จัดหมอนให้อยู่ในสภาพเดิมเช่นกันทำราวกับว่าที่ตรงนี้ไม่เคยถูกผู้ใดรื้อค้นมาก่อน นางกลับไปทำงานของตนต่อคล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าในใจนั้นกำลังขบคิดอย่างหนัก
ม่านราตรีคลี่คลุมเรือนจื่อเถิง ร่างเล็กที่เคยหลับสนิทรู้สึกตัวตื่น หลายวันมานี้นางนอนไม่ค่อยหลับพอร้องไห้จนเหนื่อยก็หลับยาวั้แ่บ่ายจนถึงค่ำ หม่าอวิ๋นเซียงขยี้ตาเบาๆ พบว่าดวงตาของตนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตานางลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองไปโดยรอบก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ
“ฝันไปสินะคงไม่มีเื่ร้ายเกิดขึ้นกระมัง” มือเล็กกำเข้าหากันแน่นยามคิดถึงฝันร้ายนั้นในฝัน นางเห็นร่างของเสี่ยวเกอเกอชโลมไปด้วยโลหิต ช่างเป็ภาพที่น่าสยดสยองยิ่งนักอกซ้ายของเขาถูกกระบี่แทงทะลุ ใบหน้าซึ่งเปื้อนไปด้วยเืแดงฉานนั้นมองมายังนางเขาเอ่ยคำขอโทษด้วยน้ำเสียงขาดห้วงจากนั้นก็ล้มลงไป นางมองไม่เห็นผู้ที่ทำร้ายเขา รอบกายมีเพียงความมืดมิดและเสียงคำรามอันน่าสะพรึงของสัตว์ร้าย
หม่าอวิ๋นเซียงหยิบของใต้หมอนมากอดไว้แน่น“เสี่ยวเกอเกอ ข้าจะไม่โกรธเคืองท่านอีกแล้ว แค่อย่าตายเหมือนในฝันก็พอ”
ถางรั่วเหวยที่แอบมองร่างเล็กอยู่ก่อนหน้านั้นก็เดินเข้าไปในห้องนั่งลงข้างๆ เด็กน้อยพลางลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ “มีเื่อันใดเ้าคะไฉนพอตื่นขึ้นมาจึงได้นั่งร้องไห้อีกแล้ว”
“เซียงเซียงฝันร้าย”หม่าอวิ๋นเซียงเงยหน้ามองแม่นมถาง ยกมือปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ “ในฝันน่ากลัวมากเซียงเซียงกลัว ไม่อยากให้เขาตาย”
“เขา?เ้าของตำราเล่มนี้หรือเ้าคะ” เมื่อเห็นผู้เป็นายพยักหน้ารับ จึงเอ่ยถาม“เขาผู้นี้เป็ใครหรือเ้าคะ คุณหนูพอจะเล่าให้บ่าวฟังได้หรือไม่ผู้ที่ใจดีสอนคุณหนูของบ่าวอ่านเขียนหนังสือเขาเป็ใคร”
เด็กน้อยใคร่ครวญชั่วครู่จึงยอมเอ่ยคำออกไป“แม่นมต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ดุเซียงเซียง”
“เ้าค่ะบ่าวจะไม่ดุคุณหนู บ่าวแค่อยากรู้ว่าสหายของคุณหนูเป็ใครก็เท่านั้นเอง” ใบหน้าของถางรั่วเหวยยังคงมีรอยยิ้มใจดีนางไม่้าให้คุณหนูกลัวจนไม่ยอมบอกเล่าความจริงออกมาจากการที่อีกฝ่ายไม่ยอมบอกเื่นี้แก่ตนั้แ่แรกนั้นแสดงว่าต้องแอบไปทำเื่ที่ทำให้นางต้องเป็ห่วงมาแน่นอน
ใบหน้าเล็กมีรอยยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินคำตอบใจชื้นขึ้นมาหลายส่วน “เขาคือเสี่ยวเกอเกอเซียงเซียงพบเสี่ยวเกอเกอในวันที่ไปตามหาเสี่ยวเมา”
กล่าวพลางช้อนสายตามองเล็กน้อยลอบประเมินสีหน้าอีกฝ่ายไปด้วย “เสี่ยวเมาแอบออกไปนอกจวนมันมุดช่องสุนัขลอดออกไปยังจวนร้างเซียงเซียงก็ตามเสี่ยวเมาไปจนไปพบกับเสี่ยวเกอเกอที่นั่น”
ถางรั่วเหวยยังคงรับฟังอย่างนิ่งเงียบนางส่งยิ้มให้เด็กน้อยเพื่อเป็การบอกให้เล่าต่อ แม้จะสงสัยในหลายๆเื่แต่ก็ไม่เอ่ยถามออกไป
ครั้นเห็นว่าไม่ถูกดุจริงๆหม่าอวิ๋นเซียงจึงกระตือรือร้นที่จะเล่าเื่ของเด็กหนุ่มต่อ “เขาเป็เ้าของตัวจริงของเสี่ยวเมาเขาตามหามันมาตลอดจนได้พบที่จวนร้างในวันนั้นแต่เสี่ยวเกอเกอบอกว่าต้องเดินทางไปต่างเมืองไม่สะดวกดูแลเสี่ยวเมาจึงยอมยกให้เซียงเซียงเขาขอกระพรวนเงินที่ติดคอเสี่ยวเมามากลับคืนไปก็พอ เพราะกระพรวนนั่นเป็ของที่ท่านแม่ของเขามอบให้จึงอยากเก็บไว้ดูต่างหน้ามารดายามต้องไกลบ้าน”
ถางรั่วเหวยยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัยบางอย่างช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย อุตส่าห์ตามหาแมวตั้งหลายเดือนทว่าเมื่อหาพบกลับไม่นำกลับไปด้วยเสียอย่างนั้นแล้วคนผู้นั้นไปทำอะไรที่จวนร้างกันที่แห่งนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ั้แ่เหตุการณ์นองเืเมื่อสามปีก่อนแล้วเื่นี้ทุกคนในเมืองหลวงต่างรู้ดี หรือสหายของคุณหนูจะรู้จักกับครอบครัวฏนั่นหากเป็เช่นนั้นจริงคุณหนูของนางจะไม่เดือดร้อนเอาหรอกหรือถ้าเกิดว่าบุรุษผู้นั้นเป็คนตระกูลซางที่หลงเหลืออยู่เล่าจะทำเช่นไร
“เสี่ยวเกอเกอเสนอตัวสอนหนังสือให้เซียงเซียงเพื่อแลกกับลูกกระพรวนเขามอบตำราให้หนึ่งเล่มและแหวนหยกอีกหนึ่งวง”หม่าอวิ๋นเซียงจงใจไม่เอ่ยถึงจุดประสงค์ที่เด็กหนุ่มมอบแหวนให้อย่างไรเสียนางก็อยู่แต่ในเรือนจื่อเถิงคงไม่ต้องนำแหวนนั่นไปขอความช่วยเหลือจากแม่ชีซือกวนหรอก
“เพราะเหตุนี้คุณหนูจึงหายไป่ยามเว่ยของทุกวันใช่หรือไม่เ้าคะ”ครั้นเห็นร่างเล็กผงกศีรษะเบาๆ คล้ายกับตอบรับก็เข้าใจทุกอย่างทันทีหลายวันมานี้ที่อีกฝ่ายมีอาการเซื่องซึมคงเป็เพราะว่าสหายผู้นั้นจากไปแล้วนี่เองแม้จะโล่งใจที่คุณหนูไม่ต้องพบปะกับคนผู้นั้นอีกแต่ก็ยังอดถามในสิ่งที่สงสัยไม่ได้อยู่ดี
“เหตุใดคุณหนูจึงเรียกเขาว่าเสี่ยวเกอเกอเล่าเ้าคะ”
“เซียงเซียงไม่รู้จักชื่อแซ่ของเขาเสี่ยวเกอเกอบอกว่าหากเซียงเซียงอ่านเขียนได้ถึงร้อยตัวอักษรเมื่อใดจะยอมบอกชื่อแต่เขากลับจากไปก่อนไม่ยอมรักษาสัญญา”ใบหน้าเล็กสลดลงอีกครั้งยามคิดถึงเื่เหล่านี้
ถางรั่วเหวยเบิกบานใจยิ่งนักนางโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน คนผู้นั้นไปแล้วไม่รู้จักชื่อแซ่เช่นนี้นับว่าดียิ่งต่อไปคุณหนูของนางก็จะได้ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับบุรุษผู้นั้นอีกต่อให้ต้องอยู่ในเรือนท้ายจวนเช่นนี้ไปอีกสิบปีก็ไม่เป็ไรขอแค่ไม่มีเภทภัยมาเยือนก็พอ
“แล้วเมื่อครู่คุณหนูฝันว่าอะไรเ้าคะไยจึงได้ร้องไห้เช่นนั้น”
“เซียงเซียงฝันว่าเสี่ยวเกอเกอถูกฆ่าตาย”ขอบตาของหม่าอวิ๋นเซียงร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง “เซียงเซียงไม่อยากให้เขาตาย”
“แค่ฝันเท่านั้นอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะเ้าคะมันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน” ถางรั่วเหวยดึงหม่าอวิ๋นเซียงมากอดไว้มือก็ลูบศีรษะเบาๆ อย่างปลอบประโลมทว่าในใจกลับอยากจะให้ความฝันนั้นเป็จริงเสียเต็มประดาเพื่อคุณหนูแล้วนางพร้อมจะกำจัดสิ่งใดก็ตามที่จะเป็ภัยต่ออีกฝ่าย
“นอกจากสอนหนังสือแล้วเสี่ยวเกอเกอของคุณหนูได้สอนสิ่งใดอีกหรือไม่เ้าคะ”
“สอน”หม่าอวิ๋นเซียงตอบทันควัน“เสี่ยวเกอเกอสอนว่าไม่ให้เซียงเซียงไว้ใจหรือเชื่อใจใครง่ายๆ ”
“แล้วคุณหนูไว้ใจคนผู้นั้นมากน้อยเพียงใดเขาเชื่อถือได้จริงหรือเ้าคะ”อย่างน้อยบุรุษผู้นั้นก็รู้จักสั่งสอนให้คุณหนูของนางระวังตัวเขาคงไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงในการเข้าหาคุณหนูกระมังแต่อย่างไรเื่นี้ไม่อาจวางใจได้อยู่ดี
“เสี่ยวเกอเกอไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะแม่นมหากเป็คนไม่ดีจริงคงแย่งลูกกระพรวนไปั้แ่แรกแล้วคงไม่มาเสียเวลาสอนหนังสือเซียงเซียงอย่างนี้หรอก”หม่าอวิ๋นเซียงแก้ต่างให้เด็กหนุ่มทันที นางยังคงเชื่อใจเขา ถึงแม้สุดท้ายแล้วเขาจะจากไปโดยไม่ลากันสักคำก็ตามแต่เมื่อลองคิดดูให้ดีไม่แน่ว่าอาจจะมีเหตุจำเป็ที่ทำให้เขาต้องจากไปอย่างเร่งด่วนก็เป็ได้
ถางรั่วเหวยทำเพียงยิ้มรับไม่เอ่ยถึงเื่นี้อีกคนผู้นั้นเป็สหายคนแรกของคุณหนู คงไม่แปลกที่เด็กน้อยจะให้ความสำคัญกับคนที่รู้จักกันไม่ถึงหนึ่งเดือนเช่นนี้เอาเถิดบัดนี้อีกฝ่ายก็ไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวงแล้วคงไม่มีเื่ใดให้ต้องกังวลกระมังคิดได้ดังนั้นก็ปล่อยวางความเคร่งเครียดลง
“ไปกินอาหารเย็นกันเถิดเ้าค่ะนี่ก็เลยเวลามามากโขแล้วคุณหนูไม่หิวหรือเ้าคะ”
“หิว”สิ้นคำเสียงร้องโครกครากก็ดังมาจากท้องน้อยๆ ของนาง
หม่าอวิ๋นเซียงรับประทานอาหารเย็นอย่างเอร็ดอร่อยนางคีบอาหารเข้าปากไม่หยุดประหนึ่งว่าไม่ได้พบเจอมานานพอคิดตกเื่ของเสี่ยวเกอเกอจิตใจที่เคยห่อเหี่ยวพานให้ไม่อยากอาหารก่อนหน้านี้ก็กลับมาโหยหิวทันใดนางตัดสินใจแล้วว่าจะตั้งใจศึกษาตำราที่เขาทิ้งไว้ให้ใช่ว่าจากกันคราวนี้แล้วภายภาคหน้าจะไม่ได้พบอีกเสียเมื่อใดกันหากมีวาสนาอย่างไรก็ต้องได้พบอีกครั้ง
แค่รออยู่ที่เดิมสักวันเขาต้องกลับมายังจวนร้างแน่นอน...